การศึกษาของไทยบอกอะไรหลายอย่าง
คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
www.INEWHORIZON.NET
การศึกษาของไทยบอกอะไรหลายอย่าง
เมื่อไม่นานมานี้ OECD องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาได้รวบรวมข้อมูลจากการสอบ PISA และข้อมูลอื่นๆ มาสรุปอันดับการศึกษาโลก ซึ่งปรากฏผลดังนี้
ด้านวิทยาศาสตร์
อันดับ 1.สิงคโปร์
2.ญี่ปุ่น
3.เอสโตเนีย
4.ไต้หวัน
5.ฟินแลนด์
ประเทศไทย อันดับ 54.
ด้านการอ่าน (ทักษะด้านภาษา)
อันดับ 1.สิงคโปร์
2.ฮ่องกง
3.แคนาดา
4.ฟินแลนด์
5.ไอร์แลนด์
ประเทศไทยอันดับที่ 57
ด้านคณิตศาสตร์
อันดับ 1.สิงคโปร์
2.ฮ่องกง
3.มาเก๊า
4.ไต้หวัน
5.ญี่ปุ่น
ประเทศไทยอันดับที่ 54
แม้ว่าผลสอบนี้จะมิได้บอกอะไรทุกอย่างแต่ก็เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานการศึกษาของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการ ครับที่ไม่เข้าร่วมก็มี หลายประเทศเพราะรู้ตัวว่าถ้าเข้าโครงการคงย่ำแย่ หรือไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์ คือ ทำไม่รู้ไม่ชี้จะดีกว่า
สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เราเข้าโครงการ จะได้รู้จักตัวเองในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แม้ว่าจะมีนักวิชาการในด้านต่างๆ ออกมาเตือนกันโดยตลอด แต่แนวโน้มมาตรฐานการศึกษาไทยมันก็ถอยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งทำให้น่าวิตก เพราะมีอาจารย์ท่านหนึ่งในอาฟริกาใต้ท่านออกมาเตือนว่าการทำลายประเทศให้ย่อยยับไม่จำเป็นต้องใช้ระเบิดนิวเคลียร์ เพียงแต่ทำให้มาตรฐานการศึกษาลดลง ปล่อยให้มีการทุจริตในการสอบ ในทุกๆระดับ และในทุกสายเอเชีย ไม้เว้นแม้แต่โรงเรียนที่สอนอาชีพทหาร เพราะแค่ 2 ปัจจัยนี้ มันสะท้อนถึงประเด็นสำคัญ คือ หนึ่งคุณภาพแย่ลง สองคุณธรรมเสื่อมทราม เมื่อขาด 2 ปัจจัยนี้ประเทศจะเจริญรุดหน้าได้อย่างไร และอย่าไปเทียบอื่นไกลกับประเทศที่เจริญแล้วเลย เอาแค่ในอาเซียน สรุปอันดับคุณภาพการศึกษาได้ดังนี้
1.สิงคโปร์ 2.มาเลเซีย 3.บรูไน ดารุสซาลาม 4.ฟิลิปปินส์ 5.อินโดนีเซีย 6.กัมพูชา 7.เวียดนาม 8.ไทย
ดูอันดับแล้วก็หนาว หลายคนอาจไม่อยากเชื่อแต่นี่เป็นข้อสรุปที่เป็นทางการของ OECD ซึ่งแน่นอนถ้าจะวิเคราะห์ในเชิงลึกก็ต้องพิจารณาอีกหลายปัจจัย ซึ่งก็อาจนำมาซึ่งข้อโต้แย้งว่าเรายังไม่ห่วยขนาดนั้น แต่ถ้าเราใจกว้างและไม่เข้าข้างตัวเองเกินไป ตัวชี้วัดเหล่านี้มันเป็นสัญญาณอันตรายที่เราต้องหันกลับ 360 องศาทีเดียว
ประเด็นที่จะต้องทำคือ อะไรบ้าง ก็ขอให้หัวข้อไว้พิจารณา ส่วนรายละเอียดต้องไปว่ากัน ต้องระดมสมองกัน และต้องจัดเป็นวาระแห่งชาติทีเดียว ดังนั้นเราจึงควรพิจารณาดังต่อไปนี้
1.การบริหารการศึกษา ตั้งแต่ระดับกระทรวง ลงไปถึงระดับโรงเรียนอนุบาล ขึ้นไปจนถึงมหาวิทยาลัย
2.หลักสูตรคงต้องปรับปรุงให้มันสะท้อนการตอบสนองต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งรวมทั้งด้านวิชาการและจริยธรรม
3.วิธีการเรียนการสอนทุกระดับ และทุกสาขาอาชีพ
4.บุคลากรครู จะยกเครื่องกันอย่างไรเพื่อเพิ่มคุณภาพและจิตสำนึก อย่ามัวแต่อ้างรายได้น้อย หนี้สินมากจริงไหม เพราะอะไรเป็นอีกประเด็นย่อยที่ต้องพิจารณา
5.ผู้ปกครองต้องได้รับการปรับทัศนคติใหม่ นั่นคือการศึกษาไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะของโรงเรียนหรือครู แต่เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองด้วย ถ้ารักลูกเราจริงๆ อย่ามิวแต่ห่วงการทำมาหากิน
6.ปรับหน่วยคิดทางการศึกษาให้มีการกระจายออกไปยังท้องถิ่นจนถึงยอด
7.กระจายมาตรฐานการศึกษาให้ทั่วถึง รวมทั้งกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง
และการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการศึกษาในระดับที่เรียกว่า “การปฏิวัติการศึกษา” ก็ต้องทำให้ครอบคลุมทุกระดับและสาขาอาชีพ รวมทั้งโรงเรียนทหาร เพราะที่เราเห็นๆกันอยู่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันมาจากการบ่มเพราะที่ผิดๆมาทุกระดับ
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่ง่าย และใช้เวลาต้องทุ่มเทกัน และยินยอมพร้อมใจกัน คือต้องยอมรับว่ามันเป็นความสำคัญ เป็นวาระแห่งชาติ อย่าห่วงว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ช้าหรือเร็ว เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาบุคคลแล้ว เขาก็ออกมาล้มกระดานเวียนวนเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ดี
เพราะฉะนั้นที่นายกประยุทธ์ออกมาบอกว่าจะไม่มีการปฏิวัติอีกนั้น มันบอกอะไรหลายอย่าง อย่างแรกเขาไม่เข้าใจคำว่าปฏิวัติ ที่เขาทำกันมามันคือ “การรัฐประหาร” ไม่ใช่ปฏิวัติ นั่นคือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และที่สำคัญการเมือง
ประการที่สอง นายกประยุทธ์อาจทำให้เข้าใจกันว่าถ้าทหารหรือตัวเขาเป็นนายกก็จะไม่มีการยึดอำนาจอีก เรื่องนี้ก็ขอบอกว่ามันไม่แน่หรอก ดูสมัยจอมพลถนอมก็แล้วกัน
ประการที่สามมันอาจบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ คุมกองทัพได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งมันก็บ่แน่ดอก กองทัพมีทหารหลายประเภท ทั้งที่มีอุดมการณ์ และที่เห็นกับผลประโยชน์ ซึ่งถ้าดูภายนอกเหมือนมีเอกภาพ แต่ภายในก็มีความแตกต่างหลากหลายอยู่
ประการที่สี่ไม่ว่าประเทศไทยจะเป็นระบอบอะไรในขณะนี้เราก็ยังมีสถาบันกษัตริย์อยู่ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลทำให้ประชาชนทุกข์ยาก ท่านก็อาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อปลดเปลื้องทุกข์ของประชาชน แม้ในรัฐธรรมนูญจะเขียนว่าประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญก็ตาม
ครับเลิกเถียงกันเสียทีว่าจะแก้ระบบก่อนเพื่อให้ระบบที่ดีมาสร้างคนดี หรืออีกฝ่ายจะแย้งว่าต่อไปมีระบบดีแต่ถ้าคนไม่ดี ก็คงเละเหมือนเดิม ที่สำคัญถ้าไม่มีคนดีเลยใครจะมาสร้างระบบที่ดี
ในความเป็นจริงมันต้องทำควบคู่กันไป และในประเทศไทยเราก็มีทั้งคนดีคนไม่ดี เพียงแต่อย่าให้คนไม่ดีมามีอำนาจปกครองคนดี ถ้าพล.อ.ประยุทธ์รักประเทศชาติจริงตามที่ประกาศไว้ก็ต้องกวาดบ้านตัวเอง สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อมุ่งมั่นทำงานเพื่อชาติ แต่ถ้ายังปกป้องกันอย่างนี้ แน่นอนกองหนุนย่อมจะค่อยๆหนีออกไปถึงเวลานั้น คงหาแผ่นดินอยู่ยากนะ
สุดท้ายนี้ขอพูดเรื่องหมาหน่อย คือหมานั้นเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ กตัญญู การให้หมาในอีกมุมมองหนึ่งก็อาจเป็นการแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าว แต่ถ้าคนให้รู้เรื่องหมาบ้างพอสมควร จะรู้ว่าหมาบางแก้วเวลามันหงุดหงิด มันจะกัดไม่เลือกแม้แต่เจ้าของที่ขุนมันมา ระวังไว้ด้วยครับ เดี๋ยวจะว่าไม่มีใครเตือน








