สบาย สบาย สไตล์เกษม : สปิริตประชาธิปไตยของ”เธเรซา เมย์”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
สปิริตประชาธิปไตยของ”เธเรซา เมย์”
เหลืออึกไม่ถึง ๑๐๐ วันเท่านั้น ที่สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)มีกำหนด จะถอนตัวจากสหภาพยุโรปหรืออียู ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๓ ไม่ว่า “ข้อตกลงออกจากอียู”ที่ไปทำมากับอียู” ที่เรียกว่า Brexit Deal จะผ่านการโหวตเสียงของสภาหรือไม่
แต่ปรากฏว่านักการเมืองในรัฐสภา”เวสต์มินสเตอร์”ก็ยังคงทะเลาะกันไม่แล้วเสร็จว่า ”จะออกอย่างไร “ ในระหว่างการ“ออกอย่างมีความผูกพันกับอียู(soft Brexit)” กับ”การออกอย่างเด็ดขาด(hard Brexit)”
ทั้งนี้ หลังจากที่นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี เลื่อนการโหวตเสียงในสภารับรอง”ข้อตกลงออกจากอียู”กับอียูไป ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะผ่าน หลังประเมินท่าทีทั่วๆ ไปแล้ว พบว่าส.ส.ในสังกัดรัฐบาล(พรรคอนุรักษ์นิยม) ราว ๑๐๐ เสียง ไม่เอาด้วยกับข้อตกลงนี้
โดยการโหวตเสียงครั้งต่อไปอาจจะมีขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มกราคมปีหน้า หรืออย่างช้าที่สุด ก็คือภายวันที่ ๒๑ มกราคม ในขณะที่มีเสียงวิจาณ์ว่านายกรัฐมนตรี”เมย์”เลื่อนการโหวตเสียงเพื่อกดดันเสียงคัดค้านให้หันกลับมาสนับสนุน
สภาพการณ์นี้ สร้างความร้อนใจแก่วงการธุรกิจ หากต้องออกจากอียูไป โดยไม่มีข้อตกลงอะไรที่เป็นแก่นสารเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างเหมาะสม เพราะคงไม่เหมือนเดิม แม้อยากจะให้อย่างน้อยๆ ก็ควรจะใกล้เคียงของเดิม
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษซึ่งตระหนักดี ถึงความเดือดร้อนที่จะบังเกิดขึ้น ก็ได้มีจดหมายแจ้งเตือนให้ธุรกิจ ราว ๑๔๐,๐๐๐ แห่ง เตรียมแผนฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อรับสภาพตามความเหมาะสม
ถามว่า “ข้อตกลงออกจากอียู”หรือ Brexit Deal ที่ไปเจรจามากับอียู นั้นมีสาระอย่างไร จึงไม่เป็นที่พอใจและมีความเป็นไปได้สูง ที่จะไม่ผ่านมติเสียงส่วนใหญ่ของสภา
ตอบว่า มีสาระโดยย่นย่อ ที่สมควรรู้ พอเป็นสังเขป ดังต่อไปนี้ เช่น
-การอพยพ พลเมืองอียูและครอบครัว สามารถโยกย้ายและพำนักอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรได้ จนสิ้นสุดช่วงการเปลี่ยนผ่านในเดือนธันวาคม ปี ๒๐๒๐ โดยพลเมืองและครอบครัวแห่งสหราชอาณาจักรในชาติสมาชิกอียู ก็จะสามารถกระทำได้ เฉกเช่นเดียวกัน ในแง่ตรงกันข้าม
-ระบบศาล ระบบศาลยุติธรรมแห่งอียู ยังจะทำหน้าที่อยู่ ทั้งกับสถาบันและปัจเจกชนในสังกัดอียู ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ ด้วยการตีความตามกฎหมายของ อียู
– การค้า ทันทีที่ออกจากอียู ความสัมพันธ์ทางการค้าจะยังไม่เปลี่ยนแปลง การบังคับใช้กฎหมายอียูยังคงมีอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ที่นอกเหนือไปจากนั้น เช่น อัตราภาษีศุลกากร กฎระเบียบ การตรวจสอบ ยังไม่กำหนดแน่ชัด
ในการทำการค้ากับชาติอียู หากไม่มีข้อตกลงทำการค้าระยะยาว ทั่วทั้งสหราชอาณาจักรจะกลายเป็นแดนภาษีโดด หมายความว่าจะไม่มีการเก็บภาษีศุลกากร ระหว่างสหราชอาณาจักร-อียู
นี้เป็นเพียงตัวอย่าง ซึ่งครอบคลุม ไปถึงอีกหลายหัวข้อ อาทิ การขนส่ง ความมั่นคงปลอดภัย การศึกษา วิทยาศาสตร์และพลังงาน ไปจนกระทั่งการเกษตร สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการดูแลสุขภาพ
แต่ทั้งหมดนี้ ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของสมาชิกสภาแห่งสหราชอาณาจักร
ถามว่า ทำไมสมาชิกสภาในสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมจึงมีแนวโน้มไม่รับ ข้อตกลงออกจากอียู
ตอบว่าไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน เพียงสรุปรวมว่าไม่เอาด้วย ซึ่งก็เข้าทางพรรคฝ่ายค้านคือพรรคแรงงานที่ไม่เอาด้วยอยู่แล้วและพร้อมจะผนวกญัตติไม่ไว้วางใจเข้าไว้ในการโหวตรับหรือไม่รับ”ข้อตกลงออกจากอียู”ครั้งต่อไป
แต่นายกรัฐมตรี”เมย์”ก็ออกมาแถลงเมื่อวันจันทร์(๑๗ธค.)จะยังพยายามเสาะแสวงหลักประกันจากอียู ที่จะเกิดประโยชน์ให้กับอังกฤษต่อ แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายอียู แถลงออกตัวไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีแผนจะพบปะกับเธออีก
สภาวะที่เกิดความอับจนอย่างนี้ ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้”ทำประชามติ” หรือ Referendum ซ้ำอีกครั้ง ว่าจะให้ออกหรืออยู่ต่อกับอียู โดยไม่ต้องโหวตเสียงในสภา โดยมีส.ส.จากหลายฝ่ายสนับสนุนและเจ้าหน้าที่ฝ่าบรัฐบาลก็ตระเตรียมการอยู่บ้างแล้ว
แต่มิเสียทีที่นายกรัฐมนตรี”เมย์”กลับบอกว่า จะไปทำอย่างนั้นได้หรือ จะไม่เป็นการทำลาย”ประชามติออกจากอียู”ที่กระทำไปเมื่อครั้งก่อนในปี ๒๐๑๖ หรือ
นอกจากนั้นยังเป็นการบ่อนทำลายความมั่นใจของสาธารณชนที่มีต่อการเมืองอังกฤษด้วย
พูดอย่างนี้ เหมือนกับว่าเธอ”ปลงตก”แล้ว ต่อผลที่กำลังจะเกิดขึ้นกับการโหวตเสียงในสภาเพื่อ”รับ”หรือ”ไม่รับ” ”ข้อตกลงออกจากอียู”
หมายความว่าถ้าโหวตชนะ เธอก็จะได้ทำงานต่อ ดำเนินการขั้นต่อๆ ไปในการถอนตัวออกจากอียู ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงที่ไปเจรจาต่อรองไว้
แต่ถ้าโหวตแพ้ เธอก็จะต้องแสดงสปิริตลาออก ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง
อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอแล้ว







