สงสัยผู้นำ”ไอเอส”ตาย-ไม่ตาย

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
สงสัยผู้นำ”ไอเอส”ตาย-ไม่ตาย
มีคนถามกันมาเยอะครับ ทั้งส่วนตัวและอย่างเป็นทางการ ว่าผู้นำ”ไอเอส”หรือ”ไอซิส”คือ ”อะบูบากัรฺ อัล บักดาดี”ตายจริงหรือเปล่า(เพราะมีข่าวว่าตายมาหลายครั้งแล้ว) ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ แห่งสหรัฐแถลงยืนยัน ว่าสหรัฐส่งกำลังเข้าโจมตีจู่โจมและไล่ล่าเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ ตุลาคม ที่ผ่านมา กระทั่งหนีไปจนมุมในอุโมงค์แล้วกดชนวนระเบิดตัวเองร่างแหลกเละไม่มีชิ้นดี แต่ผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ ยืนยันว่าเป็นเขาจริง โดยสำนักข่าวตุรกีแพร่ภาพบริเวณบ้านที่เขาพำนักถูกถล่มทั้งจากเฮลิคอปเตอร์และโดรน จนราบเรียบเป็นหน้ากลอง และก็คงได้เห็นกันแล้วจากโทรทัศน์ ที่นำมาเปิดเผย
ผมเองก็ตอบไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับว่า ปฏิบัติการนั้นจริงหรือไม่ หรือว่าทำขึ้นมาแบบในหนัง แม้อยากจะเชื่อว่าจริง
ลองมาดูข่าวนี้ หลังจากเหตุการณ์นั้นครับ
สำนักข่าว”รีอะ” หรือ RIA ของรัสเซียรายงานว่า “กระทรวงกลาโหมรัสเซียแสดงปฏิกิริยาสงสัยในข่าวการตายของผู้นำไอเอส โดยแจ้งว่า”ไม่ได้รับข่าวสารที่น่าเชื่อถือว่ามีการปฏิบัติการของสหรัฐ”
โดยระบุในรายละเอียดของข่าวว่า
“กระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ได้รับข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ว่าทหารอเมริกันปฏิบัติการในพื้นที่ซึ่งตุรกียึดครองอันเป็นเขตปลอดภัยที่”อิดลิบ”เพื่อกำจัดผู้นำไอเอส คือ อะบูบากัรฺ อัลบักดาดี” ทั้งนี้ เป็นการแถลงชี้แจงของพล.ต.อีกอร์ โคนาชเชงคอฟ ต่อสำนักข่าว”รีอะ”
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ทั่วโลก เกิดความสงสัยว่า”อัล บักดาดี”ถูกไล่ล่าถึงกับฆ่าตัวตายจริงหรือเปล่า จนกว่าสหรัฐ จะยืนยันหลักฐานชัดเจน สามารถทำให้น่าเชื่อถือ ได้มากกว่านี้ ตามที่ได้พรรณาไว้ด้วยปากคำของประธานาธิบดี”ทรัมพ์”เองที่ทำเนียบขาว เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ตุลาคม แจกแจงในรายละเอียดว่า ปฏิบัติการทางทหารนั้น รุกล้ำเข้าในไปน่านฟ้าของรัสเซียก็หลายหน ซึ่งเป็นการเสี่ยง แต่อยู่ๆ รัสเซียก็มาปฏิเสธไม่รู้ ไม่เห็น เสียอย่างนี้
ต่อไปนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตของผมเองครับ
๑ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง ก็แล้วแต่ นับว่า”ทรัมพ์”หยิบยกเอาออกมาใช้ในเวลาอันเหมาะสม ใน”การเบี่ยงเบนความสนใจ”ของสาธารณชน จากเรื่องสำคัญ ที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเขา คือกรณีถูกสอบสวนเพื่อหาหลักฐานเอาผิด เพื่อถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ตามขบวนการ”อิมพีชเมนต์”ที่พรรคเดโมแครตดำเนินการอยู่เป็นการภายในและต่อไป จะนำออกสู่การสอบสวนต่อเปิดเผย เพื่อให้สาธารณะได้รับรู้กันทั่วไป ภายในไม่ช้านี้
เพราะฉะนั้น เขาจึงเปิดเผยเป็นการล่วงหน้าว่า กำลังจะมีข่าวใหญ่ระดับโลก ซึ่งก็คือการกำจัด”อัล บักดาดี”
๒ “ทรัมพ์”เปิดเผยเรื่องนี้ เพื่อฟื้นฟูคะแนนนิยม ซึ่งกำลังตกต่ำ โดยหวังว่าการกำจัด”อัล บักดาดี”หัวหน้า ไอเอส นั้นคือ”ผลงานชิ้นโบแดง”ที่จะช่วยกู้คะแนนนิยมได้ แต่กลับปรากฏว่าคะแนนนิยมที่มีต่อตัวเขาในวันนี้(๒๙ตค.) จากการติดตามเฝ้าติดตามตรวจสอบรายวันของ”ไฟฟ์เธอร์ตีเอท โพล” (Five Thirty Eight Polls)ระบุว่า ผลงานบริหารประเทศของเขา คะแนนยอมรับอยู่ที่ ๔๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนคะแนนที่ไม่ยอมรับอยู่ที่ ๕๔.๑ เปอร์เซ็นต์
เพราะฉะนั้น สิ่งที่”ทรัมพ์”คาดหวังว่าจะได้มา ก็ไม่แน่ว่าจะส่งผลต่อเสียงสนับสนุนเขา อย่างไรแน่ จนกว่าจะมีการหยั่งเสียงเบื้องต้น(primary)ตั้งแต่ราวสามเดือนข้างหน้า ซึ่งควรจะบ่งชี้ว่า ในที่สุด เขาจะได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนปีหน้าหรือไม่
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทางพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร จะสามารถหาหลักฐานผูกมัด มาเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า”ทรัมพ์”เข้าข่ายทำผิดเพียงไร เพราะถ้าชัดเจนจริง สมาชิกพรรครีพับลิกันก็จะไม่เอากับ”ทรัมพ์”แน่ๆ
ทีนี้มาดูกันต่อไปว่า หาก”อัล บักดาดี”ตายจริง น่าจะมีใครบ้าง ที่จะขึ้นมาแทนที่เขาในฐานะหัวหน้า”ไอเอส” คนใหม่ ซึ่ง”ทรัมพ์”คุยนักคุยหนาว่า ได้ทำลายล้างขบวนการนี้ สิ้นซากไปแล้ว ซึ่งไม่จริง
กรณีนี้ ตอนที่”ทรัมพ์”แถลงถึงการตายของ”อัล บักดาดี”นั้น เขาได้หลุดถ้อยคำออกมาตอนหนึ่งว่า คนที่น่าจะขึ้นมาแทนที่ในขบวนการ”ไอเอส” นั้น “ก็ได้ตายเสียแล้ว”
คนๆนั้นก็คือ “อะบู หะซัน อัล-มุฮาจีรฺ” โฆษกของ”ไอเอส”ซึ่งถูกสังหารไปก่อนหน้า ณ พื้นที่อื่นในภาคเหนือของซีเรียเช่นกัน
แต่วงการนักวิเคราะห์คาดว่าคนที่จะขึ้นมาแทนที่ก็คือ “อามีรฺ มุฮัมมัด ซาอิด อับเดล เราะห์มาน อัล-มัลวา”เรียกกันสั้นว่า “ฮัจญีอับดัลลาห์”มีค่าหัวเป็นรางวัลนำจับห้าล้านเหรียญสหรัฐ
“ฮัจญีอับดัลลาห์”เคยเป็นครูสอนศาสนาสังกัดขบวนการ”อัล กออิดะห์”ในอิรัก ก่อนที่จะเปลี่ยนกลุ่มมาเป็น”ไอเอส”ในปี ๒๐๑๔ ทั้งนี้จากข้อมูลของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ
ใครที่อยากรู้ว่าผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าคนต่อไปของ”ไอเอส”จะเป็นใคร รับฟังไว้เพียงแค่นี้ก่อนครับ
จึงขอบอกให้รู้ เป็นการเน้นว่า กลุ่มไอเอสไม่มีวันเลิกราแน่ๆ เพราะตอนนี้แพร่เชื้อกระจายไปทั่วแล้วตั้งแต่แตกพ่ายในซีเรียและอิรัก
ดังนั้น ขอให้ช่วยกันระวังในไทยให้ดีๆเถอะ







