INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เที่ยววัด ชมเวียง เยือนวัง ชุด”รักบ้านเกิด”แลหลังวัยเด็ก#4 วัดอรุณราชวราราม(3)

        จากวิหารน้อยและโบสถ์น้อยเราเข้ามาชมพระปรางค์ข
         พระปรางค์องค์ใหญ่: เดิมสูง8วาสมัยโบราณครั้งกรุงศรีฯ ต่อมาร.2เริ่มขยายและเสริมให้สูงขึ้น ซึ่งมาสำเร็จสมัย ร.3เป็นพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูง33วาเศษึ
ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล มีปรางค์ทิศ4ทิศ และมณฑปทิศ4ทิศ
         รูปโมเดลพระปรางค์และส่วนประกอบ:
   
        รูปพระมหามงกุฏเหนือนภศูลยอดพระปรางค์:

       พระปรางค์องค์ใหญ่ส่วนฐานแบ่งเป็น3ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นรูปยักษ์แบกพระปรางค์ ชั้นที่2เป็น “ลิงแบกพระปรางค์” ชั้น3เป็นรูป”เทวดาแบกพระปรางค์”และเรือนธาตุทั้ง4ด้านเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
        ปรางค์ทิศ:มี4ทิศซุ้มคูหารูปพระพายทรงม้าเหนือขึ้นไปเป็นยอดปรางค์ มีรูปครุฑจับนาคและเทพพนมอยู่เหนือซุ้มคูหา
        มณฑปทิศ:มี4ทิศ ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพาน ตามลำดับ
        ประตูทางเข้าพระปรางค์มี9ประตู มีพระราชลัญจกรใต้ซุ้มประตู 5ประตูเป็นตราประจำ ร.1 -ร.5
        พระราชลัญจกรประจำ ร.1รูปอุณาโลมในกลีบบัว

        พระราชลัญจกรประจำ ร.2 รูปครุฑจับนาค:

        พระราชลัญจกรประจำ ร.3รูปปราสาท:

       พระราชลัญจกรประจำ ร.4 รูปพระมหาพิชัย
มงกุฏ

         พระราชลัญจกรประจำ ร.5รูปพระเกี้ยว

        ท่านำ้ที่จะเข้าพระปรางค์คือศาลาเก๋งจีน”ท่าจรเข้” :

         ที่เขื่อนหน้าวัดมีศาลาเก๋งจีน6หลัง มีศาลาตรงนี้ศาลาเดียวที่มีหินแกะสลักรูป
จรเข้2ตัว สมัยเด็กๆผู้ใหญ่เล่าว่า พระปรางค์สร้างเสร็จสมัยร.3 100กว่าปีมาแล้ว โครงสร้างเขาใช้ท่อนซุงก่อประสานกัน พื้นลานพระปรางค์มีทางระบายนำ้สู่ใต้พระปรางค์และมีอุโมงค์มาออก ม. เจ้าพระยา สมัยนั้นมีจรเข้อาศัย อยู่ใต้พระปรางค์ ผมฟังเขาเล่า นะครับ
แต่สมัยผมวัยเด็ก ท่านำ้แห่งนี้เป็นที่นิยมในการเล่นนำ้ มีการว่ายนำ้ไปเกาะเรือพ่วง
กลางแม่นำ้ และปล่อยตัวให้กระแสนำ้พัดกลับมาที่เดิม การตกกุ้งก็ทำกันที่นี่ หน้าหนาวเด็กๆนิยมหลอมตะกั่วทำเป็นทุ่นตะกั่วและเอาเข็มมาเผาทำเบ็ดตกกุ้ง เคยเห็นผู้ใหญ่ขว้างเบ็ดตกปลามีทุ่นตะกั่วไปกลางแม่นำ้ ปลากินเบ็ดชักคะเย่อกันใหญ่ เราเด็กๆก็ลุ้นกันใหญ่ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นฝาเข่งที่ถูกกระแสนำ้ทำให้มีแรงต้านโดยฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดท่าเตียน
       การงมกุ้งก็ทำที่ท่านี้เพราะมีเรือเหล็กลำใหญ่จมอยู่หน้าท่าลักษณะเป็นเรือรบ กุ้งจะมาอาศัยในเรือ
        ที่หน้าวัดตรงนี้ติดพระราชวังเดิมและต่อไปเป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์ มีประวัติศาสตร์ ที่ต้องจารึกไว้”กบฏแมนฮัตตัน”
         29มิ.ย.2494 ทหารเรือกลุ่มหนึ่ง ไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม น.ต. มนัส จารุภา เข้าจี้ตัวจอมพล ป.ในงานมอบเรือขุด”แมนฮัตตัน” ที่ท่าราชวรดิษฐ์ นำไปกักตัวไว้ใน รล.ศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเรือปืนลำใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ ในเวลานั้น กลางม.เจ้าพระยา โดยจะนำเรือไปบางนา หน้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ เพื่อใช้เป็นกองบัญชาการ แต่สะพานพุทธไม่เปิดเกิดความผิดพลาดในแผนการ
        ต้องนำเรือกลับมาที่พระราชวังเดิม ตรงป้อมวิไชยประสิทธิ์ เกิดการต่อสู้กันกับทหารบก ทหารอากาศ และตำรวจ ทหารเรือมีกองเรือลอยลำต่อสู้ และในป้อมวิไชยประสิทธิ์รวมทั้งเขตพระราชวังเดิมก็ยิงสนับสนุน
         สุดท้ายฝ่ายกบฏแพ้ รล.ศรีอยุธยาและรล.คำรณสินธุ์ จมลง จอมพล ป.ได้รับความช่วยเหลือจากทหารเรือชั้นผู้น้อย พากระโดดนำ้หนีขึ้นไปอาศัยในท้องพระโรงราชวังเดิม
        รล.ศรีอยุธยาได้รับการกู้เพราะขวางแม่นำ้แต่ รล.คำรณสินธุ์ไม่มีข่าวการกู้ สันนิฐานว่า น่าจะจมอยู่ตรงท่าจรเข้ วัดอรุณฯ ใครทราบข้อมูลแน่ชัดช่วยกรุณาบอกด้วย
รูปรล.ศรีอยุธยา

รูปเรือเหล็กที่จมหน้าท่าจรเข้


              มีเรื่องเล่า”ที่มาของ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่” เมื่อจอมพล ป.หลบภัยอยู่ในท้องพระโรงพระราชวังเดิม ซึ่งมีพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระเจ้ากรุงธนฯตั้งอยู่ จอมพล ป.ก้มกราบถวายบังคมขอพระบารมีคุ้มครอง
          และเมื่อท่านรอดพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมือง กลับมาเป็นนายกต่อไป จึงสั่งให้กรมศีลปฯ ติดต่อ ศ.ศีลป พีระศรี ให้เป็นผู้
อำนวยการก่อสร้างและปั้นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่
        ประตูพระราชวังเดิมด้านติดม.เจ้าพระยา:

         ท้องพระโรงพระราชวังเดิม:


         พระบรมสาทิสลักษณ์ในโบสถ์น้อยวัดอรุณฯ:
           

ติดตามตอนต่อไปพระวิหารพระอรุณฯและพระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง

จเนศ นิยมทัศน์

ที่มา: https://janesnote.wordpress.com/2016/06/06/เที่ยววัด-ชมเวียง-เยือน-16/

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com