INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ศึกชิงอำนาจ

ศึกชิงอำนาจ
โดย เสธ. หมึก

  คนไทยผ่านพ้นปีมหาวิปโยคมาแล้ว แม้คนจำนวนมากจะยังคงโศกเศร้าอาดูรอยู่ แต่โลกมิได้หยุดหมุนด้วยมีเหตุการณ์ต่างๆขับเคลื่อนไปมากมาย แม้เราจำนวนหนึ่งจะไม่ให้ความสนใจและหยุดนิ่งทางความคิด จมสู่เบื้องลึกของความโศกสลด แต่ชีวิตมันต้องเดินต่อไป เราจึงต้องตื่นขึ้นมาติดตามกระแสโลก
      เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวสุด คือในบ้านเรา ขณะนี้การเดินหมากเพื่อช่วงชิงอำนาจทั้งบนดินและใต้ดิน เริ่มจากการลาออกของรมต.กระทรวงแรงงาน และคณะ นั่นคือรอยปริแยกที่เกิดขึ้นให้เห็นของคสช. และมันมีโอกาสจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญรในอนาคตอันใกล้

ห่างจากเราไปหน่อยก็คือจีน ที่มีบทบาทมากในเวทีโลก โดยเฉพาะการประกาศยุทธศาสตร์ one belt one road ซึ่งเปนแนวคิดที่หลักแหลมมาก เพราะจีนมีแต่ได้กับได้ และbelt หรือเข็มขัดนั้นจะเป็นบ่วงรัดคอหลายประเทศในสามทวีป ส่วนroad หรือถนนเส้นนี้ก็จะนำทุกอย่างกลับไปเมืองจีน เหมือนถนนของจักรวรรดิ์โรมันในอดีต ซึ่งสรุปได้ดังนี้
       1.การกระจายเงินลงทุนไปต่างประเทศ ทำให้จีนระบายเงินสำรองมหาศาลออกไป ส่วนใหญ่เป็นดอลล่าร์ ทำให้เงินหยวนอ่อนตัว ขายสินค้าส่งออกได้มากขึ้น
      2.จีนสร้างงานรองรับบริษัทจีนที่ส่งออกไปทำงานตามแผนนี้ และได้ระบายคนออกจากประเทศที่คับคั่ง เมื่อไปทำงานก็เอาครอบครัวไปด้วย และออกลูกออกหลาน ยึดครองพื้นที่ไม่ยอมกลับแม้โครงการจะยุติแล้ว ถ้าประเทศไหนใช้กำลังบังคับก็จะเจอกำปั้นเหล็กจากจีน เหมือนที่พม่าโดนมาแล้ว และลาว เขมร ไม่กล้าขยับ สำหรับไทยเราจะเจอเรื่องนี้หลังโครงการรถไฟความเร็วสูงเริ่มจนหมดโครงการ ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว
      การรุกทางการเมืองของจีนในครั้งนี้นับว่าเหนือชั้นจริงๆ เพราะอ้างอิงผลประโยชน์ร่วม ในขณะที่เมกาถอยร่น สีจิ้ผิงเลยกลายเป็นฮีโร่

รัสเซีย อีกหนึ่งมหาอำนาจ ที่กำลังเคลื่อนำไหวมากโดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนี้ปูตินได้เดินทางพบปะผู้นำในภูมิภาค เช่น ตุรกี ซาอุดิอารเบีย อิสราเอล และอิหร่าน ที่สำคัญรัสเซียมีบทบาทสำคัญในการปราบไอเอส จนต้องย้ายฐานมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาฟกานิสถาน แต่ต้องไม่ลืมว่ารัสเซียมีรายได้เป็นอันดับสองในการขายอาวุธ รองจากสหรัฐ เรียกว่าทัวร์ไปขายไปครับ

สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ แม้เขาจะประกาศนโยบายตอนหาเสียงว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับประเทศอื่นทโดยมุ่งแก้ปัญหาเศรษกิจ การสร้างงาน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่อาจฝืน CFR รัฐบาลเงา deep state ได้จึงต้องส่งทหารไปเพิ่มในอิรัค ซีเรีย และอาฟกาสถาน เพื่อไปคอยช่วยไอเอส และทำให้ความขัดแย้งยังคงอยู่ต่อไป เพราะมันคือผบงลประโยชน์ของสหรัฐรวมทั้งการขายอาวุธ อเมริกันต้องมาก่อนของทรัมป์จึงกลายเป็นการตลาดที่บีบชาติอื่นให้ซื้อของเมกาก่อน และเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินจะไหลเข้าประเทศ ทำให้ค่าดอลล่าร์แข็งขายของยาก ซึ่งเมกาต้องชดเชยดัวยการขายอาวุธ ซึ่งจะขายได้ก็ต้องสร้างสงคราม
        ยุโรป เริ่มจากอังกฤษ ตอนนี้อ่อนแรงจากขบวนการ brexit จึงเดินตามสหรัฐ ฝรั่งเศส มีปัญหาภายในจนไม่อาจไปยุ่งกับใครได้มาก เหลือแต่เยอรมันที่ยังแข็งนอก แต่อ่อนใน เพราะพรรค sdp ของนางแองเกลล่า  แมเกิ้ล

เสียที่นั่งให้พวกขวาจัด นีโอนาซี จนมีจำนวนกว่า30% ของสภา จึงทำงาน ลำบาก
      ซาอุก็จับมือกับอิสราเอล และซาอุ กับยูเออีต้องการยึดเยเมนเพื่อคุมเมืองท่าเอเด็น อันเป็นผลประโยชน์ของตน ด้านอิหร่านก็ขยายอิทธิพลในภูมิภาค โดยจับมือกับตุรกี และรัสเซีย
       ท้ายสุดเกาหลีเหนือก็ต้องดิ้นรนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เพื่อเอาตัวรอด ทำให้ประชาชนอดอยาก
       เขาเคลื่อนไหวกันทั้งโลก แต่ไทยหยุดนิ่งเพราะปัญหาภายใน แต่ปัญหาภายนอกก็อาจลุกลามเข้ามาในประเทศจนบานปลายใหญ่โตได้

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com