สหรัฐปล่อย“อัสซานจ์”ยอด “แฮกเกอร์”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
สหรัฐปล่อย“อัสซานจ์”ยอด “แฮกเกอร์”
อย่าเพิ่งงงหรือลืมนะครับว่า“จู เลียน อัสซานจ์” Julian Assange คือใคร ทำไมต้องเขียนถึงให้เป็นที่ ประจักษ์

เพราะเรื่องนี้ มีส่วนทำให้เราคนไทย ต้องพิจารณา “สปิริต”ของความเป็ นคน อย่างยิ่ง
เป็นอย่างไร โปรดติดตามอ่านจนจบนะครับ
ถามซ้ำว่า “อัสซานจ์”คือใคร ?
ตอบว่า เขาคือเจ้าของเว็บไซต์ “วิกิลี กส์”Wikileaksและเป็นนั กเจาะระบบคอมพิวเตอร์ ที่เราเรียกกันทั่วๆ ไปว่า”แฮกเกอร์”หรือ Hacker ที่มีความสามารถระดับยอดเยี่ยม ที่เอาเอาความลับด้านความมั่ นคงของสหรัฐมาเปิดเผยได้
จะถือว่าเขาเป็น “วีรบุรุษ”หรือ “อาชญากร”ดีล่ะ ในสายตาของพวกเรา
แต่ผมยกย่องเขานะครับว่าคือ “วี รบุรุษ” คนหนึ่งที่กล้าหาญท้ าทายชาติอภิมหาอำนาจ
โดยเฉพาะการเปิดเผยความชั่วร้ ายหลายอย่างที่สหรัฐปกปิ ดและทำไว้กับชาวโลก ในช่วงตระเวนทำสงครามไปทั่ว
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๖๗ อังกฤษได้ปล่อยตัว”อัสซานจ์” ออกจากคุก หลังจากที่ขังไว้ห้าปีตั้งแต่ปี ๒๐๑๙
ในข้อเท็จจริงแล้ว “อัสซานจ์”ไม่ เพียงเป็นแค่ “แฮกเกอร์”ธรรมดาที่ อาจนำข้อมูลที่ได้มาไปใช้หรื อไม่ใช้ประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเป็น “แครกเกอร์”Crackerด้วย
“แครกเกอร์”ก็คือผู้ที่นำความรู้ ในการ”เจาะ”หรือ”แฮก”ไปใช้ ในการทำความผิด เช่น การขโมยข้อมูล การทำลายข้อมูล หรือแม้กระทั่งการครอบครองคอมพิ วเตอร์คนอื่น
อีกอย่างที่ต้องรู้ก็คือ เขามิใช่ “ตัวการ”ที่เจาะข้อมู ลความลับของสหรัฐ แต่เขาได้ข้อมูลเหล่านี้มาจาก “เชลซี แมนนิง”ที่ส่งข้อมูลลับไปให้ “อั สซานจ์”อีกต่อหนึ่ง

“เชลซี แมนนิง”คืออดีตทหารหญิงอเมริกั นฝ่ายข่าวกรองซึ่งต่อมากลายเป็ นนักเคลื่อนไหวที่เจาะเอาความลั บของกระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งไปให้ ”อัสซานจ์”เปิดเผย ผ่าน”วิกิลีกส์”
ส่วนทำไมเธอถึงกระทำนั้น ผมไม่รู้ได้ครับ
ข้อมูลที่เธอส่งให้”อัสชานจ์” ไปเผยแพร่นั้น รวมทั้งข้อความทางการทูต ๒๕๑,๐๐๐ ชิ้นกับรายงานของกองทัพบกสหรัฐ ๔๘๒,๐๐๐ ชิ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีมากกว่านั้นเป็นล้านๆชิ้นเสี ยด้วยซ้ำ แต่จากคนละแหล่งข้อมูล
แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คื อการแพร่ภาพจากวิดีโอ ที่ทหารอเมริกันโจมตีจากเฮลิ คอปเตอร์ สังหารพลเรือนในอิรักไปหลายคน รวมทั้งผู้สื่อข่าวจาก”รอยเตอร์ ”สองนายด้วย
ถึงจะไม่ได้”เจาะ”ความลับเอง แต่ในแง่สหรัฐเขาคือ ผู้เผยแพร่ข้อมูลความลับ จึงออกหมายศาลดำเนินคดีเอาผิ ดเขาฐาน จารกรรม
แต่เขาก็ร้องเรียนไปยั งสหประชาชาติว่าไม่ได้กระทำผิด เพียงเป็นการแพร่ข่าวตามที่เป็ นจริงตามสิทธิพื้นฐานที่พึ งแสดงออกได้โดยสุจริต
สหประชาชาติก็มีมติเห็นตามที่ เขาร้องเรียน ส่งผลให้เขาสามารถไปลี้ภัยได้ ในสถานทูตเอกวาดอร์ ในกรุงลอนดอน หนีการจับกุมและดำเนินคดี ของสหรัฐ
แต่ในที่สุดเขาก็ถูกจับไปดำเนิ นคดีและถูกสั่งจำคุกในอังกฤษโดย ตำรวจไปจับเขาในสถานทู ตเอกวาดอร์ กรุงลอนดอน ในข้อหากระทำผิดกฎหมายการประกั นตัวเพราะแอบหนีออกนอกสถานทูตบ่ อยๆ เพื่อไปโน่นมานี่
แต่เขาก็พยายามต่อสู้ ทางกฎหมายมิให้อังกฤษส่งตั วเขาไปยังสหรัฐตามที่ศาลสหรัฐต้ องการตัว
ในที่สุดจากการต่อรองระหว่างตั วเขากับสหรัฐ(ความจริงสหรัฐเบื่ อจะจัดการกับเขาเพราะความลับที่ เปิดเผยไปแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้สหรัฐต้องเสียชื่ อเสียงไปมากกว่านั้น) ว่าถ้าเขาสารภาพผิดตามข้อหา ก็จะปล่อยตัวเป็นอิสระ
อังกฤษจึงส่งตัวเขาให้สหรัฐ แต่ไปขึ้นศาล เพื่อปิดคดี ตามกระบวนการทางกฎหมายที่เกาะ” ไซปัน”ในหมู่เกาะมาเรียนา ซึ่งเป็นของสหรัฐ
ทำไมต้องที่ “ไซปัน”?
ตอบว่าเพราะใกล้บ้านคือ ออสเตรเลียไง
หลังจากผ่านการดำเนิ นการของศาลท้องถิ่นที่นั่น “อัสซานจ์”ก็ได้รับการปล่อยตั วและบินกลับบ้านในออสเตรเลียเรี ยบร้อยแล้ว
ยุติการระเหเร่ร่อนหนีคดีมาเป็ นเวลานานราว ๑๔ ปีด้วยกัน
เท่าที่ผมเล่ามานี้ ก็เพียงเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า:-
“การดีล”ของ”อัสซานจ์”กับสหรั ฐนั้น เป็นการ”ดีลสว่าง”เป็นที่เปิ ดเผยน่ายกย่อง
มิใช่การ “ดีลลับ”ที่ทำกันอย่ างกระมิดกระเมี้ยนในบ้านเรา ข้ามหัวคนไทย ชนิดที่ไม่เกรงใจต่อระบบยุติ ธรรมใด ๆ
ช่างเป็นที่น่าอับอายขายหน้าต่ อคนไทยเองและชาวโลกยิ่งนัก
ทำราวกับว่าบ้านนี้-เมืองนี้ เป็นของกลุ่ม “อีลีท”เท่านั้น
Facebook Comments Box







