INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ดูท่า “ทรัมพ์-ไบเดน” จะไปไม่รอด

สบาย สบาย ไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ดูท่า “ทรัมพ์-ไบเดน” จะไปไม่รอด
วันนี้หันมาสำรวจการเมืองสหรัฐมั่งครับ เพราะปีหน้าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีกันอีกแล้ว
วงการพนันขันต่อชี้ว่า “โดนัลด์ ทรัมพ์”วัย ๗๗ ได้เปรียบ “โจ ไบเดน” วัย ๘๐ ครับ
“ทรัมพ์” อ่อนกว่า “ไบเดน” ๓ ปี นับว่าสูสีครับในแง่อายุ และยังได้เปรียบทางการเมืองอยู่ ตามข้อมูลต่อไปนี้
ลองมาดูตัวเลขการต่อรองของทั้งสองคนให้ชัดเจนขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่งจาก  US presidential elections board นั้นระบุว่า “ทรัมพ์” อยูที่ + ๑๓๗ “ไบเดน”อยู่ที่ + ๒๐๐
ตีความจากตัวเลขที่ว่านี้ “ทรัมพ์” เป็นต่อ “ไบเดน”อยู่หลายขุม
ผมก็ไม่มีความรู้เรื่องการต่อรองอะไร เหตุไฉนคนที่ได้คะแนนน้อยกว่า จึงได้เปรียบคนที่คะแนนมากกว่า
ใครรู้ช่วยบอก “คนโง่” อย่างผมหน่อยเถอะครับ
ล่าสุด“ซีเอ็นเอ็น โพล”(๗ พย.๖๖)ระบุว่า ความนิยมที่มีต่อ “ทรัมพ์” อยู่เหนือ “ไบเดน” เล็กน้อยที่ ๔๙ % ต่อ ๔๕ %
แต่ก็มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่า ท่ามกลางการความพยายามหาเสียงช่วงชิงความนิยมกันอย่างเอาเป็นเอาตายระหว่าง “ทรัมพ์” (รีพับลิกัน)กับ”ไบเดน” (เดโมแครต)นั้น  
ผู้มีสิทธิออกเสียงอีกจำนวนหนึ่งเทความสนใจที่จะเลือกตัวแทนพรรคที่ ๓ มากกว่า ซึ่งอาจจะหมายถึงบุคคลที่ไม่ได้สังกัดพรรคเลยก็ได้เพราะ:-
๑ เบื่อหน่ายคนแก่ทั้งสอง ที่นับวันจะเลอะเทอะมากขึ้นแล้ว
๒ อยากได้คนหนุ่มที่สดๆ ซิงๆ ใหม่ๆ
ตามประวัติศาสตร์การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐยุคใหม่สุด นับตั้งแต่ปี ๑๙๙๐(พ.ศ. ๒๕๓๓) แล้ว ที่ไม่เคยมีผู้ลงชิงจากพรรคที่ ๓ เลย
มาถึงวันนี้การช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ผูกขาดมาระหว่างสองพรรคดูท่าจะเปลี่ยนแปลงไปครับ
คือจะมีพรรคที่ ๓ แทรกเช้ามา
ถามว่าทำไม
ตอบว่า สภาวะการเมืองที่แตกแยกแบ่งขั้วกันชัดเจนขึ้นนับตั้งแต่การเลือกตั้งคราวที่แล้ว(๒๐๒๐)อย่างหนึ่ง ความวิตกต่อภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างหนึ่งกับสงครามฮามาสที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงถึงสหรัฐอีกอย่างหนึ่ง
สามประการนี้คือตัวกำหนดให้ต้องเปลี่ยนแปลงอยากได้ “คนรุ่นใหม่” มาเป็นผู้นำ
และต้องมาจากพรรคที่ ๓ เท่านั้น ซึ่งก็หมายถึงผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งที่ไม่สังกัดพรรคใดด้วย
๖๓ % ของผู้มีสิทธิออกเสียงเชื่อว่าทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตมีผลลงานที่ย่ำแย่มาก จำเป็นที่จะต้องมีพรรคที่ ๓ มาทำหน้าที่แทน ทั้งนี้จากการหยั่งเสียงของ”แกลลัพ โพล”
ดังนั้นจึงคาดว่า ในการเลือกตั้งขั้นต้น หรือเลือกตั้งผู้สมัครรอบแรก จะมีชื่อของตัวแทนพรรคที่ ๓ อุบัติขึ้นมาแทรก
ทั้งนี้ ท่ามกลางความห่วงใยต่อวัยอันเงอะงะของ”ไบเดน”กับความไม่แน่ไม่นอนถึงอนาคตทางการเมืองของ”ทรัมพ์”ที่กำลังเผชิญกับการโหมกระหน่ำของพายุคดีต่างๆซึ่งกำลังคุกคามเขาจนน่าเป็นห่วงว่าจะรอดหรือไม่รอด
ก็มาถึงคำถามที่ว่า แล้วยังจะมีใครเล่าที่จะมาเป็นตัวแทนพรรคที่ ๓
ผลการหยั่งเสียงของ”รอยเตอร์ส/อิปซอส”ระบุว่า เขาผู้นั้นคือ”โรเบอร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์”วัย ๖๙
ลูกชายของอดีตอัยการสูงสุด(ตำแหน่งเทียบเท่ารมต.ยุติธรรม)”โรเบอร์ต เอฟ. เคนเนดี” หลานของ “อดีตประธานาธิบดี” จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ นั่นเอง
เขาผู้นี้เป็นนักเคลื่อนไหวตัวยงต่อต้านการสมคบคิดผลิตวัคซีน ด้วยเชื่อว่า การสมคบคิดนี้เป็นการเอารัดเอาเปรียบสาธารณชนทั่วโลกที่ผูกขาดผลิตและขายวัคซีน สามารถกำหนดราคาตามใจชอบ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
เขาได้ประกาศจะลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่สังกัดพรรคใด มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว(ตุลาคม)และได้คะแนนนิยมจากการหยั่งเสียงสามฝ่าย ทรัมพ์-ไบเดน-เคนเนดีจูเนียร์)ที่ ๒๐ %
กลุ่ม”American Values 2024″ SuperPac ซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนเชื้อสายสเปนรวมทั้งคนเชื้อสายเม็กซิกันและคนดำในสหรัฐระดมเงินได้ ๑๗ ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นทุนช่วยหาเสียงให้”เคนเนดี จูเนียร์”
ทุนนี้มาจากผู้บริจาคระดับมหาเศรษฐีและแม้แต่ผู้ที่เคยสนับสนุน”ทรัมพ์”
ก็ได้แต่รายงานมาเป็นการเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการลั่นกองรบ รณรงค์หาเสียงช่วงชิงคะแนนนิยมด้วยความเข้มข้นและจริงจังมากกว่านี้ครับ
ถ้ามีข่าวครามคืบหน้าอะไรที่น่าสนใจในเรื่องนี้ ผมจะรีบติดตามนำมาย่อยให้อ่านโดยไม่ช้าและไม่นานเกินรอครับ
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com