INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ยิ่งพยายามลบ จูเลียน อัสซานจ์ ไปจาก ความทรงจำของผู้คนในโลก ชื่ออัสซานจ์ก็ไม่เคยถูกลืมเลือน

image 4

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

ยิ่งพยายามลบ จูเลียน อัสซานจ์ ไปจาก ความทรงจำของผู้คนในโลก ชื่ออัสซานจ์ก็ไม่เคยถูกลืมเลือน

หลายๆคนในประเทศไทยอาจจะลืมไปแล้วว่า จูเลียน อัสซานจ์ คือใคร ก็ถ้าพูดถึงวิกกี้ลีกส์สื่ออนไลน์ที่เปิดโปงการสมคมคิดการก่ออาชญากรรม และการจารกรรมระหว่างประเทศอยู่หลายเรื่อง และสุดท้ายคือการเปิดโปรงเอกสารลับของหน่วยงานของสหรัฐฯ ทำให้โลกตื่นรู้ว่าแท้จริงมันมีการกระทำที่เป็นอาชญากรรม โดยการรู้เห็นเป็นใจของรัฐบาลในหลายๆประเทศเกิดขึ้น โดยคนทั่วไปไม่อาจรู้ได้ แต่ต้องรับกรรมจากการกระทำนั้นๆ

หลายๆคนอาจจะมองเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนภาพยนตร์อย่าง เจมส์ บอนด์ หรือ มิชชั่นอิมพอสสิเบิล แต่ในโลกจารกรรมมันเกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน โดยแต่ละประเทศก็อ้างว่าทำไปเพื่อความมั่นคงของตนเอง ถ้าเราไม่ทำคนอื่นก็ทำ นั่นก็เป็นความจริงในอีกด้านหนึ่ง แต่พอทำไปจนมันเคยชิน คนเหล่านี้ก็เลยแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือความถูกต้องทำนองครองธรรม อะไรคืออาชญากรรม หรือความจำเป็นกับความสะดวกมักง่าย อย่างเช่น ใบอนุญาตให้ฆ่าคนไม่มีความผิด (License To kill)ซึ่งมันไม่มีหลักฐานให้มาพิสูจน์กันหรอก แต่มีคนมากมายถูกบังคับให้สูญหาย

assange2

            กรณีของจูเลียน อัสซานจ์ ที่ถูกตำรวจอังกฤษบุกเข้าไปจับตัวในสถานทูตเอกวาดอร์ โดยความยินยอมของสถานทูต ภายหลังลี้ภัยอยู่นานนับสิบปี

บัดนี้การไต่สวนได้เริ่มขึ้นแล้วหลังถูกจับติดคุกห้ามเยี่ยมห้ามประกันนับปี มันเป็น 17 วันของการเบิกความระหว่างฝ่ายอัยการของรัฐผู้กล่าวหาและทนายจำเลย ด้วยข้อหาจารกรรมจากสหรัฐฯ และข้อหาล่วงละเมิดทางเพศจากสวีเดน ที่ต่างก็ขอตัวไปดำเนินคดีในประเทศของตน

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าในที่สุดอัยการอังกฤษประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง นั่นคือทำให้สาธารณะได้เห็นว่าผู้ร้ายที่แท้จริงคือใคร

แทนที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าอัสซานจ์ก่ออาชญากรรมและมีการสมคบคิดอย่างไรบ้าง มันกลับพิสูจน์ว่าคนที่ละเมิดกฎหมารยและสมคบคิดกลายเป็นรัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ

พยานที่เบิกความหลายปากให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่ผิดกฎหมายของรัฐบาลทั้งสอง ด้วยการละเมิดสิทธิของจำเลยให้ได้รับการพิจารณาไต่สวนด้วยความเป็นธรรม ทำลายสุขภาพ ทำลายบุคลิกภาพส่วนบุคคลด้วยการแยกขังเดี่ยว โดยไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารใดๆจากภายนอก ทั้งนี้เป็นความร่วมมือจากหน่วยข่าวกรองทั้ง CIA และ MI6 และหน่วยงานทางกฎหมายของทั้งสองประเทศ รวมทั้งตำรวจและทหาร ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายเอาไว้แล้วว่าจะต้องกำจัดอัสซานจ์ และสื่อออนไลน์วิกกี้ลีกส์ โดยถือว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งรัฐ

แต่สิ่งที่วิกกี้ลีกส์เปิดโปรง คือเอกสารของรัฐบาลเหล่านั้นที่ได้ก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศ ซึ่งแทนที่ผู้ก่ออาชญากรรมจะถูกลงโทษ คนเปิดโปงกลับถูกลงโทษ เรื่องอย่างนี้ดูจะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบเห็นที่ไหน

โทษของอัสซานจ์ คือการเปิดเผยพฤติกรรมที่สหรัฐฯและพันธมิตรกระทำต่ออิรักและอาฟกานิสถาน ซึ่งทำให้มีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเสียหายยับเยิน

ทั้งนี้ด้วยการสร้างข่าวเท็จต่างๆรวมทั้งการกล่าวหาว่าซัดดัมกำลังสะสมอาวุธมหาประลัยที่จะเป็นภัยต่อสหรัฐฯและพันธมิตร

ตัวอย่างการดำเนินการจัดการวิกกี้ลีกส์ เช่น ในวันที่ 27 กันยายน 2010 กระเป๋าเอกสารพร้อมกับแลปท็อป 3 เครื่อง และฮาร์ทไดร์หายสาบสูญไประหว่างที่อัสซานจ์เดินทางจากสวีเดนไปเยอรมนี

ความลับนี้มาถูกเปิดเผยโดยอัยการที่ได้นำเอาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ที่หายสาบสูญไปมากล่าวโทษเชลซี แมนนิ่ง ซึ่งต่อมาถูกตัดสินจำคุกในฐานะเปิดเผยเอกสารลับทางราชการ

06myn13mynf02120614 sik 06

            ในปี 2011 หน่วยงาน FBI ได้จ้างเด็กอายุ 18 ที่ไอซ์แลนด์ ให้คอยสืบข้อมูลจากวิกกี้ลีกส์ที่ไปเปิดสำนักงานที่นั่น คือ Sigurdur Thodarson โดยจ่ายเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่อมาทางการไอซ์แลนด์สืบทราบและได้เนรเทศตัวแทน FBI กลับสหรัฐฯ

เมื่ออัสซานจ์ขอลี้ภัยในสถานทูตเอกควาดอร์ในเดือนมิถุนายน 2012 พฤติกรรมทุกอย่างของเขาในสถานทูตถูกดักฟังพร้อมภาพเคลื่อนไหวเหมือน “Life show” ซึ่งอัสซานจ์ก็ทราบดีและได้เล่าให้นักหนังสือพิมพ์ที่เข้าไปเยี่ยมเขาที่สถานทูต ดังนั้นการดักฟังการปรึกษาทนายและการปรึกษาแพทย์ ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายได้ถูกกระทำอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงที่อัสซานจ์ลี้ภัยในสถานทูตเอกควาดอร์

หน่วยความมั่นคงของสหรัฐฯและอังกฤษทำการติดตามและสอดส่องบุคคลที่เข้าเว็บวิกกี้ลีกส์ สถานบันการเงินปฏิเสธการรับเงินบริจาคให้วิกกี้ลีกส์เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยง

Actualidad 427219899 133953052 1706x960

            ไม่ละเว้นแม้แต่ทนายความชาวสเปนของอัสซานจ์ที่เคยเป็นผู้พิพากษาคดีจอมเผด็จการนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ คือท่าน Baltasar Garzón ยังถูกขโมยคอมพิวเตอร์จากสำนักงานในปี 2017

ยิ่งไปกว่านั้นนักหนังสือพิมพ์ท่านหนึ่งที่เคยพบกับอัสซานจ์ 2 วัน หลังจากนั้นถูกขโมยคอมพิวเตอร์จากสำนักงาน แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่มันก็น่าประหลาดที่คอมพิวเตอร์ของเพื่อนที่ใช้สำนักงานร่วมกันกลับไม่ถูกแตะต้อง

rafael correa 24 2 1

            ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนาย Moreno ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี Rafael Corea ที่สนับสนุนอัสซานจ์ จนเข้าไปลี้ภัยในสถานทูตที่ลอนดอน โดยนาย Moreno ได้จ้างบริษัทสเปนให้เข้าไปจัดระบบการรักษาความปลอดภัยในสถานทูตเอกควาดอร์ ให้ทำการติดตั้งกล้อง ดักฟังโทรศัพท์ แม้แต่มือถือตลอดจนขโมยไดเปอร์ลูกของอัสซานจ์ เพื่อนำอุจจาระไปพิสูจน์ DNA ของอัสซานจ์ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเต็มๆ และมีแผนจะลักพาตัวเพื่อข่มขู่อัสซานจ์และอาจถึงฆาตกรรม แต่แผนแตกเสียก่อน

อนึ่งผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายมีความเห็นสอดคล้องกันว่าอัสซานจ์จะไม่ได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรมในสหรัฐฯ และคงถูกขังเน่าตายหากถูกส่งไปสหรัฐฯตามคำขอ

กระนั้นก็ตามการไต่สวนในอังกฤษก็ใช่ว่าจะได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้พิพากษาท่านแรกที่ได้รับคดีนี้ คือ Emma Arbuthnot เมื่อปี 2017 กลับมีสามีและลูกขายที่ถูกเปิดโปงโดยวิกกี้ลีกส์ว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับบุคคลที่ก่ออาชญากรรมบางอย่างเกี่ยวเนื่องกับเอกสารของวิกกี้ลีกส์ และพัวพันกับหน่วยราชการลับ

เมื่อความจริงถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้พิพากษาท่านนั้นจึงต้องถอนตัว แม้ไม่ยอมรับว่ามันเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์และในฐานะผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เธอก็ต้องได้เห็นสำนวนและติดตามการพิพากษาคดีอยู่ดี

ที่สำคัญเมื่อทนายฝ่ายจำเลยขอเลื่อนเวลาการไต่สวนออกไป เพื่อเตรียมการเบิกความเพราะยังไม่ได้รับเอกสารสำคัญจากอัยการเพื่อศึกษาแนวทางการต่อสู้ ผู้พิพากษาซึ่งก็เป็นลูกน้องของคนเดิมที่ถอนตัว ก็ปฏิเสธที่จะขยายเวลาในการเลื่อนไต่สวนออกไป เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือทนายจำเลยมีเวลาจำกัดมากที่จะพบกับจำเลย และการปรึกษาคดีก็ถูกฟังตลอดจากเจ้าหน้าที่เรือนจำเบลมาร์ช ซึ่งเป็นคุกมหันตโทษ

นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในโลก ฟังแล้วก็ไม่แปลกใจ แต่ที่ผู้เขียนนำเรื่องนี้มาเขียนเพราะไม่อยากให้พวกเราลืมอัสซานจ์ สื่อที่มีอุดมการณ์อันหายากยิ่งในทุกวันนี้

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *