INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ​ (49)

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ 

ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์

ยุคพระศรีอาริย์หรือยุคยูโทเปีย ขึ้นบนพิภพนี้อย่างแท้จริง ก่อนที่วาระสุด ท้ายของโลกจะมาถึง

อิมามมะฮ์ดี เป็นญาติสนิทกับพระเยซู อย่างไร ! อิมามมะฮ์ดี เป็นอิมามแห่งประชาชาติอย่างแท้จริง

อิมามมะฮ์ดี ในฐานะอิมามแห่งยุคและอิมามแห่งกาลเวลา อิมามที่ ประชาชาติประดามีบนพื้นพิภพกำลังรอคอยการมาของท่าน ผู้ซึ่งเป็นบุตร ของอิมามฮาซัน อัล อัสการี มารดาของท่านคือ ท่านหญิง นัรญิส คอตูน ผู้ทรงเป็นเจ้าหญิงแห่งโรมัน ทรงเป็นพระราชนัดดาของจักรพรรดิแห่งโรม มารดาของเจ้าหญิงนัรญิสก็คือ ผู้สืบเชื้อสายมาจากสาวกท่านหนึ่งของพระ เยซู คือท่านชิโมน (ไซมอน) ผู้ซึ่งเป็นผู้สืบ (วะซี) ของท่าน

ดังนั้นการสืบเชื้อสายในชั้นแรกของท่านอิมามมะฮ์ดี ท่านจึงมีเลือด ครึ่งหนึ่งมาจากชาวยุโรปในทางมารดา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นเชื้อสายของ อาหรับเผ่ากุเรชทางบิดา (อิมามฮาซัน อัล อัสการี) ผู้ซึ่งมารดาเป็นชาว ยุโรปชื่อ ฮะดิษ หรือ ซูซาน ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของอิมามอัล ฮาดี (อิมามที่ 10) อิมามอัล ฮาดี มีมารดาเป็นชาวยุโรปชื่อ สะมะนะฮ์ หรือ ลิลลี่ ผู้ซึ่ง เป็นภรรยาของอิมามมุฮัมมัด ตะกี (อิมามที่ 9) ผู้ซึ่งมีมารดาเป็นชาวนูเบียน ชื่อ ฮาบีบี ผู้มีเชื้อสายมาจากครอบครัวของท่านหญิงมารียะฮ์ชาวคอปติค มารดาของอิบรอฮีมบุตรชายคนเล็กของท่านศาสดามุฮัมมัด ผู้ซึ่งเป็นภรรยา ของอิมามริฎอ (อิมามที่ 8) ผู้ซึ่งมีมารดาชื่อ อุมมุ อัล บะนีน ผู้ซึ่งเป็น ภรรยาของอิมามมูซา กาชิม (อิมามที่ 7) ผู้ซึ่งมีมารดาชื่อ ฮามีดะฮ์ อัล บัรบารียะฮ์ ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของอิมามญะอ์ฟัร อัชซอดิก (อิมามที่ 6) ผู้ซึ่ง มีมารดาชื่อ อุมมุ ฟัรวะฮ์ (บุตรสาวของอัล กอชิม บิน มุฮัมมัด บิน อบี บักร) ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของอิมามมุฮัมมัด อัล บากิร ผู้ซึ่งมีมารดาชื่อ อุมมุ อับดุลลอฮ์ บุตรสาวของอิมามฮาซัน บิน อะลี ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของอิมามชัย

นุลอาบิดีน ผู้ซึ่งมีมารดาชื่อ เจ้าหญิง ชะห์ซะนาน บุตรของยาชดิการด์ บิน ชะห์รียาร บิน โคชโร จักรพรรดิแห่งเปอร์เซีย ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของ อิมาม ฮูเซน ผู้ซึ่งมีมารดาชื่อ ท่านหญิง ฟาฏิมะฮ์ บุตรสาวของท่านศาสดา มุฮัมมัด ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของท่านอิมามอะลี

จากการสืบสายแห่งเผ่าพันธุ์ของอิมามทั้ง 12 ท่าน ผู้หนึ่งย่อมเห็น ได้ว่าอิมามมะฮ์ดี เป็นผู้สืบเชื้อสายโดยตรงมาจากอาหรับเผ่ากุเรช ก๊ก บนูฮาชิม ผู้ซึ่งมีเลือดผสมของเปอร์เซีย เบอร์เบอร์ นูเบียนและยุโรป (โรมัน) ดังอัตราส่วนต่อไปนี้

อาหรับ : 4 :

เปอร์เซีย : 2 -​

เบอร์เบอร์ : 1 :

นูเบียน(คอปติค) : 1 :

ยุโรป 3

หรืออาจกล่าวเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้คือ : ท่านอิมาม มีเลือดอาหรับ 37% เลือดนูเบียน (คอปติค) 9% เลือดเบอร์เบอร์ (มุสลิมสเปน) 9% เลือด ยุโรป 27% หรืออีกนัยหนึ่งท่านอิมาม คือสัญลักษณ์ของความเป็นตัวอย่าง แห่งประชาชาติอย่างแท้จริง โดยตัวท่านเองเป็นที่รวมของเลือดแห่งอัมบิยาอ์ ผู้สืบเชื้อสายมาจากศาสดาอิบรอฮีม จากทั้งสองสายคือทั้งจากศาสดาอีชา และจากศาสดามุฮัมมัด เป็นที่รวมของเลือดของหัวหน้าแห่งผู้สืบ วะลียุลลอฮ์ (อิมามอะลีและท่านซิโมนสาวกของพระเยซู ) เป็นที่รวมของเลือดแห่งวงศ์ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกทั้งตะวันออกและตะวันตก คืออาณาจักรเปอร์ เซียและโรมัน เป็นที่รวมของเลือดของชาวแอฟริกาเหนือ เลือดผสมระหว่าง เซเมติคกับเฮเมติค (เบอร์เบอร์) และอาณาจักรของคริสเตียนโบราณในทะเล ทรายนูเบีย (อบิสซีเนีย ซูดาน) ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่าท่านอิมาม เป็น เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้คนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในสามทวีปคือ ตะวันออกกลาง

* อันเป็นแหล่งกำเนิดครั้งแรกของผู้คนในทวีปแอฟริกา

แอฟริกาและยุโรป ท่านอิมามมะฮ์ดี จึงเป็นอิมามที่มวลมนุษยชาติทุกเผ่า พันธุ์ ทุกภาษาและสีผิวกำลังรอคอยอย่างแท้จริง

การมาของท่าน ก็เพื่อจุดประสงค์สำคัญยิ่งประการหนึ่งคือ การธำรง ไว้ซึ่งความยุติธรรมของโลก ความยุติธรรมที่จะสถาปนาขึ้นนี้จะครอบคลุม ไปทุกมิติ ตั้งแต่ในเรื่องของครัวเรือนไปจนถึงเรื่องของการเมืองการปกครอง การโกหกมดเท็จ การหลอกลวง การบิดเบือน ความอยุติธรรมของผู้คน ผู้มีอำนาจในเผ่าพันธุ์ต่างๆ จะต้องถูกทำลายลงจนหมดสิ้น ท่านอิมาม จะมาประกาศถึงความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ ว่าพวกเขาล้วนมี บรรพบุรุษคนเดียวกันคือศาสดาอาดัม ไม่มีชนชาติใดจะเหนือกว่าอีกชน ชาติใดในแง่ของชาติกำเนิด ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดหรือสีผิวใดจะดีไปกว่ากันและ กัน ผู้หญิงกับผู้ชายล้วนมีสิทธิ์และหน้าที่เท่าเทียมกัน ไม่มีเพศใดมือภิสิทธิ์ เหนือกว่ากัน โภคทรัพย์ทั้งหมดของโลกล้วนเป็นทรัพย์สินที่ต้องถูกจัดแบ่ง ให้แก่ประชาชาติต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการผูกขาด กักตุน เอารัด เอาเปรียบ ขูดรีด แย่งชิง ปล้นสะดม ข่มขู่คุกคามในทุกรูปแบบ เพื่อการ แสวงหาเอาทรัพย์สินของโลกไปเป็นของชาติตนแต่ฝ่ายเดียว อำนาจการ ปกครองในระบบต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกในขณะนั้นจะถูกประกาศเป็นโมฆะ จนหมดสิ้น มนุษย์ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลอิสลามรัฐเดียวกัน โดย มีอำนาจของอิมามมะฮ์ดี เป็นอำนาจสูงสุดที่จะต้อง กูออัต” เคารพเชื่อฟัง ดุจเดียวกับการฏออัตต่ออัลลอฮ์และศาสทูต หากมีกลุ่มชนใดคัดค้าน ต่อต้านการปกครองของท่าน พวกเขาเหล่านั้นจะต้องถูกปราบปรามลง อย่างราบคาบ ถึงแม้พวกที่นับถือศาสนาอื่นๆจะไม่พอใจก็ตาม ท่าน อิมามมะฮ์ดี จะเดินทางไปทั่วโลกเพื่อปลอบขวัญผู้คนจากทุกชาติ ผู้ซึ่ง เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรงของท่านดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะพวก เขาล้วนเคยตกเป็นผู้ถูกกดขี่ข่มเหงจากผู้มีอำนาจ และท่านจะแจกจ่าย ซะกาตให้กับผู้มีสิทธิ์รับมันทุกคน จนกระทั่งไม่มีผู้ใดเลยที่ถูกละเว้น ท่านจะปกครองเป็นเวลา 7 ปี ด้วยกับความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญา หาร ทรัพย์ศฤงคารทั้งหมดที่ถูกซ่อนอยู่ในอกของโลกจะถูกนำออกมา จำแนกแจกจ่าย จนถึงกับว่าไม่มีมุสลิมคนใดเลยที่จะมีสิทธิ์รับซะกาต ทั้ง หมดนี้คือความหวังและความปรารถนาของมวลมนุษย์ผู้ถูกกดขี่ของโลก ซึ่ง คำวิงวอนของพวกเขาก็คือ “โอ้ มะฮ์ดีโปรดมาโดยไวเถิด” “ยาซอฮิบัสซะ มาน อัดริกนี”

นักวิทยาศาสตร์ในยุคโลกาภิวัตน์ (โลกไร้พรมแดน) กำลังดำเนิน การค้นคว้าหาหลักฐานในทางวิทยาศาสตร์เพื่อการพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความ แตกต่างของเผ่าพันธุ์อยู่ที่สีผิวเท่านั้น” หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ มนุษย์ ล้วนมีเผ่าพันธุ์เดียวกัน ถึงแม้พวกเขาจะมีสีผิวที่แตกต่างกันก็ตาม จุดมุ่ง หมายอันสำคัญของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ก็คือ ต้องการพิสูจน์ให้โลกได้ เห็นว่า ไม่มีชนชาติใดเหนือกว่าอีกชนชาติใดในเชิงของธาตุกำเนิด ส่วนจะ โง่หรือฉลาดก็ขึ้นอยู่กับหน่วยทางกรรมพันธุ์หรือยืนนั่นเอง พวกเขาเชื่อว่าหากเมื่อใดก็ตามที่พิสูจน์ได้ว่า ความแตกต่างทางเชื้อชาติตามที่เคยเชื่อกันมาไม่เป็นความจริง เมื่อนั้นย่อมลบล้างความคิดของการเหยียดผิวได้

สิ่งนี้เป็นประการหนึ่งที่มนุษย์ปรารถนาที่จะเรียกร้องให้มนุษย์ด้วย กัน ละเลิกในความเชื่อที่เป็นเท็จ ทฤษฎีของการหลอกลวงต่างๆ เสีย แต่ การเรียกร้องจะโดยอาศัยสื่อใดๆ ก็ตาม ย่อมไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะยังมี มวลมนุษย์อีกเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ที่ยังคงปฏิบัติในสิ่งที่เป็นความ หลอกลวง เป็นเท็จและเป็นความชั่วร้ายกันอยู่อีกมากมาย เช่น การกราบ ไหว้สิ่งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติและรูปเคารพ ที่พวกเขาปั้นมันขึ้น มาด้วยกับมือของพวกเขาเองและการดื่มสุรา ฯลฯ ทั้งๆ ที่พวกเขาตระหนัก ดีว่าการกระทำเช่นนั้น เป็นการกระทำที่โง่เขลางมงายอย่างแท้จริง เพราะ มันเป็นตัวทำลายจิตวิญญาณและร่างกายของเขาอย่างร้ายแรงที่สุด โดย ไม่จำเป็นที่นักวิทยาศาสตร์จะต้องมาพิสูจน์​ ด้วยเหตุนี้มวลมนุษย์ จึงจำเป็นต้องรอคอยการมาของอิมามในยุค สมัยของท่าน ผู้หยั่งรู้ในประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ ผู้หยั่งรู้ในความเป็น ไปของโลกในยุคของท่าน และหยั่งรู้ถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในกาล ข้างหน้า เป็นผู้เชี่ยวชาญในหลักการเมืองและการปกครองตามหลักของ กฎหมายอิสลาม ที่ถูกระบุอยู่ในอัล กุรอาน เป็นนักรบและนักการทหาร ที่เกรียงไกร และท้ายสุดเป็นผู้ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

เมื่อมีบรรดาผู้ศรัทธาได้รับความปลอดภัยอยู่ในเรือของศาสดานุฮ์ เป็นจำนวน 83 ท่าน อะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดามุฮัมมัด ก็มีสัญลักษณ์ ของ 83 เช่นเดียวกัน นั้นคือ 33 + 33 + 5 + 12 = 83 ดังนั้นเรือของ ศาสดานุย์ ซูเราะฮ์นุย์ บทที่ 71 จึงหมายถึงครอบครัวของท่านศาสดามุฮัม มัด ซึ่งมีระบบ 12 อิมามเป็นหลักประกันที่บรรดาผู้ศรัทธาจะต้องโดยสาร ไปกับบรรดาอิมาม นั้นคือ 71 + 12 = 83 นำเลขทั้งสามจำนวนมา รวมกัน ฉะนั้น 83 + 83 + 83 = 249 ซึ่งผลลัพธ์ของมันมุ่งหมายไปยัง ปัญจตาน” รวม 5 ท่าน และอะอิมมะฮ์(บรรดาอิมาม) อีก 12 ท่าน ซึ่งเป็น ที่มาของ 14 มะอ์ซูมีน(ผู้บริสุทธิ์) ดังนี้คือ 249 + 5 + 12 = 266 = 19 x 14 และผลลัพธ์นี้ยังคงส่องนำกลับไปสู่สถานที่ๆ เรือของศาสดานุย์ ต้อง เผชิญกับคลื่นลมอันรุนแรงยิ่ง ขนาดเยี่ยงภูเขา ซึ่งขณะนั้นกำลังลอยอยู่ เหนือดินแดนกัรบะลาอ์ พร้อมด้วยบรรดาผู้ศรัทธารวม 83 ท่าน อันเป็น สัญลักษณ์ของอิมามฮูเซน ที่ต้องเผชิญกับการถูกกดขี่จากกองทัพของฝ่าย มาร ณ วันที่ 10 เดือน 1 ปี ฮ.ศ. 61 ดังนั้น 10 + 1 + 61 = 72 !!! ซึ่งก็คือจำนวนของซุฮาดา ณ ท้องทุ่งกัรบะลาอ์และอิมามฮูเซนซึ่งเป็นอิมามที่ 3 ท่าน เป็นชะฮีด (ผู้สละชีพเพื่อศาสนา) ณ ท้องทุ่งกัรบะลาอ์เมื่อวันที่ 10 เดือน 1 อายุ 57 ปี; 3 + (10+1+57) = 71 ดังนั้นบทที่ 71 นุย์จึงมี 28 โองการ บทที่ 33 + โองการ 33 + 5 มะอ์ซูมิน = 71

* อิมามมะฮ์ดี ถือกำเนิดหลังจากอิมามฮูเซน ถือกำเนิดเป็นเวลา 252 ปี ซึ่งทำให้ 14 มะฮ์ซูมีน มีจำนวนครบสมบูรณ์ นั่นคือ 252 + 14 = 19 x 14

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com