สงครามอ่าวเปอร์เซีย 2026: จากสนามรบถึงโต๊ะเจรจาลับ ตอนที่ 3

สงครามอ่าวเปอร์เซีย 2026: จากสนามรบถึงโต๊ะเจรจาลับ ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ห้าเส้นทางสู่น้ำมันอิหร่าน
ทหารประชาธิปไตย
เมื่อเข้าใจแล้วว่าทรัมป์ต้องการอะไรจริงๆ คำถามต่อมาคือเส้นทางไหนที่จะพาไปถึงเป้าหมายนั้นได้ มีห้าเส้นทางที่เป็นไปได้ แต่ละเส้นทางมีโอกาสสำเร็จและต้นทุนที่แตกต่างกันอย่างมาก
เส้นทางที่ 1 — “ดีลใหญ่” เจรจาโดยตรง
ทรัมป์เป็นนักดีลโดยธรรมชาติ เส้นทางที่ถูกที่สุดและได้ผลมากที่สุดคือข้อตกลงโดยตรงกับอิหร่าน แลกนิวเคลียร์กับการยกเลิกคว่ำบาตรและเปิดตลาดน้ำมัน อิหร่านจะได้การยกเลิกคว่ำบาตรทั้งหมด เงินทุนไหลกลับเข้าประเทศ และการรับรองความมั่นคงของระบอบ ขณะที่สหรัฐจะได้น้ำมันอิหร่านกลับสู่ตลาดโลก 1.5-2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันโลกลดลงทันที และบริษัทสหรัฐเข้าพัฒนาแหล่งน้ำมันได้
อุปสรรคหลักคือฝั่งอิหร่านซึ่งหลังคาเมเนอีเสียชีวิต การเมืองภายในยังไม่นิ่ง กลุ่มแข็งกร้าวใน IRGC ไม่ยอมรับดีลที่ดูเหมือน “ยอมแพ้” ส่วนฝั่งสหรัฐ อิสราเอลและซาอุดีอาระเบียคัดค้านอย่างรุนแรง โอกาสสำเร็จอยู่ในระดับปานกลางถ้าทรัมป์กดดันพันธมิตรได้และอิหร่านมีผู้นำที่ยืดหยุ่นพอ
เส้นทางที่ 2 — “บีบจนยอม” Maximum Pressure 2.0
คว่ำบาตรหนักสุดจนเศรษฐกิจอิหร่านพังทลาย บีบให้ประชาชนลุกฮือหรือผู้นำยอมเจรจาในเงื่อนไขสหรัฐ ทรัมป์ทำแบบนี้ในสมัยแรกแต่ไม่สำเร็จ เพราะจีนและรัสเซียซื้อน้ำมันอิหร่านต่อโดยไม่แคร์การคว่ำบาตร ครั้งนี้ต้องกดดันจีนโดยตรงด้วย Secondary Sanctions ที่รุนแรงที่สุด แต่ปัญหาคือจีนกำลังสร้างระบบการเงินคู่ขนานกับ SWIFT อยู่แล้ว โอกาสสำเร็จจึงต่ำ
เส้นทางที่ 3 — “เปลี่ยนระบอบ” Regime Change
สนับสนุนกลุ่มต่อต้านภายในอิหร่านให้โค่นล้มระบอบ แล้วตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับสหรัฐ นี่คือความฝันแบบอิรัก 2003 และเราก็รู้ผลลัพธ์ของความฝันนั้นดีแล้ว อิหร่านมีประชากร 90 ล้านคน มีชาตินิยมแข็งแกร่ง แม้คนที่เกลียดระบอบปัจจุบันก็ไม่ต้องการเห็นสหรัฐเข้ามาควบคุมประเทศ ประวัติศาสตร์การที่ CIA โค่น Mosaddegh ในปี 1953 ยังอยู่ในความทรงจำรวมของชาติอิหร่านจนทุกวันนี้ โอกาสสำเร็จต่ำมาก
เส้นทางที่ 4 — “ยึดแล้วสูบ” Military Occupation
บุกยึด Khuzestan แล้วให้บริษัทน้ำมันสหรัฐเข้าไปดำเนินการ ทรัมป์เคยพูดแบบนี้จริงๆ กับอิรักในสมัยแรก แต่ทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะกฎหมายระหว่างประเทศห้ามการยึดทรัพยากรของดินแดนที่ถูกยึดครอง แต่ตรงนี้สหรัฐอาจไม่แคร์เพราะทำมาแล้วในอิรัค แต่บริษัทน้ำมันเอกชนไม่มีคนใดกล้าเข้าไปดำเนินการในดินแดนที่ถูกยึดครองทางทหาร และการรักษากำลังทหารเพื่อป้องกันโครงสร้างน้ำมันจากการก่อวินาศกรรมต้องใช้ทหารหลายแสนนายตลอดไป โอกาสสำเร็จแทบเป็นศูนย์
เส้นทางที่ 5 — “ดีลลับผ่านตัวกลาง” Back Channel
นี่คือเส้นทางที่น่าจับตามองที่สุดและพูดถึงน้อยที่สุด ใช้โอมาน เป็นตัวกลางเจรจาลับ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยไม่ต้องประกาศต่อสาธารณะ อิหร่านค่อยๆ เพิ่มการส่งออกน้ำมัน สหรัฐค่อยๆ ผ่อนคลายการบังคับใช้คว่ำบาตร โดยทั้งคู่ไม่ต้องเสียหน้าต่อประชาชนของตัวเอง
หลักฐานที่บ่งชี้ว่าเส้นทางนี้กำลังเดินอยู่จริงคือ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐและอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมที่มัสกัต โอมาน โดยโอมานเป็นตัวกลาง รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานกล่าวว่ามีความก้าวหน้า “อย่างมีนัยสำคัญ” และข้อตกลงอยู่ “ในมือแล้ว” ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นและทำลายการเจรจานั้น
บทสรุปตอนที่ 3: ถ้าทรัมป์ต้องการน้ำมันอิหร่านจริงๆ คำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดคืออย่าทำสงคราม เพราะสงครามทำลายโครงสร้างน้ำมันที่ต้องการ สร้างความไม่มั่นคงที่บริษัทน้ำมันไม่กล้าลงทุน และทำให้อิหร่านยิ่งไม่ยอมเปิดประตูให้สหรัฐ







