INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สามเหลี่ยมของความไว้วางใจ

IMG 3635

สามเหลี่ยมของความไว้วางใจ

เรามีการพูดกันมากเกี่ยวกับความสำคัญของทั้งความเห็นอกเห็นใจและความเเท้จริงภายในความเป็นผู้นำความเป็นผู้นำแบบความเข้าอกเข้าใจและความเป็นแท้จริงเป็นโมเดลที่สามารถปูเส้นทาง บนผิวเผินมันอาจจะปรากฏคล้ายกับคุณลักษณะส่วนบุคคล ไม่ใช่แนวคิดของความเป็นผู้นำ อย่าตัดสินบุคคลบางคน จนกว่าคุณได้เดินหนึ่งไมล์ภายในรองเท้าของพวกเขา ความเข้าอกเข้าใจเป็นความสามารถและความรู้สึกไวต่อความรู้สึก ความคิด และการกระทำของบุคคลอื่น หมายถึงสามารถใส่ตัวเองภายในรองเท้าของของบุคคลอื่น เเละจินตนาการพวกเขารู้สึกอย่างไรภายในสถานการณ์บางอย่าง และทำไมพวกเขาได้กระทำตามวิถีทางนั้นการเพิ่มความเห็นอกเห็นใจของคุณไม่ใช่เพียงแค่เกี่ยวกับการกลายเป็นผู้นำที่ดีมันเกี่ยวกับการกลายมนุษย์ที่แท้จริง เชื่อมโยง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญความเห็นอกเห็นใจภายในความเป็นผู้นำของคุณ คุณได้สร้างสภาพแวดล้อมงาน ตรงที่บุคคลของคุณรู้สึกเข้าใจจูงใจ และมีคุณค่า ผู้นำแบบเห็นอกเห็นใจช่วยให้พวกเขาเข้าใจความคิด ความรู้สึก และการกระทำของบุคคลของพวกเขา ในขณะที้ผู้นำแบบเห็นอกเห็นใจไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญต่อการให้คำปรึกษาสุขภาพจิต แต่พวกเขามีระดับความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงผู้นำแบบแท้จริงเป็นผู้นำแบบเห็นอกเห็นใจมีความสามารถที่จะรู้สึกความรู้สึกของบุคคลอื่น และพวกเขามองอะไรอย่างไร ด้วยความเห็นอกเห็นใจ คุณสามารถรับฟังอย่างตั้งใจที่จะเข้าใจมุมมองของบุคคลอื่นผู้นำที่ต้อนรับมุมมองตรงกันข้าม และให้การพิจารณามันอย่างยุติธรรมซึมซับความเป็นผู้นำของพวกเขาด้วยความเป็นแท้จริงความเห็นอกเห็นใจพร้อมด้วยความตระหนักตัวเองให้อาหารศีลธรรมของความเป็นผู้นำแบบแท้จริง การยึดรากฐานของจริยธรรมทางบวกเมื่อคุณตัดสินใจแสดงถึงวุฒิภาวะทางศีลธรรมความเป็นผู้นำแบบเห็นอกเห็นใจเป็นความสามารถที่จะระบุและเข้าใจความคิด ความรู้สึก และความแตกต่างของบุคคลอื่น และตอบสนองไปตามนั้น ขอให้จดจำว่าการเป็นผู่นำแบบเเท้จริงไม่ใช่เพียงแค่เกี่ยวกับการเป็นบุคคลที่ดี มันเกี่ยวกับการส่งเสริมการเชื่อมโยงและความไว้วางใจที่เป็นจริงต้องการที่จะยกระดับความสัมพันธ์ และสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพสูง ในขณะที่ยังคงรักษาความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์เพื่อการหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจ มันเป็นประโยชน์ที่จะมองต้นกำเนิดของมัน ถ้อยคำ ความเห็นอกเห็นใจได้ถูกสร้างและเเนะนำครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1909 โดยนักจิตวิทยา เอ็ดวาร์ด ทิตเชอเนอร์ แปลจากภาษาเยอรมัน อธิบายความสามารถของมนุษย์รับได้กับความรู้สึกของบุคคลอื่น และรู้จักและเข้าใจซึ่งกันและกัน ผ่านการสะท้อนและประสบการณ์ร่วมกันบิลล์ จอร์จ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด ได้สร้างถ้อยคำ ความเป็นผู้นำแบบแท้จริงเมื่อ ค.ศ 2003 และได้ถูกใช้ครั้งแรกเป็นถ้อยคำ ภายในหนังสือของเขา“Authentic Leadership” เขาได้เขียนมันราวช่วงเวลาของเรื่องอื้อฉาวของเอ็นรอนและเวิรล์ด คอม อาชญกรรมบริษัทที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้กระตุ้นปฏิกิริยาอย่างรุนแรง ความต้องการอย่างเข้มแข็งทันทีเพื่อผู้นำที่บุคคลสามารถไว้วางใจได้ ด้วยคำพูดอีกอบ่างหนึ่ง “ผู้นำแบบเเท้จริง”
การพังทลายของเอ็นรอนและอาร์เธอร์ เเอนเดอร์เซน ภายใน ค.ศ 2002 ตามมาด้วยปัญหาอย่างเดียวกันกับเวิรล์ด คอม เควสท์ และไทโก เกิดขึ้นจากกลยุทธ์ที่เสี่ยงภัยสูงและการบัญชีที่ผิดกฏหมาบ มันมีผลกระทบต่อการทำให้การบัญชีบริษัทเข้มงวดขึ้น และกำหนดให้ซีอีโอและกรรมการบริษัทรับรองความจริงของตัวเลขภายใน Authentic Leadership บิลล์ จอร์จ ได้เขียนว่า ทุนนิยมได้กลายเป็นเหยื่อของความสำเร็จของมันเอง ผมยืนยัน เราต้องการความเป็นผู้นำใหม่ บุคคลแห่งความซื่อสัตย์สูงสุด ผูกพันต่อการสร้างองค์การที่ยั่งยืน….ผู้นำที่มีความกล้าหาญที่จะสร้างบริษัทของพวกเขา ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทุกคนของพวกเขา นับตั้้งแต่เอ็นรอนได้พังทลาย กลุ่มใหม่ของซีอีโอบริษัทได้เกิดขึ้นเป็นผู้นำแบบแท้จริงผู้นำเเบบแท้จริงรับรู้และอยู่กับค่านิยมของพวกเขา พวกเขาชนะความไว้วางใจของบุคคลโดยพวกเขาคือใคร ไม่แสร้งทำเป็นใครก็ตาม หรือทำตามความคาดหวังของบุคคลอื่น แนวคิดของความจริงใจเทียบเท่ากับความซื่อสัตย์และความจริง และตรงไปตรงมาและโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้การยืดเยื้อ การประชาสัมพันธ์ หรือซ่อนเร้นเบื้องหลังคำพูดที่คลุมเครือ และให้สัญญาที่ไม่จริงใจ ตามบิลล์ จอร์จ แล้ว จุดสำคัญของการกลายเป็นผู้นำแบบแท้จริงคือ เรียนรู้ที่จะนำตัวเองอย่างไร มันไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถและทักษะ

IMG 3636
บิลล์ จอร์จ กล่าวว่า การเป็นผู้นำแบบแท้จริงหมายถึงการเป็นจริงต่อเราคือใคร และเราเชื่อมั่นอะไร เราเข้าใจความมุ่งหมายของความเป็นผู้นำของเรา และเราปฏิบัติค่านิยมของเราอย่างสม่ำเสมอ มันไม่เพียงแค่เกี่ยวกับการมีค่านิยมที่ดี แต่ที่จริงแล้วเป็นการปฎิบัติมันโดยเฉพาะภายใต้ความกดดันมันเกี่ยวกับการนำด้วยใจของเรา ไมใช่เพียงหัวของเรา ดังนั้นเรานำทั้งคน และเมื่อพูดเกี่ยวกับเรื่องใจ ผมอ้างถึงคุณลักษณะเหมือนเช่น ความรู้สึกร่วม ความลุ่มหลง ความเห็นอกเห็นใจ และความกล้าหาญ

IMG 3634

ตามบิลล์ จอร์จ จุดสำคัญของการกลายเป็นผู้นำแบบแท้จริงคือ………เรียนรู้ที่จะนำตัวคุณเองอย่างไร….. มันไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถและทักษะ ในขณะที่คำนิยามมุ่งที่ผู้นำหรือตัวเอง มันเป็นการกระทำของผู้นำถูกรับรู้โดยบุคคลอื่นที่กำหนดว่าพวกเขาเชื่อผู้นำแท้จริงหรือไม่ บิลล์จอร์จ มีคำพูดเปรียบเทียบที่ดีมากระบุอย่างชัดเจนมันทุกอย่างเริ่มต้นตรงไหน
“บุคคลยากที่สุดที่คุณอาจจะเคยนำคือตัวคุณเอง”
ผู้นำเเบบแท้จริงรับรู้และอยู่กับค่านิยมของพวกเขา พวกเขาชนะความไว้วางใจของบุคคลโดยพวกเขาคือใคร ไม่ได้แสร้งทำเป็นใครก็ตาม หรือทำตามความคาดหวังของบุคคลอื่น แนวคิดของความจริงใจเทียบเท่ากับความซื่อสัตย์และความจริง และตรงไปตรงมาและโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้การยืดเยื้อ การประชาสัมพันธ์ หรือซ่อนเร้นเบื้องหลังคำพูดที่คลุมเครือ และให้สัญญาที่ไม่จริงใจ ตามบิลล์ จอร์จ แล้ว จุดสำคัญของการกลายเป็นผู้นำแบบแท้จริงคือ เรียนรู้ที่จะนำตัวเองอย่างไร มันไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถและทักษะผู้นำแบบแท้จริงตระหนักตัวเอง และผูกพันนำตัวเองที่ดีที่สุดของพวกเขาทำงานทุกวัน แต่ความเป็นแท้จริงโดยไม่มีความเห็นอกเห็นใจจะกลายเป็นอัตตานิยม เรากลายเป็นผู้นำแบบแท้จริงโดยการเพิ่มความเห็นอกใจของเราก่อนการกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา จอร์จ วอชิงตัน พบความสำเร็จบนสนามรบด้วยการชนะกองทหารของเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความเห็นอกเห็นใจของจอร์จ วอชิงตันต่อทหารเป็นรากฐานความเป็นผู้นำของเขา เขาเห็นอกเห็นใจต่อบุคคลที่เขานำ เขาได้ทำสิ่งนี้แม้แต่ก่อนสงครามการปฏิวัติ แต่ระหว่างสงคราม เขารับรู้ว่าในฐานะของผู้นำ เขาต้องปฏิบัติต่อทหารเป็นพลเมือง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
ในฐานะของผู้นำยามสงคราม จอร์จ วอชิงตันบรรลุความสำเร็จ เพราะว่าเขาเข้าใจสงคราม เขาใช้ความเห็นอกเห็นใจนำบุคคลมารวมกัน และค้นหาพื้นฐานร่วมกัน บุคคลเคารพและรู้สึกเชื่อมโยงต่อเขา เพราะว่าเขาให้ความเป็นมนุษย์ของเขาแก่พวกเขาจอร์จ วอชิงตัน เป็นความแท้จริงอย่างไม่น่าเชื่อภายในวิสัยทัศน์ของเขาต่อประเทศ เขาเชื่ออย่างหมดหัวใจภายในหลักการเสรีภาพและประชาธิปไตย และเขาเป็นแบบจำลองความเชื่อเหล่านี้ผ่านการกระทำของเขา ความเปิดเผยของเขาได้บันดาลใจบุคคลอื่นเข้าร่วมภายในการต่อสู้เพื่อค่านิยมเหล่านี้แม้แต่ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ได้ทุ่มเทหมึกอย่างมากไปสู่ความเป็แท้จริงและความเข้าอกเข้าใจต่อความเป็นผู้นำ การระบุพวกเขาท่ามกลางแกนขับเคลื่อนสามตัวของความไว้วางใจ บุคคลมักจะไว้วางใจคุณเมื่อพวกเขาคิดกำลังเกี่ยวพันกับตัวจริงของคุณ – ความเป็นแท้จริง – เมื่อพวกเขามีความศรัทธาต่อดุลยพินิจและความสามารถ – ตรรกะ – ของคุณ และเมื่อพวกเขาเชื่อว่าคุณดูแลพวกเขา
– ความเห็นอกเห็นใจ – ยิืนยันโดยอาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดฟรานเซส ไฟร์ และผู้ประกอบการ แอนนี มอร์รีส ภายในบทความของพวกเขา “Begin with Trust” ภายในเอสบีอาร์ 2020ความไว้วางใจเป็นรากฐานเพื่อเกือบทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ มันเป็นรากฐานที่กฏหมายและสัญญาของเราถูกสร้าง มันเป็นเหตุผลที่เราเต็มใจแลกเปลี่ยนรายได้ที่ยากลำบากของเราเพื่อสินค้าและบริการตามฟรานซิส ไฟร์ และเเอนนี มอร์รีส ความไว้วางใจประกอบด้วยแรงขับเคลื่อนแกนสามตัว : ความเป็นแท้จริง ตรรกะ และความเห็นอกเห็นใจมันได้สร้างสามเหลี่ยมของความไว้วางใจ เเรงขับเคลื่อนแต่ละตัวแสดงแต่ละจุดบนสามเหลี่ยม จุดของสามเหลี่ยมที่คุณมักจะดิ้นรนกับสิ่งที่พวกเขาระบุเป็น ความโยกเยกของความไว้วางใจของคุณ เมื่อความไว้วางใจหายไป สาเหตุสามารถถูกย้อนรอยไปยังแรงขับเคลื่อนสามตัวเหล่านี้ตัวหนึ่งอาจจะหายไป ความไว้วางใจได้เริ่มต้นค่อยเลือนหายไปความโยกเยกเป็นส่วนที่สำคัญต่อสามเหลี่ยมความไว้วางใจ ขอให้คิดความไว้วางใจเป็นม้านั่งสามขา ถ้าความเป็นแท้จริง ความเห็นอกเห็นใจ หรือตรรกะหลุดไป ขาหนึ่งได้สั้นลงไป มันได้สร้างความโยกเยกของสามเหลี่ยมความไว้วางใจสามเหลี่ยมของความไว้วางใจ แนวคิดบุกเบิกโดยฟรานซิส ไฟร์ เป็นกรอบข่ายพื้นฐานเพื่อความเข้าใจและการปลูกฝังความไว้วางใจภายในทั้งองค์การและความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ความไว้วางใจ องค์ประกอบที่สำคัญต่อความสัมพันธ์ใดก็ตาม สร้างกระดูกสันหลังของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือร่วมใจ และสุขภาพองค์การโดยส่วนรวมความไว้วางใจส่งเสริมสภาพเเวดล้อมที่ปลอดภัยตรงที่ความคิดเฟื่องฟูการรับเอาความเสี่ยงภัย และการสร้างการเชื่อมโยงที่จริงใจ
*ความเป็นแท้จริง
ความเป็นแท้จริงหมายถึง การเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง การแสดงความคิดเเละความรู้สึกเเท้จริงของคุณ เมื่อบุคคลรู้สึกพวกเขาไม่เข้าสู่ตัวตนแท้จริงของคุณ พวกเขาจะไม่ไว้วางใจคุณความเป็นเเท้จริงมักจะเป็นเเรงขับเลื่อนสั่นคลอนที่สุดของความไว้วางใจถ้าบุคคลคิดว่าคุณดูแลตัวคุณเองมากกว่าบุคคลอื่น พวกเขาย่อมจะไม่ไว้วางใจคุณที่จะเดินตามคุณการใส่หน้ากาก คุณอาจจะได้ข้อได้เปรียบบางอย่างถ้าคุณปกปิดหน้าแท้จริงของคุณ มันจะกระทบทางลบต่อความสามารถของคุณที่จะนำมันสร้างความรู้สึกปลอม และบุคคลจะไม่เต็มใจเดินตามบุคคลบางคนที่ไม่จริงใจใครเป็นตัวจริงของคุณ คุณปล่อยให้มันส่องแสงภายในองค์การหรือไม่ถ้าไม่ บุคคลไม่ช้าก็เร็วคิดมันออก เมื่อบุคคลรู้สึกว่าคุณปกปิดความจริงหรือไม่เป็นจริง พวกเขาจะไม่เต็มใจทำให้ตัวพวกเขาเองเสี่ยงภัยเพื่อคุณด้วยวิถีทางที่ผู้นำต้องการ เราควรจะให้ความสนใจน้อยต่ออะไรเราคิดว่าบุคคลอื่นต้องการได้ยิน และให้ความสนใจมากขึ้นต่ออะไรคุณต้องการพูดต่อพวกเขา
*ตรรกะ
บุคคลน่าจะไว้วางใจคุณมากขึ้น เมื่อพวกเขามีความศรัทธาต่อความสามารถดุลยพินิจและใช้เหตุผลของคุณ และเชื่อว่าคุณเป็นบุคคลแห่งตรรกะ ถ้าการให้เหตุผลและดุลยพินิจเบื้องหลังการโต้เเย้งของคุณดี บุคคลจะไว้วางใจคุณ ผู้นำควรจะพูดภาษาของความจริง มองหาข้อมูลที่เชื่อถือได้สร้างข้อโต้แย้งของพวกเขา มันไม่มีอะไรไม่ถูกต้องกับการยอมรับคุณไม่รู้บางสิ่งบางอย่าง เรียนรู้จากบุคคลอื่น ใช้เเหล่งที่เชื่อถือได้ และพูดอะไรที่คุณมั่นใจเท่านั้นต่อผู้นำแล้ว ความถูกต้องของอะไรที่พวกเขาพูดสำคัญเท่ากับพวกเขาพูดมันอย่างไร คุณค่าของความคิดอาจจะสูง แต่คุณต้องสื่อสารมันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย มันเป็นคุณภาพของตรรกะของคุณ และวิถีทางที่คุณสื่อสารมัน แต่ถ้าคุณมีตรรกะที่โยกเยก คุณจะสูญเสียตัวคุณเอง และผู้ฟังและทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงเราควรจะใช้เวลาระบุตรรกะของข้อเสนอของคุณ และมั่นใจว่ามันถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล อธิบายความคิดของคุณ และให้หลักฐานและข้อมูล ขอให้ที่ปรึกษาไว้วางใจได้ทบทวนข้อเสนอของคุณ และให้การป้อนกลับก่อนการร่วมอย่างกว้างขวางมากขึ้น
*ความห็นอกเห็นใจ
บุคคลไว้วางใจผู้นำที่ดูแลพวกเขาอย่างเเท้จริง ใครต้องการจะถูกนำด้วยบุคคลเห็นแก่ตัวเราควรจะพยายามเห็นอกเห็นใจมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงจุดมุ่งความต้องการของเราไปที่ความต้องการของบุคคลอื่น มันจะสร้างคุณภาพของการเกี่ยวพันระหว่างกันของเรา และสร้างความไว้วางใจอย่างแน่นอนเราไม่ได้ให้ความสนใจอย่างเพียวพอระหว่างกัน เเละอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวลง เราทำงานหลายอย่าง ตรวจสอบโทรศัพท์ของเรา และไม่ได้สังเกตุอะไรเกิดขึ้นรอบตัวเรา เราได้แสดงความไม่เคารพบุคคลอื่นผู้นำที่ทะเยอทะยานบางคนไม่อดทนภายในการประชุม พวกเขาพบมันยากที่จะฟังบุคคลอื่น เเต่ถ้าคุณส่งสัญญาณว่าคุณสำคัญมากกว่าบุคคลอื่น ทำไมใครก็ตามควรจะไว้วางใจทิศทางที่คุณไป

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *