INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ​ (46)

IMG 3597 1 207x300 1

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ​ 

ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์

ละ 93 พิจารณาเห็นว่ามัสยิดอัล อักซอ (วิหารบนภูเขา) เป็นส่วนสำคัญ มากของนครเยรูซาเล็ม ร้อยละ 84 กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขาที่ จะต้องไปสวดวิงวอน ณ ที่อัล อักซอ และร้อยละ 70 ไม่พร้อมที่จะมอบ มัสยิดอัล อักซอให้อยู่ภายใต้การควบคุมของมุสลิม รายงานนี้เป็นการเตือน ฝ่ายมุสลิมว่า “ผลการสำรวจชี้ให้เห็นถึงวิหารบนภูเขามีความสำคัญต่อชาว ยิวอิสราเอลอย่างไร ชาวปาเลสไตน์ควรต้องระวังถึงผลสำรวจเหล่านี้เพื่อว่าพวกเขาจะได้เห็นคุณค่าที่ว่า ชาวอิสราเอลยอมเสียสละอย่างยิ่งใหญ่อย่าง ไรที่จะยอมเจรจาในเรื่องวิหารบนภูเขา เมื่อเรื่องนี้เปิดกว้างออกไปสู่ สาธารณะ (ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วย)”

 

มืองค์กรจำนวนมหาศาลที่จุดมุ่งหมายและเจตนาหลักก็เพื่อปลุกเร้า เจตนารมณ์ของประชาชาติ ให้เกิดการยอมรับทางการเมืองในระดับสากล เพื่อการระเบิดทำลายมัสยิดอัล อักซอทิ้งเสีย

 

กลุ่มอนุรักษ์นิยมรวมเจ็ดกลุ่มเหล่านี้รวมตัวกัน เพื่อจัดตั้งองค์การ เพื่อการพิทักษ์ขึ้นหนึ่งแห่งเมื่อเร็วๆ นี้ เรียกว่า “สหพันธ์สมาคมแห่งการ เคลื่อนไหวเพื่อวิหารอันศักดิ์สิทธิ์” (UAMHT) โดยมี ฮิลเลล ไวซ์ ผู้เป็น ศาสตราจารย์ประเภทสุดโต่งแห่งมหาวิทยาลัยบาร-อิลานในอิสราเอลเป็นผู้ นำ มีกลุ่มอนุรักษ์เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ไม่เข้าร่วมกับองค์การ UAMHT ก็คือ ผู้ศรัทธาในวิหารบนภูเขาของ เกิรชอม ซาโลมอน

 

กลุ่มเหล่านี้ต่างถูกเกาะกุมอยู่ด้วยความคลุ้มคลั่งของความเกลียดชัง และมีความใคร่อยากอย่างมุ่งมั่นที่จะระเบิดมัสยิดอัล อักซอทิ้ง พวกเขา จัดให้มีการชุมนุมเดินขบวนอยู่ด้านนอกประตูแห่งราชสีห์ของตัวเมืองเก่า ในทุกๆ วันตอนบ่ายๆ ได้มีรายงานไว้ว่า โมเซ เฟียกลิน ผู้เป็นคนจัดการ ชุมนุมเดินขบวนเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน กล่าวว่า

 

“ทุกๆ สิ่งจะคงยืนอยู่หรือจะล่มสลายลงในเรื่องนี้ ถ้าหากพวกท่าน ล้มเลิกวิหารบนภูเขาตามใจปรารถนาของตนเอง ก็เท่ากับว่าพวกท่านยกเลิกเอกลักษณ์ของท่านเอง ซึ่งเป็นการฆ่าตัวตายในทางจิตวิญญาณ มี บรรดาผู้ให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ที่ไม่ต้องการ จะถูกตัดขาดไปจากความฝันแห่งศตวรรษต่างๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า คนส่วนมากกลับถูกกลุ่มคนส่วนน้อยที่มีจำนวนเพียงนิดเดียว ที่ไม่ต้อง การจะเป็นยิวเอาชนะได้”

 

กลุ่มของซาโลมอนซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ภายหลังจากที่มัสยิดอัล อักซอถูกอิสราเอลยืดครอง เป็นแนวหน้าในการจัดทำกิจกรรมอยู่หลายๆ ครั้ง เมื่อเร็วๆ นี้มีการจัดชุมนุมเดินขบวนครั้งใหญ่ขึ้นครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 1999 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าไปในมัสยิดอัล อักซอ พร้อม กับตะโกนคำขวัญที่ว่า “จงกำจัดสิ่งที่น่าชิงชังนี้ให้ออกไปจากวิหารบนภูเขา” ในวันที่ 27 กันยายนของศกเดียวกัน พวกเขาเข้ามาใกล้ประตูทางทิศตะวัน ตกของมัสยิดอัล อักซอ โดยมีคนเป็นจำนวนนับพันมาช่วยกัน พร้อมด้วย กับการสนับสนุนของกองกำลังอิสราเอล เพื่อจะบุกเข้าไปในมัสยิดอีกครั้ง หนึ่ง และจัดการวางศิลารากฐานซึ่งมีน้ำหนัก 4.5 ตัน หลังจากที่ฝ่าย ปาเลสไตน์พยายามอย่างหนักหนาสากรรจ์กว่า จะจัดการขับไล่พวกเขา ออกไปได้

 

อย่างไรก็ตาม ซาโลมอน กล่าวคำปราศรัยอยู่ครั้งหนึ่ง ซึ่งเขาได้กล่าว เตือนบรรดามุสลิมว่า ศิลารากฐานพร้อมแล้วสำหรับวิหารของพวกเขา และที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เขาจะรื้อมัสยิดอัล อักซอและ ก่อสร้างวิหารของพวกเขาขึ้นมาแทนที่

 

ซาโลมอน กล่าวไว้ในเว็บไซท์ของเขาว่า “การสร้างวิหารขึ้นมาใหม่ ถือเป็นเหตุการณ์อันเป็นกุญแจสำคัญในชีวิตของชาวอิสราเอล ซึ่งจะทำให้ การปฏิวัติของไซออนิสต์ในเรื่องวิหารบนภูเขาสำเร็จสมบูรณ์ เราต้องการนำ พระเจ้าแห่งอิสราเอลมาสู่ท่ามกลางชีวิตของผู้คนแห่งอิสราเอลและโลกนี้ และพระองค์ทรงแสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอด 52 ปีที่ผ่านมา บัดนี้เราต้องพร้อมที่จะทำให้ส่วนของเราเป็นจริงขึ้นมา ด้วยการมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าแห่งอิสราเอล เพื่อแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์และเพื่อวิหารบนภูเขา เรา จะต้องกำจัดคนต่างชาติ (มุสลิม) ออกไป และสิ่งที่น่ารังเกียจของพวกเขา (มัสยิดอัล อักซอ) จากเนินเขาของพระเจ้า เพื่อทำให้สถานที่นี้สะอาด บริสุทธิ์

 

กลุ่มเหล่านี้กำลังรณรงค์เพื่อการหาทุนอย่างเปิดเผยขึ้นในอิสราเอล สหรัฐฯ และยุโรป สื่อของอิสราเอลต่างรายงานกิจกรรมการหาทุนของกลุ่ม ต่างๆ เหล่านี้ที่กำลังเร่งเครื่องเพื่อการก่อสร้างวิหารขึ้นมาใหม่ กลุ่มอนุรักษ์ เหล่านี้ต่างประกาศอย่างภาคภูมิใจในการสะสมเงินทุนของพวกเขา เพื่อการจัดซื้อและจัดทำอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อก่อสร้างวิหารตามที่ได้ระบุไว้ เป็นไปตามความเข้าใจของพวกเขา อัน

 

กลุ่มเหล่านี้ต่างเรียกแผนการนี้ของพวกเขาว่า เป็นการรณรงค์เพื่อการศึกษานานาชาติ เพื่อจะได้ครอบงำความเชื่อนี้ของพวกเขาต่อทัศนะของ ชาวโลก แบบแปลนก่อสร้างต่างๆ และการเก็บสะสมทองคำเพื่อแท่นบูชา ของพวกเขา ดังคำประกาศที่ว่า “เรากำลังเก็บรวบรวมทองคำ เงินและ เพชรนิลจินดาเพื่อการสร้างวิหารแห่งนี้ ของมีค่าเหล่านี้จะนำไปใช้เมื่องาน ก่อสร้างวิหารเริ่มต้นขึ้น ทองคำและเงินยังคงต้องการอีกมากเพื่อใช้ใน ทุกส่วนของวิหาร” เป้าหมายอันสำคัญประการหนึ่งของพวกเขาที่มีการเก็บ รวบรวมเงินบริจาคก็เพื่อใช้สำหรับการกำจัดมุสลิมให้หมดไป และเพื่อการ รื้อทำลายมัสยิดอัล อักซอ ดังที่พวกเขาเรียกว่า “วิหารบนภูเขา

 

หนังสือพิมพ์รายวัน ฮาเรธซ์ ออกในอิสราเอล ประจำวันที่ 1 มีนาคม 1998 ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ชั้นนำฉบับหนึ่ง ได้รายงานถึงลัทธินิกายหนึ่งที่เป็น แบบออโธดอกซ์อย่างสุดขั้ว กำลังมองหาบรรดาผู้ปกครองที่เต็ บุตรชายที่เกิดใหม่เพื่อนำไปเลี้ยงดูในสถานที่ๆ โดดเดี่ยว อันเป็นการจัด เตรียมเพื่อการก่อสร้างวิหารนี้ขึ้นมาใหม่ “แนวความคิดก็คือการเลี้ยงดูเด็กขึ้นมาคนหนึ่งที่เขาไม่เคยแตะต้องคนตายนับแต่วาระแรกเกิด จะต้องไม่อยู่ ร่วมกับคนตายภายใต้ชายคาเดียวกัน และจะต้องไม่อยู่ในโรงพยาบาลที่ มีคนตายปรากฏอยู่” เมื่อเด็กเหล่านี้มีอายุ 13 ปี พวกเขาแต่ละคนจะ สามารถเชือดวัวสีแดงที่ศักดิ์สิทธิ์และนำไปเผา เพื่อนำขี้เถ้าของพวกมันไป โปรยบนผู้คน อันเป็นพิธีกรรมที่ทำให้บริสุทธิ์สะอาด

 

วัวสีแดงนี้ได้รับการเพาะพันธุ์โดยอาศัยวิชาพันธุวิศวกรรมศาสตร์ และชาวไซออนิสต์คริสเตียนอเมริกากำลังดำเนินการรุดหน้าไปแล้ว ไคลด์ ลอธร์ แห่งโครงการฟื้นฟูแผ่นดินคันอานอ้างว่า ได้จัดส่งวัวสีแดงเต็มลำ เครื่องบินไปยังอิสราเอลนับแต่ปี 1998 ซึ่งแต่ละเที่ยวบินมีจำนวน 140 ตัว มีการระดมหาทุน เพื่อการบริจาคให้กับโครงการที่มิได้หวังผลกำไรแห่งนี้ โดยการบริจาครายละ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ จากบรรดาผู้สนับสนุนของ พวกเขา

 

ชาวไซออนิสต์คริสเตียนหาทุนได้นับเป็นล้านๆ เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ให้กับอิสราเอล และคนอย่างเช่นนายซาโลมอน เป็นที่ต้อนรับของโบสถ์ชาว คริสเตียนนับจำนวนเป็นร้อยๆ แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาเพื่อการหาทุน ชาวไซ ออนิสต์คริสเตียนจำนวนมากต่างรับรู้ว่าการทำลายมัสยิดอัล อักซอจะเป็น การจุดชนวนให้เกิดสงคราม แต่พวกเขาต่างก็ยินดีต้อนรับกับการสู้รบใน สงครามนี้ด้วยคำกล่าวที่ว่า “ชาวคริสเตียนจะได้รับการไว้ชีวิตด้วยการถูก ยกขึ้นสู่ฟากฟ้าอย่างนิ่มนวลด้วยความปิติยินดี เพื่อเฝ้าดูการฆ่าสังหารเบื้อง ล่าง” พวกยิวหัวเก่าต่างมีทัศนะถึงสงครามที่จะเกิดขึ้นนี้ด้วยความยินดี โดยมีความเชื่อมั่นว่า นับจากนี้ไปอิสราเอลจะก้าวขึ้นมาสู่ชัยชนะด้วยกับ การเป็นผู้นำ ที่จะทำให้ความฝันแห่งมหาอาณาจักรอิสราเอลเป็นจริงขึ้นมา

 

โดยทั่วไปแล้วในหมู่ชาวยิวที่เคร่งครัดจริงจังนี้ ที่ซึ่งพวกเขาได้นำ เอาแนวคิดแบบหัวเก่าหรือแนวอนุรักษ์นิยมมาจากกลุ่มนี้ กล่าวอ้างว่าวิหาร นี้จะสร้างขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อ มะซีอะห์ ผู้ถูกรอคอยเสด็จกลับมาก่อน อย่างไรก็ตาม พวกยิวฝ่ายเซอร์ลอต ผู้ซึ่งกล่าวอ้างว่าไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้ มะซีอะห์กลับมาก่อน และการระเบิดมัสยิดอัล อักซอทิ้งถือเป็นเพียงการ เร่งรัดให้การกลับมาของมะซีอะห์สำเร็จเร็วขึ้น

 

พวกยิวฝ่ายอนุรักษ์นิยมเหล่านี้ ต่างยึดถือการกระทำของตนเป็น เรื่องชอบธรรม เพราะผู้นำในทางการเมืองและในทางศาสนาต่างเงียบเสียง ซึ่งเป็นเครื่องชี้อันหนึ่งว่าการเงียบของพวกเขานั้นเป็นการแสดงออกว่าเห็น ด้วย และได้มีการอ้างอิงถึงคำพูดของร็อบไบหลายๆ คนของอิสราเอล เช่น ของ โมรดิไชย เอลิยาฮู และซาโลโม กรีน ผู้ซึ่งเคยกล่าวไว้ว่า

 

“ข้าพเจ้าขอประกาศว่า การที่ฝ่ายมุสลิมยึดครองวิหารบนภูเขาไว้นั้น เป็นเรื่องอันตราย และนอกจากการปกครองของพวกฮาลาชิก จึงไม่ใช่เป็น เรื่องอนุญาตให้กระทำเท่านั้น แต่ยังถือเป็นพระบัญญัติอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะ ต้องขึ้นไปยังวิหารบนภูเขา

 

ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องวิหารนี้ จึงเป็นที่อนุมัติให้เข้าไปสู่สถานที่ๆ ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สำคัญเสียจนกระทั่งว่าจะต้องเข้าไปยังวิหารบนภูเขา เพื่อเป็นการหยุดยั้งพวกอาหรับไม่ให้ยึดครองไว้ และยังเป็นการปกป้องอำนาจ อธิปไตยของพวกเราไว้ จึงถือเป็นที่อนุมัติและเป็นพระบัญญัติหนึ่ง”

 

รัฐบาลอิสราเอลไม่ได้วางข้อจำกัดใดๆ กับกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งขณะ นี้กำลังได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางภายในอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของความทะเยอทะยาน กิจกรรมต่างๆ และแผนการต่างๆ ก็ตาม

 

จะเห็นได้ว่า นับจากที่ฝ่ายอิสราเอลเข้ายึดครองมัสยิดอัล อักซอใน ปี 1967 ยังไม่เคยมีคนอิสราเอลแม้เพียงสักคนเดียวที่ถูกตัดสินจำคุกไม่ ว่าจะสักกี่วันก็ตาม ในการละเมิด การกระทำที่ดูหมิ่นเหยียดหยาม การวาง แผนการต่างๆ เพื่อการระเบิดมัสยิดทิ้ง การกระทำทั้งหมดนี้เป็นเครื่องบ่ง ซื้อย่างแจ้งชัดแล้วว่า ถึงแม้รัฐบาลอิสราเอลจะไม่ได้ให้การสนับสนุนโดยตรง กับกลุ่มเหล่านี้ แต่ก็ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจกับพวกเขา และมีความต้องการที่จะได้เห็นมัสยิดอัล อักซอถูกระเบิดทิ้ง ความจริงก็คือเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 1997 ศาลแห่งอิสราเอลได้ตัดสินอนุญาตให้พวกยิวฝ่าย อนุรักษ์นิยมกลุ่มนี้ไปสวดวิงวอนบนมัสยิดอัล อักซอได้

 

มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ววงการโลกว่า อิสราเอลกำลังผลักดันให้ อำนาจอธิปไตยของมัสยิดอัล อักซอถูกมอบให้กับคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ หนังสือพิมพ์รายวัน ฮาเรธซ์ รายงานว่า ประเทศที่เกี่ยว ข้องกับเรื่องนี้ก็คือรัฐบาลสหรัฐฯ อียิปต์ ฝรั่งเศสและโคฟี่ อันนัน เลขาธิการ ใหญ่สหประชาชาติ

 

หากแผนการนี้นำไปสู่การปฏิบัติ การที่ฝ่ายมุสลิมหวั่นเกรงอย่าง หนักและฝันร้ายว่าจะต้องสูญเสียมัสยิดอัล อักซอ กำลังจะเป็นจริงขึ้นมา แล้ว ทั้งนี้เพราะฝ่ายยิวจะต้องไม่ยอมอย่างเด็ดขาดที่จะส่งมอบมัสยิดอัล อักซอให้กับฝ่ายปาเลสไตน์ ดังที่นายซาโลมอน แห่งกลุ่มผู้ซื่อสัตย์ต่อวิหาร บนภูเขากล่าวเตือนไว้แล้วว่า “ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าชีวิตของชาวยิวจะสามารถ ดำเนินต่อไปได้หากปราศจากวิหารบนภูเขา ทันทีที่มีการลงนามในสัญญา ดังกล่าว ข้าพเจ้ามั่นใจว่าชาวอิสราเอลและชาวยิวทั่วโลกนับจำนวนเรือน แสนคนจะต้องขึ้นไปบนวิหารบนภูเขา เราจะบุกเข้าไปเพื่อเข้าไปสวดวิงวอน และเราจะไม่ยอมถอยกลับออกไป เราจะหยุดยั้งข้อตกลงนี้ด้วยกับร่างกาย ของเรา ถ้าหากจำเป็นเราก็จะพลีชีวิตของเรา”

 

นักสังเกตการณ์หลายคนต่างเห็นว่า การบุกล้อมมัสยิดอัล อักซอนำโดยชารอน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2000 ซึ่งก่อให้เกิดการปะทะกัน โดยชาวมุสลิมปาเลสไตน์พลีชีพไปรวม 200 คน บาดเจ็บอีก 7,000 คน ถือเป็นสัญญาณอันชัดแจ้งในการสนับสนุนของเอเรียล ชารอน (นายก รัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบัน) และการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับบรรดาผู้ ที่กำลังวางแผนเพื่อการทำลายล้างมัสยิดอัล อักซอ และยังเป็นการท้าทาย มติของประชาชาติมุสลิม ซึ่งถือเป็นการทดสอบคำกล่าวอ้างของพวกเขาที่ว่า พวกเขามีความรักและความเอื้ออาทรต่อมัสยิดอัล อักซออีกทางหนึ่งด้วย

 

ดังนั้น ก่อนที่เราจะก้าวไปพูดถึงรายละเอียดของการมาปรากฏของ อิมามมะฮ์ดี ศาสดาอีชา(พระเยซู) หรืออัล มะซีอะห์ อันเป็นยุคศรีอาริย์ ดังที่ ศาสนาใหญ่ๆ ของโลกกำลังรอคอย ซึ่งสัญญาณใหญ่ๆ หลายประการกำลัง เกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างแจ้งชัดว่า ความ ใฝ่ฝันของชาวยิวไซออนิสต์ที่จะจัดตั้งมหาอาณาจักรอิสราเอลโดยมีนคร เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงนั้น กำลังคืบคลานใกล้เข้ามา แบบจำลอง แบบ แปลนก่อสร้าง ทรัพย์สินเงินทอง อุปกรณ์ก่อสร้าง ตลอดจนพิธีกรรมอัน ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวยิวไซออนิสต์ฝ่ายอนุรักษ์เชื่อถือ ถูกจัดเตรียมไว้อย่างพร้อม มูลแล้วเพื่อการก่อสร้างวิหารบนภูเขา

 

ฉะนั้น มหาอาณาจักรแห่งอิสราเอลจะสำเร็จสมบูรณ์ได้ เพื่อการมอบ ถวายให้กับพระเจ้าแห่งอิสราเอล ก็คือการยึดครองแผ่นดินที่ทอดตัวอยู่ ระหว่างแม่น้ำไนล์กับแม่น้ำยูเฟรติส อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทองคำดำ (น้ำมัน)และทองคำอันสุกปลั่ง ซึ่งพระเจ้าแห่งอิสราเอลประสงค์จะประทาน ให้กับชาวยิวไซออนิสต์ เพื่อดับความกระหายในความละโมบโลภมากของ พวกยิวเหล่านี้ที่มีต่อโลก และแผ่นดินผืนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่พวกยิวเคย อยู่อาศัยในช่วงการอพยพ ก็คือแผ่นดินแห่งบาบิโลนหรือประเทศอิรักใน ปัจจุบัน ซึ่งสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่อาจเลื่อนการโจมตีเพื่อการยึดครองให้ เนิ่นนานไปกว่านี้ได้อีกแล้ว และคาดว่าต้นปี 2003 อันเป็นช่วงการประ กอบพิธีฮัจญ์ของโลกมุสลิม จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด(ขอพระเจ้า อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย)

 

พระมะซีอะห์ที่พวกยิวกำลังรอคอยนั้น เป็นไปตามเพลงยอพระ เกียรติบารมีของพระมะซีอะห์ ดังปรากฏอยู่ในบทอิสยาห์ 2:2 2:4 ของคัมภีร์ เก่า ดังมีความดังต่อไปนี้

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *