เศรษฐศาสตร์ทวิภาค

เศรษฐศาสตร์ทวิภาค
เศรษฐศาสตร์ทวิภาค ได้ให้แนวคิดของเศรษฐศาสตร์แตกกต่างโดยพื้น
ฐานจากเศรษฐศาสตร์ที่ในขณะนี้ใช้โดยรัฐบาล บริษัท และบุคคลกำหนดและประเมินนโยบายเศรษฐกิจเศรษฐกิจทวิภาคได้ให้คำอธิบายที่แตกต่าง
ต่อการมีอยู่เรื่อยของความยากจน ความสามารถที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และ
การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หลุยส์ เคนโซ บุกเบิกครั้งแรกเกี่ยวกับเศรษฐกิจทวิภาคที่ยึดถือว่า แรงงานและทุนเป็นปัจจัยการผลิตพื้นฐานหรือทวิภาคที่เสมอภาค เทคโนโลยีทำให้ทุนมีประสิทธิภาพมากกว่าเเรงงาน ทุนที่ได้ยิ่งกว้างเท่าไร เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตรวดเร็วขึ้นเท่านั้น
เศรษฐศาสตร์ทวิภาคเป็นกรอบความคิดสังคม-เศรษฐกิจ มองแรงงานและ
ทุนเป็นปัจจัยการผลิตพื้นฐานที่เสมอภาคเสนอเเนะว่าความเป็นเจ้าของทุน
ที่กว้างขึ้น นำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วขึ้น มันแตกต่าง
จากเศรษฐศาสตร์มหภาคพิจารณาเศรษฐกิจโดยส่วนรวม ณ ขนาดระดับ
ประเทศหรือโลก การมองที่โครงสร้าง และพฤติกรรมของเศรษฐกิจโดยส่วนรวม การมุ่งที่ปัญหาเศรษฐกิจที่กว้างอย่างเช่นสภาวะเงินเฟ้อ การว่างงาน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และรายได้ประชาชาติ
มันแตกต่างจากเศรษฐศาสตร์จุลภาค ที่มุ่งเน้นการตัดสินใจของบุคคล
และตลาด การศึกษาการตัดสินใจของบุคคล และธุรกิจเกี่ยวกับการจัด
สรรทรัพยากรและราคา การมุ่งหน่วยที่เล็กลงของเศรษฐกิจอย่างเช่นครัวเรือน ธุรกิจ และตลาด เศรษฐศาสตร์ทวิภาคได้ท้าทายสมมุติฐานสมัยเดิมของเศรษฐศาสตร์มหภาค และเศรษฐจุลภาค โดยเฉพาะเกี่ยวกับบทบาทของความเป็นเจ้าของทุนและการจัดสรรของมัน เศรษฐศาสตร์ทวิภาคได้เสนอเเนะระบบเศรษฐกิจเฉพาะ ที่มุ่งหมายรับมือความยากจน และบรรลุความเป็นอยู่ที่ดีโดยทั่วไป บนพื้นฐานทรัพย์สินส่วนบุคคล และหลักการตลาด แตกต่างจากทุนนิยมสมัยเดิมหรือสังคมนิยม
เศรษฐศาสตร์เป็นสังคมศาสตร์ที่ศึกษาสังคมใช้ทรัพยากรที่ขาดแคลน
ผลิตสินค้าและบริการ และจัดสรรมันท่ามกลางบุคคลที่แตกต่างกันอย่าง
ไร สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ได้ถูกพิจารณาอย่างกว้างขวางเป็นรูปร่างเป็นสาขาการศึกษาที่เป็นทางการ ด้วยสิ่งพิมพ์ ของอดัม สมิธ ค.ศ 1776 “An Inquiry. into the Nature and Causes of the Wealth of Nations” ได้ถูกมองอย่างกว้างขวางเป็นรากฐานของตำราเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ ผลงานของอดัม สมิธ ได้วางรากฐานเพื่อสิ่งที่ต่อมา กลายเป็นรู้จักกันเป็นเศรษฐ
ศาสตร์คลาสสิค การมุ่งที่หลักการของตลาดเสรี การแบ่งงานกันทำ และผลประโยชน์ตัวเอง
แนวคิดเศรษฐกิจและการปฏิบัติถูกมองเห็นได้ภายในอารยธรรมโบราณ
สังคมภายในซูเมอร์และบาบีโลเนียโบราณ ลุ่มแม่น้ำสินธุ ลุ่มแม่น้ำแยงซี
และลุ่มแม่น้ำไนล์ ได้พัฒนาระบบเพื่อการบัญชี และการติดตามทรัพยากร
รวมทั่งพืชผล ปศุสัตว์ และที่ดิน ผู้ค้าชาวซูเมอร์ ได้พัฒนาวิธืการเพื่อการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น และประมวลกฏหมายฮัมมูราบี ได้ให้กรอบข่ายเพื่อการค้าและจริยธรรมธุรกิจด้วยถ้อยคำ “Economics” ตัวมันเองกำเนิดมาจากภาษากรีก “Oikonomia” หมายถึงการจัดการครัวเรือน หรือวิถีทางที่จะดำเนินการครัวเรือน
ตลอดเวลาแนวคิดของโอโคโนเมีย ได้ขยายจากการจัดการครัวเรือน ที่จะรวมการศึกษาที่กว้างขึ้นของสังคมจัดสรรทรัพยากรที่ขาดแคลน ตอบสนองความต้องการของพวกเขาอย่างไร ในที่สุด การนำไปสู่ความเข้าใจสมัยใหม่ของเศรษฐศาสตร์
อดัม สมิธ นักปรัชญาและนักเศรษฐศาสตร์ศตวรรษที่ 18 ได้ถูกพิจารณา
อย่างกว้างขวางเป็นบิดาของเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ต่อผลงานการวางราก
ฐานเศรษฐศาสตร์คลาสสิคของเขา สำนักความคิดที่มุ่งเน้นตลาดเสรีและมือที่มองไม่เห็น ความสำคัญของผลประโยชน์ตัวเองของบุคคล และการ
แทรกแซงของรัฐบาลที่จำกัด อดัม สมิธ ยืนยันว่าบุคคล แสวงหาผลประ
โยชน์ตัวเองของพวกเขาภายในตลาดเสรี นำทางโดยมือที่มองไม่เห็นของการแข่งขัน
“The Wealth of Nations” หนังสือเล่มนี้ได้ถูกพิจารณาเป็นระบบที่ครอบ
คลุมของเศรษฐกิจการเมือง สำรวจสาเหตุของความมั่งคั่งของประเทศและสนับสนุนตลาดเสรี และจำกัดการแทรกแซงของรัฐบาล อดัม สมิธ ยืนยันว่าตลาดเสรี ตรงที่บุคคลเป็นอิสระ ที่จะเเสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐ
กิจของพวกเขาเอง เป็นวิถีทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของการจัดสรร
ทรัพยากรและสร้างความมั่งคั่ง อดัม สมิธ ได้เสนอแนะว่าความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและการแบ่งงานกันทำเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างสำคัญ ความคิดของเขาเกี่ยวกับตลาดเสรีและผลประโยชน์ตัวเองได้ถูกมองเป็นรากฐานต่อการพัฒนาของทุนนิยม
อดัม สมิธ ได้ใช้มือที่มองไม่เห็นเป็นถ้อยคำพูดเปรียบเทียบต่อพลังที่มองไม่เห็นเคลื่อนเศรษฐกิจตลาดเสรี ผ่านทางผลประโยชน์ตัวเอง และเสรีภาพของการผลิตและการบริโภค การตอบสนองผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของสังคมโดยส่วนรวม และมือที่มองไม่เห็นได้แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอเกิดขึ้นระหว่างอุปสงค์และอุปทานเพี่อการบรรลุดุลยภาพเมื่อเรามีอุปทานส่วนเกินของสินค้า ราคาจะลดลง ดังนั้นอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น เมื่อเรามีอุปทานส่วนขาดของสินค้า ราคาจะสูงขึ้นกระตุ้นให้ผู้ผลิตเพิ่มอุปทาน พลังสองตัวเหล่านี้ผลักดันตลาดไปสู่จุดดุลยภาพภายในสิ่งที่รู้จักกันเป็นมือที่มองไม่เห็น ตามรูปกราฟ มือที่มองไม่เห๋นผลักดันตลาดอย่างสม่ำเสมอกลับไปสู่ดุลยภาพ

ในขณะที่เศรษฐศาสตร์เป็นการศึกษาที่กว้าง ของการจัดสรรทรัพยากรและการผลิต เศรษฐศาสตร์ทวิภาคจะโดยเฉพาะ มันจะเป็นเศรษฐศาสตร์
ทางเลือกที่มุ่งเน้นความสำคัญที่เสมอภาค ของแรงงาน ืและทุนเป็นปัจจัยการผลิต การสนับสนุนความเป็นเจ้าของทุนที่กว้างขึ้นที่จะบรรลุการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความยุติธรรม เรามีสาขาที่สำคัญสองสาขาของเศรษฐศาสตร์คือ เศรษฐศาสตร์มหภาคจะพิจารณาเศรษฐกิจโดยส่วนรวม และเศรษฐศาสตร์จุลภาคจะมุ่งที่การตัดสินใจของบุคคลและตลาด
เศรษฐศาสตร์มหภาคศึกษาเศรษฐกิจโดยส่วนรวม การมุ่งที่ปัจจัยอย่างเช่น การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รายได้ประขาชาติ การว่างงาน และสภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐศาสตร์มหภาคจะใช้โมเดลเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ข้อมูล และการวิเคราะห์นโยบายที่จะเข้าใจ และเเก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมหภาค ในขณะที่เศรษฐกิจทวิภาคเป็นเศรษฐศาสตร์เฉพาะ มันสามารถถูกมองเป็นกรอบข่ายที่เป็นไปได้เพื่อเศรษฐศาตร์มหภาคโดยเฉพาะการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นได่ และการจัดการความไม่เสมอภาคทางรายได้
นโยบายเศรษฐศาสตร์มหภาคอย่างเช่น นโยบายการเงินและการคลังสามารถถูกออกแบบสนับสนุนหลักการของเศรษฐศาสตร์ทวิภาค อย่างเช่นการส่งเสริมความเป็นเจ้าของทุนและการลงทุนเศรษฐศาสตร์ทวิภาคให้มุมมองที่แตกต่างกัน ที่จะบรรลุการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการจัดสรรความมั่งคั่งที่เสมอภาคอย่างไร มันเป็นจุดห่วงใยที่สำคัญภายในเศรษฐศาสตร์มหภาค
เศรษฐศาสตร์จุลภาคจะศึกษาบุคคลและธุรกิจสัมพันธ์กับศรษฐศาสตร์
ทวิภาค เพราะว่ามันจะพิจารณาว่าบุคคลและธุรกิจตัดสินใจภายในตลาดอย่างไร รวมทั้งพวกเขาได้ทุนมาและใช้ทุนอย่างไร หลักการของเศรษฐ
ศาสตร์จุลภาคอย่างเช่นอุปสงค์และอุปทานสำคัญ เพื่อความเข้าใจราคา
ถูกกำหนดอย่างไร และทรัพยากรถูกจัดสรรภายในตลาดอย่างไร มันจะ
สัมพันธ์กับเศรษฐศาสตร์ทวิภาคมุ่งที่ความเป็นเจ้าของทุนและการจัดสรร
เศรษฐศาสตร์ทวิภาคมุ่งหมายที่จะสร้างระบบตลาดที่มีประสิทธิภาพและ
ยุติธรรมมากขึ้น มันต้องการความเข้าใจ ปัจจัยของเศรษฐศาสตร์จุลภาค
จะมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ตลาดอย่างไร เศรษฐศาสตร์ทวิภาค มุ่งเน้นความสำคัญของ ความยุติธรรมการจัดสรร นั่นคือแนวคิดของเศรษฐศาสตร์จุลภาคมุ่งที่ทรัพยากรและรายได้ถูกจัดสรรท่ามกลางบุคคลและธุรกิจ
อย่างไร
เศรษฐศาสตร์ทวิภาค ได้ถูกเสนอแนะโดยหลุยส์ เคนโซ และมอร์ติเมอร์ แอดเลอร์ ภายในหนังสือของพวกเขา “The Capitalist Manifesto”1958 ชื่อของหนังสือสามารถถูกตีความเป็นการอ้างถึงสงครามเย็นต่อสู้กับลัืทธิคอมมิวนิสต์ เศรษศาสตร์ทวิภาค เสนอแนะว่าแรงงาน และทุนเป็นปัจจัยการผลิตพื้นฐานที่เสมอภาค และความเป็นเจ้าของทุนที่กว้างขึ้นจะนำไปสู่เศรษฐกิจที่สมดุลและเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น
เศรษฐศาสตร์ทวิภาค รู้จักกันเป็นเศรษฐศาสตร์สองปัจจัยด้วยยืนยันว่าทั้งแรงงานและทุนสำคัญเท่าเทียมกันต่อการเจริญเติบโตทางเศรรษฐกิจ
เทคโนโลยีทำให้ทุนมีประสิทธิภาพมากกว่าแรงงาน บุคคลควรจะเข้าถึง
ความเป็นเจ้าของทุนได้มากขึ้น เป็นไปได้ ผ่านทางแผนความเป็นเจ้าของ
หุ้นของพนักงาน – อีเอสโอพี – หรือรูปแบบอื่นของความเป็นเจ้าของทุนบนพื้นฐานที่กว้าง
หลุยส์ เคนโซเสนอแนะว่าผู้กำหนดนโยบาย ควรจะพิจารณาปฏิรูประบบธนาคารที่จะสนับสนุนการเข้าถึงทุนได้มากขึ้น และการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคมากขึ้น เขาได้สนับสนุนการใช้อย่างต่อเนื่องของทั้งทรัพย์สินส่วนบุคคล และตลาดเสรี แต่ได้เสนอแนะความต้องการเพื่อการปฏิรูปอย่างสำคัญต่อระบบธนาคาร ที่จะสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยุติธรรม เขาได้เสนอแนะว่า ธนาคารกลางควรจะออกเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้เงินทุนธุรกิจ ที่พนักงานเป็นเจ้าของ การยอมให้พนักงานได้เงินทุนและมีส่วนร่่วมภายในความเป็นเจ้าของธุรกิจ
การท้าทายมุมมองสมัยเดิมที่ว่าแรงงานเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่สุดเศรษฐศาสตร์ทวิภาคได้ยืนยันว่าความเป็นเจ้าของทุนที่กว้างขวางไม่ใช่ความเป็นเจ้าของที่กระจุกตัวสำคัญต่อ ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรือง
การวิเคราะห์ของหลุยส์ เคลโซ ได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีทำให้ทุนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร การมุ่งเน้นต่อไป ความสำคัญของความเป็นเจ้าของทุน เศรษฐศาสตร์ทวิภาคมุ่งหมายทำให้ความเป็นเจ้าของทุนเป็น
ประชาธิปไตย การรับรองว่าบุคคลทุกคนเข้าถึงวิถีทางของการได้ความเป็นเจ้าของทุน มันได้เสนอเเนะว่าการจัดสรรความเป็นเจ้าของทุนที่เสมอภาคมากขึ้น ตรงที่บุคคลสามารถได้ทุนมากับรายได้ของทุนสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ดและยั่งยืนมากขึ้น
หลุยส์ เคลโซ จะมองเศรษฐกิจเป็นการมีปัจจัยการผลิตพื้นฐานสองอย่าง แรงงานและทุน ด้วยเป้าหมายของการส่งเสริมความเป็นเจ้าของที่กว้างขึ้น และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านทางหลักการตลาด เศรษฐศาสตร์ทวิภาคมุ่งเน้นความสำคัญของความเป็นเจ้าของทุนที่กว้างขึ้น การยืนยันว่าบุคคลเป็นเจ้าของและได้ประโยชน์ จากทุนมากขึ้นเท่าไร เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น เศรษฐศาสตร์ทวิภาคสนับสนุนระบบตลาดเสรี

เศรษฐศาสตร์ทวิภาค บุกเบิกโดยหลุยส์ เคนโซ รู้จักกันเป็นต่อนักคิดค้นของอีเอสโอพี และผู้สร้างเศรษฐกิจทวิภาค ได้เสนอเเนะว่าแรงงานและทุนเป็นปัจจัยการผลิตพื้นฐานที่เสมอภาค และอีเอสโอพี จะเป็นกลไกที่สำคัญเพื่อทีี่่จะดำเนินการเศรษฐศาสตร์ทวิภาค ด้วยการทำให้พนักงานให้ได้มาความเป็นเจ้าของภายในบริษัทที่พวกเขาได้ทำงานอยู่ การทำให้ความเป็น
เจ้าของทุนกว้างขึ้น อีเอสโอพี สอดคล้องกับหลักการหลักการของเศรษฐ
ศาสตร์ทวิภาค มันมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาของ ความไม่เสมอภาคทางรายได้โดยการยอมให้พนักงานมีส่วนร่วมภายในความเป็นเจ้าของทุนด้วยการให้อำนาจพนักงานเป็นเจ้าของทุน อีเอสโอพี ได้ถูกมองเป็นวิถีทางที่จะส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรือง
หลุยส์ เคลโซ ผู้เขียนหนังสือที่มีอิทธิพลหลายเล่ม ได้วางความคิดของ
เขาบนความเป็นเจ้าของของพนักงาน เขาได้ให้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อ
ทฤษฎีเศรษฐกิจ และการกระจายความมั่งคั่ง ความเชื่อว่าระบบทุนนิยม
สมัยเดิม ตรงที่ความเป็นเจ้าของทุนกระจุกตัวอยู่ภายในมือของบุคคลไม่
กี่คน เป็นข้อเสียโดยธรรมชาติ หลุย์ เคลโซ มุ่งหมาย ที่จะประชาธิปไตย
ความเป็นเจ้าของทุน การยืนยันว่าพนักงานสามารถร่วมภายในความมั่งคั่ง
ที่พวกเขาได้สร้าง
เมื่อ ค.ศ 1956 หลุยส์ เคลโซได้สร้างแนวคิด และกลายเป็นผู้สนับสนุนที่หลงใหลของแผนความเป็นเจ้าของหุ้นของพนักงานจะเป็นสะพานระหว่างปรัชญาของสังคมนิยมและทุนนิยม เขา ได้ออกแบบอีเอสโอพีแรกเพื่อเพนนินซูลา นิวส์เพเพอร์ บริษัทหนังสือพิมพ์ภายในแคลิฟอร์เนีย แผนบุกเบิกนี้ยอมให้พนักงานซื้อหุ้นภายในบริษัทของพวกเขา การสร้างระยะต่อไปเพื่อการรับเอาไว้อย่างกว้างขวางอีเอสโอพีภายในอเมริกา อีเอสโอพี ได้เจริญเติบโตอย่างสำคัญภายในความนิยมแพร่หลาย และได้แสดงเพื่อที่จะให้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น การเพิ่มการจูงใจ ประสิทธิภาพ และการรักษาพนักงานไว้
ความเป็นเจ้าของเกือบ 5% ของความมั่งคั่งภายในเศรษฐกิจของอเมริกา
ได้กว้างขึ้นที่จะรวมบุคคลทำงานเป็นผลลัพธ์ของผลงานของเขา ชายคนหนึ่งที่ได้เขียนหนังสือสี่เล่มเกี่ยวกับแผนความเป็นเจ้าของหุ้นของพนักงาน
มันสามารถเป็นการยกย่องที่ยิ่งใหญ่ ต่อการให้การศึกษาสาธารณะอย่างอดทนและยืนกรานของหลุยส์ เคลโซ


ต่อพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิัลแล้ว ครอบครัวหลายรุ่น อ้างถึงครอบครัวตรงที่หลายรุ่นได้ทำงานอยู่ ณ บริษัท บ่อยครั้งที่ทอดยาวหลายทศวรรษ
การเเสดงมรดก และความจงรักภักดีที่เข้มแข็งต่อบริษัท และค่านิยมของมัน พี แอนด์ จี ได้รับรู้และยกย่องผลกระทบของครอบครัว ตรงที่สมาชิก
หลากหลายได้ทำงานเพื่อบริษัท การมองมันเป็นพินัยกรรมต่อความดึงดูดที่ยั่งยืนของบริษัท และความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งที่มันได้สนับสนุน
พี แอนด์ จี ได้แสดงเรื่องราวของครอบครัว อย่างเช่น ลูโบเรส โรบินสัน
และซาเกิ้ล ตรงที่หลายรุ่นได้ทำงาน ณ บริษัท ครอบครัวซาเกิ้ล : สมาชิกมีอายุงานรวมกันกับพีื แอนด์ จี 500+ ปี ครอบครัวลูโบเรส : ลูกชายของลินนา ลูโบเรส ไทเลอร์ เดินตามรอยเท้าของเธอ เข้าร่วมพี แอนด์ จี ภายหลังมองเห็นความก้าวหน้าของแม่ของเขา ครอบครัวโรบินสัน : การเชื่อมโยงของราเชล ซิพเพอร์เรียน กับพี แอนด์ จี เริ่มต้นเริ่มต้นสึ่รุ่นมาก่อนเธอ เกิดจากการกระทำที่น่าหลงใหลโดยบริษัท ภายหลังการเสียชีวิตของคุณปู่ของเธอ
การกระทำของพีิ แอนด์ จี อย่างเช่นการนำเสนองานแก่สมาชิกครอบครัว
ภายหลังความโศกเศร้า ส่งเสริมความรู้สึกของความจงรักภักดี และความเป็นครอบครัวที่ได้กลายเป็นหนึ่งของประวัติครอบครัวหลายครอบครัวได้เชื่อมโยงกับพี แอนด์ จี ต่อหลายรุ่น ด้วยความจงรักดี และความมุ่งหมายร่วมจะเป็นปัจจัยที่สำคัญภายในการมีส่วนร่วม อย่างต่อเนื่องของพวกเขา ครอบครัวหลายรุ่นอ้างถึงจำนวนที่สำคัญของบุคคลเป็นสมาชิกครอบครัว ทอดยาวหลายรุ่น ได้ทำงานเพื่อบริษัท การมีส่วนช่วยต่อความรู้สึกที่เข้ม
แข็งของมรดกและประวัติร่วม

พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนและความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท ความยั่งยืนหมายถึงการกระทำภายในวิถีทางที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรุ่นในอนาคต ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทอ้างถึงความผูกพันของบริษัทต่อการกระทำอย่างมีจริย
ธรรมและกระทบทางบวกต่อสังคมความยั่งยืนหมายถึงการฝังแน่นความรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมภายในทุกด้าน ของการทำธุรกิจของพวกเขาจากนวัตกรรม และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตและลูกโซ่อุปทาน ความมุ่งหมายที่จะลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
พี แอนด์ จี ห่วงใยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พวกเขามุ่งหมายที่จะลดผลกระ
ทบทางสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดโดยการใช้ทรัพยากรอย่างฉลาดและลด
ความสูญเสียให้น้อยที่สุด พวกเขาได้พยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตร
ทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและปลอดภัยต่อบุคคลที่จะใช้ พวกเขาได้ใช้ขั้นตอนที่จะจำกัดจำนวนของน้ำ และพลังงานที่ใช้ภายในกระบวนการผลิต
ของพวกเขา
พี แอนด์ จี ได้ระบุความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทเป็นการทำสิ่งที่
ถูกต้อง พวกเขากระตุ้นการศึกษา ลงทุนภายในชุมชน และส่งเสริมความหลากหลาย และความครอบคลุมภายในกำลังงานของพวกเขา การสนับ
สนุนการศึกษาอนามัย และการจัดหาน้ำที่สะอาด การสนับสนุนชุมชนที่ด้อยโอกาส การดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ความโปร่งใส และจริยธรรมที่เข้มแข็ง และการสร้างชื่อเสียงที่เข้มแข็งของความไว้วางใจและความรับ
ผิดชอบ
พี แอนด์ จี ได้ผสมผสานความยี่งยืนลงไปที่โมเดลธุรกิจของพวกเขาผ่าน
ทางสี่เสาบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์
* บรรยากาศ พี แอนด์ จี มุ่งหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สุทธิเป็นศูนย์ ตลอดลูกโซ่อุปทาน และการผลิต ใช้เป้าหมายบนพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์นำทางความพยายาม
*ของเสีย พี แอนด์ จึ กำลังทำงานที่จะให้ลูกโซ่อุปทานหมุนเวียนมากขึ้น
ตรงที่วัตถุถูกรีไซเคิลและสร้างใหม่ และมุ่งหมายที่จะออกแบบบรรจุภัณฑ์ลูกค้าทุกอย่างที่จะรีไซเคิลหรือใช้ใหม่
*น้ำ พี แอนด์ จี มุ่งการลดการใช้น้ำภายในการผลืต และผูกพันที่จะป้อง
กันทรัพยากรน้ำร่วม
*ธรรมชาติ พี แอนด์ จี ผูกพันที่จะใช้ประโยชน์ แหล่งพลังงานหมุนเวียน
ภายในการผลืต

พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1837 ณ ซินซินแนติ โอไฮโอ โดยวิลเลียม พรอคเตอร์ ชาวอังกฤษ ช่างทำเทียนไข และเจมส์ แกมเบิ้ล ชาวไอร์แลนด์ ช่างทำสบู่บุคทั้งสองได้อพยพมาจากอังกฤษและไอร์แลนด์ พวกเขาได้ตั้งรกรากอยู่ภายในซินซินแนติ โอไฮโอ เริ่มแรก และได้พบกันเมื่อพวกเขา ได้แต่งงานกับน้องสาว โอลิเวีย และอลิซาเบธ นอร์รีส อเล็ก
ซานเดอร์ นอร์รีส พ่อตาของพวกเขา ได้ชักจูงพวกเขา ที่จะกลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ด้วยเหตุนี้เมื่อ ค.ศ 1837 ธุรกิจใหม่ที่กล้าหาญได้กำเนิด พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล
บริษัทได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วระหว่างศตวรรษที่สิบเก้ายอดขายได้สูงถึง 1 ล้านเหรียญ ณ เวลานั้น บุคคลประมาณ 80 คนทำงานอยู่ที่พรอค อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล ระหว่างสงครามกลางเมือง บริษัทได้ชนะสัญญาจัดหาสบู่และเทียนไขแก่กองทัพสหภาพ นอกจากการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นระ
หว่างสงครามกลางเมือง สัญญาของทหารได้แนะนำทหารจากทั่วประเทศต่อผลิตภัณฑ์ของพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล
เมื่อ ค.ศ 1880 พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ลเริ่มต้นที่จะวางตลาดผลิภัณฑ์
ใหม่ สบู่ราคาไม่แพงลอยน้ำได้ บริษัทเรียกว่าสบู่ไอวอรี่ ภายในทศวรรษ
ตามมา บริษัทกลายเป็นที่รู้จักกันเป็นสถานที่การทำงานที่ก้าวหน้าภายในปลายศตวรรษที่สิบเก้าวิลเลียม คูเปอร์ พรอคเตอร์หลานชายของวิลเลียม
พรอคเตอร์ ได้เริ่มต้นการแบ่งกำไรแก่กำลังงานของบริษัทเมื่อ ค.ศ 1887 ด้วยการให้คนงานมีส่วนได้เสียภายในบริษัท เขาเชื่อว่าคนงานจะนัดหยุดงานน้อยลง เมื่อเวลาผ่านไปบริษัท ได้มุ่งความสนใจส่วนใหญไปที่สบู่การผลิตสบู่มากกว่าสิบสามชนิด
พี แอนด์ จี นับตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทขึ้นมา พี แอนด์ จี จะผลิตและขายผลิตภัณฑ์ครัวเรือนเป็นรากฐาน เช่น ยาสีฟันเครสท์ ผ้าอ้อมแพมเพอร์ ยาสระผมเฮด แอนด์ โชเดอร์ หรือสบู่ไอวอรี่ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล จะมีวัฒนธรรมองค์การที่เข้มแข็งมาก บนรากฐานของลัทธิผู้บริโภค การตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ พี แอนด์ จี เป็นหนึ่งของบริษัทดีเด่นท่าม
กลางบริษัทดีเด่น 43 บริษัทของอเมริกา จากหนังสือธุรกิจคลาสสิคของโลกชื่อ In Search of Excellence ผู้เขียนคือโทมัส ปีเตอร์และโรเบิรต วอเตอร์แมน
บริษัทได้เริ่มต้นบรรจุภัณฑ์เทียนไขโดยใช้ชื่อตราสินค้าว่าสตาร์ นายวิลเลียม พรอคเตอร์ ได้สังเกตเห็นว่า คนงานท่าเรือคนหนึ่ง ณ แม่น้ำโอไฮโอ ได้กากบาทสีดำบนกล่องเทียนไขของพี แอนด์ จี กากบาททำให้คนงานที่ไม่รู้หนังสือแยกกล่องเทียนไขออกจากกล่องสบู่ได้ ในไม่ช้าคนงานท่าเรือคนหนึ่งที่เป็นช่างศิลปได้เปลี่ยนกากบาทสีดำเป็นกลุ่มดาว ต่อมาได้กลายเป็นพระจันทร์หยักหน้าผู้ชาย และกลายเป็นโลโก้พระจันทร์และดาวของพี แอนด์ จี นับตั้งแต่นั้นมา
ผู้ชายบนพระจันทร์กำลังดูดาวสิบสามดวง ดาวสิบสามดวงจะหมายถึง อาณานิคมดั้งเดิมสิบสามแห่งของอเมริกา และต่อมาพี แอนด จี ได้ตัดสินใจว่า มนุษย์บนดวงจันทร์ไม่จำเป็น ดังนั้นบริษัทได้ลบออกมันออกไปจากกล่อง พี แอนด์ จี ได้รับข่าวสารว่าผู้จัดจำหน่าย ไม่ยอมรับกล่องเทียนไขของพี แอนด์ จีที่ถูกส่งออกไปทั้งหมด เนื่องจากกล่องเทียนไขเหล่านี้ไม่มี “พระจันทร์และดาว” ผู้จัดจำหน่ายคิดว่าม้นเป็นของปลอม
ดังนั้นพี แอนด์ จี ได้ตระหนักถึงคุณค่าพระจันทร์ และดาวอย่างรวดเร็ว และได้นำกลับมาใช้โดยจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้า นี่คืิอการเริ่มต้นของการระบุชื่อตราสินค้าของพี แอนด์ จี พี แอนด์ จี รับฟังลูกค้าของพวกเขา เมื่อปลาย ค.ศ 1970 พี แอนด์ จี ได้ถูกโจมตีจากข่าวลือว่าเครื่อง
หมายการค้าของบริษัทเป็นสัญลักษณ์ของซาตานและการบูชาภูตผีปีศาจ และกำไรของบริษัทได้ถูกใช้สนับสนุนการบูชาซาตาน
พวกซาตานคือเจ้าของบริษัท พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวหน้าผู้ชายคือปีศาจร้าย หนวดเคราคือเขาสองเขา หยักผมสามหยัก คือ 666 กลับหัว เลขของซา
ตาน ใบปลิวข่าวลือได้แพร่กระจายว่า จอห์น สเมล ซีอีโอ ได้ปรากฏตัวที่รายการโทรทัศน์ฟิลโดนาฮู โชว์ และพูดว่าเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งและได้บริจาคเงินแก่ศาสนจักรซาตาน ไม่มีชาวคริสเตียนภายในโลกเพียงพอจะหยุดยั้งซาตานได้ ที่จริงแล้วเขาไม่เคยปรากฎตัวภายในรายการนี้เลย
แต่ข่าวลือได้กระตุ้นการคว่ำบาตรสินค้าของพี แอนด์ จี อย่างรุนแรง โทรฟรีจากผู้ค้าปลีกได้หลั่งไหลเข้ามาถามข้อเท็จจริงกับพี แอนด์ จี ผู้ค้าปลีกได้รายงานแก่บริษัทว่าลูกค้าบางคน ได้คืนสินค้า หรือถามว่าทำไมไม่นำสินค้าของพี แอนด์ จี ออกจากชั้นวาง บุคคลของบริษัทได้ถูกคุกคาม และต้องรับโทรศัพท์มากกว่า 15,000 ครั้งต่อเดือน พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล ได้ต่อสู้กับข่าวลือด้วยการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การส่งเอกสารข้อเท็จจริงไปยังโบสถ์ทางตอนใต้ 48,000 แห่ง
ข่าวลือได้เกิดขึ้นจากกลุ่มศาสนาเหล่านี้ บริษัทได้ส่งทีมงานไปค้นหาต้น
ตอและเครือข่ายของข่าวลือ และบริษัทจะฟ้องร้องบุคคลทุกคนที่ได้แพร่กระจายข่าวลือ ในที่สุดแลัวว พี แอนด์ จี ถูกกดดันให้เปลี่ยนแปลงเครื่อง
หมายการค้าที่มีอายุมาหยาวนานถึง 103 ปี บริษัทต้องสูญเสียสัญลักษณ์ที่เลื่องลือไป สัญลักษณ์ของสินค้าที่ซื่อสัตย์และไว้วางใจได้แก่ลูกค้า
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







