INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เหลย จุน : หมูสามารถบินได้ถ้ายืนอยู่ตรงศูนย์ของลมพายุ

เหลย จุน : หมูสามารถบินได้ถ้ายืนอยู่ตรงศูนย์ของลมพายุ

การลุกขึ้นมาของเสี่ยวหมี่จะคาดไม่ถึงภายในเพียงแค่ห้าปี บริษัทเทคจีนได้เจริญเติบโตจากไม่มีอะไรเลยกลายเป็นสตาร์ทอัพเทคเอกชนมูลค่ามากที่สุดของโลก เคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทคืออะไร เหลย จุน ซีอีโอ ได้ถูกสัมภาษณ์โดยวอลล์ สตรีท เจอร์นัล กล่าวว่า มันจะเป็นเพียงแต่เกี่ยวกับการยึดโอกาสที่ถูกต้อง แม้แต่หมูสามารถบินได้ ถ้ามันยืนอยู่ตรงศูนย์กลางของลมพายุ เหลย จุน ได้ทำให้ทฤษฎีหมูสามารถบินได้มีชีวิตเพื่ิอการเป็นผู้ประกอบการ
ตามทฤษฎีแล้ว การเป็นผู้ประกอบการ จะคล้ายกับหมูยืนอยู่ตรงจุดลมแรง ถ้าเราได้เลือกจุดที่ถูกต้อง เราสามารถยังคงบินขึ้นได้สูงด้วยพลังของลม แม้ว่าเราจะเป็นหมูที่หนัก ด้วยคำพูดเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อการบรรลุความสำเร็จ เราควรจะสะสมประสบการณ์ และใช้เวลาอย่างมากรับรู้แนวโน้มและโอกาสที่แท้จริงภายในตลาด ด้วยการระบุโอกาสทางตลาดที่ชัดเจน บุคคลทุกคนจะมีโอกาสของการสร้างธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จและทำเงิน – แม้แต่หมูสามารถบินได้ ถ้อยคำธุรกิจหมูบินได้ได้กลายเป็นภาษาพูดเกี่ยวกับสตาร์ทอัพภายในจีนอย่างรวดเร็ว เหลย จุน ได้อธิบายว่า ใครก็ตามที่บรรลุความสำเร็จภายในแวดวง
อะไรต้องการ 10,000 ชั่วโมงของการทำงานหนัก ถ้าทักษะพื้นฐานไม่มี ใครก็ตามพูดเกี่ยวกับหมูบินได้จะสำคัญอย่างแท้จริง เมื่อ ค.ศ 2007 เหลย จุน ได้ลาออกจากคิง ซอฟท์ เขาได้กลายเป็นนักลงทุนใจดี เขาได้เขียนภายในบล็อกส่วนบุคคลของเขาว่าโมบาย อินเตอร์เน็ต จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่แก่คลื่นลูกต่อไปของการเป็นผู้ประกอบการ ในฐานะของนักลงทุนใจดี เขาได้ลงทุนกับบริษีทจำนวนหนึ่งรวมทั้งคิง ซอฟท์ และเขาได้รับผลตอบแทนที่ดี การลงทุนเหล่านี้ทำให้ความเข้าใจโมบาย อินเตอร์เน็ตของเขาลึกลงไป แต่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้เป็นธุรกิจของเขาเอง เขาได้มองหาโอกาสของเขาเอง สี่ปีต่อมา เหลย จุน ได้พบโอาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง : โมบาย อินเตอร์เนต ลมพายุได้มาถึงในไม่ช้า
เมื่อตลาดของสมาร์ทโฟนได้ระเบิดขึ้นแล้ว เมื่อ ค.ศ 2010 เหลย จุน อายุ 40 ปี ได้ยึดโอกาสทันที และได้ก่อตั้งเสี่ยวหมี่ขึ้นมา
ก่อนที่เสี่ยวหมี่จะถูกก่อตั้ง เหลย จุน จะคลั่งไคล้กับสมาร์ทโฟน และเขาต้องการที่จะสร้างบริษัทด้วยสโลแกน “กำเนิดตลอดกาล” ผลิตภัณฑ์อย่างแรกของเสี่ยวหมี่ หมี่ยูไอ ได้ถูกเปิดตัวอย่างรวดเร็วโดยเหลย จุง เขาได้สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ของการคิดอินเตอร์เน็ตที่จะสร้างโทรศัพท์หมี่ การยอมให้ลูกค้ามีส่วนร่วมภายในกระบวนการออกแบบ ณ เวลานั้นตลาดสมาร์ทโฟนภายในประเทศจะถูกควบคุมโดยแอปเปิ้ลและซัมซุง เพราะว่าคุณภาพโทรศัพท์มือถือของจีนไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นเหลย จุน ได้รับปากที่จะผลิตโทรศัพทมือถือต้นทุนต่ำแต่คุณภาพสูงที่บุคคลทุกคนสามารถซื้อได้
เมื่อเก้าปีที่ผ่านมาบุคคลแปดคนได้มาพร้อมกันภายในปักกิ่งด้วยความมุ่งหมายเดียว : สร้างบางสิ่งบางอย่างที่ดีเยี่ยม และพวกเขาเพียงแต่นำหม้อข้าวต้มข้าวฟ่าง ทำให้รู้สิ่งที่พวกเขาต้องการจะเรียกบริษัท ดังนั้นเสี่ยวหมี่ได้ถูกสร้างขึ้นมา โดนไม่รู้ว่าพวกเขากำลังสร้างบริษัทสมาร์ทโฟนใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก
เสี่ยวหมี่ ภาษาจีนจะหมายถึง ข้าวฟ่าง เมื่อพ่อของผู้ก่อตั้งคนหนึ่งได้ต้มข้าวต้มข้างฟ่างแก่ทั้งทีม บริษัทได้ตัดสินใจที่จะใช้ชื่อ เนื่องจากมันได้แสดงถึงความสามรถจะซื้อได้และโภชนาการ เมื่อ 6 เมษายน ผู้บริหารบริษัทข้าวฟ่าง ได้ประกาศ ข้าวฟ่างอายุ 9 ปีวันนี้ เสี่ยวหมี่ทุกอย่างจะมาจากหม้อข้ามต้มข้าวฟ่าง เมื่อเหลย จุน กำลังกินข้ามต้มข้าวฟ่าง ณ สำนักงานภายในย่านจงกวนชุนของปักกิ่ง เมื่อ ค.ศ 2010 เขาได้ตัดสินใจที่จะสร้างตราสินค้าสมาร์ทโฟน ขาย ณ ราคาที่ “ซื่อสัตย์”
เหลย จุน ได้พิมพ์ประวัติเก้าปีการต่อสู้ดิ้นรนของเสี่ยวหมี่ เขาได้กล่าวว่าภายในสำนักงานขนาดเล็ก บุคคลสิบสองคนจะมีหม้อของข้าวต้มข้าวฟ่างร่วมกัน และ “การปฏิรูป” ได้เริ่มต้น
เมื่อ ค.ศ 2014 เสียวหมี่ ได้ถูกยกย่องเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่ที่สุดสามลำดับ
แม้ว่าบริษัทจะมีประวัติที่สั้นเพียงสี่ปี การยกย่องนี้ได้ถูกเลิกไปไม่นาน หลัง จากเลอโนโว ได้ประกาศซื้อโมโตโรล่า แต่กระนั้นการลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วของเสี่ยวหมี่จะยังคงยึดครองความสนใจของประชาชนอยู่ “ว้ฒนธรรมแฟน” และ “ความรู้สึกของการมีส่วนร่าม” ของเสี่ยวหมี่ ได้กระตุ้นความสนใจของบริษัทอื่นภายในอุตสาหกรรม เหลย จุน จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงภายในอุตสาหกรรมตั้งแต่เขาได้กลายเป็นซีอีโอของคิง ซอฟท์ ก่อนการก่อตั้งเสี่ยวหมี่ สไตล์การบริหารของเหลย จุน ระหว่างช่วงเวลาของคิงซอฟท์ จะแตกต่างอย่างมากจากเสี่ยวหมี่ วัฒนธรรมบริษัทของคิง ซอฟท์คือ การรักษาข้อได้เปรียบทางการแข่งขันภายในตลาด จุดมุ่งของบริษัทจะอยู่ที่การเพิ่มปริมาณขาย และการจำกัดคู่แข่งขัน
ความจริงใจ จุดศูนย์รวม ความสมบูรณ์ ประสิทธิภาพ และครอบครัว จะเป็นค่านิยมแกนห้าอย่างของวัฒนธรรมบริษัทของเสี่ยวหมี่ เสี่ยวหมี่ได้ยืนยันที่จะจัดหาผลิตภัณฑ์ดีที่สุดเลยพ้นความคาดหวังของลูกค้า การหวังว่าชื่อเสียงที่ดีต่อเสี่ยวหมี่ได้ถูกสร้างปากต่อปากอย่างรวดเร็ว ด้วยความก้าวหน้าของอินเตอร์เน็ต ปากต่อปากสามารถสร้างผลกระทบอย่างมากมายต่อสาธารณะ
เมื่อเสี่ยวหมี่ได้รับชื่อเสียงที่ดีและแพร่หลาย ลูกค้าที่จงรักภักดีมากขึ้น
อยากจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่
ความซื่อสัตย์และความจริงใจจะเป็นค่านิยมพื้นฐานของวัฒนธรรมเสี่ยวหมี่
แฟนของเสี่ยวหมี่จะจงรักภักดีต่อตราสินค้า เพราะว่าเสี่ยวหมี่กระตือรือร้นที่จะพิจารณาความคิดเห็นของลูกค้าอย่างจริงใจ และสร้างผลิตภัณฑ์สอดคล้อง
ดีที่สุดต่อพวกเขา
เสี่ยวหมี่จะเป็นบริษัทที่ปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเสียวหมี่ิ วัฒนธรรมเหมือนครอบครัวจะเป็นค่านิยมแกนอย่างหนึ่งของบุคคลแต่ละคนของเสี่ยวหมี่ เสี่ยวหมี่จะฉลองเวลาแห่งความสุขกับบุคคลของพวกเขา
บริิษัทได้แสดงความชื่นชมต่อบุคคลภายในวิถีทางแตกต่างกัน เมื่อเสี่ยวหมี่ได้ถูกก่อตั้งครั้งแรก เหลย จุน และผู้ก่อตั้งคนอื่นหกคนจะมีหม้อของข้าวต้มร่วมกัน และมันจะเป็นสัญลักษณ์ ทุกครั้งที่ผู้เข้ามาใหม่ได้เข้าร่วมบริษัท พวกเขาจะได้รัยหม้อข้าวต้ม บุคคลของเสี่ยวหมี่ทุกคนจะได้หม้อข้าวต้มเป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมบริษัทของเสี่ยวหมี่
การทุ่มเทรวมกับความพยายามที่ซื่อสัตย์และความฉลาดสามารถทำให้เกิดความอัศจรรย์ได้ เหลย จุน จะเป็นตัวอย่างนี้ เหลย จุนจะเป็นผู้ก่อตั้งร่วมเสี่ยวหมี่ บริษัทเทคโนโลยีอายุสิบปีที่ถูกก่อตั้งเมื่อ 6 เมษายน 2010 ภายในช่วงเวลาที่สั้นภายใต้ความเป็นผู้นำของเหลย จุน เสี่ยวหมี่ได้สร้างการประเมินค่าเกือบ 21.15 พันล้านเหรียญ และได้กลายเป็นสตาร์ทอัพมูลค่ามากที่สุดของโลก บริษัทได้ท้าทายการยึดครองของยักษ์ใหญ่สมาร์ทโฟนจีน เสี่ยวหมี่ได้กลายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่ที่สุดลำดับสามของโลก ตามหลังแอปเปิ้ลเและซัมซุง
เหลย จุน ได้ถูกรู้จักอย่างกว้างว่าขวางเป็น “สตีฟ จ้อป ของจีน” เนื่องจากบุคลิกภาพที่มีบารมีของเขาและการแต่งกายคล้ายสตีฟ จ้อป เขาจะมีฐานแฟนที่คลั่งเหมือนกับสตีฟ จ้อป เคล็ดลับความสำเร็จด้วยคำพูดของเขาเองคือ “การยึดโอกาสที่ถูกต้อง”
เมื่อ ค.ศ 1987 เหลย จุน ได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอู่ฮัน ด้วยปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ตั้งแต่วัยรุ่น เหลย จุน ได้พัฒนาความสนใจภายในอีเล็คโทรนิค ระหว่างตอนเป็นเด็ก เขาจะมีการประกอบวิทยุเป็นงานอดิเรก เสี่ยวหมี่ไม่ได้เป็นธุรกิจเปิดตัวครั้งแรกของเหลย จุน เขาได้ก่อตั้งโจโย ดอทคอม ร้านหนังสือออนไลน์ เมื่อ ค.ศ 2000 เขาได้ขายมันแก่อเมซอน 75 ล้านเหรียญ ก่อนการเริ่มต้นเสี่ยวหมี่ เขาจะเป็นซีอีโอของคิง ซอฟท์ประมาณ 10 ปี เขาจะถูกเปรียบเทียบกับรอน คอนเวย์ด้วย นักลงทุนใจบุญอเมริกันที่มีชื่อเสียง
เหลย จุน จะให้ความพอใจของลูกค้าเป็นความสำคัญสูงสุด ก่อนการเริ่มต้นเสี่ยวหมี่ เขาได้ศึกษาบทเรียนจากไหตี่เล่า ร้านชาบูที่นิยมแพร่หลายภายในจีนและวอลมาร์ท ร้านค้าปลีกภายในอเมริกา และเขาได้กำหนดมาตรฐานที่สูงแก่ทีมของเขาที่จะปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง เขาเชื่อมั่นว่าเครือข่ายทางสังคม อี คอมเมิร์ช และโมบายอินเตอร์เน็ต จะเป็นพลังขับเคลื่อนภายในทศวรรษที่ใกล้เข้ามา

ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจีน เสี่ยวหมี่ ครั้งหนึ่งจะเป็นสตาร์ทอัพที่มีค่ามากที่สุด จากนั้นพวกเขาได้สะดุดล้มลง ในขณะนี้เสี่ยวหมี่กำลังคลานกลับมา การสร้างพรีเมียม สมาร์ทโฟน และขายมัน ณ ราคาที่ต่ำคือ สิ่งที่ทำให้เสี่ยวหมี่พบความสำเร็จทั่วทั้งจีน และกลยุทธ์อย่างเดียวกันต่อมาจะเป็นเคล็ดลับของพวกเขา
ที่จะได้ชัยชนะต่อลูกค้าของอินเดีย ในขณะนี้เสี่ยวหมี่จะเป็นสมาร์ทโฟนนิยมแพร่หลายมากที่สุดของอินเดีย และไม่นานมานี้ได้กลายเป็นบริษัทอายุน้อยที่สุดของรายชื่อ 500 ฟอร์จูน โกลเบิ้ล ยักษ์ใหญ่เทคจีน เสี่ยวหมี่มักจะถูกเรียกว่า
“แอปเปิ้ลของจีน” เนื่องจากความคล้ายคลึงของพวกเขากับผู้ผลิตไอโฟนในแง่ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เงามัน หรือร้านค้าปลีกที่มีไฟสว่าง และพนักงานใส่ทีเชิรตสีทึบ แต่ทั้งที่การปรากฏภายนอกของพวกเขา เสี่ยวหมี่ได้โต้แย้งความคล้ายคลึงของพวกเขา
ผมคิดว่าแอปเปิ้ลจะเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาได้สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีจำนวนมาก เรากำลังทำอย่างเดียวกัน แต่โมเดลของเราจะแตกต่างกัน รองประธานอาวุโสของเสี่ยวหมี่ ได้บอกแก่ซีเอ็นบีซี เราต้องการขายราคาให้ต่ำเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ใช่ราคาที่สูง
การอ้างเสี่ยวหมี่เป็น “อะไรก็ตามของจีน” อาจจะไม่ถูกต้องต่อไปอีกแล้ว ประมาณ 40% ของรายได้รวมของพวกเขาในขณะนี้จะมาจากภายนอกจีน
ก่อนหน้านี้เสี่ยวหมี่ได้กล่าวถึงแผนที่จะขยายตัวไปสู่ตลาดอเมริกา แต่แผนได้ถูกดึงไว้ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าอเมริกา – จีน ตลาดอเมริกา
จะสำคัญที่สุดต่อบุคคลทุกคน เราจะยังคงอายุน้อยมากอยู่ ความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของเราคือ ทรัพยากร ตลาดอเมริกาจะแตกต่างอย่างมาก
เท่าที่ผ่านมาเรากำลังทำงานหนักมาก พยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ต่อตลาดอเมริกา แต่ทรัพยากรยังคงเป็นปัญหาใหญ่
เสี่ยวหมี่ได้กลับมาสู่ตำแหน่งส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดลำดับห้าภายในตลาดสมาร์ทโฟทั่วโลกเมื่อ ค.ศ 2017 ภายหลังจากที่บริษัทได้ต่อสู้ดิ้นรนเมื่อ ค.ศ 2016 ทั้งตลาดภายในประเทศและระหว่างประเทศ ยอดขายสมาร์ทโฟนของเสี่ยวหมี่ได้ลดลงเกือบ 18% เสียวหมี่ ไม่ยอมอย่างเป็นทางการที่จะเปิดเผยยอดขายของ ค.ศ 2016 บุคคลหลายคนได้ประหลาดใจต่อการเด้งกลับที่คาดไม่ถึงและได้เรียกเสียวหมี่ว่า “นกฟีนิกซ์จีน”
ตามเรื่องราวชาวบ้านของกรีกโบราณ ฟินิกซ์จะเป็นนกอมตะ ตายแล้วกลับมาเกิดใหม่ นกฟินักซ์จะได้ชีวิตใหม่ด้วยการเผาใหม้ตัวเองจนกลายเป็นเถ้าถ่าน และจากกองเถ้าถ่าน นกฟินิกซ์ จะถือกำเนิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นนกฟินิกซ์จะเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ แนวคิดโดยทั่วไปคือบริษัทฟินิกซ์
จะเป็นบริษัทที่ลุกขึ้นมาจากเถ้าถ่านของบริษัทที่ล้มเหลว
นับตั้งแต่การเข้ามาเมื่อ ค.ศ 2010 เสี่ยวหมี่จะมีชื่อเสียงต่อสองสิ่ง ผลิตภัณฑ์ราคาต่ำด้วยคุณภาพเทียบเคียงได้และลูกค้าที่จงรักภักดี “หมี่ แฟน” เสี่ยวหมี่ได้พัฒนาส่วนต่อประสานกับผู้ใช้รากฐานแอนดรอยด์ หมี่ยูไอ กับสมาร์ทโฟนของบริษัทเมี่อ ค.ศ 2010 เสี่ยวหมี่ ได้จัดการประชุมอินเตอร์เน็ตที่จะรับการป้อนกลับจากลูกค้า ณ ขั้นตอนการเริ่มต้นของการพัฒนา ลูกค้าได้มีส่วนร่วม
อย่างกระตือรือร้นภายในระยะของการพัฒนา พวกเขาได้บอกถึงข้อบกพร่องและการปรับปรุงแก่หมี่ยูไอทุกว้นศุกร์ห้าโมง
เย็น การรวบรวมความคิดของลูกค้า การกระจายปัญหาไปยังกลุ่มคนของการพัฒนาส่วนต่อประสานกับผู้ใช้จะสำคัญต่อความสำเร็จของเสี่ยวหมี่ เนื่องจากบริษัทไม่มีตราสินค้าหรือชื่อเสียง ลูกค้าไม่เพียงแต่ช่วยการพัฒนาเท่านั่น แต่ได้กระจายวิสัยทัศน์ของเสี่ยวหมี่และได้สร้าง “หมี่ แฟน” มากขึ้น
เมื่อ ค.ศ 2011 เสี่ยวหมี่ ได้เปิดเผยสามาร์ทโฟนครั้งแรก ฐานลูกค้าหมี่ยูไอ 300,000 คน และได้ขยายตัวต่อไปเป็น 190 ล้านคนเมื่อ ค.ศ 2016 นวัตกรรมเปิด
ของเสี่ยวหมี่ ได้บรรลุเป้าหมายที่จะสร้างความจงรักดีและตราสินค้า “ความเหนียวแน่น” ท่ามกลางลูกค้า
เสียวหมี่ได้เพิ่มการจัดหาเงินทุน 1.1 พันล้านเหรียญ เมื่อ ค.ศ 2014 และใช้มันเติมเชื้อเพลงการเจริญเติบโตของบริษัท เสี่ยวหมี่ได้ลงทุนอย่างมากภายในสตาร์ทอัพ
เสี่ยวหมี่ได้สร้างการเป็นหุ้นส่วนจำนวนมากกับสตาร์ทอัพ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลายอยางภายใต้ชื่อเสี่ยวหมี่ เช่น เพาว์เวอร์ แบงค์ สกูตเตอร์ พัดลมไฟฟ้า สมาร์ทนาฬิกา โทรทัศน์ และแม้แต่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
การกล่าวหาเสี่ยวหมีลอกเลียนแบบแอปเปิ้ลจะเป็นเรื่องที่โต้เถียงกัน เสี่ยวหมี่ได้ปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่าง ภายใต้ความนิยมแพร่หลายอย่างมากมายของพวกเขาภายในสองตลาดสมาร์ทโฟนสำคัญที่สุดของโลก : จีนและอินเดีย
จะมีคำถามว่า ทำไมแอปเปิ้ลไม่ฟ้องร้องพวกเขาทันที
ข้อแรกการฟ้องร้องบริษัทจีนภายในจีนจะไม่ง่าย บริษัทต่างประเทศอะไรก็ตามฟ้องร้องบริษัทจีนภายในจีนจะสูญเสียเวลา มันจะซับซ้อน เสียเวลา และผลลัพธ์ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทต่างประเทศ
ข้อสอง แอปเปิ้ลตามสายตาของจีน เสี่ยวหมีไม่ใช่เป็นแต่เพียงบริษัทจีน พวกเขาจะเป็นบริษัทที่รักโดยบุคคลสิบล้านคน
บุคคลบางคนภายในจีนมองเสี่ยวหมี่เป็นการตอบสนองของจีนต่อแอปเปิ้ล และซีอีโอของพวกเขา เหลย จุน จะเป็นการตอบสนองของจีนต่อสตีฟ จ้อป มันจะเป็นก้าวไปอย่างประมาทโดยแอปเปิ้ลที่จะฟ้องร้องพวกเขา มันจะจบลงที่ความโกรธของบุคคลพันล้านคน และความห่างเหินบุคคลทุกคนภายในจีน ตลาดที่สำคัญอย่างมากต่อแอปเปิ้ล
ข้อสาม เสี่ยวหมี่ยังไม่คุกคามแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลจะเป็นบริษัทที่มุ่งกำไรอย่างมาก หลายสตาร์ทอัพจีนจะมุ่งปริมาณและส่วนแบ่งตลาดมากกว่ากำไร ในขณะที่สิ่งนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วในขณะนี้ ความคิดทางธุรกิจคือ การยึดครองส่วนแบ่งตลาดก่อน และคิดว่าจะทำกำไรอย่างไรต่อมา โดยปรกติพวกเขากระทำด้วยการขายผลิตภัณฑด้วยกำไรศูนย์
หรือติดลบที่จะบรรลุราคาต่ำที่สุด แอปเปิ้ลยังไม่ถูกคุกคามโดยเสี่ยวหมี่ เพราะว่าแอปเปิ้ลยังคงมี 90% กำไรทั้งหมดภายในอุตสาหกรรมนี้
ข้อสี่ ทิม คุ้กของแอปเปิ้ลจะเป็นเพื่อนที่ดีของจีน สตีฟ จ้อปจะมีชื่อเสียงต่อความรุนแรงภายในการป้องกันทรัพย์สินทางปัญญาของแอปเป้ล ทิม คุ้ก ไม่ใช่สตีฟ จ้อป เขาจะเอาใจใส่และคาดคะเนเมื่อเข้ามาทำธุรกิจ เขาไม่กล้าที่จะทำให้จีนอารมณ์เสีย และพลิกผันการทำกำไรอย่างมากมายของพวกเขาที่นี่ มันไม่ถูกต้องที่จะเชื่อว่าทิม คุกไม่สนใจความเสี่ยงภัยและพยายามไล่ตามเสี่ยวหมี่ เหมือนกับที่พวกเขาได้ทำกับซัมซุง
ข้อห้า เสี่ยวหมีจะมีเส้นทางที่ยาวข้างหน้า เสี่ยวหมี่ไม่ได้แสดงการคุกคามที่รุนแรงต่อแอปเปิ้ล แม้ว่าพวกเขาสามารถเข้ามาภายในตลาดอเมริกาโดยไม่ถูกฟ้องร้อง บริษัทจีนเท่าที่ผ่านมาจะมีสถิติไม่ดีของการโจมตีแอปเปิ้ล ตัวอย่างเช่น แซดทีอี และหัวเหวย ทั้งสองจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดภายในจีน และพวกเขาได้ผลิตสมาร์ทโฟนมายาวนานกว่าเสี่ยวหมี่ แม้แต่ทังสองยังไม่สามารถชนะซัมซุงได้ ถ้า
แอปเปิ้ลห่วงใยคู่แข่งขันจีน พวกเขาควรจะเริ่มต้นฟ้องร้องฮัวเหวยและเเซดทีอีก่อน
ข้อหก เสียวหมี่จะต้องเอาชนะซัมซุงก่อน ถ้าเสี่ยวหมี่จะกลายเป็นความสำเร็จของโลก พวกเขายังคงน่าที่จะทำร้ายผู้เล่นแอนดรอยด์อื่นมากกว่า เหมือนเช่น ออปโป เลอโนโว ฮัวเหวย แซดทีอี ซีมซุง และโซนี่ เสี่ยวหมี่จะต้อง
เอาชนะผู้ผลิตโทรศัพท์แอนดรอยด์อื่นทุกรายภายในโลก ถ้าพวกเขาต้องการจะโค่นบัลลังก์แอปเปิ้ล
ข้อเจ็ด การฟ้องร้องบริษัทโทรศัพท์มือถือไม่จบลงด้วยดีอยู่เสมอ ประวัติสถิติการฟ้องร้องภายในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือจะไม่ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อเรามองผลลัพธ์ แอปเปิ้ลจะไม่ได้ประโยชน์มากจากการฟ้องร้องซัมซุง พวกเขาไม่สามารถหยุดจากการกลายเป็นตราสินค้าพลังมากที่สุดลำดับสองของโลกได้ แอปเปิ้ลอาจจะช่วยให้พวกเขาได้รับการยกย่อง
ด้วยการฟ้องร้องพวกเขา มันจะไม่ง่ายต่อแอปเปิ้ลหรือซัมซุง พวกเขาทั้งสองได้ฟ้องร้องระหว่างกันภายในหลายศาลทั่วโลก บางคดีของคดีเหล่านี้ยังคงไม่ได้ถูกตัดสิน
ข้อเเปด ต้นทุนของการทำธุรกิจ จนถึงวันนี้ รัฐบาลจีนและกฏหมายของพวกเขาจะคุ้มครองบริษัทท้องที่อย่างมาก ภายในบางกรณีการยอมให้สิทธิบัตรและไอพี – ทรัพย์สินทางปัญญา ของเราถูกละเมิดเป็นราคาที่เราต้องจ่าย เพื่อที่จะเข้าไปสู่ตลาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดภายในโลก แต่ด้วยการสร้างนวัตกรรมภายในประเทศมากขึ้น ในที่สุดพวกเขาจะทำให้กฏหมายเหล่านี้มั่นคง ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยันว่าบริษัทต่างประเทศรู้ถึงความเสี่ยงภัยของสิทธิบัตรและไอพี แต่พวกเขาเพียงเพื่อจะเข้าไปภายในตลาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดภายในโลกเท่านั้น สิ่งนี้จะเป็นราคาที่พวกเขาต้องจ่ายที่จะทำธุรกิจภายในจีน
ข้อเก้า มันอาจจะสายเกินไปที่จะฟ้องร้องเสี่ยวหมี่ เมื่อพวกเขาเข้าไปสูตลาดอเมริกา บุคคลหลายคนเชื่อว่าแอปเปิ้ลมีโอกาสดีกว่าของการชนะการต่อสู้
ทางกฏหมายกับเสี่ยวหมี่ภายในอเมริกาหรือยุโรป ทั้งสองภูมิภาคที่เสี่ยวหมี่ได้หลีกเลี่ยงจนทุกวันนี้ นั่นไม่ได้หมายความว่าแอปเปิ้ลควรจะรอจนพวกเขาเข้ามา เสี่ยวหมี่ต้องอาศัยแนวคิดของแอปเปิ้ลยาวนานพอจนพวกเขามีทรัพยากรของพวกเขาเอง มันจะเป็นเรื่องเวลาก่อนที่พวกเขาสามารถที่จะสร้างโทรศัพท์มือถือนวัตกรรม แอปเปิ้ลไม่มีอะไรจะฟ้องร้องเมื่อเสี่ยวหมี่เข้ามาภายในตลาดอเมริกาด้วยสิทธิบัตรและโทรศัพท์มือถือที่ไม่เหมือนไอโฟน

ภายในเจ็ดปี เหลย จุน ได้เอาชนะอุปสรรคหลายอย่าง การปฏิรูปเสี่ยวหมี่จากบริษัทเล็กให้เป็นธุรกิจระดับโลกด้วยระบบนิเวศของพวกเขาเอง เขาได้ยืยยันว่านวัตกรรมจะอยู่ที่แกนของเสี่ยวหมี่ ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ต้นทุนต่ำ และการออกแบบที่ดึงดูด ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เขาได้อ้างที่จะช่วยปรับปรุงตราสินค้า “ทำภายในจีน” เสี่ยวหมี่ ได้ถูกก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 2010 ด้วยภารกิจที่เรียบง่าย : การยกระดับภาคการผลิตของจีนด้วยการใช้ “การคิดแบบอินเตอร์เน็ต” และ ‘วิธีการของอินเตอรเ์น็ต” ด้วยกลุ่มของบุคคลสิบคน และเงิน 4.5 ล้านเหรียญ เราเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย เขาได้รับรู้ศักยภาพของโมบาย อินเตอร์เน็ต และเมื่อ ค.ศ 2010 ได้แนะนำเสี่ยวหมี่ต่อโลกเป็นสตาร์ทอัพขายโทรศัพท์ออกแบบอย่างฉลาด ณ ราคาถูก ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ภายใต้ยอดขายที่เพิมสูงขึ้นแต่ละปี
บริษัทนับแต่นั้นมาได้ขยายตัวจากต้นกำเนิดของพวกเขา และในขณะนี้จะขายไม่เพียงแต่สมาร์ทโฟน พวกเขาจะผลิตแล็ปท็อปเคียงข้างผลิตภัณฑ์บริโภค เช่น สมารทโทรทัศน์ สมาร์ทอุปกรณ์บ้าน อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และไ่ม่นานมานี้ได้เปิดตัวกล้องถ่ายรูปไร้กระจก
ไม่เหมือนกับผู้ก่อตั้งบริษัทอินเตอร์เน็ตหลายคนที่มีบุคลิกภาพเข้มแข็ง เหลย จุงของเสี่ยวหมี่จะมีคุณลักษณะที่ร่าเริง เขาจะไม่เคยตะโกนใส่บุคคลของเขาเลย เมื่อเขาได้เผชิญกับปัญหา เขาจะเพียงแต่ยิ้มและลงมาที่ปัญหา และพยายามค้นหาคำตอบ ภายในการรวมกันทางสังคม เหลย จุน จะเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่เสมอ
เสี่ยวหมี่และเลออีโคเกือบจะก่อตั้ง ณ เวลาเดียวกัน และพวกเขาจะมีผลประโยชน์ทางธุรกิจทับซ้อนกันบางอย่าง ในขณะนี้เสี่ยวหมี่ได้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
เลออีโอดูเหมือนว่ากำลังพัวพันกับความยุ่งยากหลายอย่าง สื่อจีนได้รายงานว่า
ทรัพย์สินของเลออีโคเกือบ 16 ล้านหยวนได้ถูกแช่แข็งไว้
ที่จริงแล้วเสียวหมี่อาจจะเป็นยักษ์ใหญ่อินเตอร์เน็ตภาพลักษณต่ำที่สุดภายในจีน คู่แข่งขันที่ใหญ่กว่าเหมือนอาลีบาบาและเทนเซ้นต์ ได้ครอบงำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ตลอดเวลา
เสี่ยวหมี่ได้สร้างความก้าวหน้าอย่างดีภายในธุรกืจสมาร์ท ทีวี ด้วย มันจะเป็นจุดมุ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของเลออีโค สมาร์ท ทีวี ที่หลากหลายของเสี่ยวหมี่ได้ทำสถิติการขายภายในทีมอลล์ระหว่างเทศกาลซื้อสินค้าลดราคาออนไลน์
ยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าห้าเท่า และเอาชนะเลออีโคเป็นครั้งแรก ภายใต้การสร้างสตาร์ทอัพหลายอย่าง เหลย จุง จะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่บุคคลสามารถบรรลุความสำเร็จได้อย่างมากภายในอุตสาหกรรมเทค ทั้งที่ไม่ต้องมีบุคลิกภาพวางโตหรือหรูหรา
ภายในสองปีที่ผ่านมา ประชาชนและความคิดเห็นภายนอกดูแล้วเหมือนว่าเสี่ยวหมี่ไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้นคำถามได้เกิดขึ้น อะไรได้เกิดขึ้นกับเรา ถ้าเราไม่สามารถเข้าใจข้อบกพร่องของเราเอง มันจะกลายเป็นง่ายมากต่อเราที่จะตัดสินใจอย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นการติดสินใจของบริษัท เมื่อผมได้พูดคุยกับผู้ประกอบการบางคน ผมจะกล่าวถึงบางสิ่งบางอย่างเรียกว่า “ป้องกันและแก้แค้น” ถ้อยคำที่สร้างโดยหนังสือที่มีชื่อเสียง
Art of War เมื่อปัญหาได้เกิดขึ้น บุคคลหลายคนพยายามแก้แค้นด้วยการกำจัดบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้คาดหวัง แต่มันไม่เป็นการถูกต้อง
ปัญหาจะเป็นผลลัพธ์ของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ถูกต้องบนระดับพื้นฐาน
ดังนั้นการป้องกันจะสำคัญกว่าการแก้แค้น เราสามารถเริ่มต้นกำหนดแผนใหม่ได้เท่านั้นภายหลังจากที่เราได้ป้องกันและทำให้พื้นฐานเข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมันเข้ามาสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ บริษัทเหมือนเช่นเสี่ยวหมี่ด้วยรายได้รวมมากกว่า 100 พันล้านหยวนและบุคคลมากกว่าหมื่นคน การทำให้รากฐานเข้มแข็งจะเป็นวิถีทางลำดับความสำคัญสูงสุด
ต่อบุคคลส่วนใหญ่ของที่นี่ เราต้องคุ้นเคยอย่างมากกับนวัตกรรมโมเดลธุรกิจ
ผมได้ถามอย่าสม่ำเสมอว่าเสี่ยวหมี่เป็นบริษัทประเภทอะไร บุคคลบางคนกล่าวว่า เสี่ยวหมี่คือแอปเปิ้ลของจีน เราไม่ใช่แอปเปิ้ลภายในจีนอย่างแน่นอน
ภายในจิตใจของของผม เสี่ยวหมี่จะเป็นมากกว่าบริษัทสมาร์ทโฟน เสี่ยวหมี่เป็นบริษัทโมบาย อินเตอร์เน็ต และบริษัท “การค้าปลีกใหม่” เสี่ยวหมี่คือผู้จัดหาฮาร์ดแวร์ ผลิตสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ เมื่อผมก่อตั้งเสี่ยวหมี่ ผมต้องการจะปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตของจีน ผมต้องการเปลี่ยนแปลงภาพพจน์ของ “ผลิตภายในจีน” ผมต้องการที่จะเพิ่งพลังความสามารถการผลิตที่เข้มแข็งของจีน การสร้างผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่จะเป็นประโยชนต่อโลก
นั่นคือทำไมผมได้ก่อตั้งเสี่ยวหมี
ตามความคิดเห็นของผม ปัญหาพื้นฐานของอุตสาหกรรมมจีนคือประสิทธิภาพต่ำ นั่นคือต่อผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่เรามีภายในตลาด เราจะมีหลายช่องทางเกินไปที่ต้องผ่าน ก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะไปถึงมือลูกค้าในที่สุด นั่นคือเหตุผลทำไมราคาต้องสูง อะไรที่เราซื้อภายในอเมริกาบางทีผลิตภายในจีน แต่มันจะมีราคาและคุณภาพดีกว่า มันทำให้ผมสับสนอย่างมาก อะไรที่เราผลิตภายในจีน
ข้ามแปซิฟิคไปอเมริกา มันจะมีคุณภาพสูงและราคาต่ำ มันทำให้ผมประหลาดใจ ผมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจภายในประเทศได้อย่างไร
ต่อเมื่อเราปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจเท่านั้น เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ของเราได้ดีขึ้น ผมไม่เชื่อว่าชาวจีนไม่มีจิตวิญญานของช่างฝีมือ หรือไม่เชื่อว่าชาวจีนขาดนวัตกรรม ผมคิดว่าเราสามารถสร้างผลิตภัณฑที่ยิ่งใหญ่ได้ เมื่อผมได้พบปัญหานี้ ผมได้ติดสินใจที่จะตัดคนกลางออกไป
เมื่อ ค.ศ 1987 เหล่ย จุน จะเป็นนักศึกษา ณ คณะวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ของ มหาวิทยาลัยวูฮาน ความลุ่มหลงของเขาต่อการเป็นผู้ประกอบการเทคโนโลยี ได้ปรากฏอย่่างแท้จริงเมื่อเขาได้พบโดยบังเอิญหนังสือชื่อ Fire in the Valley : The Making of the Personal Computer ภายในห้องสมุด หนังสือได้เล่าเรื่องราวสตีฟ จ้อปแข่งขันกับบิลล์ เกตส์ การนำไปสู่การเปิดตัวของแมคอินทอช
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1984 หนังสือได้สรุปต้นกำเนิดของพีซีด้วยจุดมุ่งที่แอปเปิ้ลและไมโครซอฟท์ หนังสือได้เล่าเรื่องราวที่มีชื่อเสียงของสตีฟ จ้อป และสตีฟ วอซเนียก ก่อตั้งบริษัทของพวกเขา วันเมษายนหน้าโง่ การเปิดตัวครั้งแรก แอปเปิ้ล วัน ณ การประชุมของโฮมบริว คอมพืวเตอร์ คลับ
และได้ขายคอมพิวเตอร์ 50 เครื่องภายใน 30 วัน ตามคำสังซื้อแรกของพวกเขา หนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นรากฐานของภาพยนตร์ 1999 Pirate of Silicon Valley
เสี่ยวหมี่จะไม่มีอยู่โดยไมมีหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับสตีฟ จ้อปส์ เหลย จุน ผู้ก่อตั้งร่วมเสี่ยวหมี่ ได้กล่าวว่า Fire in the Valley : โดย พอล ไฟร์เบอร์เกอร์ และไมเคิล สเวน
พวกเขาได้สำรวจผลกระทบที่การแข่งขันระหว่างสตีฟ จ้อปส์ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ และบิลล์ เกตส์ ไมโครซอฟท์ มีต่อการพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล พวกเขาได้ให้แรงบันดาลใจแก่่ผม ถ้าเรามีความฝัน เราควรจะมุ่งไปสู่ความฝัน บางมีเราอาจจะจบลงด้วยการสร้างบริษัทระดับโลก
ณ เวลานั้นผมคิดว่าสตีฟ จ้อปส์ และบิลล์ เกตส์ได้บรรลุความสำเร็จด้วยการออกจากมหาวิทยาลัย ดังนั้นทำไมจะไม่เป็นผม เขาได้กล่าวภายในหนังสือภาษาจีนชื่อ Siezing the Opportune Moment เพียงแต่การคิดถึงเกี่ยวกับสิ่งนี้ เลือดของผมจะพุ่งพรวด และผมจะหน้ามืด เมื่อมองมันย้อนหลังไปในขณะนี้มันจะประหลาดมาก เมื่อการเริ่มต้นบริษัทที่ใครจะลงทุน เราจะเปิดบัญชีธนาคารอย่างไร หรือเราจะทำเงินอย่างไร Fire in the Valley
ต่อบุคลที่ไม่คุ้นเคยกับหนังสือเล่มนี้ ต่อมาได้ถูกปรับเป็นภาพยนตร์ทีวียอดเยี่ยม Pirates of Silicon Valley ภายใต้การคาดคะเนบางอย่าง เสี่ยวหมี่สามารถอยู่บนขอบของการนำหน้าแอปเปิ้ลเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่ที่สุดลำดับสองของโลก เนื่องจากความนิยมแพร่หลายอย่างมากมายภายในตลาดพลเมืองมาก เหมือนเช่นจีนและอินเดีย
Fire in the Valley จะเป็นประวัติที่ชัดเจนของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เขียนจากการสัมภาษณ์บุคคลทำมันให้เกิดขึ้น ผู้เขียนสองคนจะมีประสบการณ์ทางคอมพิวเตอร์ การทำงานอยู่ที่อินโฟเวิรลด์เมื่อต้น ค.ศ 1980 พวกเขาได้พบกันทุกวันกับบุคคลเหมือนเช่นสตีฟ จ้อปส์ และบิลล์ เกตส์ เมื่อพวกเขากำลังสร้างการปฏิรูปอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การปฏิรูปที่ไม่น่าเป็นไปได้และผู้ประกอบการเหล่านี้ เหมือนเช่น เอ็ด โรเบิรต จากเอ็มไอที ลี เฟลเซนสเติน ณ
โพรเซสเซอร์ เทคโนโลยี และแจ็ค แทรเมียล จากคอมมอนดอร์ และสตีฟ
จ้อปส์ และบิลล์ เกตส์ ต่างอ่อนประสบการ์ของปีการก่อตั้งของพวกเขา
แวลลี่ย์ภายในชื่อของหนังสือจะเป็น ซิลิคอน แวลลี่ย์
Fire in tne Velly : The Birth and Death of Personal Computer, Third Edition นี่จะเป็นฉบับที่สามของหนังสือ ด้วยสองฉบับแรกพิมพ์เมื่อ ค.ศ 1984 และ ค.ศ 2000 ในขณะที่ข้อเท็จริงของประวัติจะเหมือนกับฉบับพิมพ์ครั้งแรก ฉบัีบพิมพ์ครั้งที่สามได้เพิ่มเรื่องราวโดยการใส่ข้อเท็จจริงภายในมุมมองทางประวัติ จากมุมมอง ค.ศ 2014 พวกเขาได้ประกาศว่าหนังสือจะหยุดพิมพ์ภายใน ค.ศ 2015
ภายหลังจากพิมพ์มาแล้วเกือบ 40 ปี ฉบัีบพิมพครั้งที่สามนี้ ได้กล่าวถึงการสิ้นสุดของการปฏิรูปคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการเริ่มต้นของยุคหลังพีซี มันจะครอบคลุมการแยกออกไปจากระยะของผู้เล่นที่สำคัญด้วยการเสียชีวิตของสตีฟ จ้อปส์ และดักกลาส แองเกิ้ลบาร์ท และการเกษียณของบิลล์ เกตส์ และสตีฟ บอลลเมอร์ การถอยไปจากพีซีไปสู่คลาวด์และอุปกรณ์พกพา ชื่อรองของหนังสือ The Birth and Death of the Computer หมายความว่า ภาพพจน์ของคอมพิวเตอรส่วนบุคคคืออะไรย้อนหลังไปยัง ค.ศ 1970 จะเป็นความฝันของพลังที่ไม่จำกัด ปัจจุบันนี้ความสามารถภายในพีซีได้ถูกแตกกระจายเป็นอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน อุปกรณ์จะไม่รู้สึกคล้ายกับคอมพิวเตอร์ และมันไม่ได้มุ่งหมายที่จะเป็น
ผู้เขียนหนังสือได้กล่าวว่า เราได้มองอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ปรากฏขึ้น และเราคิดมันเพียงแต่มีผลกระทบที่สำคัญต่อสังคม เราได้ประทับใจมากที่สุดกับผู้ก่อตั้งของบริษัทฮาร์ดแวร์และซอฟทแวร์ที่ฉลาดและทะเยอทะยานสูง เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงโลก และเราต้องการทำเป็นเอกสารแก่บุคคลอื่น และให้ความรู้สึกแก่เราของการอยู่ใกล้กับขบวนการที่น่าประหลาดใจ

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com