INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มหาอุทกภัยหาดใหญ่ในทัศนะผม

BBC
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
มหาอุทกภัยหาดใหญ่ในทัศนะผม
ความจริง”หาดใหญ่”เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่มาก่อน ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ในปี ๒๕๔๓ ก็เกิดขึ้นมาแล้วอย่างรุนแรงสุดๆ  แต่ไม่รุนแรงเช่นครั้งนี้
จำได้ว่ามีคนตายหลายสิบ แต่ไม่แน่ใจว่าถึง ๑๐๐ หรือไม่
มาคราวนี้เพิ่งจะมีรายงานคนตายไป ๑๙ คนเท่านั้น จึงค่อนข้างจะเบาใจ
แต่…..ถ้าหากน้ำยังท่วมยืดเยื้อ คือฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำยิ่งสูงขึ้น ยิ่งลำบากต่อการช่วยเหลืออพยพ
ก็ไม่แน่ว่าจะตายกันอีกนับหลายสิบหรือมากกว่า
พูดกันมากว่า สาเหตุน้ำท่วมเร็ว กระแสน้ำหลากแรงนั้น เพราะฝนตกหนัก ตกนานต่อเนื่อง น้ำระบายไม่ทัน
ระดับน้ำจึงสูงขึ้นๆ ตึกรามบ้านช่องถูกดัดขาดเสมือนเกาะเล็กๆ ในเมือง ชาวบ้านนับพันนับหมื่น ที่ไม่ได้เตรียมตัวหนี เลยหนีไม่ทัน
ที่น่าเวทนามาก ก็คือคนไข้ที่โรงพยาบาลและทารกเกิดใหม่นับสิบที่นั่น
 ว่ากันว่า ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นคือเส้นทางการระบายน้ำเดิมที่มีอยู่ก็แค่คลองอู่ตะเภาไหลไปลงทะเลสาบสงขลา แม้หลังจากน้ำท่วมปี ๒๕๔๓ ก็มีการขุดคลอง ร. ๑ หมายให้ช่วยคลองอู่ตะเภาระบายน้ำอีกทาง แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถระบายได้ทันในครั้งนี้
ทำให้น้ำยังท่วมสูงและทวีระดับและไหลแรง ยากแก่การให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจากทางบก ทางเรือและทางอากาศ
ความช่วยเหลือที่ระดมมาจากทุกภาคส่วน ทำไม่ได้เต็มที่
อาสาสมัครหลายคนร้องไห้ สงสารผู้คนที่”ติดเกาะ”(“เกาะ”หมายแต่ละบ้าน)ล้วนขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ
ที่น่าเวทนายิ่งก็คือ มีเป็นจำนวนมากที่ไปอาศัยชั่วคราวอยู่บนหลังคาบ้านหลังคาตึก  ท่ามกลางสายฝน เสี่ยงต่อการป่วยไข้สูง
ความทุกข์ยากเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าจะมีหนทางใดที่จะระบายน้ำลงทะเลได้เร็วกว่านี้ บอกได้เลยว่า
ก็ต้องระเบิดทำลายเส้นทางปิดกั้นการไหลของน้ำเท่านั้น
เช่นอาจทำลายด้วยระเบิดถนนที่กั้นขวางทางน้ำ หรือระเบิดตึก หรือหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเส้นทางน้ำเดิน(แหงเลยที่จะต้องถูกฟ้องร้อง)ฯลฯ เป็นต้น
นี่ผมก็ว่าไปตามที่รู้สึก เพราะนั่งเทียนเขียนครับ
พิเคราะห์น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่คราวนี้แล้ว สภาพภูมิอากาศแปรปรวนคือต้นเหตุแรก ๆ ของปัญหาเลยละครับ
ความแปรปรวนทางภูมิอากาศนี้ ฝรั่งเรียกว่า Climate Change นานๆจะเกิดขึ้นที ในรูปปรากฏการณ์”เอลนิโญ”คืออุณหภูมิของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรจะอุ่นขึ้น ลมจากมหาสมุทรหอบฝนมาตกลงต่อเนื่องนานมากผิดปกติ
แต่ที่แปลกมากที่เกิดกับภาคใต้เรา ก็คือเพราะเกิดอาการฝนแช่ คือลมที่หอบฝนมาเคลื่อนที่ช้ามากหรือหยุดนิ่ง ที่ไหนระบายน้ำลงทะเลช้า ก็เลยเกิดอุทกภัยตามมาทั้งในรูปน้ำหลากและน้ำท่วม
ยิ่งน้ำไหลลงทะเลช้ามาก เพราะไม่มีเส้นทางระบายเพียงพอ เช่นที่”หาดใหญ”ที่นั่นจึงต้องเผชิญปัญหาหนักกว่าที่อื่นๆ
เหตุผลเพราะ“หาดใหญ”ที่อยู่ในวงล้อมของภูเขา กลายเป็นอ่างรองรับน้ำฝนที่ล้นอ่างเพไม่มีเส้นทางไหลระบายอย่างรวดเร็ว
ก็น่าเห็นใจรัฐบาลละครับ ที่ถูกตำหนิรุนแรงจากสื่อมวลนในเชิงบริภาษว่า ไร้สติปัญญาไร้ความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหา
แม้จะประกาศภาวะฉุกเฉินและตั้ง War Room เพื่อดำเนินการแก้ไขแล้ว ตัวนายกรัฐมนตรีก็ยังคงถูกตำหนิว่า ไม่มีความสามารถในการนำ สั่งแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ทั้งๆ ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือพรักพร้อม
บางที ขณะที่อ่านเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี”อนุทิน ชาญวีรกูล”คงจะได้สำแดงฝีมือให้ปรากฏแล้ว
ก็ได้แต่เอาใจช่วยครับ
ในแง่ความศรัทธาและความเชื่อนั้น พูดได้ว่า เป็นเพราะระยะหลังๆ”หาดใหญ”มีสภาพเป็น”เมืองบาป”มากเกินไป จากธุรกิจบันเทิง โดยเฉพาะเน้นหนักในทาง”โลกียะ”
จึงถูกพระเจ้าลงโทษเบาะ ๆก่อน เอาเพียงแค่น้ำท่วม
ไม่รุนแรงขนาดถล่มเมืองพินาศย่อยยับจนแทบจะเห็นซาก เช่น“โซดอมและกอมเมอร์ราห์”(เชื่อว่าอยูทางใต้ของทะเล”เดดซี”)ตามตำนานดั้งเดิม ที่เล่าขานกันตามๆ มาในคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอาน
                                                            
ผมก็เลยสงสัยอยู่ครามครันว่าทำไม พระเจ้าจึงไม่ทำลาย”เมืองพัทยา”ไปก่อนหน้านี้เสียเล่า
เพราะพัทยานั้นดูจะเหมือนคนทำบาปสมบูรณ์แบบมากกว่า”หาดใหญ่”เป็นไหนๆ
สมบูรณ์แบบอย่างไร ผมรู้นะครับ เคยไปเห็นมาด้วยตาแล้ว แบบที่ว่า”หญิงกับหญิง” หรือ”ชายกับชาย”และสารพัดการแสดงที่”มหาลามก”เพียงเพื่อความบันเทิง
เพียงแต่ไม่กล้าเอาตัวตน เข้าไปสัมผัสเท่านั้น
เขียนไว้เพียงแค่นี้ก่อนละครับ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมไม่รู้สึกสลดด้วย ในแง่เกิดอุทกภัยกับ”หาดใหญ่”
เขียนเพียง”เอามัน”………..ฮา
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com