INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นิทานในประวัติศาสตร์และพงศาวดารจีน

123235252221
นิทานในประวัติศาสตร์และพงศาวดารจีน
รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

เกริ่นนำ
ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ยาวนานต่อเนื่องกันหลายพันปี ในสมัยต่างๆ มีนิทานที่ถูกบันทึกและเล่าต่อๆกันมาจำนวนมาก ทั้งที่ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์และ ในพงศาวดาร การอ่านนิทานประวัติศาสตร์ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมจีนขึ้น ทั้งยังได้รับความรู้และความบันเทิง นิทานบางเรื่องมีเนื้อหาสนุกสนาน แฝงไว้ด้วยคติธรรม หรือบทเรียนที่เป็นประโยชน์ ไม่ล้าสมัยแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานนับพันปีก็ตาม เพื่อเผยแพร่ความบันเทิงที่แฝงไว้ด้วยสาระน่ารู้ บล็อกวัฒนธรรมจีน จะได้นำเสนอนิทานที่ปรากฏในประวัติศาสตร์และพงศาวดารที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นในแต่ละราชวงศ์ เริ่มตั้งแต่สมัยเลียดก๊กในราชวงศ์โจวตะวันออก(东周列囯)เมื่อประมาณ 2700 ปีก่อนจนถึงการสิ้นสุดของราชวงศ์ชิง(清)ในต้นศตวรรษที่ 20 โดยเรียงลำดับตามเวลาที่เกิดเหตุการณ์

สมัยเลียดก๊ก ราชวงศ์โจวตะวันออก(东周列国)
ราชวงศ์โจวตะวันออก(东周)แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกเรียกว่าชุนชิว(春秋)) ประมาณเวลาตั้งแต่ 770 ปีถึง 476 ปีก่อนคริสตกาล รวม 294 ปี ช่วงหลังเรียกว่าจั้นกว๋อ(战国 ) 475-221 ปีก่อนคริสตกาล รวมเวลา 254 ปี ทั้งสองช่วงรวมเวลาทั้งสิ้น 515 ปี ในวรรณกรรมไทยเรียกประวัติศาสตร์จีนในสองช่วงเวลานี้ว่า สมัยเลียด(列国) ซึ่งแปลว่าบรรดาประเทศ หรือประเทศต่างๆ
สมัยเลียดก๊กเป็นช่วงเวลาที่มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ในช่วงเวลานี้ ประเทศจีนแบ่งออกเป็นรัฐอิสระที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งขึ้นเริ่มจากจำนวนกว่าร้อยรัฐในช่วงต้นชุนชิว จนเหลือเพียงเจ็ดรัฐใหญ่ในช่วงจั้นกว๋อ และสิ้นสุดลงด้วยการรวมประเทศเป็นปึกแผ่นในราชวงศ์ฉิน(秦) โดยฉินสื่อหวาง (秦始皇) หรือจิ๋นซีฮ่องเต้เมื่อ ปี 221 ก่อนคริสตกาล
ในสมัยเลียดก๊ก มีการทำสงครามเพื่อขยายอาณาเขตการปกครองและแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างรัฐต่างๆอยู่เสมอ มีการใช้กลอุบายต่างๆในการต่อสู้เพื่อเอาชนะรัฐฝ่ายตรงข้าม จนเหลือจำนวนรัฐน้อยลงตามลำดับ
นอกจากนั้น สมัยเลียดก๊กนี้ ยังเป็นยุคที่ความรู้ความคิดเฟื่องฟูมาก มีการเปิดกว้างในทางความคิด ประชาชนสามรถแสดงความคิดเห็นได้โดยเสรี สมัยนี้ จึงมีนักปราชญ์ นักยุทธศาสตร์ นักรบ นักวิชาการ ตลอดจนผู้ที่มีความรู้ในสาขาต่างๆเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก นักปราชญ์จีนที่โดดเด่น เช่น ขงจื๊อ(孔子) เล่าจื๊อ(老子) บักจื๊อ(墨子) และเม่งจื๊อ(孟子) ล้วนเกิดในสมัยนี้ ทั้งสิ้น ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ(孙子兵法) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนทุกวันนี้ ก็เกิดขึ้นในสมัยเลียดก๊กนี้เช่นกัน สมัยเลียดก๊กจึงเป็นช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องที่สนุกสนาน มีคุณธรรม และเรื่องที่ทารุณโหดร้าย สุภาษิตจีนจำนวนมากก็เกิดจากเรื่องราวในสมัยนี้ เช่นกัน
เรื่องที่เกิดขึ้นในเวลากว่าห้าร้อยปีของสมัยเลียดก๊กมีมาก แต่ละเรื่องมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เรื่องราวเหล่านี้ ถูกเล่าขานสืบต่อกันมานานนับพันปี บางเรื่องถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์หรือบทละคร บางเรื่องถูกนำมาขยายความเป็นนิยายเฉพาะเรื่อง ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ทั้งยังมีเรื่องราวและบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นจำนวนมาก การถ่ายทอดเรื่องราวหรือนิทานทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยนี้จึงไม่ง่าย แม้จะเลือกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบางช่วงเวลา ก็ยังอาจจะสร้างความสับสนต่อผู้อ่านได้ เพราะแต่ละเรื่อง มีความสลับซับซ้อน มีบุคคลหรือตัวละครที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการที่จะเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ในบางเหตุการณ์ อาจต้องมีความรู้พื้นฐานทางประวัติศาสตร์จีนในสมัยนั้นอยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้เรื่องราวในสมัยเลียดก๊กจึงมีเผยแพร่ไม่มากในสังคมไทย
คนไทยทั่วไป คุ้นเคยกับพงศาวดารสามก๊กเป็นอย่างดี สมัยสามก๊กซึ่งกินเวลาเพียงร้อยกว่าปี มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย มีตัวละครที่เกี่ยวข้องหลายร้อยคน บางทีทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน แต่ถ้าเทียบกับเรื่องราวในสมัยเลียดก๊กแล้ว สมัยเลียดก๊ก มีเรื่องราว และตัวละครเกี่ยวข้องมากกว่าหลายสิบเท่า การเล่านิทานในสมัยเลียดก๊ก จึงยากกว่ามาก อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ทำให้เรื่องราวในสมัยเลียดก๊ก ที่แม้จะมีความสนุกสนาน น่าสนใจ มีคติเตือนใจ และมีข้อคิดที่เป็นประโยชน์ แต่ก็ไม่แพร่หลาย หรือเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยมากเท่าสามก๊ก
นิทานแต่ละตอนที่จะเล่าต่อไปนี้ อาจมีการเขียนชื่อคน สถานที่ หรือชื่อรัฐ(ก๊ก) โดยมีภาษาจีนกำกับ มีการระบุปีเกิดเหตุการณ์เป็นปีคริสต์ศักราชบ้างเท่าที่มีความจำเป็น และเท่าที่จะสามารถทำได้ นิทานที่จะเล่านี้ บางเรื่องมาจากพงศาวดาร ที่ไม่มีการบันทึกในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ แม้จะมีการอ้างอิงประวัติศาสตร์อยู่บ้างก็ตาม จุดเน้นอยู่ที่การเล่านิทาน บางเรื่องอาจไม่เป็นความจริง บางเรื่องอาจทารุณโหดร้าย บางเรื่องอาจมีความคิดและการปฎิบัติ ที่คนในสมัยนี้เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกหรือไม่สมควร แต่ทั้งหลายทั้งปวง ก็พึงอ่านเพื่อความสนุกสนาน สิ่งสำคัญคือเพื่อให้ เกิดความคิดและรับบทเรียนหรือคติเตือนใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในปัจจุบัน ประเทศต่างๆก็มีการชิงดีชิงเด่นแย่งชิงอำนาจกัน มีสภาพไม่ต่างจากสมัยเลียดก๊ก เมื่ออ่านนิทานแล้วลองคิดว่า นอกจากความบันเทิงสนุกสนานแล้ว เรื่องราวของนิทานที่เล่ามานี้ ให้บทเรียนอะไรแก่เราบ้าง
เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากราชวงศ์โจวตะวันตก(西周)เป็นราชวงศ์โจวตะวันออก(东周)หรือเลียดก๊ก คือ การส่งสัญญาณไฟหลอกลวงขุนนาง(烽火戏诸侯)ของกษัตริย์องค์สุดท้ายในราชวงศ์โจวตะวันตก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ส่งผลให้ ราชวงศ์โจวตะวันตกล่มสลาย มีการย้ายเมืองหลวง และเกิดราชวงศ์โจวตะวันออกขึ้น รายละเอียดของเรื่องนี้จะได้เล่าในตอนต่อไป
ราชวงศ์โจวแบ่งออกเป็นรัฐจำนวนมาก การเปลี่ยนจากราชวงศ์โจวตะวันตกมาเป็นโจวตะวันออก นอกจากจะมีการย้ายเมืองหลวงแล้ว อำนาจของพระมหากษัตริย์ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย ในสมัยโจวตะวันตก กษัตริย์ราชวงศ์โจวในส่วนกลางมีอำนาจเหนือผู้ครองรัฐต่างๆ สามารถแต่งตั้งให้ขุนนาง ข้าราชการจากรัฐต่างๆ มาปฏิบัติหน้าที่ในเมืองหลวงได้ แต่ในสมัยราชวงศ์โจวตะวันออก อำนาจของพระมหากษัตริย์ถูกลดทอนลงไปมาก มลรัฐต่างๆต่างเป็นเอกเทศ มีระบบการปกครองของตนเอง มีการแต่งตั้งขุนนางข้าราชการในรัฐของตน แม้โดยนิตินัย กษัตริย์ราชวงศ์โจวยังเป็นพระมหากษัตริย์ร่วมของทุกมลรัฐ แต่ในทางพฤตินัย อำนาจในการปกครองของกษัตริย์โจวถูกจำกัดเพียงภายในบริเวณเมืองหลวงและพื้นที่รอบๆเท่านั้น พื้นที่นอกเหนือจากนั้น เป็นเขตปกครองของมลรัฐ ซึ่งกษัตริย์ราชวงศ์โจวไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายได้
ในช่วงชุนชิว(春秋) ผู้ครองรัฐต่างๆยังนับถือกษัตริย์ราชวงศ์โจวเป็นผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ ผู้ครองรัฐ ก็ไม่เรียกตนเองว่า”อ๋อง”หรือพระเจ้า(王) แต่จะลงท้ายด้วยคำ”กง”(公) ซึ่งเป็นชื่อเรียกตำแหน่งขุนนางแทน แต่มาถึงช่วงเลียดก๊ก(列国) อำนาจของกษัตริย์ราชวงศ์โจวในส่วนกลางถูกลดทอนลงไปมาก ผู้ครองรัฐต่างๆ ต่างก็สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ เรียกตนเองว่า”อ๋อง” เทียบเท่ากับกษัตริย์โจว ที่มีอำนาจปกครองเฉพาะพื้นที่บริเวณเมืองหลวงซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามลรัฐขนาดใหญ่ทั้งเจ็ด และกษัตริย์โจวไม่มีอำนาจเหนือรัฐต่างๆเหล่านี้อีกต่อไป
ลักษณะการปกครองประเทศของราชวงศ์โจวตะวันตกกับราชวงศ์ตะวันออก และระหว่างช่วงชุนชิวกับจั้นกว๋อแตกต่างกันมาก ช่วงจั้นกว๋อ แม้ในประวัติศาสตร์จีนยังถือว่าเป็นราชวงศ์โจวอยู่ เพราะยังมีอยู่หลายรัฐ และประเทศจีนยังไม่เป็นปึกแผ่น แต่ ในทางพฤตินัยแล้ว โจว(周) เป็นเพียงรัฐเล็กๆเท่านั้น และในที่สุดก็ถูกผนวกเข้ากับรัฐอื่น

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *