วิกฤตการณ์ล่าสุด”กาซา-ยูเครน”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
วิกฤตการณ์ล่าสุด”กาซา-ยูเครน”
ครั้งนี้ จะพาไปดูสองเหตุการณ์สงครามไปพร้อมกันครับคือสงครามกาซากับสงครามยูเครน ว่าล่าสุดมีพัฒนาการไปอย่างไร
ว่าถึงสงครามกาซาก่อน
ขณะที่เขียนเรื่องนี้ การโจมตีพื้นที่รอบ”กาซา ซิตี”โดยกองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลยังกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นขับไล่ชาวบ้านลงใต้ไปให้หมด มาตั้งแต่ ๑๓ สค.๖๘ และก็ยังเดินหน้าต่อ ณ วันนี้
ด้วยวัตถุประสงค์เข้ายึดครองอยย่างถาวรพื้นที่ภาคเหนือ ตามที่ครม.อิสราเอลอนุมัติ
หลังสุดถล่มพื้นที่ย่าน”ไซตูน”ที่ตั้งค่ายพักของคนไร้บ้าน(ที่ถูกทำลายไปแล้ว)หมายปิดค่ายอพยพให้เรียบร้อยก่อนเข้ายึดครองถาวร
รายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีรายวัน ยังมีต่อเนื่องตามมาทุกวันๆ ละนับสิบ
ในขณะที่รายงานยอดการเสียชีวิตของเด็กๆ ล่าสุดเกือบจะถึง ๑๙,๐๐๐ รายแล้ว จากยอดตายทั้งหมดที่ ๖๓,๐๐๐ (ตัวเลข ๓๐ กค.๒๕) รวมทั้งเด็กเล็กที่อดตายกว่า ๑๐๐ ราย
อันเป็นผลจากการปิดกั้นห้ามรถบรรเทาทุกข์ขนเสบียงเข้าไป ทำให้เกิดการขาดแคลนอย่างสาหัส มิใยที่หน่วยสิทธิมนุษยชนและคนทั่วโลกจะประณาม
ในด้านความพยายามที่จะหยุดยิงนั้น การต่อรองอยู่ที่ประเด็นสำคัญคือตัวประกันที่อิสราเอลเชื่อยังคงเหลือและมีชีวิตอยู่อีกราว ๒๐ ราย จากทั้งหมดราว ๒๐๐ รายและปล่อยตัวคืนไปแล้วก่อนหน้านั้น
แต่ก็ยังตกลงหยุดยิงอะไรกันไม่ได้ ทำให้ชาวอิสราเอลใน”เทลอาวิฟ”ชุมนุมใหญ่สองวันก่อนเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการแก้ไขโดยเร็ว
ผลของสงครามนี้ ฝ่ายที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือชาวกาซาที่ต้องตกนรกทั้งเป็น
“ตกนรกทั้งเป็น”เพราะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับ”ฮามาส”ที่ต่างต้องการทำลายล้างกันอย่างแท้จริง
โดยมีรากเหล้าความขัดแย้งมาจากกรณีที่รัฐบาลขวาตกขอบของอิสราเอลนำโดย”เบนจามิน เนทันยาฮู”ต้องการครอบครองดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมดไว้เป็นของตนด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นแผ่นดินตามพันธะสัญญาที่พระเจ้ามอบให้
และต้องทำให้ได้ โดยไล่หรือ”โยกย้าย” หรือ”กำจัด”ชาวปาเลสไตน์เท่านั้น
ที่ต้องทบทวนสถานการณ์ให้ชัดอีกครั้ง ก็เพื่อตอกย้ำว่า ตราบใดที่อิสราเอลยังมีท่าทีกับชาติเพื่อบ้านปาเลสไตน์ ด้วยความพยายาม”ลบประเทศ”ทิ้งอย่างนี้
ก็ไม่มีวันที่ดินแดนแถบนี้จะสงบสุขสันติได้อย่างเด็ดขาด
แผนมุ่งโยกย้ายชาวกาซาออกจากถิ่นที่อยู่นั้น
มีรายงานว่าจะกระทำผ่าน”ข้อตกลงอับราฮัม” หรือ Abraham Accords ที่มุ่งปรับความสัมพันธ์เป็นปกติระหว่างอิสราเอลกับรัฐอาหรับโดยอิสราเอลพยายามชี้ชวนให้รัฐอาหรับเหล่านี้ เอาชาวกาซาไปอาศัยอยู่ด้วย
รัฐอาหรับที่ว่านั้น ได้แก่ ซีเรีย เลบานอนและซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ
แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าคืบหน้าไปแค่ไหนแล้ว มีชาติอาหรับใดยอมรับบ้าง
แต่อิหร่าน (ซึ่งให้ความสนับสนุนการต่อสู้ของ”ฮามาส”) ล่าสุดก็ออกมาแถลงยืนยันว่าหากอิสราเอล”ขับ”ให้ชาวบ้านในกาซา ต้องออกไปจากถิ่นที่อยู่เมื่อใด ก็จะเปิดฉากทำสงครามอีก
ทีนี้ย้อนกับไปดูสงครามยูเครน
กล่าวโดยสรุปโดยย่นย่อก็คือ ความพยายามหยุดยิงตามที่ผู้นำสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมป์”หาทางไกล่เกลี่ย ยังไม่สามารถลุล่วงไปได้เช่นเคย
ในขณะที่สงครามยิ่งเร่งจังหวะสร้างความเสียหายมากขึ้นกับยูเครน แม้ยูเครนพยายามตอบโต้อย่างรุนแรงก็ตาม
การเจรจามุ่งนำไปสู่การหยุดยิงซึ่งมีขึ้นที่”แองเคอเรจ”อลาสกา ไม่มีอะไรคืบหน้าเป็นชิ้นเป็นอัน ตามที่”ทรัมป์”อ้างว่าเป็นการเจรจาที่สร้างสรรค์นั้น
ที่แท้ในแง่การทูต คือการสะท้อนว่า ไม่มีอะไรคืบหน้า
ในขณะที่สำนักข่าว”รอยเตอร์”ตั้งข้อสังเกตว่า”ปูติน”ชี้ชวน”ทรัมป์”จนเขาเชื่อแล้วว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ที่จะหยุดยิง ( Vladimir Putin managed to convince Donald Trump that a Ukraine ceasefire was not the way to go)
สะท้อนถึงอะไรก็ตามที่สหรัฐ จะต้องได้ด้วยจากการหยุดยิง….หากจะมีขึ้น
และนั่นก็เป็นที่มาของวาทะของ”ทรัมป์”ที่ว่า:-
ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ยูเครนและรัสเซียแล้ว ที่จะต้องตกลงกันเอาเอง
นอกจากนั้นในการหารือกับผู้นำชาติชาติยุโรปและผู้นำยูเครน(โวโลดีมีร์ เซเลนสกี)ที่ทำเนียบขาวล่าสุด “ทรัมป์”บอกว่าสิ่งที่เขาจะกระทำได้ก็คือ การประกันความมั่นคงปลอดภัยของยูเครนเท่านั้น
แต่จะไม่ส่งทหารไปช่วยเด็ดขาด อาจะเป็นได้ที่จะส่งกำลังทางอากาศไปช่วยหนุนบนท้องฟ้า
พร้อมกันนั้นก็จะสนับสนุนความพยายามของชาติยุโรปที่จะหาทางตกลงสันติภาพในยูเครนให้ได้
จึงค่อนข้างจะชัดเจนแล้วว่า“ทรัมป์”แสดงท่าที”ตัดหางปล่อยวัด”ทั้งยุโรปและยูเครน
ที่น่ากลัวจากนี้ไปก็คือ แนวโน้มที่สงครามยูเครนจะรุนแรงขึ้นและก็บอกไม่ได้ว่าจะนำไปสู้อะไร เลวร้ายกว่านี้แค่ไหน
สงครามนี้ จะลากเอาชาติสมาชิก”นาโต้”เข้ามาร่วมรบด้วยหรือไม่ ในท้ายที่สุด
ช่างน่ากลัวเสียจริงๆ







