วิกฤตไทลีนอล
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ได้กล่าวว่ายาไทลีนอล ได้สร้าง เจมส์ เบิรค ซีอีโอ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นวีรษุรุษขึ้นมาทันทีจากการจัดการวิกฤตไทลีนอลได้สำเร็จ เมื่อ ค.ศ 1982 และการแสดงให้เห็นถึงพลังข้อบัญญัติของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson Credo) ของโรเบิรต วูด จอห์นสัน ผู้ก่อตั้งบริษัท เมื่อ ค.ศ 1886 : เราเชื่อว่าความรับผิดชอบอย่างแรกสุดของเราต้องมีต่อแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย มารดา และบิดา และบุคคลอื่นทุกคนที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา แม้ว่าวารสารฟอร์จูน ได้ยกย่องเจมส์ เบิรค เป็นหนึ่งในสิบของ ซีอีโอยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์เมื่อ ค.ศ 2003 แต่จากการจัดการโศกนาฏกรรมการวางยาไทลีนอลย้อนหลังไปเมื่อ ค.ศ 1982 เจมส์ เบิรค ซีอีโอ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตั้งแต่ ค.ศ 1976-1989 ได้ถูกจดจำมากที่สุด หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสท์ ได้ยกย่องเขาว่าเป็นซีอีโอที่มีความกล้าตัดสินใจ ความเปิดเผย และการเสียสละของบริษัท ชื่อของเจมส์ เบิรค ได้ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ เมี่อเราได้มีการสอนและการสัมนากรณีศึกษาความเป็นผู้นำของบริษัทภายในคณะบริหารธุรกิจทั่วโลก
ไทลีนอลคือยาต้นตำรับ ผู้นำตลาดยาแก้ปวด ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 37 % จนคู่แข่งขันต้องยอมแพ้และตามไม่ทัน เมื่อจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ออกตลาดยาแก้ปวดแคปซูลสีแดงขาวตัวใหม่ชื่อ Extra Strength Tylenol ทันสมัยและสวยงามใส่ขวดและบรรจุกล่องสีแดงที่ง่ายต่อการแกะ ยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตไทลีนอล
เมื่อตอนเช้าของวันที่ 29 กันยายน ค.ศ 1982 เด็กหญิงอายุ 12 ปี ชื่อ แมรี่ย์ เคลเลอร์แมน อยู่ที่หมูบ้านเอลก์โกรฟ ชิคาโก อิลลินอยส์ ได้เสียชีวิตจากการทานยาไทลีนอล ตามมาด้วยผู้เสียชีวิตอีก 6 คน อยู่ท้องที่เดียวกัน จากการทานยาไทลีนอลเหมือนกัน การรายงานข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศว่าบุคคล 7 คน ณ ชิคาโก ได้เสียชีวิตจากการทานยาไทลีนอล ตำรวจได้สืบสวนพบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการทานยาไทลีนอลแคปซูลชนิดความความแรงพิเศษที่เจือปนสารไซยาไนด์ เอฟบีไอได้เรียกชื่อคดีนี้ว่า การวางยาไลนอล(Tylenol Poisoning) ตำรวจได้ค้นพบยาไทลีนอลแคปซูลห้าขวดมีสารไซยาไนด์เจือปนอยู่ ตำรวจสันนิษฐานว่ากระบวนการผลิตยาไทลีนอลอาจจะผิดปรกติ หรือเป็นไปได้ที่คนโรคจิตได้เข้าไปร้านขายยา แล้วสับเปลี่ยนเป็นขวดยาไทลีนอลที่เจือปนสารไซยาไนด์แทนบนชั้นวาง
ต่อมาชายคนหนึ่งชื่อเจมส์ เลวิส ได้เขียนจดหมายส่งไปที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เรียกร้องเงิน 1 ล้านเหรียญ เพื่อที่จะ ” หยุดการฆ่า” ตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยชื่อเจมส์ เลวิส ได้ และได้สอบสวนและค้นหาหลักฐาน ปรากฏว่าเขาไม่ได้เป็นฆาตกรไทลีนอล แต่เขาต้องถูกติดคุก 13 ปี จากการส่งจดหมายไปข่มขู่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เจมส์ เลวิส ได้เคยให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ชิคาโก ทรีบูนว่า “ผมบอกคุณได้เลยว่าจูเลียต ซีซ่าร์ ถูกฆ่าอย่างไร แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นผู้ฆ่า เขาเชื่อว่าฆาตกรไทลีนอลยังคงเดินลอยนวลอยู่บนท้องถนน”
ภายใตัความเป็นผู้นำของเจมส์ เบิรค จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ใช้เงิน 100 ล้านเหรียญเก็บขวดยาไทลีนอล 31 ล้านขวดคืนจากร้านขายยา บริษัทได้เปลี่ยนแปลงยาไทลีนอลจากแคปซูลไปเป็นเม็ด และใช้การบรรจุภัณ์ที่ป้องกันการแกะ เจมส์ เบิรค ไม่เพียงแต่จะรักษาชื่อเสียงชอบริษัทไว้เท่านั้น แต่เขายังรักษาตราสินค้าของบริษัทไว้ด้วย ฆาตกรรมไทลีนอลได้ทำให้ยอดลดลงจาก 37% เหลีอเพียง 7% การจัดการวิกฤตไทลีนอลของเขาได้ทำให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 37% เมื่อสิ้นปี 1987 ปัจจุบันคดีการวางยาไทลีนอลยังคงเป็นปริศนาอยู่ภายในแฟ้มอาชญากรรมของอเมริกา ใครคือฆาตกรไทลีนอล











