INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มันบ่อแน่ดอกนาย

railroad 6497264 1280

มันบ่อแน่ดอกนาย

“มันบ่อแน่ดอกนาย คนตัวขาวชื่อดำก็มี แต่คนตัวดำชื่อขาว” ความจริง เขาไม่ได้ชื่อขาวหรอก เพราะตัวดำ เพื่อนๆถึงเรียกว่าไอ้ขาว สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องพูดคุยกันเมื่อสมัยเด็กๆ อยู่หอพัก แต่เป็นหลักการของชีวิตเรา ที่ไม่มีอะไรแน่นอน

ที่ผ่านมาไม่นาน เพื่อนผมเสียชีวิตไป ๒ คน คนแรก ขอเรียกเขาว่า ณรงค์ เราเข้าเรียนเกษตรรุ่นเดียวกัน แต่เขาแก่กว่าผมถึง ๒ ปี ซึ่งเป็นความพยายามที่น่ายกย่อง ที่เขาต่อสู้จนสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานยากพอสมควร ผมคิดว่า เพื่อนๆที่ค้าง สอบไม่ติดในปีแรก เพราะค่อนข้างเรียนดี เลยไปสมัครเข้าสาขาที่แย่งกันเยอะ เช่นแพทย์ หรือที่คล้ายๆกัน แต่โชคไม่เข้าข้าง คือไม่ติด แล้วสอบใหม่ ณรงค์เป็นคนสันกำแพง เชียงใหม่อยู่หอพักติดกัน สิ่งที่ประทับใจ เกี่ยวกับณรงค์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อประเทศไทยมีการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ จำไม่ได้ว่า Asian Game หรือ Seap Game ซึ่งณรงค์ได้ชวนผมไปขายหมวกพื้นเมือง จากสันกำแพงบ้านเกิด ราคาไม่แพง และบังร่มได้ดี แต่ผมขายไม่ค่อยได้ เพราะยังขี้อาย ไม่ค่อยกล้าไปขายผู้มาชมกีฬาที่ผ่านไปมา

ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีสุดท้ายของชิวิตหอ ผมมีโอกาสร่วมกิจกรรมกับณรงค์มากมาย เพราะเขาเป็นคนอัธยาศัยดี เมื่อมีเวลาว่างๆ ก็ไปนั่งหน้าหอประชุมของมหาวิทยาลัยซึ่งหมายถึงสระน้ำกว้างๆน่านั่งพักผ่อน และในบางครั้ง มีเพื่อนชาวระยองกลับมาจากบ้าน หิ้วเอาสุราตะวันออก ๔๐ ดีกรีมาหลายขวด เป็นที่ถูกใจของณรงค์และเพื่อนๆที่ไปเฮฮากันหน้าหอประชุมนั้น ความจริงเขาห้ามดื่มสุรา แต่ด้วยความดื้อๆของพวกเรา ก็ละเมิดกฎบ้าง นานๆที ในปีสุดท้าย ณรงค์ ได้สมัครเข้ารับตำแหน่งรองประธานปกครองนิสิต ซึ่งในสมัยนั้น มหาวิทยาลัยให้นิสิต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่หอพักภายในได้วางกฏเกณฑ์บริหารกิจกรรมและดูแลกันเองให้สงบเรียบร้อย ภายใต้การติดตามใกล้ชิดของมหาวิทยาลัย

เมื่อจบการศึกษาแล้ว ณรงค์ได้เข้ารับราชการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสมัครไปอยู่ทางภาคเหนือใกล้ๆบ้านเกิดเป็นหลัก ตำแหน่งสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการ เป็นผู้บริหารของกระทรวงในระดับจังหวัดหรือที่เรียกว่า เกษตรและสหกรณ์จังหวัด และเมื่อเกษียณแล้วยังไปเป็นที่ปรึกษาของเอกชน เป็นโรงงานใช้ผลผลิตเกษตรไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย ณรงค์มีเพื่อนๆมากมาย ทั้งที่เรียนในโรงเรียนมัธยมฯมาด้วยกัน เพื่อนๆเกษตร และพี่ๆน้องๆที่ทำงานด้วยกันและเกี่ยวข้องกัน

ผมได้มีโอกาสสังสรรค์กับณรงค์ครั้งหลังสุด เมื่อประมาณ ๓-๔ ปี ผ่านมาแล้ว เรานั่งดื่มที่ร้านอาหารริมแม่น้ำปิง หลังจากเพื่อนๆที่มาด้วยกันอิ่มหนำสำราญ กลับบ้านกันแล้ว ยังเหลือเพื่อนๆอีก ๓-๔ คน รวมถึงผมและณรงค์นั่งดื่มเบียร์กันต่อ จนเบียร์ที่ร้านแช่เย็นไว้หมด ผมอาสาจะไปส่งณรงค์ที่บ้าน แต่พอจะกลับ ต้องไปเข้าห้องน้ำ มีพนักงานบริการของร้านมาล้อคตัวผมไปส่งที่รถซึ่งโทรให้มารับ เลยลืมเรื่องไปส่งณรงค์ที่บ้านสนิท จน ๒-๓ วันให้หลัง คิดขึ้นได้ และเสียใจที่ไม่ได้ทำตามสัญญา ในระยะหลัง ณรงค์หายหน้าหายตาไปจากเพื่อนๆ และได้ยินข่าวอีกครั้ง เขาก็จากไป ในอายุ ๘๒ ปี คิดถึงเพื่อนและความหลังที่เรามีร่วมกันมากมาย

เพื่อนคนที่ ๒ ชื่อปรีชา ผมพบกับเขาเมื่อไปรับราชการที่ฉะเชิงเทรา ใน ปี ๒๕๑๒ ปรีชาเป็นคนที่นั่นและเข้าทำงานที่บ้านเกิดตำแหน่งหัวหน้าส่วนระดับอำเภอ ตั้งแต่เข้าทำงานจนเกษียณอายุราชการ แต่ฐานะทางตำแหน่งและเงินเดือนปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ข้าวอำเภอจัตวา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว เมื่อทางราชการรวมส่วนส่งเสริมของกรมการข้าวและกรมกสิกรรมเป็นกรมส่งเสริมการเกษตร ปรีชาก็ได้เป็นเกษตรอำเภออยู่บางน้ำเปรี้ยวที่เดิม ต่อมาก็ได้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งเปลี่ยนจากระบบชั้น( จัตวา ตรี โท เอก พิเศษ) เป็นระดับชั้น ๓, ๔,๕,๖ และ ๗ ตามลำดับ ซึ่งต้องย้ายไปอยู่อำเภอที่ใหญ่ขึ้น สมัยที่ผมทำงานที่นั่น หากมีกิจกรรมสำคัญๆ ต้องการความช่วยเหลือ ปรีชาและเพื่อนที่นั่น ต่างเข้ามาช่วยกัน จนงานสำเร็จ

ปรีชาเป็นคนที่กว้างขวางในสังคม รู้จักตั้งแต่คนทำงานชั้นผู้น้อย และผู้ใหญ่ รวมทั้งนักการเมืองที่โด่งดังในจังหวัด มีมนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ทั้งๆที่ตัวใหญ่แต่อ่อนน้อมถ่อมตน ไปไหนเป็นกลุ่มๆ ปรีชาจะเป็นคนคอยบริการกลุ่ม เช่นล้อมวงดื่มสุรากัน ปรีชาก็จะดูว่าแก้วใครว่าง ก็รินเติมให้ นอกจากนั้น ยังเล่นกีฬาบางอย่าง เช่นสนุ๊กเกอร์เก่ง เมื่อไหร่ที่ปรีชาไปเล่นผี (สนุ้กเกอร์อย่างหนึ่ง) ที่สโมสรข้าราชการ เพื่อนๆก็จะไปดู พร้อมกับดื่มไปกับวงโต๊ะสนุ้กด้วยกัน เมื่อเล่นแข่งขันกันได้เงินมาพอสมควร ก็จะพากันไปดื่มสุราที่ร้านอาหารข้างนอก

หลังจากที่ผมได้ย้ายจากฉะเชิงเทราไปอยู่จังหวัดอื่น แล้วย้ายเข้ามาส่วนกลาง และเพื่อนบางคนที่เคยอยู่ด้วยกันก็ย้ายกลับภูมิลำเนาตัวเอง ผมและเพื่อนๆได้มีกิจกรรมที่พบสังสรรกันทุกปี โดยอาศัยวันเกิดผมเป็นกำหนดนัดหมาย ที่ทุกๆคนจะเอาอาหารมารับประทาน และสังสรรค์กัน เพื่อนฉะเชิงเทราไม่เคยขาดจากกัน จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ต่างคนก็อายุมาก มารวมกันไม่ไหวอีกแล้ว ผมเองก็ไม่ได้ติดต่อกับปรีชาบ่อย ครั้งสุดท้าย จำได้ว่า เมื่อ ๕-๖ เดือนก่อน ได้โทรคุยครั้งหนึ่ง และแล้ว ตอนนี้ คงไม่มีโอกาสได้เจออีก

จากคำบอกเล่าของครอบครัวปรีชา เริ่มต้นจากเมื่อไม่นานมานี้ รุ่นน้องๆที่ฉะเชิงเทราได้จัดฉลองวันเกิดให้ ซึ่งได้ทราบว่า เมื่อเสร็จแล้ว เขาได้กลับบ้านด้วยความสุข ที่น้องๆยังรักและคิดถึง ในวันรุ่งขึ้น ปรีชาท้องเสียอย่างแรง และนาน ไม่ยอมหยุดและไข้ขึ้นสูง ตัวร้อนมาก ตอนแรกคิดว่าไม่เป็นอะไร จึงไม่ได้พาไปโรงพยาบาล จนในที่สุด เห็นว่าอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงพาไปโรงพยาบาล ทราบว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งหมดหนทางรักษา ได้แต่ให้มอร์ฟีน และรอสิ้นลม ได้ข่าวว่าปรีชาก็รู้ตัว และรับกับสถานการณ์จากไปโดยสงบ อายุ ๗๙ ปีเต็ม

เมื่อมีพบ ก็ต้องมีจาก มันบ่อแน่ดอกนาย วันนี้เพื่อนๆต่างทะยอยจากไปก่อน บางคนไม่เป็นอะไร เกิดเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วน ลาลับไป ไม่มีสัญญาณอะไรล่วงหน้า บางคนร่อแร่ ร่อแร่ ยังอยู่ไม่มีสัญญาณจะจากไป คงต้องเอาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามายึดเป็นหลักธรรม อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ความจริงเป็นเช่นนี้เอง

บู๊ คนเคยหนุ่ม
๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ เขียนที่กรุงเทพฯ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *