INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มองประเทศไทยผ่านประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส (ตอนที่ 5) สุดท้าย

crying eye with flag of france vector 6724467
มองประเทศไทยผ่านประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส (ตอนที่ 5) สุดท้าย

รองศาสตราจารย์ ดร.กิจบดี  ก้องเบญจภุช [1]

 

ตลอดระยะเวลา 80 ปีเศษ ของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศสได้เกิดการแย่งชิงอำนาจกันตลอดมา หาความสงบสุขอย่างยั่งยืนไม่ได้ อีกทั้งเปลี่ยนระบบการปกครองไปหลายรูปแบบแต่ใช้ได้ไม่นานและเปลี่ยนรัฐบาลไปแล้วเกือบ 100 ชุด ซึ่งประเทศไทยควรดูเป็นตัวอย่างและสุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดสามารถอยู่ในอำนาจได้อย่างยั่งยืน มีแต่ความสูญเสีย

ถึงแม้สถาบันพระมหากษัตริย์ของฝรั่งเศสจะถูกล้มล้างไปแล้ว หลังจากเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ค.ศ. 1789 แต่ก็กลับมาได้รับความนิยมอีก ซึ่งการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1879 มีพวกนิยมกษัตริย์ แต่ต่อมาก็เอนเอียงไปทางสาธารณรัฐนิยม ซึ่งการปกครองของฝรั่งเศสขณะนั้นยั้งมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่าง ๆ จนกระทั่งการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1877 ชาวฝรั่งเศสในชนบทปฏิเสธพวกชนชั้นสูง เจ้าของที่ดิน พวกนิยมกษัตริย์ รวมทั้งพวกเคร่งศาสนา ทำให้การเลือกตั้งของฝ่ายสาธารณรัฐ ได้เสียงสนับสนุน 326 ที่นั่ง กลับฝ่ายขวาได้รับเลือก 207 ที่นั่ง ดังนั้น ช่วง ค.ศ. 1877 ถึง ค.ศ. 1881 เป็นช่วงของการวางรากฐานของระบอบสาธารณรัฐ

ตั้งแต่เริ่มต้นสาธารณรัฐที่ 3 เป็นต้นมานั้น ความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจก็ยังมีอยู่ทั่วไป เกิดความขัดแย้งของกลุ่มต่าง ๆ และการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1898 ระบบสาธารณรัฐยังมีความมั่นคง ฝ่ายอนุรักษ์นิยมไม่ได้เป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญของฝรั่งเศส ฝ่ายทหารและศาสนายังคงรวมตัวกันต่อต้านสาธารณรัฐ ถึงแม้จะมีคนส่วนน้อยสนับสนุนแต่ก็ทำให้เกิดความกังวลว่าจะมีการรัฐประหารอยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยของฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นมาเมื่อ 100 ปีก่อนนั้น ยังคงไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

บุคคลที่ทำให้เกิดการผันแปรทางการเมืองของฝรั่งเศสในช่วงปลายสาธารณรัฐที่ 3 ต้นสาธารณรัฐที่ 4 คือนายพลชาร์ล เดอ โกล เนื่องจากพรรคการเมืองในขณะนั้นเกิดความแตกแยกไม่สามารถเข้ากันได้ หลังจากการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1946 มีการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาลรวม 3 พรรค สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ดี เกิดภาวะเงินเฟ้อและมีการนัดหยุดงานประท้วงรัฐบาล พรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศสซึ่งเคยมีความเข้มแข็งเกิดความอ่อนแอลง ทำให้กลุ่มสนับสนุนนายพลชาร์ล เดอ โกล ได้รับการสนับสนุนเพื่อเป็นการประกันภัยอันตรายที่เกิดจากพวกคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจ

ช่องว่างแห่งอำนาจของฝ่ายขวากับคอมมิวนิสต์ทำให้เกิดพลังที่ 3 คือกลุ่มสนับสนุนนายพลชาร์ล เดอ โกล ช่วง ค.ศ. 1948 แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 กลุ่ม ยังมีความแตกแยก ซึ่งลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในสาธารณรัฐที่ 3 กำลังจะเกิดขึ้นในสาธารณรัฐที่ 4 ถึงแม้จะมีความสำเร็จทางนโยบายต่างประเทศ แต่ฝรั่งเศสก็มีปัญหาการแบ่งกลุ่มแบ่งพวกเป็นฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาอย่างชัดเจน

ในปี ค.ศ. 1948 เกิดการเรียกร้องให้ก่อตั้งสหภาพยุโรปเป็นการรวมตัวทางเศรษฐกิจ แต่กระนั้นก็ตาม เกษตรกรของฝรั่งเศสประสบกับภาวะเงินเฟ้อ สินค้าทางเกษตรไม่สามารถสู้กับภายนอกได้ เกษตรกรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ทำให้ประชาชนในเมืองหลวงเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผลทำให้อาณานิคมของฝรั่งเศสกระด้างกระเดื่อง เวียดนามซึ่งเป็นเมืองขึ้นก่อตั้งกองกำลังเวียดมินห์ และต่อสู้จนชนะฝรั่งเศสอย่างราบคาบที่เดียนเบียนฟู และดินแดนอาณานิคมประเทศอัลซีเรีย ตูนิเซีย ต่างก็มีปัญหาทำให้รัฐบาลขณะนั้นประสบภัยทั้งภายในและภายนอกประเทศรัฐบาลขาดเสถียรภาพ จากเดือนมกราคม ค.ศ. 1947 จนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1954 ต้องเปลี่ยนรัฐบาลถึง 15 ชุด จนกระทั่งเลือกตั้งใหม่ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1957 ฝ่ายซ้ายได้เข้ามาเป็นรัฐบาล

พื้นฐานของรัฐบาลในสาธารณรัฐที่ 4 อ่อนแอกว่าสาธารณรัฐที่ 3 การเลือกตั้งไม่สามารถทำให้สภาพ การเมืองเข้มแข็งขึ้น เพราะประชาชนดูจะไม่ค่อยสนใจในการเมืองในช่วงนี้ และเกิดกบฏในประเทศอัลซีเรีย ต้องสู้กันอย่างรุนแรงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1954 และถึงแม้ทหารฝรั่งเศส จะมีมากถึง 300,000 คน ในแอลจีเรีย พวกกบฏมีเพียง 15,000 คน แต่ทหารฝรั่งเศสก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนัก และกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบเกิดการจลาจลในเมืองหลวงของอัลจีเลีย ส่งผลถึงกรุงปารีส ประชาชนและนักการเมืองเรียกหาผู้นำที่จะแก้ปัญหาได้ นายพลชาร์ล เดอ โกล ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1958 และนายพลชาร์ล เดอ โกล ได้มีเงื่อนไขว่าขอให้เขามีอำนาจเต็มเป็นเวลา 6 เดือนเต็ม และจะให้มีธรรมนูญฉบับใหม่ และนายพลชาร์ล เดอ โกล ได้ใช้เวลา 6 เดือนออกกฎหมายแก้ไขปัญหาต่าง ๆ พร้อมมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสนอต่อประชาชนในเดือนกันยายน ค.ศ. 1958 ผลออกเสียงมติผ่าน 80% เกิดสาธารณรัฐที่ 5

นายพลชาร์ล เดอ โกล ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1958 ปัญหาอาณานิคมของฝรั่งเศสยังไม่จบสิ้นโดยเฉพาะปัญหาในประเทศอัลซีเรียเกิดการสู้รบกันยาวนานถึง 4 ปี มีผู้เสียชีวิตเกือบ 400,000 คน การเจรจาระหว่างรัฐบาลของนายพลชาล เดอโกลล์ กับกลุ่มกบฏในอัลซีเรีย หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ และมีฝ่ายตรงข้ามของนายพลชาลชาร์ล เดอ โกล กล่าวว่า หากอัสซีเรียพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศสจะกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ทันที และมีทหารฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่งทำการยึดอำนาจในอัลซีเรีย เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลในนายพลชาลชาร์ล เดอ โกล วันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1962 ได้ยุติสงครามอัลซีเรียที่สู้รบกันมายาวนานถึง 7 ปีเศษ ทำให้ประเทศฝรั่งเศสได้รับบทเรียนจากประเทศอาณานิคมอย่างสาหัส ทั้งจากเวียดนามและอัลซีเรีย นอกจากปัญหาอาณานิคมแล้ว ฝรั่งเศสยังพบกับปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาทางเศรษฐกิจยาวนาน 40 ปี และถูกแก้ไขในสมัยนายพลชาลชาร์ล เดอ โกล และสมัยต่าง ๆ ตามลำดับ

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1958 เป็นการเริ่มสาธารณรัฐที่ 5 เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา โดยมีคติประจำชาติว่า “เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ” โดยมีรัฐบาลเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ตามหลักอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยผ่านตัวแทนจากการออกเสียงเลือกตั้งที่เป็นการทั่วไปและเสมอภาค โดยที่ประชาชนสามารถดำเนินการทางการเมืองและตั้งพรรคการเมืองได้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งของประชาชนแบบ 2 รอบเสียงข้างมาก มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี มีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามประเพณีปฏิบัติจะตั้งจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาและแต่งตั้งรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ การประชุมคณะรัฐมนตรีประธานาธิบดีจะเป็นประธานที่ประชุม อีกทั้ง มีอำนาจยุบสภาผู้แทนราษฎร ประกาศกฎหมาย ทำสัญญากับต่างประเทศ แต่การยุบสภาจะต้องทำได้ภายหลังจากการเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ประธานาธิบดีเป็นคนลงนาม กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารและเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในกองทัพ

อำนาจบริหาร คือ คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมาย อีกทั้ง บังคับบัญชาหน่วยงานต่าง ๆ รับผิดชอบต่อรัฐสภา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

อำนาจนิติบัญญัติ คือ และสภาประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนส่วนวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมโดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐสภามีอำนาจบัญญัติกฎหมาย ให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญ ๆ ของประเทศ เช่น ประกาศสงคราม ส่วนผู้เสนอกฎหมาย ได้แก่ รัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภา ประเทศฝรั่งเศสไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ มีแต่ตุลาการรัฐธรรมนูญจำนวน 9 คน มีวาระ 9 ปี มาจากประธานาธิบดีเสนอให้แต่งตั้ง 3 คน มาจากประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอให้แต่งตั้ง 3 คน มาจากประธานวุฒิสภาเสนอให้แต่งตั้ง 3 คน และอดีตประธานาธิบดีทุกคนเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญตลอดชีพ ตุลาการรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบความชอบของกฎหมายและดูแลความถูกต้องของการเลือกตั้งประธานาธิบดี

อำนาจตุลาการ ศาล มีศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ประธานาธิบดีเป็นประธานคณะกรรมการตุลาการ ส่วนผู้พิพากษาศาลอาญาชั้นสูงมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเลือกกันเองตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนความผิดทางอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนี้ ขึ้นศาลอาญาแห่งสาธารณรัฐ มีคณะตุลาการ 15 คน มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สภาเลือกกันเองสภาละ 6 คน รวม 12 คน และอีก 3 คนมาจากศาลฎีกา

จากประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสที่กล่าวมาตั้งแต่เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ค.ศ. 1789 แล้วเกิดการแย่งชิงอำนาจกันเองเป็นเวลายาวนาน ถึง 170 ปี กว่าที่จะเป็นประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับประเทศไทยดูเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี สุดท้ายอำนาจไม่มีผู้ใดครอบครองได้อย่างยั่งยืนและไม่มีการปกครองรูปแบบใดที่ดีที่สุด หากผู้ใช้อำนาจขาดความสุจริตและแย่งชิงอำนาจกันไม่รู้จักจบสิ้น

 

เอกสารอ้างอิง

น้ำเงิน บุญเปี่ยม. (2518). ประวัติศาสตร์ยุโรปต้นยุคใหม่ ค.ศ. 2450 ถึง ค.ศ. 1782. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง

มยุรี เจริญ. (2547). ประวัติศาสตร์ยุโรป 1. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สมใจ ไพโรจน์ธีระรัชต์. (2540). ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสมัยใหม่. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

[1] อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *