เฮลเลนิสซึ่ม

เฮลเลนิสซึ่ม
มรดกของอเล็กซานเดอร์มหาราชทั้งแผ่ขยายและลึกซึ้ง เริ่มเเรกบิดาของเขาสามารถรวมนครรัฐกรึกให้เป็นหนึ่งเดียว และอเล็กซานเดอร์ได้ทำลายจักรวรรดิ์เปอร์เซีย ที่สำคัญกว่าการชนะของอเล็กซานเดอร์เขาได้แพร่กระจายวัฒนธรรมกรีกรู้จักกันเป็นเฮลเลนิสซึ่มไปทั่วจักวรรดิ์ของเขาด้วย ถ้อยคำเฮลเลนิสติค ตามตัวอักษรคือ เลียนแบบกรีกโยฮันน์ กุสตาฟ ดรอยเซน เป็นนักประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของเยอรมันชีวะประวัติของอเล็กซานเดอร์มหาราช และประวัติศาสตร์ของเฮลเลนิสซึ่มของเขาอยู่ท่ามกลางผลงานทางประวัติศาสตรฺของศตวรรษที่ 19 และไม่เคยไม่มีการพิมพ์เลย เขาได้สร้างถ้อยคำ “เฮลเลนิสติค”ภายในผลงานคลาสสิคของเขา “Geschichte des Hellenismus” อ้างถึงและระบุช่วงเวลาเมื่อวัฒนธรรมกรีกได้แพร่กระจายภายในโลกไม่ใช่กรีกภายหลังการยึดครองของอเล็กซานเดอร์ ตามมาทีหลังโยฮานน์ ดรอยเซน เฮลเลนิสติค และถ้อยคำเกี่ยวพัน เช่น เฮลเลนิสซึ่มได้ถูกใช้กันอย่างกว้างขวางภายในบริบทแตกต่างกันถ้อยคำ เฮลเลนิสคิค เป็นคำคุณศัพท์ของคำนาม เฮลเลนิสซึ่ม สร้างโดยโยฮานน์ ดรอยเซน เพื่อประวัติของเฮลเลนิสซึ่มของเขา มันเป็นชื่อที่เขาให้กับลำดับของผลงานเขาเขึยนภายในศตวรรษที่ 19 เกี่ยวกับอเล็กซานเดอร์และผู้สืบทอดของเขาและศตวรรษระหว่างการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ และการรวมกันของอาณาจักรกรีกของผู้สีบทอดไปสู่สาธารณรัฐโรมัน การเลือกถ้อยคำของโยฮันน์ ดรอยเซ็นอยู่บนพื้นฐานของคำ เฮลเลนิสต์ มาจากความหมายของคำกริยา พูดกรีกวัฒนธรรมกรีกได้แพร่กระจายทั่วทั้งจักรวรรดิ์ ด้วยรูปแบบของศาสนาการปฏิบัติ และภาษา อเล็กซานเดอร์ มหาราชถือเป็นการเริ่มต้นของยุคเฮลเลนิสติ : ช่วงเวลาตรงที่วัฒนธรรมกรีกได้ครอบคลุมตลอดยุโรปและเอเซีย มันได้อยู่อย่างยาวนาน จนกระทั่งการยึดครองกรีกโดยโดยโรมหลายร้อยปีต่อมา เมื่อการเสียชีวิตของเขาภายใน 323 บีซีอเล็กซานเดอร์ได้ปกครองจักรวรรดิ์กว้างใหญ่ยืดจากกรีกไปสู่ปากีสถาน ผสมผสานวัฒนธรรมเปอร์เซียและกรีก ในขณะที่อเล็กซานเดอร์ให้ตำแหน่งอำนาจแก่ผู้ปกครองท้องที่ เขาได้วางวัฒนธรรมกรีกไว้ด้วย และได้สร้างเมืองกรีก – บ่อยครั้งเรียกชื่ออเล็กซานเดรียภายในกองทัพของเขา – ภายในดินแดนห่างไกลเหมือนปากีสถาน มันเป็นตัวอย่างของของเฮลเลนิสซึ่มที่อเล็กซานเดอร์เชื่อมั่น เมื่อ 336 บีซี อเล็กซานเดอร์มหาราชได้กลายเป็นผู้นำอาณาจักรกรีกแห่งมาซีโดเนีย ตอนที่เขาเสียชีวิตสิบสามปีต่อมา อเล็กซานเดอร์ได้สร้างอาณาจักรที่ยีดจากกรีกไปจนสุดอินเดีย มันได้แพร่กระจายความคิดและวัฒนธรรมกรีกจากเมดิเดอร์เรเนียนตะวันออกไปสู่เอเซีย ความคิดเฮลเลนนิสติคได้ถูกแนะนำเริ่มแรกโดยกองทัพของอเล็กซานเดอร์ เมื่อพวกเขาได้ยึดครองเอเซีย เฮลเลนิสซึ่ม ได้ถูกใช้อ้างถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมกรีก และการผสมของมันกับความหลากหลายของวัฒนธรรมเอเซียนักประวัติศาสตรฺเรียกยุคนี้นี้ว่า “ช่วงเวลาเฮลเลนิสติค” – ถ้อยคำเฮลเลนนิคติต มาจากคำเฮลลาเซียน หมายถึง พูดกรีกหรือผูกพันกรีกมันยาวนานตั้งแต่จากการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์เมื่อ 323 บีซี จน 31 บีซี เมื่อกองทัพโรมันได้พิชิตอาณาเขตสุดท้ายที่กษัตริย์มาซีโดเรียนครั้งหนึ่งได้ปกครองสามศตวรรษของประวัติศาสตร์กรีกระหว่างการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์เมื่อ 323 บีซี และการขึ้นมาของออกัสตุสภายในโรมเมื่อ 31บีซีได้รู้กันร่วมกันเป็นช่วงเวลาเฮลเลนิสติค เมื่อเขาได้เสียชีวิตอเล็กซานเดอร์ได้ทิ้งอาณาเขตยึดครองอย่างกว้างขวางโดยไม่มีสายการสืบทอดที่ชัดเจน และนายพลเข้มแข้งที่สุดของเขาได้แบ่งแยกมันเป็นหลายอาณาจักรที่กว้างใหญ่ การปกครองอิสระใหม่รวมไปถึงการแพร่กระจายวัฒนธรรมกรีกไปไกลถีงอินเดีย ปูเส้นทางเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ต่อวิถีทางที่กรีกมองตัวพวกเขาเอง และโลกรายรอบพวกเขา เฮลเลนิสซึ่ม เป็นความเชื่อของกรีกต่อความสำคัญของการแพร่กระจายวัฒนธรรมกรีก อเล็กซานเดอร์วางกรีกรับผิดชอบแห่งดินแดนที่ห่างไกล เเละสร้างเมืองกรีก มันมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมหลายร้อยปี เฮลเลนิสซึ่ม หมายถึงความเชื่อต่อความเหนือกว่าของวัฒนธรรมกรีก และความสำคัญของโลกกรีกเป็นหนึ่งเดียว ในขณะที่ดินเเดนที่อเล็กชานเดอร์สืบเชื้อสาย มาซีโดเนีย อยู่บนรอบนอกของโลกกรีกโบราณ อเล็กซานเดอร์ได้หลอมตัวเขาเองเป็นเฮลเลนิสติคอาจารย์ของอเล็กซานเดอร์เป็นนักปรัชญากรีก อริสโตเติล ประทับใจเขาด้วยค่านิยมของวัฒนธรรมและปรัชญากรีก เมื่ออเล็กซานเดอร์ได้สู้รบการยึดครอง เขาได้แพร่กระจายวัฒนธรรมกรีกภายในการปลุกเร้าของเขา ดังนั้นการทำให้เป็นกรีกภายในวัฒนธรรมแก่อาณาเขตที่เขาได้ยึดครองอเล็กซานเดอร์เสียชีวิตเมื่อ 11 มิถุนายน 323 บีซี ภายในบาบีลอน ทิ้งไว้ข้างหลังจักรวรรดิ์กว้างใหญ่ที่ได้ถูกแบ่งท่ามกลางนายพลของเขารู้จักกันเป็นไดอาโดจิ ช่วงเวลานี้ของประวัติศาสตร์ถูกแสดงโดยการทำสงครามอย่างต่อเนื่อง เมื่อนายพลเหล่านี้ต่อสู้กันเพื่อการควบคุมจักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์ช่วงเวลาเฮลเลนิสติคอ้างถึงระยะเวลาภายหลังการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ เมื่อผู้สืบทอดของเขาสร้างอาณาจักรของพวกเขาเองและวัฒธรรมที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกรีก ตลอดสิบสองปีของการสู้รบของเขาอเล็กซานเดอร์ได้ยึดครองโลกส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นกรีกโบราณเมื่อ 336 บีซี ตอนอายุ 20 ปี เขากลายเป็นกษัตริย์ของมาซีดอน เนื่องจากบิดาของเขา ฟิลิปที่สอง ได้ถูกสังหาร ฟิลิป ได้รวมอำนาจภายในกรีก และกำลังเตรียมการบุกเปอร์เซียเมื่อเขาถูกลอบสังหาร อเล็กซานเดอร์ ได้บุกเปอร์เซียเมื่อ 334 บีซี ด้วยกองทหารประมาณ 40,000 กว่าคนภายหลังได้ชัยชนะดาไรอัสที่สาม ณ เกากามาลาเมื่อ 331 บีซี เขาได้เข้ายึดครองจักรวรรดิ์เปอร์เซียอเล็กซานเดอร์ได้เดินทางกองทัพของเขาข้ามอาณาเขตอัฟกานิสถานยึดครองดินเเดนจำนวนมาก และไปไกลจนถึงอินเดีย ตามเส้นทางเขาได้สร้างเมืองที่ใช้ชื่อของเขารวมทั้งอเล็กซานเดีรยที่มีชื่อเสียงภายในอียิปจ์เมื่อ 327 บีซี ในขณะที่ทำการสู้รบภายในอินเดีย กองทัพของเขาได้ฝ่าฝืนและไม่ยอมรับการเดินทางต่อไป อเล็กซานเดอร์ได้ถูกกดดันให้หันกลับและมุ่งหน้าไปตะวันตกภายหลังการเดินทางผ่านทะเลทรายของเอเซียกลาง เขาได้มาถึงบาบีลอนเมื่อ 323 บีซี มันเป็น ณ ที่นี่ ตอนอายุ 32 ปี อเล็กซานเดอร์ได้เสียชีวิตทันที สาเหตุของการเสียชีวิตไม่รู้แต่เรามีหลายความคิดเห็นที่กลายเป็นนิยมแพร่หลาย ความคิดเห็นที่นิยมแพร่หลายมากที่สุดคือ อเล็กซานเดอร์ถูกวางยาพิษ มันเป็นที่รู้กันว่าเขาเจ็บป่วยภายหลังการดื่มไวน์ ณ งานเลี้ยงภายในบาบีลอน เขาได้เจ็บป่วยมากขึ้น และเสียชีวิตหลายวันต่อมานักประวัติศาสตร์โบราณดูเหมือนระบุผู้วางยาพิษเป็นชายคนหนึ่งชื่อแอนติเพเตอร์ ผู้ปกครองมาซีดอนระหว่างการบุกเปอร์เซียของอเล็กซานเดอร์ แอนติเพเตอร์ได้ถูกย้ายออกจากตำแหน่งของเขา และได้ถูกเรียกไปบาบีลอนพบกับอเล็กซานเดอร์ แอนติเพเตอร์อาจจะกลัวว่าเขาอาจจะถูกประหารชีวิตเป็นการลงโทษต่่อการทุจริต และมันได้กล่าวกันว่าเขาได้จัดการให้อเล็กซานเดอร์ถูกวางยาพิษโดยจุกรินไวน์ของอเล็กซานเดอร์ความคิดเห็นที่สองได้อ้างว่าอเล็กซานเดอร์เสียชีวิตด้วยโรคมาเลเรียมันอยู่บนข้อเท็จจริงว่าเขาได้ป่วยเป็นไข้ก่อนที่เขาเสียชีวิต แต่กระนั้นเราไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตตของเขาความคิดเห็นที่สามมองสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดขึ้นมาไม่นานมานี้เรื่องราวนี้เสนอเเนะว่าอเล็กซานเดอร์เสียชีวิตแท้จริงด้วยโรคไทฟอยด์มันอยู่บนข้อเท็จจริงว่าอาการหลายอย่างของเขา เช่น ปวดท้องและท้องเสียสอดคล้องกับโรคนี้ โชคไม่ดีเลยนับจากพันกว่าปีได้ผ่านไปนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเขา และเนื่องจากร่างกายของอเล็กซานเดอร์ได้เสียไปนานแล้ว เราไม่เคยรู้อย่างมั่นใจอะไรฆ่าเขาอย่างเเท้จริงนักวิจารณ์หลายคนมักจะสรุปว่าสาเหตุตามธรรมชาติเป็นไปได้มากที่สุดเนื่องจากอเล็กซานเดอร์ได้ผลักดันร่างกายของเขาจนไปถึงขีดจำกัดทางร่ายกายนานหลายปีของสงคราม บาดแผลทางร่ายกายหลายแห่ง การเดินทัพอย่างต่อเนื่อง และเขาเป็นนักดื่มไวน์ขนาดหนัก โรคใดก็ตามไม่ว่ารุนแรงอย่างไร เพียงพอที่จะฆ่าเขาได้การเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ทิ้งไว้ข้างหลัวจักรวรรดิ์ที่กว้างใหญ่ได้ถูกแบ่งท่ามกลางนายพลของเขา นายพลเหล่านี้รู้จักกันเป็นไดอาโดจิได้ต่อสู้กันเพื่อการควบคุมจักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์ สงครามของไดอาโดจิเป็นการทำสงครามอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดการแตกจักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์เป็นหลายอาณาจักรเล็กลงนายพลที่โดดเด่นมากที่สุดคิอ โตเลมี แอนติโกนัส คาสซานเดอร์ โตเลมียึดครองอียิปจ์และสร้างราชวงศ์ของเขาเอง แอนติโกนัสยึดครองเอเซียไมเนอร์ และสร้างราชวงศ์ของเขาเอง คาสซานเดอร์ยึดครองมาซีดอนและกรีก

การเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ได้ทิ้งไว้ข้างหลังจักรวรรดิ์กว้างใหญ่ที่ได้ถูกแบ่งท่ามกลางนายพลของเขา ก่อนการหายใจครั้งสุดท้ายของเขา อเล็กซานเดอร์ได้ถูกถามจากนายพลของเขา ใครควรจะก้าวขึ้นไปสู่อาณาจักรของเขาภายหลังการเสียชีวิตของเขา อเล็กซานเดอร์กล่าวด้วยความเข้มแข็งครั้งสุดท้ายของเขาว่า แก่ผู้เข้มแข็งที่สุด อเล็กซานเดอร์ได้ทิ้งไว้ข้างหลังเขาอาณาจักรวรรดิ์ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็น ยืดออกไปจากมาซีดอนและส่วนที่เหลือของกรีกภายในยุโรป ไปสู่ลุ่มแม่น้ำสินธุภายในเอเซียใต้แน่นอนอเล็กซานเดอร์ไม่ได้มีชีวิตอยู่บรรลุความฝันของเขา ภายหลังกลางคืนของงานเลี้ยงอย่างหนัก เขารู้สึกเจ็บป่วย สุขภาพของเขาค่อยทรุดลง เขาได้เสียชีวิตล้อมรอบโดยนายพลของเขา คำถามได้เกิดขึ้นจนถึงวันนี้เกี่ยวกับคำพูดสุดท้ายของอเล็กซานเดอร์ แก่บุคคลเข้มเเข็งที่สุด เขาไม่ได้ระบุชื่อเฉพาะของผู้สืบทอด ไม่มีอเล็กซานเดอร์ ย่อมจะไม่มีการปกครอง และไม่มีใครมีอำนาจตัดสินใจเนื่องจากเขาปฏิบัติต่อนายพลของเขาอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ต้องการสร้างการเเข่งขันคำพูดสุดท้ายของเขาไร้ความหมาย ไม่มีใครได้ถูกพิจารณาเป็นผู้เข้มแข็งที่สุด ภายหลังการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ จักรวรรดิ์ของเขาได้ถูกแบ่งเเยกท่ามกลางนายพลสี่คนของเขาที่รู้จักกันเป็นไดอาโดจิ หมายถึงผู้สืบทอด ได้เเบงแยกดินแดนจำนวนมากของจักรวรรดิ์ของเขาไปสู่อาณาจักรของพวกเขาเอง การเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ยาวนานและวุ่นวายรู้จักกันเป็นสงครามแห่งไดอาโดจิการเเบ่งนี้เกิดขึ้นจากการขาดผู้สืบทอดที่ชัดเจนเลือกโดยอเล็กซานเดอร์ตัวเขาเอง การนำไปสู่การต่อสู้และการแข่งขันท่ามกลางนายพลที่ทะเยอทะยานของเขา แสวงหาที่จะเรียกร้องส่วนแบ่งของจักรวรรดิ์ของพวกเขาปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งสนับสนุนต่อการแบ่งจักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์คือ ขนาดแท้จริงของการยึดครองของเขา ณ จุดสูงสุด จักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์ยืดจากกรีกไปสู่อียิปจ์ และตะวันออกไกลถึงอินเดียการรวมเอาอาณาเขตหลากหลายด้วยวัฒนธรรม ภาษา และประเพณีแตกต่างกัน การปกครองจักรวรรดิ์กว้างใหญ่ได้ถูกมองเห็นเป็นงานที่น่ากลัวโดยไม่มีศูนย์กลางอำนาจที่เข้มแข็งยิ่งกว่านั้นการเสียชีวิตทันทีของอเล็กซานเดอร์ตอนอายุ 32 ปี ปล่อยสูญญากาศอำนาจไว้ที่นายพลของเขาหาประโยชน์ทันที โดยไม่มีการแต่งตั้งทายาท เพื่อนใกล้ชิดของเขารู้จักกันเป็นไดอาโดจิ แข่งขันเพื่อการควบคุมส่วนที่แตกต่างกันของจักรวรรดิ์ การต่อสู้ทางอำนาจตามมาทำให้เกิดการแตกกระจายของจักรวรรดิ์ที่เคยหนึ่งเดียว ไปสู่หลายอาณาจักรอิสระ ปกครองโดยนายพลก่อนหน้านี้ของอเล็กซานเดอร์การแบ่งจักรวรรดิ์ได้ถูกอิทธิพลโดยความทะเยอทะยานส่วนบุคคลและการแข่งขันท่ามกลางไดอาโดจิ นายพลเหมือนเช่นโตเลมี เซลิวคัสแอนติโกนัส และคาสซานเดอร์ แต่ละคนพยายามสร้างราชวงค์ของพวกเขาเอง และรักษาตำแหน่งอำนาจของพวกเขาไว้ ผลประโยชน์ที่แข่งขันกันนำไปสู่ความขัดเเย้งทางทหารเมื่อไดอาโดจิเเข่งขันเพื่อความเหนือกว่าภายในสูญญากาศอำนาจปล่อยทิ้งไว้โดยการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ เหนือสิ่งอื่นใด การแบ่งจักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์ภายหลังการเสียชีวิตของเขาเป็นผลลัพธ์ของการรวมกันของปัจจัยมีทั้งการขาดผู้สืบทอดที่ชัดเจน ขนาดของจักรวรรดิ์ที่กว้างใหญ่ ความทะเยอทะยานส่วนบุคคลของนายพล สงครามไดอาโดจิที่ตามมาแสดงช่วงเวลาของความขัดเเย้งที่วุ่นวาย และความไม่มั่นคงเ มื่อเพื่อนก่อนหน้านี้ของอเล็กซานเดอร์ได้แข่งขันกันเพื่ออำนาจ สงครามไดอาโดจิ หรือสงครามผู้สืบทอดของอเล็กซานเดอร์เป็นลำดับของความขัดเเย้งต่อสู้ระหว่างนายพลเเนวหน้าของอเล็กซานเดอร์กาต่อสู้ได้เกิดขึ้นระหว่าง 322 และ 281 บีซี พวกเขาได้ต่อสู้เพื่อจักวรรดิ์ที่กว้่างใหญ่ขยายจากกรีกไปสู่อินเดียภายในลำดับของความขัดเเย้งที่นองเลือด ยุคของไดอาโดจิของอเล็กซานเดอร์เป็นหนึ่งหน้าหนังสือนองเลือดที่สุดขอประวัติศาสตร์กรีก ท่ามกลางนายพลที่ทะเยอทะยานพยายามรักษาส่วนจักรวรรดิ์ของอเล็กซานเดอร์ นำไปสู่การสร้างอาณาจักรที่สร้างโลกเฮลเลนิสติค มันเป็นช่วงเวลาแห่งการวางแผนร้าย การทรยศ และการนองเลือด

ที่จริงแล้วรัชสมัยของอเล็กซานเดอร์แสดงการเริ่มต้นของยุคใหม่รู้จักกันเป็นยุคเฮเลนนิสติค เพราะว่าอิทธิพลทางอำนาจของวัฒนธรรมกรีกที่มีีต่อบุคคลทั่วโลก ถ้าไม่มีความทะเยอทะยานของอเล็กซานเดอร์ ความคิดและวัฒนธรรมกรีกยังคงจำกัดอยู่ภายในกรีกเท่านั้นภายในสามร้อยปี วัฒนธรรม ศาสนา วิทยาศาสตร์ และศิลปะเฮลเลนิสติคได้สร้างและรวมพื้นที่กว้างใหญ่เป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกไปสู่เทือกเขาหิมาลัย ผลกระทบของการเป็นเฮลเลนิคติคมีพลังมากเมื่อโรมันได้ยึดครองอาณาจักรเฮลเลนิคติคสุดท้าย โรมันได้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของมรดกของอเล็กซานเดอร์มหาราช การรับเอาความคิดเฮลเลนิสติคได้สร้างใหม่วัฒนธรรมและสังคมของโรมัน วางรากฐานเพื่อโลกสมัยใหม่ของเรากองทัพทหารดินเผาได้ถูกค้นพบเมื่อ ค.ศ 1974 และเชื่อว่าเป็นการค้นพบยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของจีน มันเป็นไปได้หรือไม่งานศิลปะของจีนเพียงแค่ลอกเลียนแบบงานศิลปะและการปั้นรูปของกรีกโบราณ นักวิทยาศาสตร์ได้เพียงแค่ค้นพบไม่นานมานี้ มันอาจจะเป็นความเกี่ยวพันระหว่างกรีกและจีนมากกว่าที่พวกเขาคิดว่าเป็นก่อนหน้านี้ มันเป็นความจริงที่อเล็กซานเดอร์ได้เข้าไปจีน ภายหลังการยึดครองอินเดีย และเขาได้มีอิทธิพลต่อสถาปนิคและนักปั้นรูปจีน มันได้เสนอเเนะว่าไม่เพียงแต่กรีกมีอิทธิพลต่อจีนเพื่อกองทหารดินเผาเท่านั้น แต่พวกเขาได้ช่วยเหลือจีนสร้างมันด้วยเราอาจจะคิดว่านักปั้นกรีกอาจจะอยู่ ณ สถานที่ตั้งฝึกอบรมชาวท้องที่ด้วยนักศิลปะกรีกโบราณอาจจะเดินทางไปจีน 1500 ปี ก่อนการเดินทางประวัติศาสตร์ของมาร์โคโปโลไปสู่ตะวันออก พวกเขาได้ช่วยเหลือออกแบบกองทัพจีนดินเผาที่มีชื่อเสียง ตามการวิจัยครั้งใหม่นักโบราณคดีทำงานกับกองทัพทหารดินเผาภายในจีนเชื่อว่า รูปร่างเหมือนมีชีวิตของพวกเขาได้ถูกทำรูปจากนักปั้นกรีกโบราณมันได้ถูกเชื่ออย่างกว้างขวางว่าการสู้รบทางทหารของอเล็กซานเดอร์ไปสู่อินเดียเมื่อ 236 บีซี เป็นจุดเเรกของการติดต่อระหว่างตะวันออกและตะวันตก
การทิ้งไว้เบื้องหลังศิลปะพระพุทธรูปแบบกรีก เเต่ความคิดเห็นใหม่ได้ก้าวต่อไป ด้วยมรดกทางวัฒนธรรมนำมาสู่อินเดียโดยกองทัพกรีกติดตามอเล็กซานเดอร์ ได้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ของจีน : กองทัพทหารดินเผา การรวบรวมของรูปปั้นมนุษย์เท่าตัวจริง 8,000 ตัวพร้อมด้วยรถม้าศึกและทหารม้า เชื่อว่าถูกปั้นเมื่อศตวรรษที่สอง บีซีอีและถูกฝังอยู่รวมกับจิ๋นซีฮ่องเต้ จักพรรดิ์องค์แรกของจีน มันได้ถูกเข้าใจว่ากองทัพทหารจีนดินเผาจะคุ้มครองจักพรรดิ์ต่อชีวิตของพระองค์ภายหลังการเสียชีวิตการเสนอแนะว่าภายในศตวรรษภายหลังการสู้รบของอเล็กซานเดอร์ รูปปั้นกรีกได้สามารถสร้างหนทางของมันไปสู่จีนและมีอิทธิพลต่อกองทัพทหารดินเผา การวิจัยไม่นานมานี้ได้อ้างว่าชิ้นของศิลปะเกี่ยวกับความตายได้ถูกอิทธิพลจากการมีอยู่ของกรีกภายในจีน มันเป็นความจริงที่ว่าอเล็กซานเดอร์ได้เข้าไปจีนภายหลังการยึดครองอินเดีย และการมีอิทธิพลต่อสถาปนิกและนักปั้นจีนถอยหลังภายในเวลาไปสู่จีนโบราณ ตรงที่สุสานกว้างใหญ่ได้ถูกสร้างเพื่อจักรพรรดิ์องค์แรก จิ๋นซีฮ่องเต้ เมื่อคุณเดินผ่านห้องใต้ดิน คุณได้ตกตะลึงกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่คาดหมาย กองทัพของนักรบดินเผาขนาดตัวจริง แต่ละตัวเฉพาะภายในวิถีทางของมันเอง รูปปั้นเหล่านี้ได้ถูกสร้างอย่างพิถีพิถัน 2000 ปีที่แล้วยืนเข้าแถว เพื่อการสู้รบ คุณได้ยืนอยู่ภายในท่ามกลางของกองทัพทหารดินเผาการค้นพบทางโบราณคดียิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งแห่งช่วงเวลาของเรา

กองทัพทหารดินเผาได้ถูกค้นพบเมื่อ ค.ศ 1974 เมื่อกลุ่มของชาวนาท้องที่ เมืองลินทง มณฑลชานซี จีน ได้ขุดบ่อน้ำ พวกเขาได้ขุดพบเศษรูปปั้นทหารปูนขนาดเท่าตัวจริงเยือกเย็นเพื่อการรบ หลักฐานชิ้นแรกของสิ่งที่กลายเป็นการค้นพบทางโบราณคดียิ่งใหญที่สุดของสมัยใหม่ ใกล้สุสานของจินซีฮ่องเต้ จิ๋นซีฮ่องเต้ได้ประกาศเป็นจักรพรรดิ์องค์แรกของจีนเมื่อ 221 บีซี ต่อมาผู้ขุดพบได้รายงานแก่ผู้มีอำนาจจีนที่ได้ส่งนักโบราณคดีมา ณ สถานที่ตั้ง พวกเขาไม่ได้พบทหารปูนเพียงตัวเดียว แต่เป็นทหารปูนหลายพันตัวทหารปูนแต่ละตัวด้วยการแสดงออกหน้าตาเฉพาะ แต่ละใบหน้าจะแตกต่างและไม่เหมือนกันและวางตามตำแหน่ง รูปปั้นสูงแตกต่างกันตามตำแหน่งของพวกเขา สูงที่สุดเป็นนายพล รูปปั้นมีทั้งนักรบ รถม้าศึก และม้า หลุมสามหลุมบรรจุหลุมละประมาณ 2,007 ตัว รวมแล้วกองทัพทหารดินเผามีมากกว่า 8,000 ตัว รถม้าศึก 130 คัน ม้า 520 ตัว และทหารม้า 150 นาย ความสูงโดยเฉลี่ยของทหาร 5 ฟุต 11 และพวกเขาสามารถสูงถึง 6 ฟุต 7 หลุมแต่ละหลุมยาวประมาณ 200 เมตร ลึก 5 เมตร เพื่อการสร้างกองทัพทหารดินเผาและสุสาน นักวิจัยเชื่อว่ามันใช้แรงงาน 700,000 คน และใช้เวลาทำเสร็จ 30 ถึง 40 ปีนักวิชาการมองกองทัพทหารดินเผาเป็นเเบบจำลองเพื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ตระเตรียมกองทหารที่น่ากลัวของเขาเพื่อการสู้รบและสามารถรวมนครรัฐให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างไร เราสามารถมองเห็นองค์การทหารของเขา ยศที่แตกต่างกันของนักรบ เราสามารถมองเห็นพระองค์ขี่รถม้าอะไร และโครงสร้างของสุสาน มันได้สะท้อนพระราชวังตลอดชีวิตของเขา
จิ๋นซีฮ่องเต้ชนะการสู้รบอย่างมากภายในชีวิตของเขาเเต่ความมุ่งหมายขับเคลื่อนของเขายิ่งใหญ่กว่านี้ เขาได้เเสวงหาที่จะชนะความตาย เพื่อการบรรลุความเป็นอมตะ เขาได้สร้างตัวเขาเองเป็นสุสาน เมืองใต้ดินที่กว้างใหญ่ป้องกันโดยกองทัพทหารดินเผาเท่าตัวจริงจิ๋นซีฮ่องเต้ รู้จักกันเป็นต่อนวัตกรรมที่น่าทึ่งรวมการปกครองของเขาผ่านการทำให้ทันสมัย ระหว่างรัชสมัยของเขา เขาได้แนะมาตรฐานของเงินตรา การประพันธ์ การวัด และอย่างอื่น เขาได้เชื่อมโยงเมืองและรัฐด้วยระบบที่ก้าวหน้าของถนนและคลอง เขาได้ถูกยกย่องกับการสร้างกำแพงเมืองจีนอย่างต่อเนื่องด้วยบางทีเป็นสัญลักษณ์รู้จักกันอย่างกว้างขวางที่สุดของจีนจนทุกวันนี้จิ๋นซีฮ่องเต้ไดัถูกมองเป็นอัฉริยะทางทหารและแม้ว่าวิธีการของเขามีทั้งการสังหารหมู่และการทำลายล้าง บุคคลบางคนอ้างว่าความสำเร็จในที่สุดของเขาของการรวมรัฐเข้าด้วยกันแสดงเหตุผลของความรุนเเรง ต้นทุนที่จำเป็นต่อการสร้างชาติ บางทีมุมที่น่านใจมากที่สุดของการสร้างสุสานคือ มันได้เสนอแนะเกี่ยวกับความลุ่มหลงของจักรพรรดิ์หนุ่มกับความเป็นอมตะ การขับเคลื่อนที่จะชนะความตาย ในที่สุดจักรพรรดิ์องค์แรกได้ขึ้นไปสู่บัลลังก์ของรัฐฉินตอนอายุ 13 ปี ณ ช่วงเวลาหนึ่งเขาได้เริ่มต้นทันทีวางแผนการฝังศพของเขา และที่สำคัญกว่า พระราชวังใต้ดินของเขา สุสานอยู่กับกองทัพทหารดินเผามุ่งหมายป้องกันเขาภายในชีวิตหลังความตายนอกจากกนักรบ รถม้าศึก และม้า แล้ว การขุดค้นพบเครื่องประดับหยก เครื่องตกแต่งทองคำ และเรือพิธีกรรมทองสัมฤทธิ์ ตามนักประวัติศาสตร์จิ๋นซีฮ่องเต้กลัวว่าช่างฝีมิออาจจะเปิดเผยทรัพย์สมบัติทุกอย่างอยู่ภายในสุสาน….. ภายหลังการฝังศพและปิดผนึกทรัพย์สมบัติ ประตูกลางได้ถูกปิด และประตูข้างนอกปิดที่จะกักขังช่างฝีมือและคนงานทุกคน ดังนั้นไม่มีใครเลยได้ออกมาจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นจักรพรรดิ์องค์แรก และผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฉิน เขาได้สร้างจักรวรรดิ์จีนรวมกันครั้งแรก ปกครองตั้งแต่ 246 บีซีอี ถึง 210บีซีอี ภายในรัชสมัย 35 ปีของเขา เขาทำให้เกิดทั้งความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมและความรู้อย่างรวดเร็วและการทำลายและการกดขี่อย่างมาก เขามีชื่อเสียงต่อการสร้างโครงการก่อสร้างที่มหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ รวมทั้งการเริ่มต้นของกำแพงเมืองจีนการสู้รบนำโดยอเล็กซานเดอร์มหาราชไปสู่อินเดียได้ทิ้งไว้ข้างหลังปะเพณีทางวัฒนธรรมที่สวยงามด้วยรูปแบบศิลปะพระพุทธรูปแบบกรีกรากฐานของการปฏิบัติทางศิลปะนี้ได้ปูเส้นทางเพื่อจุดเเรกของการติดต่อระหว่างวัฒนธรรมของตะวันตกและตะวันออก แต่การวิจัยใหม่อ้างว่าประเพณีทางศิลปะกรีก ไม่เพียงแค่มีอิทธิพลต่อรูปปั้นของกองทหารดินเผาเท่านั้น แต่น่าจะเป็นไปได้นักศิลปะกรีกได้ควบคุมการสร้างมันภายในจีนด้วย ช่างปั้นกรีกอาจจะช่วยบันดาลใจกองทหารดินเผานี้ที่กำลังคุ้มครองสุสานจักรพรรดิ์องค์แรกของจีนมานานกว่า 2000 ปี นักโบราณคดีทำงานกับกองทหารดินเผากล่าวว่าในขณะนี้พวกเขาเชื่อว่ามันได้รับอิทธิพลโดยการเข้ามาภายในจีนของนักปั้นกรีกโบราณ และเเม้แต่นักปั้นกรีกได้เดินหน้ามาที่นี่สอนการออกเเบบของพวกเขา
ภายใน 334 บีซีอี อเล็กซานเดอร์ กษัตริย์แห่งมาซีดอน กองทหารของเขาประกอบด้วยกองกำลังมาซีโดเนียและกรีก ได้บุกจักรวรรดิ์เปอร์เชียสิบปีต่อมา อเล็กซานเดอร์ เป็นผู้ปกครองของจักรวรรดิกว้างใหญ่ ได้ยืดจากฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนไปสู่แม่น้ำสินธุ แต่กระนั้นภายหลังไม่นานอเล็กซานเดอร์ได้เสียชีวิต อาณาจักรที่กว้างใหญ่นี้ได้เริ่มต้นแตกเป็นเสี่ยง เมื่อผู้สืบทอดและนายพลของเขาได้ต่อสู่ระหว่างกันเพื่อความเหนือกว่า อเล็กซานเดอร์มหาราชมีชื่อเสียงต่อการยึดครองทางทหารของเขาสร้างจักรวรรดิ์ที่กว้างใหญ่ ยีดออกไปจากกรีกไปจนถึงอินเดีย โชคไม่ดีเขาเสียชีวิตตอนอายุน้อย และในไม่ช้าจักรวรรดิ์ได้พังทลายลงตามลำดับของสงครามนำโดยผู้สืบทอดของเขา แต่กระนั้ยอเล็กซานเดอร์ได้ทิ้งมรดกที่ยั่งยืน โลกเฮเลนิสติคเมื่ออเล็กซานเดอร์เสียชีวิตภายใน 323 บีซี อายุ 32 ปี อาณาจักรกว้างใหญ่ของเขาประกอบด้วยมากว่าสองล้านตารางไมล์ ยืดขยายจากกรีกไปสู่อินเดียความสำเร็ของเขาไม่มีใครเทียบเท่า ก่อตั้งเมืองใหม่สิบแปดเมือง และประทับหน้าตาวัฒนธรรมกรีกบนตะวันออกโบราณเขาดำเนินการบุกอาณาจักรเปอร์เชียที่วางแผนไว้ของบิดาของเขาแต่เขาไม่ได้หยุดอยู่ตรงนี้ ก่อนที่อเล็กซานเดอร์ชนะเปอร์เชีย เขาได้อาจหาญไปสู่อียิปจ์ และภายหลังเขาชนะเปอร์เชีย เขาได้ไปสู่อินเดียด้วยการยึดครองดินเเดนเหล่านี้ อเล็กซานเดอร์ได้สร้างหนึ่งของอาณาจักรใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมองเห็นภายในโลกโบราณตอนการเสียชีวิตของเขา ณ อายุ 32 ปี
Cr : รศ สมยศ นาวีการ

