ภาพแห่งประวัติศาสตร์

ภาพแห่งประวัติศาสตร์
กฏความเป็นผู้นำ 13 ของโคลิน พาวเวลล์ กำเนิดจากรายการคำกล่าวทางปฏิบัติที่เขาเก็ยภายใต้กระจกโต็ะทำงานของเขาระหว่างอาชีพทหาร
ของเขา ถูกพิมพ์ครั้งแรกภายในวารสารพาเรดเมื่อ ค.ศ 1989 และต่อมา
ได้นิยมเเพร่หลายกฏของความผู้นำ 13 ข้อที่มีชื่อเสียงของเขา พิมพ์เป็นหนังสือบันทึกความทรง 2013 ของเขา “It Worked for Me : In Life and
Leadership'” ดึงมาจากหลายทศวรรษของประสบการณ์เป็นนายพลกอง
ทัพอเมริกันสี่ดาว ประธานคณะสนาธิการร่วม และรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเขา
ในขณะที่พาวเวลล์หลอมกฏเหล่านี้ผ่านทางอาชีพของเขาเอง แต่มันได้สะท้อนการกระทำทางประวัติศาสตร์ของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายพลดไวท์ ดี ไอเซนฮาวร์ ผู้บัญชาการสัมพันธมิตรสูงสุด ระหว่างสงครามโลกครั้งสองและประธานาธิบดียูเอสคนที่ 34 ถูกใช้เป็นต้นแบบหลักต่อกฏเหล่านี้หลายข้อของเขา ในฐานะของนายพลสี่ดาว และนายทหารระดับสูง โคลิน พาวเวลล์ ได้เก็บการรวบรวมหลักการและสุภาษิตสามัญสำนึกที่สั้น และยัดไว้ข้างใต้กระจกบนโต๊ะทำงานของเขา นำทางการตัดสินใจประจำวันของเขา
นักข่าวของวารสารพาเรดได้มองเห็นรายการข้างใต้กระจกโต๊ะทำงานของเขา และขอที่จะพิมพ์มัน แบ่งปันกฏที่สามารถพิมพ์ได้ ไม่หยาบคายกับสาธารณะเมื่อ ค.ศ 1989 กฏ 13 ข้อที่สมบูรณ์เหล่านี้ของพาวเวลล์มุ่งเน้นการตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ ความรับผิดชอบ ทิศทางที่ชัดเจน ความยืดหยุ่น และการให้อำนาจทีมพาวเวลล์กล่าวว่ากฏของเขายืนหยัดมากว่า 20 ปี เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกเหนือทฤษฎีที่ซับซ้อน มุ่งเน้นทัศนคติทางบวกและการมองโลกมนเเง่ดี กฏของความเป็นผู้นำ 13
ข้อเหล่านี้คือ
1 มันไ่ม่ได้ไม่ดีอย่างที่คุณคิด มันจะดูดีขึ้นตอนเช้า
2 โกรธแล้วปล่อยวาง
3 หลีกเลี่ยงอย่ามีอัตตาของคุณ ใกล้ตำแหน่งของคุณ เมื่อตำแหน่งของ
คุณล้มเหลว อัตตาของคุณไปกับมัน
4 มันสามารถทำได้
5 ขอให้ระวังอะไรที่คุณเลือก คุณอาจจะได้มัน
6 อย่ายอมให้ข้อเท็จจริงที่เป็นโทษขัดขวางการตัดสืนใจที่ดี
7 คุณไม่สามารถเลือกของบุคคลอื่น คุณไม่ควรจะยอมให้บุคคลบางคน
เลือกของคุณ
8 ตรวจสอบสิ่งเล็กน้อย
9 แบ่งปันการยกย่อง
10 ยังคงความสงบและเมตตา
11 มีวิสัยทัศน์และความต้องการ
12 อย่าปรึกษาหารือความกลัวหรือผู้คัดค้านของคุณ
13 มองโลกในเเง่ดีตลอดไปเป็นตัวคูณพลัง
โคลิน พาวเวลล์ มักจะอ้างอิงภาพไอคอนของเขาตอนที่ไอเซนฮาวร์พูดคุยกับทหารพลร่มบนคืนก่อนของของดี-เดย์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พวกเขาขึ้นเครื่องบินเพื่อการบุกนอร์มังดี ฝรั่งเศส ณ สนามบินกรีนแฮม คอมมอน ณ อังกฤษ มันแสดงท่าทางอย่างธรรมขาติด้วยมือของเขาในขณะที่พูดคุยโดยตรงกับทหารพลร่มของกองพลส่งทางอากาศที่ 101 ในขณะ
ที่คำบรรยายใต้ภาพการทหารเป็นทางการกล่าวว่า เขากำลังออกคำสั่งว่า
“ขัยชนะเด็ดขาด —- -ไมมีออย่างอื่น” พยานและความทรงจำได้เปิดเผยว่าไอเซนฮาวร์แท้จริงกำลังผ่อนคลายความเครียดอย่างมาก โดยการพูดคุยตามสบายกับทหารพลร่ม
ทหารพลร่มเผชิญหน้ากับไอเซนฮาวร์ด้วยหมายเลข 23 คล้องที่คอของ
เขาคือ ร้อยโทวอลเลซ สโตรเบิล โดยบังเอิญ 5 มิถุนายน 1944 เป็นวันเกิดครบรอบ 22 ปีของสโตรเบิลด้วย ไอเซนฮาวร์รู้ว่าสภาวะอากศรุนเเรง อัตราบาดเจ็บและเสียชีวิตของกองพลทหารพลร่มถูกคาดคะเนไว้หายนะ เขาไปเยี่ยมสนามบินมองที่สายตาของทหารพลร่มที่เขากำลังส่งไปสู่การสู้รบ มันเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังมากที่สุดอย่างหนึ่งของความเป็นผู้นำของ
ประวัติศาสตร์ทหาร 6 มิถุนายน 1944 จะหมายถึงการเริ่มต้นการบุกของ
พันธมิตร นอร์มังดี ฝรั่งเศส ระหว่างสงครามโลกครัังที่สอง
ก่อนการไปเยี่ยมสนามบินไอเซนฮาวร์ถูกเตือนจากพลอากาศโททราฟ
ฟอร์ด มาลโลรี ว่าการปฏิบัติการทางอากาศข้างหลังแนวศัตรูสามารถจะ
เสียหายจากบาดเจ็บเเละเสียชีวิต 50% ถึง 70% หรือสูงกว่า แม้แต่เขาได้
กระตุ้นไอเซนฮาวร์ เลื่้อนการโดดร่ม ไอเซนฮาวร์ได้ตีกลับเขา เพราะว่า
เขารู้ว่าการยึดถนนหรือทางข้างหลังชายหาดสำคัญต่อความสำเร็จของ
การยกพลขึ้นบกดี-เดย์ทั้งหมด การรู้ว่าทหารวัยหนุ่มจำนวนมากที่เขาได้
พูดด้วยอาจจะไม่รอดชีวิตคืนนี้ ไอเซนฮาวร์ ไปสนามบ้นที่จะผ่อนคลาย
ประสาท ตรวจสอบขวัญกำลังใจของพวกเขา และแบกรับต้นทุนมนุษย์จากการตัดสินใจของเขา
โคลิน พาวเวลล์ ชื่นชมอย่างลึกซึ้งภาพไอคอนนี้ เขาได้เก็บภาพพิมพ์ขนาดใหญ่ของภาพนั้นภายในกรอบที่ถูกแสดงอย่างโดดเด่นภายในห้องทำงานของเขา พาวเวลล์ ได่ใช้ภาพไอคอนจากการไปเยี่ยมทหารพลร่ม กองพลส่งทางอากาศที่ 101 การมองดูที่สายตาของทหารแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นบนเครื่องบินเพื่อการบุกดี-เดย์ของนอร์มังดี มันเป็นตัวอย่างของการบริหารแบบสัมผัสและความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ภาพ
ประวัติศาสตร์นี้ มักจะเชื่อมโยงกับถ้อยคำ “Full Victory – Nothing Else”
ชัยชนะเด็ดชาด ไม่มีอย่างอื่น ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ยาวนานของความเป็นผู้นำที่สงบ การมุ่งเน้นความสามัคคี และภาระที่หนักแบกโดยผู้บัญชา
การและทหาร บนคืนก่อน 6 มิถุนายน 1944
พาวเวลล์ อ้างอิงภาพนี้อยู่เสมอภายในการบรรยาย และหนังสือเกี่ยวกับการบริหารเป็นคำนิยามที่มองเห็นของความเป็นผู้น ภายในภาพ คางของไอเซนฮาวร์เงยขึ้น มือของเขายกขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา การเเสดงท่าทางที่เข้มข้นด้วยมือของเขาพูดคุยต่อหน้ากับทหารวัยหนุ่มที่จะกระโดดลงข้างหลังแนวศัตรูภายในนอร์มังดี ไอเซนฮาวด์ไม่ได้ส่งบันทึกหรือออกอากาศวิทยุ เขาได้ออกไป มองสายตาทหารของเขา รับเอาความวิตกกังวลของพวกเขา และเพิ่มขวัญกำลังใจของพวกเขา
พาวเวลล์ได้ใช้สิ่งนี้แสดงกฏของเขาว่าความเป็นผู้นำเกี่ยวกับบุคคล ในขณะที่ภาพจะดูเเข้มข้นทางยุทธวิธีทหารพลร่มคนหนึ่งจากภาพต่อมาได้เปิดเผยว่าไอเซาฮาวร์แท้จริงไมได้ให้คำปราศัยการสู้รบภายในช่วงวลาที่สั้นมาก เขาได้ถามทหารคนหนึ่ง สโตรเบลตรงที่เขากำเนิด เมื่อสโตรเบลตอบว่า “มิชิแกน” ไอเซนฮาวร์ตื่นเต้นเริ่มต้นพูดคุยเกี่ยวกับเเหล่งตกปลาแบบฟลาย การตกปลาโดยใช้เหยื่อปลอมที่ชอบภายในมิชิแกนพาวเวลล์ชอบรายละเอียดนี้ เพราะว่ามันได้พิสูจน์ว่าไอเซนฮาวร์เชื่อมโยงกับกอง
ทหารบนระดับส่วนบุคคลมนุษย์อย่างลึกซึ้ง แทนการเป็นเพียงแค่กระทำเหมือนกับผู้บัญชาการที่ไม่แยเเส

โคลิน พาวเวิลล์ มักจะอ้างอิงนายพดไวท์ ไอเซนฮาวร์ เป็นวีรบุรุุษส่วน
บุคคลและโมเดลความผู้นำร่วมมือร่วมใจทางปฏิบัติของเขา ทั้งสองนาย
พลได้บรรลุยศสูงสุงสุด ภายในทหารยูเอส ปรัชญาเเกนความเป็นผู้นำของพาวเวลล์จะสะท้อนโดยตรง ตัวอย่างรากฐานหลายอย่างแสดงโดยไอซานฮาวร์เขามักจะอ้างการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ของไอเซนฮาวร์คืนก่อนดี- เดย์ การเเสดงว่าผู้นำต้องกระทำภายในการเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างไรทั้งที่มีการพยากรณ์อากาศที่น่ากลัวและข้อเท็จจริงเลวร้ายหลาย
อย่าต่อการยกพลขึ้นบกบุกนอร์มังดี ไอเซนฮาวร์ได้ถ่วงน้ำหนักข้อมูลไว้วางใจความกล้าหาญของเขา และออกคำสั่งบุก
พาวเวลล์ ได้ใช้ตัวอย่างไอเซนฮาวเฉพาะนี้สร้างกฏ 40-70 ที่มีชื่อเสียงของเขาที่กำหนดว่าผู้นำควรจะตัดสินใจ เมื่อพวกเขามีระหว่าง 40% และ 70% ของข้อมูล การรอความแน่นอน 100% จะนำไปสู่อัมพาตเเละพลาดโอกาส ทั้งสองนายพลร่วมมุมมองการบริหารทางปฏิบัติ มนุษย์ศูนย์กลาง พาวเวลล์มักจะยกย่องไอซานฮาวร์ความสามารถพิเศษที่จะสร้างแนวร่วม ทำงานข้ามพรมแดนการเมือง และนำกลุ่มของบุคคลที่แตกต่างกันอย่างมากเข้าด้วยกัน ภายในการสะท้อนไอซานฮาวร์ พาวเวลล์ได้บุกเบิกความคิดว่าความเป็นผู้นำ ไม่ได้เกี่ยวกับศาสตร์การบริหารที่ตายตัว มันทั้งหมดเกี่ยวกับการบันดาลใจบุคตลที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
พาวเวลล์ มองความเป็นผู้นำ ผ่านทางเลนซ์ทางปฏิบติมุ่งเน้นที่ความไว้วางใจเเละตัวอย่างส่วนบุคคล ที่มักจะวางแนวกับความเชื่อรากฐานความซื่อสัตย์เป็นคุณสมบัติสุดยอดของผู้นำของไอซานฮาวร์ พาวเวลล์ได้ดำ
เนินการเเนวคิดนี้ด้วยการมุ่งเน้นว่าความซื่อสัตย์จะต้องถูกแสดงผ่านทางตัวอย่างส่วนบุคคลของผู้นำไอเซนฮาวร์กล่าวอย่างมีชื่อเสียง”คุณสมบัติสุดยอดเพื่อความเป็นผู้นำคือความซื่อสัตย์ที่ไม่สงสัย”ถ้าไม่มีมันแล้วไม่มีความสำเร็จที่แท้จริงเป็นไปได้
ไอเซนฮาวร์มองความซื่อสัตย์จำเป็นจะต้องทำก่อนที่ใช้กับที่ไหนก็ตาม
ตั้งแต่กองทัพไปจนถึงสำนักงาน ต่อพาวเวลล์แล้ว ความซื่อสัตย์หมายถึงมั่นใจการกระทำของคุณสอดคล้องอยู่เสมอกับคำพูดของคุณ พาวเวลล์ ได้นำข้อสนับสนุน ไอเซนฮาวร์ขั้นต่อไป ด้วยการมุ่งเน้นความรับผิดชอบเเละการมองเห็นด้วยการกล่าวว่า “ทหารเฝ้ามองอะไรที่ผู้นำของพวกเขาทำ มันเป็นตัวอย่างส่วนบุคของคุณที่พวกเขาจะเดินตาม” เขามักจะสอนว่าการกระทำประจำวันของผู้นำจะต้องสอดคล้องสมบูรณ์กับคำพูดของพวกเขา เพราะว่าพวกเขาจะถูกสังเกตุอย่างสม่ำเสมอ การรบรรยายและ
ห้องเรียนสำคัญน้อยกว่าตัวอย่างส่วนบุคคลมากที่ผู้นำสร้างผ่านทางการกระทำประจำวัน
ภายในหนังสือของเขา “It Worked for Me : In Life and Lesdership”
พาวเวลล์ จะอ้างอิงอย่างมีชื่อเสียงการตัดสินใจของนายพลไอเซนฮาวร์
บนคืนก่อนของการบุกดี-เดย์ แสดงกฏความเป็นผู้นำหลักของเขาขุดคุ้ย
ข้อมูลทุกอย่างที่คุณสามารถ และไปกับสัญชาติญานของคุณ พาวเวลล์ ได้แสดงการกระทำของไอเซนฮาวร์ 4 มิถุนายน 1944 เป็นกรณีศึกษาแท้จริงภายในการบัญชาการสถานการณ์ และความรับผิดชอบของผู้นำ พาวเวลล์ กล่าวว่าการพยากรณ์อากาศน่ากลัว และข้อมูลส่วนใหญ่ชี้ว่า
ไอเซนฮาวร์ควรจะยกเลิกหรือเลื่อนการบุก แต่กระนัันไอเซนฮาวร์รู้การปฏิบัติการข้างในและข้างนอก ไว้วางใจสัญชาติญานที่รู้ข้อมูล แทนการรอเพื่อความเเน่นอนสมบูรณ์ เขาได้เลือกที่จะออกคำสั่ง “ไป”
พาวเวลล์ ใช้การเลือกดี-เดย์ของไอเซนฮาวร์สอนผู้นำว่า การรวบรวมข้อมูลจำเป็น คุณจะไม่เคยมี 100% ของคำตอบ ความเป็นผู้นำที่แท้จริงต้องการความกล้าหาญที่จะตัดสินใจครั้งสุดท้ายบนพื้นฐานสัญชาติญาน
อย่างกล้าาหาญและยึดตัวเองรับผิดชอบเต็มที่ต่่อผลลัพธ์ ไอเซนฮาวร์จะ
เป็นตัวอย่างแท้จริงของความรับผิดชอบของความเป็นผู้นำ ด้วยกาบันทึกด้วยมือเป็นความลับยอมรับ 100% ของการตำหนิถ้าการบุก ดี- เดย์กลาย
เป็นล้มเหลว พาวเวลล์ มักจะพูดเกี่ยวกับปรัชญาความเป็นผู้นำ เช่น กฏที่มีชื่อเสียงของเขา ความเป็นผู้นำคือ การแก้ปัญหา และความล้มเหลวของ
องค์การนั้นหยุดกับผู้นำ ผู้นำต้องรับเอาความล้มเกลว

ไอเซนฮาวร์เป็นตัวอย่างแท้จริงของความรับผิดชอบของความเป็นผู้นำด้วยการบันทึกด้วยมือเป็นความลับรับ 100% ของการตำหนิถ้าการบุกดี- เดย์ ได้ล้มเหลว เมื่อคืนก่อนการยกพลขึ้นบกดี-เดย์ ไอเซนฮาวร์ได้เขียน
สรุปข้อความทั้งหมดตามสถานการณ์ด้วยมือ เขาได้ยัดบันทึกฉบับนี้ลงไปสู่กระเป๋าของเขา ตระเตรียมเต็มที่ที่จะอ่านมันต่อชาวโลก ถ้าการบุก
นอร์มังดีของพันธมิตรได้ล้มเหลว บันทึกอ่านได้ว่า
“การยกพลขึ้นบกของเราที่แชร์บรูก – ฮาฟวร์ได้ล้มเหลว ที่จะยึดที่มั่นได้อย่างพอใจ และผมได้ถอนกองทหารออกไป การตัดสินใจที่จะโจมตี ณ เวลาและสถานที่นี้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่หามาได้ดีที่สุดแล้ว กองทหารทั้งทางบก เรือ และอากาศ ได้สู้รบอย่างกล้าหาญและทุ่มเทต่อภาระหน้าที่ การกล่าวโทษ หรือความผิดพลาดของความพยายามครั้งนี้จะเป็นผมเท่านั้น”
พาวเวลล์ อ้างอิงช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้ สอนผู้นำนำทางการตัดสินใจเดิมพันสูงและความล้มเหลวที่อาจจะเป็นไปได้อย่างไร เขามุ่งเน้นว่าผู้นำที่แท้จริงไม่เคยโยนความรับผิดชอบ ถ้าภารกิจบรรลุความสำเร็จ การยก
ย่องเป็นของทีมถ้ามันล้มเหลวผู้นำต้องก้าวไปข้างหน้า และยอมรับ100% ของความรับผิดชอบเหมือนเช่นไอเซนฮาวร์ ตระเตรียมที่จะทำ พาวเวลล์ ได้ชี้ว่าไอซานฮาร์วเจตนาใช้ประโยคประธานเป็นผู้ถูกกระทำเริ่มแรก แต่ได้ฆ่ามันออกกล่าวอย่างชัดเจนว่า “มันเป็นผมเท่านั้น” ต่อพาวเวลล์ ผู้นำแท้จริงรับ 100% ของการตำหนิภายในความล้มเหลว แทนการเบี่ยงเบน
มันไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ภูมิอากาศไม่ดี หรือข่าวกรองผิดพลาด
ความเป็นผู้นำที่แท้จริงต้องการกรอบความผิด ความรับผิดชอบหยุดที่นี่ เมื่ออะไรก็ตามผิดพลาด ผู้นำควรจะป้องกันทีมของพวกเขา ยอมรัว่าการตัดสินในที่สุดจะเป็นของพวกเขา แบกรับน้ำหนักเต็มที่ของความล้มเหลว พาวเวลล์ ได้กล่าวว่าในขณะที่ไอซานฮาวร์ รับผิดชอบคนเดียวต่อความหายนะที่อาจจะเป็นไปได้ เขาให้การยกย่องกองทหารเมื่อการปฏิบัติการบรรลุความสำเร็จ พาวเวลล์ ได้ผสมผสานสิ่งนี้ไปสู่ปรัชญาของเขาเองว่า ผู้นำรับความล้มเหลวและกระจายการยกย่อง
ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงมากของความเป็นผู้นำแบบสัมผัสของไอซานฮาวร์ที่พาวเวลล์และนักประวัติศาสตร์ทหารคนอื่น มุ่งเน้นหนักเกิดขึ้นคืนก่อนการบุกดี-เดย์ ไอซานฮาวร์รู้เป็นส่วนตัวว่าการโดดร่มของทหารพลล่มจะ
เสี่ยงภัยสูง พวกเขาอาจจะเผชิญกับความบาดเจ็บเเละะเสียชีวิตได้สูงถึง 70% แทนการยังคงอยู่เเยกภายในสำนักงานใหญ่บัญชาการ ไอเซนฮาวร์ ได้ออกไปสู่สนามบินใช้หลายชั่วโมงมองไปสู่สายตาของทหารจากองพลส่งทางอากาศที่ 101
เขาเดินไปรอบพวกเขา พูดคุยเกี่ยวกับบ้านเกิดของพวกเขา เล่าเรื่องตลก และให้การกระตุ้นส่วนบุคคลพวกเขา พาวเวลล์ใช้ตัวอย่างทำนองนี้ยืนยันว่าความเป็นผู้นำเป็นส่วนบุคคลที่เข้มข้น ผู้นำไม่สามารถหลบซ่อนเบื้องหลังแผนภูมิองค์การหรือสั่งการจากทางไกล คุณจะต้องมองบุคคลภายในสายตา เข้าใจความเป็นจริงของพวกเขา เเละรับความวิตกกังวลของพวกเขาพาวเวลล์ กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่า “สิ่งสำคัญที่สุดผมได้เรียนรู้คือ ทหารมองผู้นำของพวกเขาทำอะไร….มันเป็นตัวอย่างส่วนบุคลของ
คุณพวกเขาจะเดินตาม” ขยายโดยตรงบนมุมมองของไอเซาฮาวร์
การปรากฏตัวและความซื่อสัตย์ของผู้บัญชาการจะกำหนดบรรยากาศของทั้งหน่วยไอเซนฮาวร์ สร้างชื่อเสียงต่อการออกไปจากสำนักงานใหญ่ของเขา เยี่ยมกองทหารบนแนวหน้า วิถีทางแบบสัมผัส พาวเวลล์ สะท้อนด้วยการให้ความสำคัญความต้องการของผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา และรักษาการมองเห็นได้ แทนการหลบซ่อนช้างหลังโต๊ะหรือลำดับชั้น พาว
มักจะใช้ภาพไอคอนจากการไปเยี่ยมทหารพลร่ม กองพลส่งทางอากาศ
ที่ 101 ด้วยการมองดูที่สายตาของทหาร ก่อนไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พวกเขาขึ้นเครื่องบินของพวกเขาเพื่อการบุกดี-เดย์ของนอร์มังดีเป็นตัวอย่างของการบริหารแบบสัมผัสและความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
ภาพประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของไอเซนฮาวร์ พูดคุยกับทหารพลร่มก่อนดี-เดย์ เป็นตัวอย่างคลาสสิคของการบริหารเดินดูโดยรอบ – เอ็มบี
ดับบลิวเอ – การใช้การปรากฏตัวส่วนบุคคลไม่เป็นทางการเชื่อมโยงกับ
บุคคลแนวหน้าขององค์การ แม้ว่าถ้อยคำการบริหารเดินดูโดยรอบเป็น
ทางการต่อมามากเมื่อ ค.ศ 1970 โดยฮิวเลตต์-เเพคการ์ด และนิยมแแพร่
หลายโดยโทมัส ปีเตอร์ ภายในหนังสือ “In Search of Excellence” ของ
เขา นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญความเป็นผู้นำชี้อย่างกว้างขวางไปที่การกระทำของไอเซนฮาวร์จากภาพประวัติศาสตร์ไอคอนนั้น เป็นแบบอย่างประวัติศาสตร์คลาสสิคของแนวคิด
กฏความเป็นผู้นำ 13 ข้อของโคลิน พาวเวลล์ กล่าวถึงแนวคิดการบริหาร
เดินดูโดยรอบผ่านท่งกฏขอ 8 : ตรวจสอบสิ่งเล็กน้อย พาวเวลล์ อธิบาย
ว่า ความสำเร็จในที่สุดขึ้นอยู่กับสิ่งเล็กน้อย สิ่งเล็กน้อยจำนวนมาก เชา
มองเห็นว่าผู้นำต้องมีความรู้สึกต่ออะไรกำลังเกิดขึ้นภายในความลึกของ
องค์การ เพื่อการบรรลุสิ่งนี้ ผู้นำไม่สามารถยังคงแยกออกมาข้างหลังโต๊ะ
พวกเขาต้องไปเยี่ยมระดับพื้นดินสังเกตุความเป็นจริง ตรวจสอบขวัญกำ
ลังใจ และดูบุคคลมีทรัพยากรเพียงพอหรือไม่ เขากล่าวอย่างมีชื่อเสียง
ว่า “ผู้ตามมีชีวิตอยู่ภายในโลกของสิ่งเล็กน้อย” และผู้นำจะต้องค้นหาวิถีทางก้าวไปสู่โลกนั้น
เมื่อได้ถามที่จะอธิบายความเป็นผู้นำส่วนบุคคลระหว่างอาชีพของเขา
พาวเวลล์ มักจะสรุปการบริหารแบบสัมผัสของเขาด้วยถ้อยคำว่า “ไปตรงที่ฝูงของคุณอยู่” มุ่งเน้นว่าความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่สามารถทำอย่างแท้
จริงจากโต๊ะหรือผ่านทางรายงาน ผู้นำต้องก้าวออกไปจากสำนักงานของ
พวกเขา และไปโดยตรงตรงที่สมาชิกของทีมของพวกเขาทำงานอยู่ เขา
เชื่อว่าหลุมพรางที่สำคัญต่อผู้นำระดับสูงคือ ได้ถูกเเยกออกมาโดยโดย
กำแพงป้องกันของบุคคลและรายงานที่ถูกกรอง ด้วยการเดินไปรอบไม่
ว่าไปเยี่ยมค่ายทหาร ห้องส้วม หรือสำนักงาน เขาได้อ้อมผ่านลำดับชั้น
มองเห็นความจริงไม่เคลือบเงาของการดำเนินงานประจำวัน
พาวเวลล์มักจะกล่าวว่า “ความสามารถเข้าถึงระบุคงามเป็นผู้นำ” โดย
การใช้ เอ็มบีดับบลิวเอ เขาได้ทำให้ตัวเขาเองมองเห็นและเข้าถึงได้ต่อบุคคลแนวหน้า สร้างความเป็นมิตรที่ลึกซึ้ง ส่งสัญญานแก่ทีมของเขาว่า
เขาห่วงใยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและความเป็นจริงประจำวันของพวกเขา พาวเวลล์ ปฏิบัติเอ็มบีดับบลิวเอ เพราะว่าเขารู้ว่าความสำเร็จขึ้นอยู่
กับการสะสมอย่างมากมายของสิ่งเล็กน้อย ถ้าราบละเอียดเล็กน้อยถูกทอดทิ้ง ณ ระดับล่าง ภาพใหญ่จะล่มเหลว ณ ระดับสูงในที่สุด ด้วยการ
เดินโดยรอบ ผู้นำตรวจสอบสิ่งเล็กน้อย เช่น ความสะอาดของค่ายทหาร
ลูกโซ่อุปทาน หรือเครื่องมือของบุคคล ที่จะประเมินได้อย่างถูดต้องสุข
ภาพขององค์การ ขวัญกำลังใจที่แท้จริง และจุดติดขัดการดำเนินงาน
Cr : รศ สมยศ นาวีการ



