INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ทำไมต้องศรัทธาในพระเจ้า

สบาย สบาย สไตล์เกษม

ข้อสังเกตวันนี้(๑๙ มีค.๖๘)

ทำไมต้องศรัทธาในพระเจ้า

ในวาระเดือน”เราะมะฏอน”ก็จะเขียนเพื่อทำความเข้าใจกับศาสนิกอื่นและผู้ที่ไม่สังกัดศาสนาที่เรียกว่า”อเทวนิยม”

ย้ำว่าเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างมนุษย์ที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกันอย่างมีสันติสุขไม่เบียดเบียนกันครับ

พอดีนึกขึ้นได้ว่า เคยมีแฟนคลับท่านหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตกับผมว่า”พระเจ้า”นั้นไม่มีจริง แต่มนุษย์ต่างหากที่สร้างพระเจ้าขึ้นมา”

หะแรก ผมรู้สึกโกรธขึ้นมา ทันโดยอัตโนมัติ…..ตามปกติวิสัยผู้ที่ยึดมันถือมั่นศรัทธาใน”พระเจ้า”ที่อิสลามเรียกว่า”อัลลอฮฺ”

แต่เมื่อทบทวนไปมาหลายๆ หนด้วยใจร่มๆแล้ว ก็เห็นว่าที่เขาพูดออกมา ดูสมเหตุสมผล…..ในระดับมนุษย์ปุถุชนคนปกติทั่วไป

เพราะถ้ามนุษย์ไม่ตั้งพระผู้เป็นเจ้าขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรเล่า จะกราบไหว้และขอความช่วยเหลือและพึ่งพิง

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปก่อนจะมีศาสนาขึ้นในโลก ว่าในยุคของบรรพชนมนุษย์ปัจจุบันที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล(สายพันธุ์ที่มีร่างกายบึกบึนทนทานในทุกสภาพแวดล้อม)กับโฮโมเซเปียนส์(สายพันธุ์ที่มีสติปัญญาสูง)แผ่กระจายไปทั่วผืนแผ่นดินทุกทวีปนั้น มีพัฒนาการความเชื่อและศรัทธามาอย่างไร

พวกเขามีประวัติแสวงหาที่พึ่งพิงอย่างไร ด้วยสมมติฐานต่อไปนี้ครับ

พวกเขากำหนดเอาธรรมชาติเช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ หรืออื่นๆเป็นที่พึ่งพา อันนำไปสู่ความเชื่อความศรัทธาในแบบเทพปกรณัมเฉกเช่นชาวกรีก ชาวโรมันและชาวฮินดู ซึ่งนับถือเทพเจ้าหลายพระองค์

ต่อมาจึงพัฒนาความเชื่อและศรัทธาไปเป็นนับถือเทพองค์เดียว นั่นคือที่มาของศาสนายูดาย คริสต์และ

ที่น่าสนใจก็คือหลังสุดพัฒนาไปถึงการไม่นับถือพระเข้าเลย คือศาสนาพุทธ ซึ่งปฏิเสธที่จะพูดเรื่องพระเจ้าเพราะเป็น”อจินไตย”คือเสียเวลาไปคิด

เมื่อตั้งสมมติฐานแจกแจงมาถึงตรงนี้ ก็จะเข้าถึงประเด็นว่าด้วย”พระเจ้า”ครับ

คือประเด็นที่ว่า“พระเจ้านั้นไม่มีจริง แต่มนุษย์ต่างหากที่สร้างพระเจ้าขึ้นมา”

เป็นคำถามเดียวกันกับที่นักปรัชญาผู้มีชื่อเสียงโด่งดังชาวอินเดียคือ”กฤษณะมูรติ”(J. Krishnamurti)ตั้งคำถามไว้ ในที่ชุมนุมแห่งหนึ่งที่เมืองมัทราส(”เจนไน”)รัฐทมิฬนาฑู ระหว่างการตอบปัญหาต่อเนื่องช่วงปี ๑๙๘๑ – ๑๙๘๒

จนคนฟังที่เชื่อในพระเจ้าเดินหนีมาแล้ว

ท่าน”กฤษณะมูรติ”ตั้งคำถามว่า:-

Does God exists ? หมายถึง”พระเจ้ามีอยู่จริงหรือ”

จากนั้นเขาก็ว่า:-

“ผมไม่แน่ใจว่า ในคัมภีร์อุปนิษัท(คัมภีร์ของศาสนาฮินดู)ได้กล่าวถึงพระเจ้าหรือไม่ หรือตั้งขึ้นมาที่หลัง แล้วใครประดิษฐ์พระเจ้าขึ้นมา”

“พระเจ้าประดิษฐ์เรา หรือว่าเราสร้างพระเจ้า”

“พระเจ้าผู้ทรงอำนาจทุกอย่าง ผู้ทรงรอบรู้ มีความเป็นนิรันดรและมีเมตตา มีความยุติธรรม มีทุกความดีงาม”

“ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นแนวคิดของพวกท่าน”

“ถ้าพระเจ้าประดิษฐ์เราขึ้นมา พระเจ้าก็ต้องมีเอกลักษณ์ที่พิเศษมากทีเดียว เพราะพระเจ้ากลับต้องการนำพวกท่านไปสู่ชีวิตที่ย่ำแย่”

“ถ้าพระเจ้าสร้างพวกท่านจริง แล้วทำไมพวกท่านจึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ด้วยเล่า”

“พวกท่านน่าจะได้เป็นมนุษย์ที่แสนวิเศษมิใช่หรือ คือสวยงาม ตื่นเต้น ร่าเริงแจ่มใส”

“เอาเข้าจริง กลับมิใช่”

“เมื่อเป็นเช่นนี้ ระหว่างการที่พวกท่านสร้างพระเจ้าขึ้นมา กับการที่พระเจ้าสร้างพวกท่าน มันน่าจะต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างในสองอย่างนี้”

“จริงๆแล้ว ท่านต่างหาก ที่สร้างพระเจ้า”

“ความคิดนั้นเองที่สร้างพระเจ้า จากนั้นก็บูชาสิ่งสร้างขึ้นตามที่ติด”

“แล้วก็ยึดว่านั่นคือพระเจ้า”

“จึงถามท่านอีกครั้งว่า ท่านใช่ไหมที่สร้างพระเจ้าขึ้นมา”

ทั้งหมดในเครื่องหมายอัญประกาศคือถ้อยคำที่ท่าน”กฤษณะมูรติ”กล่าวกับผู้ที่ไปชุมนุมรับฟัง

ความจริงท่าน”กฤษณะมูรติ”ยังพูดเทียบเคียงอีกหลายประโยค เพื่อยืนยันว่า

“มนุษย์นั้นเองคือผู้สร้างพระเจ้าขึ้นมา พระเจ้ามิได้มีอยู่จริง”

การให้เหตุผลดังกล่าวในเชิงตรรกศาสตร์ แม้มีสมเหตุสมผลก็จริง แต่ผมเองไม่ยอมรับครับ

ทั้งนี้ เป็นไปตาม”กาลามสูตร”ข้อที่ ๕ ที่ว่า”มา ตกฺกเหตุ – อย่าเพิ่งเชื่อเพราะตรรกะ

ผมยังคงมีความเชื่อและศรัทธาว่า พระเจ้ามีจริง พระเจ้าเป็นผู้กำเนิดทุกสรรพสิ่งและจัดการทุกอย่าง ได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ในรายละเอียดยิบย่อยกระจิดริด                                                                                                                               ตั้งแต่การเกิดของจักรดารกา โลก สรรพสัตว์และมนุษย์ ด้วยอำนาจมหาศาลและถี่ถ้วน สุดลึกซึ้ง

รวมทั้งชาตากรรมมนุษย์ทุกๆ คน ที่เปิดช่องให้มีทางเลือกไว้ให้ตลอด

ทั้งนี้ ตามหลักฐานที่ระบุไว้ในคัมภีร์กุรอานที่ว่า

وَخَلَقَ كُلَّ شَيۡءٖ فَقَدَّرَهُۥ تَقۡدِيرٗا ٢ ﴾ [الفرقان:

“และพระองค์ทรงให้บังเกิดทุกสิ่ง แล้วทรงกําหนดมันให้เป็นไปตามกฎที่ได้วางไว้” (อัล-ฟุรกอน : 2)

ดังนั้น จึงอาศัยช่วง”เดือน”เราะมะฎอน”อันประเสริฐนำเรื่องนี้มาแยกแยะและเผยแผ่อธิบายแก่พี่น้องต่างศาสนาร่วมชาติ โดยย่นย่อ เพื่อความเข้าใจอันดี

สวัสดีครับ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *