INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

การลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำด้านนิวเคลียร์ ของอิหร่านเป็นกับดักสำหรับไบเดนหรือไม่

การลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำด้านนิวเคลียร์

ของอิหร่านเป็นกับดักสำหรับไบเดนหรือไม่

 

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

การเมืองระหว่างประเทศกำลังเข้มข้น ก่อนที่จะมีการถ่ายโอนอำนาจทั้งหมดไปสู่ประธานาธิบดีไบเดนในวันที่ 20 ม.ค. 2564

จีนรีบเร่งใช้ศักยภาพของตนเองทางด้านเศรษฐกิจเจรจาเพื่อช่วยเหลืออินเดียด้านหนี้สินเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้เพื่อจะได้บ่อนทำลายแผนปิดล้อมของสหรัฐฯนั่นคือยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิค ที่มีอินเดียเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญ
ในตะวันออกกลางมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะกลับมาเจรจากับอิหร่านใหม่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่คงจะสืบทอดแนวทางของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เรื่องการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์

ดังนั้นไซออนิสต์ทั้งในสหรัฐฯ โดยความร่วมมือของทรัมป์ที่ต้องการจะทำทุกวิถีทางที่จะวินาศกรรมการทำงานของโจ ไบเดน ให้มีอุปสรรคมากที่สุด โดยตัวแปรที่สำคัญในตะวันออกกลางที่มีทั้งแรงจูงใจและมีขีดความสามารถที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง รวมทั้งการลอบสังหารบุคคลสำคัญของประเทศคู่อริอย่างอิหร่าน ก็คืออิสราเอล และรัฐบาลไซออนนิสต์ ภายใต้การนำของเนธันยาฮู ย่อมยากจะปฏิเสธเพราะเป็นการทำลายศักยภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเป็นนัยสำคัญ

นอกจากนี้อิสราเอลยังต้องการยั่วยุให้อิหร่านปฏิบัติการรุนแรงกับสหรัฐฯเพื่อเป็นการตอบโต้ หรือแม้แต่การปฏิบัติของอิหร่านอาจมุ่งโจมตีตอบโต้อิสราเอล ไซออนิสต์ในสหรัฐฯก็ย่อมจะเดินเกมส์กดดันรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของโจ ไบเดนให้เข้าไปแทรกแซง จนมีผลทำให้การเจรจาปัญหานิวเคลียร์กับอิหร่านอาจจะเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง

นี่เท่ากับเป็นการวางยาโจ ไบเดน เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศด้านตะวันออกกลาง นอกเหนือจากความยุ่งยากที่จะแก้ปัญหาในการสัปยุทธกับจีน

การลอบสังหารยอดนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะนั่งรถอยู่บนไฮเวย์นอกเตหราน แม้อิสราเอลจะปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่ในอดีตอิสราเอลโดยหน่วยมอทสาทได้ปฏิบัติการสังหารนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านมาหลายคนแล้ว

ยังไม่นับรวมการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ที่จะมาพัฒนาอาวุธปืนใหญ่วิถีไกลให้อิรัก หรือการส่งฝูงบินโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิรักในช่วงที่ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนเป็นผู้นำ

ในระหว่างปี 2010 ถึง 2012 นักวิทยาศาสตร์อิหร่าน 4 คน ถูกลอบสังหารและนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศหลายคนสรุปว่าการลอบสังหารนาย Mohsen Fakhrizadeh เป็นการวางแผนเพื่อทำให้โจ ไบเดน ทำงานยากขึ้นมากเพื่อกลับมาเจรจากับอิหร่านในเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน อันเป็นการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติ

พิธีฝังศพจัดขึ้น ณ กรุงเตหราน โดยมีรัฐมนตรีกลาโหมของอิหร่านเป็นประธาน คือนาย Amir Hatami ที่ได้กล่าวคำปราศรัยในพิธีดังนี้

ศัตรูของเรารู้ดี และข้าพเจ้าในฐานะชายชาติทหารขอบอกว่าจะไม่มีอาชญากรรม การก่อการร้าย และการกระทำที่โง่ๆใดๆจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีคำตอบกับประชาชนชาวอิหร่าน และเราจะตอบโต้การก่ออาชญากรรมเหล่านั้นอย่างรุนแรง…อาชญากรรมสหรัฐฯ ที่ลอบสังหาร Qassem Soleimani ผู้นำสูงสุดของหน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (และกองกำลังกุดส์) มีอาวุธนิวเคลียร์หลายพันลูก และอาชญากรยิวไซออนิสต์ มีอาวุธนิวเคลียร์หลายร้อยลูก เขาเหล่านั้นมีอาวุธมหาประลัยเหล่านี้ไว้เพื่ออะไร หรือมันเป็นเพียงเครื่องประดับในบ้าน”

นาย Javad Zarif รัฐมนตรีต่างประเทศให้รายละเอียดว่าการลอบสังหารบนทางหลวงนอกเตหรานนั้น ใช้ปืนกลบังคับทางไกลที่ติดตั้งในรถบรรทุกจอดไว้ข้างทาง

การลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชั้นนำของอิหร่าน เกิดขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากทรัมป์ได้กล่าวเป็นการส่วนตัวว่าเขาอยากให้มีการระเบิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงจัดทำแร่เข้มข้นของอิหร่านก่อนที่เขาจะพ้นออฟฟิต

จากพฤติกรรมดังกล่าวของทรัมป์ทำให้นักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศหลายสำนักคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจจัดให้มีปฏิบัติการอีกหลายที่หลายอย่างเพื่อทำให้ไบเดน ทำงานยากขึ้น เช่น อาจขยายความขัดแย้งกับจีนในทะเลจีนใต้มากขึ้น

แม้อิสราเอลจะไม่ออกมาตอบโต้ใดๆเกี่ยวกับการที่อิหร่านกล่าวหา แต่ด้วยแรงจูงใจและขีดความสามารถก็มีอิสราเอลประเทศเดียวที่ทำได้ นอกจากนี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เนธันยาฮู ยังเคยพูดชื่อของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ในการนำเสนอแผนงานต่อครม.ว่าให้จำชื่อ Mohsen Fakhrizadeh เอาไว้ ทำให้หน่วยความมั่นคงของอิหร่านมีความระแวดระวังอย่างเข้มงวด แต่อย่างว่าละครับคนจ้องทำร้ายกับคนเฝ้าระวัง  ย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้

อนึ่งการที่ทรัมป์พูดเกี่ยวกับการระเบิดทำลายโรงงานนิวเคลียราเพื่อสันติของอิหร่านก่อนเขาพ้นจากออฟฟิต กับการที่รัฐมนตรีต่างประเทศปอมปิโอเดินทางไปมาในภูมิภาคหลายครั้งก่อนเกิดเหตุ ก็อาจอนุมานได้ว่าสหรัฐฯมีความเป็นไปได้สูงที่จะรู้เห็นเป็นใจ

ยิ่งไปกว่านั้นเนธันยาฮูยังออกข่าวก่อนหน้ามีการลอบสังหารว่าอิสราเอลมีการเตรียมพร้อมทางทหารร้อยเปอร์เซนต์เพราะคาดว่าสหรัฐฯอาจมีการโจมตีอิหร่าน และอิหร่านอาจแก้แค้นด้วยการโจมตีอิสราเอลเป็นการตอบโต้

เรื่องนี้ต้องเข้าใจนโยบายทางทหารของอิสราเอลนั่นคือ ถ้ามีข้อสงสัยก็ให้โจมตีก่อน ซึ่งนี่ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสงครามในตะวันออกกลาง จนบานปลายเป็นสงครามใหญ่ได้

แล้วอิสราเอลกลัวอะไรถึงได้ลงมือลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน คำตอบคืออิสราเอลกลัวว่าองค์ความรู้ในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะนำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต จึงต้องตัดกำลังอิหร่านทุกวิถีทาง ในขณะที่อิสราเอสลมีอาวุธนิวเคลียร์สะสมไว้ไม่น้อยกว่า 200 ลูก จากการสนับสนุนของสหรัฐฯทั้งองค์ความรู้และแร่พลูโตเนียม

            การชิงความเหนือกว่าด้านอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอลจึงเป็นไพ่ตายที่ไซออนิสต์กำหนดขึ้น เพื่อขยายอำนาจและอิทธิพลครอบงำตะวันออกกลาง ตามแผน The Greater Israel ที่กำหนดไว้เนิ่นนานแล้ว และอิหร่านจะเป็นก้างขวางคอ

จะเห็นได้ว่าอิสราเอลได้สร้างความไร้เสถียรภาพให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลางทั้งโดยตรง วินาศกรรม และกำลังทหาร ตลอดจนอาศัยสหรัฐฯเป็นกลไกสำคัญในการบ่อนทำลายเสถียรภาพในตะวันออกกลางมาตลอด

แต่มาบัดนี้รัสเซีย อิหร่าน และอาจมีตุรกี เข้าร่วมในบางพื้นที่ บางสถานการณ์ ในขณะที่สหรัฐฯเริ่มโรยรา อิทธิพลในพื้นที่เพราะรัสเซีย และตุรกียังมีสัมพันธ์ทางการรทูตที่ดีกับอิสราเอล เหลือแต่อิหร่านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา

แม้สหรัฐฯและไซออนิสต์ พยายามปลุกปั้นซาอุดิอารเบีย และสหรัฐฯอรับเอมริเรต ให้ลุกขึ้นมาต่อต้านอิหร่านก็ตาม แต่ยิวก็ต้องออกแรงอย่างออกนอกหน้ามากขึ้น มากกว่าการเป็นอีแอบ เช่น เรื่องการก่อวินาศกรรมระบบตรวจสอบทางอากาศของอิหร่าน จนเกิดเหตุยิงเครื่องบินยูเครนตก

สถานการณ์จะเป็น่อย่างไร ทรัมป์จะวินาศกรรมงานในอนาคตของไบเดน อีกมากน้อยเท่าไร ไซออนิสต์จะก่ออาชญากรรมในตะวันออกกลางอีกเท่าใด ล้วนเป็นชนวนที่อาจก่อให้เกิดสงครามใหญ่ จนนำมาสู่ความเดือดร้อนของชาวโลกได้

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com