INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความรุนแรงและความสุดโต่งแบบกลุ่มนักรบไอเอส(IS)เป้าหมายคือรัฐอิสลามจริงหรือ?

                        โลกาภิวัตน์กับความรุนแรงบนตรรกะใหม่ :กรณีศึกษากลุ่มขบถไอเอส(IS)
                   ความรุนแรงและความสุดโต่งแบบกลุ่มนักรบไอเอส(IS)เป้าหมายคือรัฐอิสลามจริงหรือ?
 

ดร.ประเสริฐ  สุขศาสน์กวิน
ผู้อำนวยการศูนย์อิสลามศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

             ทั่วโลกยังคงให้ความสนอกสนใจต่อการปรากฏของกลุ่มนักรบไอเอส(IS)หรือที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มจัดตั้งรัฐอิสลาม(Islamic State)โดยการนำของ อบูบาการ์ แบกแดดีย์(Abu Bakr al-Baghdadi) เพื่อเรียกร้องรัฐคอลีฟะฮ์ รัฐอิสลามในอดีตที่เคยสร้างความรุ่งเรืองแก่ประชาคมมุสลิมมาอย่างน่าภาคภูมิ แต่ทว่าทางกลับกันทั่วโลกโดยเฉพาะโลกตะวันตกได้เสนอข่าวความรุนแรงและความสุดโต่งของขบวนการกลุ่มไอเอส โดยการนำเสนข่าวการเข่นฆ่าสังหารหมู่ชนกลุ่มน้อยมุสลิมยาซีดี ชาวคริสต์ ชาวเคิร์ด ชาวชีอะฮ์ และชนเผ่าอื่นๆ อย่างโหดร้ายทารุณ   ในบางเหตุการณ์ สื่อตะวันตกประโคมข่าวว่า กลุ่มไอเอส ได้ฆ่าตัดศรีษะนักข่าวชาวตะวันตก ซึ่งเป็นภาพที่โหดเหี้ยมอย่างไร้ความปรานี หรือการล้อมกรอบชนเผ่าบางกลุ่มบนภูเขาในประเทศอิรักพร้อมจะสังหารหมู่คนเหล่านั้น เป็นเหตุให้สหรัฐฯ ต้องส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดถล่มตัดเส้นทาง นักรบไอเอส เพื่อหยุดยั้งการสังหารหมู่และท้ายที่สุดสหรัฐฯได้ขอการสนับสนุนการนานาประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาหรับเพื่อถล่มกลุ่มติดอาวุธไอเอส ในที่สุดชาติอาหรับ๕ชาติได้แก่ ซาอุดิอาเรเบีย จอร์แดน กะตาร์ บาร์เรน และสหอาหรับเอมิเรตส์ ต่อมาโอบาม่า กล่าวยกย่องความร่วมมือของบรรดาประเทศพันธมิตร โดยกล่าวว่าขณะนี้ประชาชนและรัฐบาลในตะวันออกกลางต่างปฏิเสธกลุ่ม ISIS และต่างแสดงความยืนหยัดเพื่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคนี้และของโลก
                  จากปรากฏความรุนแรงและการนิยมในความสุดโต่งแบบกลุ่มขบถไอเอส เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือการจัดตั้งรัฐอิสลามจริงหรือ?และอะไรคือแรงจูงใจให้กลุ่มไอเอสนิยมความรุนแรงแบบสุดโต่ง? หรือจริงๆแล้วเป็นกับดัก  ลับ ลวง พราง อีกหลุมหนึ่งของชาติมหาอำนาจ?
                 การเข้าถึงและรู้ที่มาที่ไปของกลุ่มไอเอส กรอปกับการออกหน้าออกตาและท่าทีของชาติมาหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและชาติตะวันตก ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่ามีวาระซ่อนเร้นของปรากฏการณ์นี้อย่างแน่นอนและเห็นเป้าประสงค์หลักและเป้าประสงค์ย่อยของกลุ่มติดอาวุธไอซิซได้อย่างชัดเจนทีเดียว ลองมาดูบทวิเคราะห์ของสื่อต่างชาติได้กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างไร

                   นาย “ชาเอล เบนเอฟราอิม” (Shaiel Ben-Ephraim) นักวิเคราะห์ชาวอิสราเอล ของเว็บไซต์ “International Policy Digest” ได้ชี้ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย “ดาอิช” (ISIS) ในตะวันออกกลาง โดยเขียนว่า “กลุ่มนี้เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการควบคุมอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคนี้ และถือว่าเป็นกลยุทธ์ของสหรัฐอเมริกาในการควบคุมดินแดนตะวันออกกลาง” และเขาถือว่ากลุ่มก่อการร้ายนี้ เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการบรรลุผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาในดินแดนตะวันออกกลาง

                 นายเบนเอฟราอิม เขียนว่า : “ในปี 2003 สหรัฐอเมริกา ด้วยกับการโค่นล้ม “ซัดดัม ฮุสเซน” ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ร้ายกาจของอิหร่านลงนั้น ได้ทำลายดุลย์อำนาจในตะวันออกกลางลงไปด้วย นับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามในการเปลี่ยนอิหร่านให้กลายเป็นอำนาจที่โดดเด่นขึ้นในดินแดนชามาต (หมายถึง บริเวณที่เรียกกันว่า “เลแวนต์” ในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยจอร์แดน เลบานอน อิสราเอล ดินแดนปาเลสไตน์และซีเรีย) และรัฐบาลโดยส่วนใหญ่ของกรุงแบกแดดได้กลายเป็นรัฐบาลชีอะฮ์โดยสื่อของอิหร่าน รัฐบาลดามัสกัสของซีเรียเองก็เป็นพันธมิตรที่ลึกซึ้งของอิหร่าน ทำให้อิหร่านสามารถมีพลังอำนาจในการเผชิญหน้ากับคู่แข่งทั้งหลาย กลุ่มฮิซบุลลอฮ์และฮามาสซึ่งเป็นกลุ่ม “ก่อการร้าย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านนั้น ก็ได้ขึ้นมามีอำนาจในเลบานอนและในฉนวนกาซา”

            คริสตินา เฟอร์นันเดซ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ได้วิพากษ์วิจารณ์การสนับสนุนของตะวันตกก่อนหน้านี้ต่อกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ พร้อมกับกล่าวว่า : “หากเราต้องการที่จะเอาชนะการก่อการร้ายแล้ว จำเป็นที่เราต้องพยายามในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น พวกท่านไม่สามารถที่จะเอาชนะการก่อการร้ายได้ ด้วยการตีกลองโหมโรงไฟสงคราม”

            คำปราศรัยของเธอถูกสะท้อนอย่างกว้างขวางในสื่อต่างๆ ทางสังคม เธอได้ย้ำถึงประเด็นที่ว่า “กลุ่มอัลกออิดะฮ์ได้รับการฝึกขึ้นมาในยุคของสงครามเย็น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับอดีตสหภาพโซเวียต และบรรดานักต่อสู้จำนวนมากมายได้รับการฝึกอบรมทางทหารจากเหตุการณ์ครั้งนั้น และขณะนี้พวกเขาก็ทำการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่มไอซิซ (ISIS)”
           ประธานาธิบดีอาร์เจนตินากล่าวว่า : “ดิฉันในฐานะที่เป็นประธานาธิบดีของประเทศที่เป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง จะขอเรียนถามคำถามหนึ่ง และนั่นก็คือว่า “ใครกันที่เป็นผู้ติดอาวุธให้กับคนเลวเหล่านี้ และกลุ่มไอซิซ (ISIS) เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?”

           ถ้าสมมติฐานข้างต้นเป็นความจริง นั่นหมายความว่า ความรุนแรงและรูปแบบของความสุดโต่งที่อยู่ในร่างทรงของกลุ่มติดอาวุธไอเอสคือ ยุทธวิธีหนึ่งของชาติมหาอำนาจเพื่อการเข้าควบคุมในภูมิภาคตะวันออกกลางและต้องการจะสกัดกั้นการขยายตัวของรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน และเป้าประสงค์หลักคือการมิให้รัฐอิสลามที่แท้จริงเกิดขึ้นบนโลกใบนี้และต้องการให้ประชาคมโลกมองว่ารัฐอิสลามนั้นเป็นภัยคุมคาม ดังนั้น การปรากฏของกลุ่มไอซิซในมิติแห่งความรุนแรงและความสุดโต่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในการจะสกัดกั้นการการกำเนิดรัฐอิสลาม ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วรัฐอิสลามเป็นรัฐแห่งธรรมะเป็นรัฐแห่งการสร้างสันติสุขและนำปวงประชาสู่ความเป็นรัฐแห่งอารยะ  และนี่คือโลกาภิวัตน์กับตรรกะใหม่ของความรุนแรงที่จะอุบัติขึ้น   ดังนั้นการยับยั้งมิให้เกิดความรุนแรงและเกิดกลุ่มนิยมความรุนแรงอื่นๆขึ้นอีกบนโลกใบนี้ คือการตื่นรู้และก้าวให้รู้เท่าทันชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและชาติตะวันตก มิเช่นนั้นแล้วเราก็คงยังต้องติดกับดักหลุมพลางของชาติมหาอำนาจอยู่ตลอดไป

อ้างอิง

ที่มา :  เว็บไซต์ข่าว “IRINN และ  เว็บไซต์ : Sahibzaman .com

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com