คอญะฮ์นะศีรุดดีน ตูซีย์ ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโคราซาน

คอญะฮ์นะศีรุดดีน ตูซีย์ ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโคราซาน(อิหร่าน)
(Nasir al-Din al-Tusi : 597-672)
ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน
สมมติฐานหนึ่งที่ถูกยอมรับจากนักวิชาการด้านปรัชญาและสังคมวิทยาว่าการกำเนิดการใช้ความคิดของมนุษย์ ได้เกิดมาพร้อมกับการสร้างมนุษย์แล้ว นักปรัชญาและนักสังคมวิทยาได้อ้างเหตุผลสนับสนุนว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีความคิดและการใช้ปัญญา และยังได้นิยามว่า”มนุษย์คือสัตว์ที่มีปัญญา” ดังนั้นการคิดและการใช้หลักสติปัญญา ถือว่าเป็นอัตลักษณ์พิเศษของมนุษย์ ที่ไม่สามารถจะแยกออกจากตัวตนของความเป็นมนุษย์ได้
นักประวัติศาสตร์ด้านปรัชญาเชื่อว่า ร่องรอยเก่าแก่ด้านปรัชญาที่ถูกบันทึกไว้ ในยุคกรีกโบราณ ประมาณหกร้อยปีก่อนคริสตศักราช มีนักปรัชญาและนักคิดจำนวนหนึ่งได้พูดถึงเรื่องของภวันต์(Being) พูดถึงเรื่องความจริงสูงสุด ปฐมเหตุแรก และเหตุสุดท้าย และนักประวัติศาสตร์ปรัชญายังได้เชื่อว่าแนวความคิดทางปรัชญาฟากฝั่งตะวันตก ที่พูดกันว่าแหล่งกำเนิดมาจากกรีกโบราณ แท้จริงแล้วกลิ่นอายของปรัชญานั้นได้ผ่านมาจากฝั่งโลกตะวันออก จากแหล่งอารยธรรมโลกก่อนคริสตศักราชเป็นพันๆปีเสียอีก ไม่ว่าอารยธรรมเมโสโปเตเมีย(อิรักปัจจุบัน) อารายธรรมเปอร์เซีย(อิหร่าน) อารยธรรมอินเดีย อารยธรรมจีน ซึ่งอิทธิพลจากวัฒนธรรมและปรัชญาฝั่งตะวันออกได้แผ่ขยายมาก่อนหน้านั้นแล้ว
ปรัชญาอิสลามถือว่าเป็นศาสตร์หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในสร้างอารยธรรม และปรัชญาคือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าของอิสลาม ก่อนสมัยอิสลามและยุคแรกๆของอิสลาม ชาวอะหรับไม่ได้รู้จักคำว่า”ฟัลสะฟะฮ” แต่พวกเขารู้จักปรัชญาในนามของ”ฮิกมะฮ” ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า”wisdom” (ปัญญา)หรือตรงภาษากรีกว่า”Sophia” ดังตำราปรัชญาชื่อดังขของมุลลา ซอ๊ดรอ(นักปรัชญาชีอะฮ์ เจ้าของสำนัก “อิกมะตุลมุตะอาลียะฮ”)ใช้ชื่อว่า”อัลฮิกมะตุลมุตะอาลียะฮ์”(ปรัชญาอันสูงส่ง) หรือในหนังสือของอิบนุสีนา ได้เรียกนักปรัชญาว่า”ฮุกามาห์”(เป็นพหุพจน์ของคำว่า “ฮะกีม)แทนคำว่า”ฟัยละซูฟ”(แปลว่านักปรัชญาที่เป็นภาษาเรียกในสมัยกรีกโบราณ)
ต่อมาสำนักคิดทางเทววิทยา ไม่ว่าสำนักคิดมุตะซีละฮ์ ได้นำหลักการและทฤษฎีทางปรัชญามาแก้ปัญหาในเรื่องหลักศรัทธาจนทำให้เกิดผลดีเกินคาด หลังจากสำนักคิดอะชาอิเราะฮ์เข้ายุคปฎิรูปและเป็นยุครุ่งเรือง ณ โคราซาน อิหร่านนั้น พวกเขาไม่ได้รังเกียจปรัชญาแต่ยังนักเทววิทยาบางคนได้นำหลักการทางด้านปรัชญามาแก้ปัญหาทางเทววิทยาของพวกเขาอย่างน่าสนใจ ไม่ว่า อิมามฟักรุรอซี อิมามุลอัล-ฮะรอมัย ญุวัยนี อิมามตัฟตาซานี จนกระทั้งสืบเนื่องมาสู่ยุคหลัง ที่ถ่ายโอนความรุ่งเรืองไปสู่กรุงไคโร อียิปต์ มหาวิทยาลัยอัลฮัฎฮัร เป็นศูนย์กลางแห่งสำนักอาชาอิเราะฮ์ก็ว่าได้ รากฐานทางปรัชญาอิสลามได้ใหลบ่าสู่อียิปต์และประเทศใกล้เคียง ทำให้มีการเรียนภาควิชาปรัชญาอิสลามกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว
สำนักชีอะฮ์ก็เป็นอีกสำนักคิดหนึ่งที่ได้สนับสนุนปรัชญามมาตั้งแต่ต้นและถือว่าปรัชญาคืออารยธรรมที่เกิดขึ้นในอุ้งตักของอิสลาม บทบาทนักปรัชญาชีอะฮ์คนสำคัญในยุครุ่งเรืองแห่งเปอร์เซีย แคว้นโคราซาน(อิหร่าน)ช่วงศตวรรษที่ 7 จะเป็นใครเสียไม่ได้ นั่นก็คือ คอญะฮ์นะศีรุดดีน ตูซี Nasir al-Din al-Tusi ทำให้เทววิทยาชีอะฮอิมามียะฮ์ได้โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด และอัตลักษณ์หนึ่งของเทววิทยาชีอะฮ์คือการนำหลักปรัชญามาพิสูจน์หลักเทววิทยา และด้วยกับคุณูปการของปรัชญาและนักปรัชญาอย่าง คอญะฮ์ตูซี ทำให้เทววิทยาชีอะฮ์โดดเด่นยิ่งนัก และเป็นไปได้ว่าด้วยกับความพยายามของนักปรัชญาอิสลามในยุคแรกๆ ที่พวกเขาทำให้นักการศาสนามุสลิมเห็นว่าวะฮ์ยู(วิวรณ์)กับปรัชญานั้นไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่ยังให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน นั่นคือการสร้างความศรัทธาแบบให้มีเหตุมีผลและตรวจสอบได้ แบบไม่งมงาย
คอญะฮ์นะศีรุดดีน ตูซีย์ ถือว่าเป็นนักปรัชญามุสลิมที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งของโลกอิสลาม และถือว่าเขาเป็นนักปรัชญามุสลิมที่อยู่ในสำนักชีอะฮ์ เป็นผู้มาฟื้นฟูปรัชญาแบบเหตุผลนิยมจัด(มัชชาอียะฮ์)หลังจากที่ได้เสื่อมถอยไปเกือบจะตายจากไปในดินแดนเปอร์เซีย และถือว่าเขาเป็นผู้นำหลักคิดทางปรัชญาของอิบนุ สีน่ามาต่อยอด จนเกิดกระแสการขานรับอีกครั้งในแคว้นโคราซาน อิหร่านยุครุ่งเรืองสำนักคิดอะชาอิเราะฮ์
คอญะฮ์ ตูซี เป็นปราชญ์แห่งเปอร์เซีย สถาปนิก นักปรัชญา แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักเทววิทยา เขาเป็นนักเขียนที่ได้โด่งดังมีผลงานทางวิชาการอย่างมากมาย โดยเขียนเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กวีทางรหัสยะนัย เขายังมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์หลายแขนง และเชี่ยวชาญในทางดาราศาสตร์อย่างมากทีเดียว
คอญะฮ์ อัล-ตูซีได้สร้างตารางการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ที่แม่นยำมาก แบบจำลองดาวเคราะห์ที่ได้รับการปรับปรุง และวิพากษ์วิจารณ์ดาราศาสตร์ปโตเลมี เขายังก้าวหน้าในด้านตรรกศาสตร์ คณิตศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรีโกณมิติ ชีววิทยา และเคมี
ตูซีย์เขาได้ทิ้งมรดกอันยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังไว้น่าภาคภูมิทีเดียว ทำให้บางคนถือว่าตูซีเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญามุสลิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสลามในยุคกลางเลยทีเดียว เนื่องจากเขามักถูกมองว่าเป็นผู้สร้างตรีโกณมิติเป็นวินัยทางคณิตศาสตร์ในตัวของมันเอง แม้แต่ อิบนุคอลดูน (Ibn Khaldun 1332–1406) ถือว่า คอญะฮ์ ตูซี เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาปราชญ์ชาวอิหร่านในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าเขามีอิทธิพลต่อต่อนักปรัชญาในอิหร่านและนักปรัชญาตะวันตกอย่างมากทีเดียว
คอญะฮ์ ตูซีได้วิพากษ์ต่อญาณวิทยาว่า แท้จริงญาณทางผัสสะ มีโอกาสจะเกิดความผิดพลาดได้มากกว่าข้อพิสูจน์ทางตรรกศาสตร์ เขาให้เหตุผลว่าแท้จริงผัสสะและประสบการณ์นั้นจะไม่สามารถตัดสินถูกผิดใดๆได้ แต่ทว่าตัวตัดสินถูกผิดคือเหตุผลทางปรัชญาเท่านั้น และยังมีหลายประเด็นที่น่าสนใจจากปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ เราคงจะได้นำมากล่าวกันในโอกาสต่อไป.







