INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ระลึกถึง”อาจารย์หม่อม” 

Kukrit Pramoj 1974 cropped

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ระลึกถึง”อาจารย์หม่อม”

สมัยที่ทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์”สยามรัฐ”พอตกเย็นก่อนย่ำค่ำของวันที่ ๒๐ เมษายนทุกปี เมื่อส่งงานให้ฝ่ายการพิมพ์ไปจัดการต่อแล้ว ผมกับสมัครพรรคพวกนักข่าวในสังกัด ก็พร้อมกันมุ่งหน้าไปบ้านพักซอยสวนพลูของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เจ้าของหนังสือพิมพ์

ซึ่งพวกเราถือวิสาสะเรียกท่านว่า “อาจารย์หม่อม”เพื่อไปแสดงความยินดี รับพรและร่วมฉลองวันเกิดท่าน

กับผู้ใหญ่(กว่าเรา)นั้น “อาจารย์หม่อม”ท่านสอนว่า”ตามธรรมเนียมไทยต้องไปขอพร ไปอวยพรไม่ได้ ถือว่าผิดมารยาท”

ผมก็จดจำมาจนทุกวันนี้

ทุกปี“อาจารย์หม่อม”ท่านจะคอยรับแขกอยู่ใต้ถุนเรือนไทย ก็หลังที่ลือกันว่า “ผีดุ”นั่นแหละ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มยินดี ขอบคุณทุกคนที่ไปคารวะ

BMZPY98HmmF2sK1F6XrD

ในการนี้ ท่านก็มักจะมีของขวัญตอบแทนแขกเสมอ อาจจะเป็นหนังสือเล่มที่ท่านเขียน หรือภาพถ่ายของท่าน พร้อมลายเซ็น

ผมเคยได้ภาพถ่ายเต็มยศแบบขุนนางไทยของท่านมาในปีหนึ่ง ผมถามท่านว่า แต่งตัวอย่างนี้ เป็น”เจ้าพระยา”หรือ”พระยา”ท่านยิ้มๆ ตอบว่า “อย่างน้อยก็เจ้าพระยาแหละว่ะ” ผมก็ไม่รู้ว่าท่านพูดจริงหรือพูดเล่น

น่าเสียดายที่ภาพนี้สูญหายไป หาร่องรอยมิได้เสียแล้วครับ

ผู้ที่ไปร่วมฉลองวันเกิดนั้น มาจากทุกสาขาอาชีพก็ว่าได้ ไปกันมากมาย หลายหน้าหลายตา

แน่นอนว่าจะต้องมีนักการเมืองใหญ่ๆ ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ปีหนึ่งนายแพทย์เดชา สุขารมณ์ เจ้าของโรงพยาบาลเดชาและอดีตนรัฐมนตรี(จำกระทรวงไม่ได้แล้ว)เคยส่งวัวหันไปร่วมในงานวันฉลองวันเกิดท่าน โดยเอาวัวทั้งตัวไปหันควันโขงในบริเวณสนามหลังบ้าน

ท่านเดินไปพบเข้า ก็ร้องบอกด้วยเสียงอันดังว่า ให้ขนกลับไปเสียเดี๋ยวนี้ ”วันเกิดของผมจะมาฉลอง ด้วยการบูชายันต์ชีวิตวัวตัวนี้ ไม่ได้”

ผมก็ได้แต่ตกใจ เพื่อนนักข่าวพากันแอบบ่นว่า “อดเลยนะพวกเรา”

งานฉลองวันเกิดของท่านจัดทุกปี จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

เป็นการจัดง่ายๆ มีการสั่งซุ้มอาหารหลากหลายไว้บริการแขกเหรื่อ ซุ้มอาหารหลายรายเสนอตัวไปบริการเอง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เช่นซุ้มของนายแพทย์เดชา

ซุ้มที่ผมชอบมากก็คือ หาบเนื้อสะเต๊ะ ที่สั่งทุกปีจากร้านดัง ขายประจำอยู่ที่โรงอาหารกรมอัยการและก็หมดเร็วเป็นพิเศษ มีคนรุมแน่น รอคิวแจก ทำให้เจ้าของหาบ ต้องระดมคนช่วยกันปิ้งมือเป็นระวิง

บอกเลยว่าน้ำจิ้มถั่วเจ้านี้รสเลิศ ไม่ต้องมีอาจาดช่วยแนมก็ยอดเยี่ยมแล้ว

“บัง”เจ้าของร้านบอกว่า ให้คนละ ๑๐ ไม้เท่านั้นนะ เดี๋ยวกินกันไม่ทั่วถึง” (เอากะพ่อซี่)

งานบางปีก็มีการแสดง ให้ความบันเทิงแขกเหรื่อ เช่นโขน หนังใหญ่

วัดขนอมและเพลงฉ่อย

โดยเฉพาะเพลงฉ่อยนี่ ”อาจารย์หม่อม”ชอบขึ้นไปร้องปะทะคารมกับฝ่ายหญิง ออกแนวอีโรติกจี๊ดจ๊าด จนสาวๆ พากันเขิน เมื่อได้ฟังสามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ ราวกับมืออาชีพเลยทีเดียว

โดยส่วนตัวผมนั้น มีประสบการณ์ตรงกับ”อาจารย์หม่อม”อีกหลายเรื่องครับ

โดยเฉพาะประสบการณ์ที่สะท้อนถึงเมตตาบารมีของท่านที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน เช่นการซื้อที่ดินปลูกบ้านให้ผม หรือการออกเงินให้ผมและพ่อผมไปทำฮัจญ์ที่”มักกะห์”(เมกกะ)ซึ่งเคยเล่าไปแล้วใน    เฟซบุ๊กของผมเอง สามารถเข้าไปย้อนดูได้เลยครับ

มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ควรจะเล่าถึงคือ วันหนึ่งผมไปที่บ้านตอนกลางวัน ท่านสั่งให้คนในบ้านเตรียมหุงข้าวหมกไก่ให้ผมรับประทานครับ

“วันนี้ จะแสดงฝีมือสักหน่อย ว่าการหุงข้าวหมกไก่ที่ถูกต้องนั้น เป็นอย่างไร”

1411101833 DPP0031JPG o

ตามปกติหากผมไปหาทานตรงกับเวลาอาหาร ผมมักจะกลับก่อนเพราะท่านจะชวนทุกคนร่วมโต๊ะ

หากเลี่ยงไม่ได้ ท่านจะสั่งทอดไข่เจียวให้ผมกินเป็พิเศษ พร้อมสั่งให้ทอดด้วยกะทะใหม่เอี่ยมเลย ตะลิ๋วและจาน ก็ต้องใหม่เอี่ยมด้วย “คุณเกษมเขากินอาหารฮาลาล จำไว้นะ”ว่าแล้วท่านก็หัวเราะ

แต่บางครั้งท่านสั่งข้าวหมกไก่จากร้าน”นายอ้วน”หน้าไปรษณีย์กลางไปให้รับประทาน เดี๋ยวนั้นเลย

ที่สุดยอดก็คือ ท่านเคยสั่งข้าวหมกกุ้งก้ามกรามไปให้ชิม ท่านบอกว่า “รสชาติดีๆ ของข้าวหมก ไม่ได้มาเพียงจากไก่หรือเนื้อวัวเท่านั้นนะ”

ผมว่านี่คือความเมตตา ที่แม้จะดูเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับผมนั้นไม่เล็กน้อยเลยครับ

เล่าอีกเรื่องก็ได้ครับ วันหนึ่งผมกับ”เฮียไชยวัฒน์”(ไชยวัฒน์ ยนเปี่ยม)แวะไปเยี่ยมอาจารย์ก่อนเที่ยง ความจริงก็ไปเพื่อเลียบๆ เคียงๆ หาข่าวนั่นแหละครับ

ท่านบอกว่า “วันนี้พวกคุณอยู่ก่อน อย่าเพิ่งไปไหน จะตำน้ำพริกกะปิให้กิน”

จากนั้น ท่านก็เรียก”พี่สละ”คนในบ้าน เตรียมพริกขี้หนูสด มะนาวกะปิดี กระเทียม น้ำตาลปี๊บและน้ำปลาดีไว้พร้อม แล้วลงมือตำต่อหน้าผมและ”เฮียไชยวัฒน์” ตำเสร็จก็ชิม เติมน้ำสุกเล็กน้อยได้รสชาติดีแล้ว ก็ตักใส่ถ้วย ปลิ้นเปลือกมะนาวผ่าซีกกลับข้าง ขอดน้ำพริกใส่ถ้วยจนเกลี้ยงครก

พลางบอกว่า “วันนี้ผมจะเลี้ยงข้าวกลางวันคุณบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ (นักการเมืองฝีมือดีจากภาคเหนือ)แล้วพวกคุณก็อยู่ เป็นประจักษ์พยานด้วย”

“ผมจะชวนคุณบุญเท่งเข้าพรรค(กิจสังคม)”

พอคุณบุญเท่งมา ระหว่างรับประทานข้าวน้ำพริกปลาทูและผักสดด้วยกันสี่คน ท่านก็พูดคุยต่อหน้าพวกเรา หยอกล้อคุณบุญเท่งว่า “ทุกๆคนที่บ้าน สบายดีหรือ”

คุณบุญเท่งก็ตอบว่า”เมียทุกคนสบายดีครับ”

ผมกับ”เฮียไชยวัฒน์”ถึงกับหัวเราะก้าก เพราะรู้มาเลาๆ ว่า คุณบุญเท่งนั้น ท่านมีภริยาหลายคน จนเป็นที่เล่าลือ

ไม่กี่วันต่อมา ก็มีข่าวว่า “บุญเท่ง ทองสวัสดิ์”เข้าเป็นสมาชิกพรรคกิจสังคมเรียบร้อย

ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง ตามประสบการณ์ที่ได้มา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า”อาจารย์หม่อม”นั้น ท่านมีเมตตาบารมีเพียงไร(แถมด้วยอารมณ์ขัน)เท่านั้นแหละครับ

ย้ำอีกครั้งว่า วันนี้ ๒๐ มกราคม เป็นวันครบรอบวันเกิดประจำปีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ครับ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *