INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ท่านยังไม่ตาย: พิธีอำลาคาเมเนอี กับสงครามจิตวิทยาที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น

1457669648575373

ท่านยังไม่ตาย: พิธีอำลาคาเมเนอี กับสงครามจิตวิทยาที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น

ทหารประชาธิปไตย

พิธีศพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 9 กรกฎาคม 2569 อิหร่านจัดพิธีอำลาศพระดับรัฐให้อดีตท่านผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี ผู้ถูกลอบสังหารจากปฏิบัติการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่ลากยาวมาสี่เดือน พิธีที่เดิมกำหนดไว้ในเดือนมีนาคมถูกเลื่อนออกไปเพราะสงครามยังไม่สงบ ก่อนจะมาลงตัวในสัปดาห์นี้ ครอบคลุมพื้นที่พิธีในกรุงเตหะราน เมืองกุม การแวะเยี่ยมเพื่อให้ผู้ที่ศรัทธาในตัวท่านได้ทำพิธีอำลาที่นาญาฟและกัลบาลาของอิรัก ก่อนฝังร่างที่ศาสนสถานอิหม่ามรีดอในเมืองมัชฮัด บ้านเกิดของท่าน โดยทางการอิหร่านประเมินว่าจะมีผู้เข้าร่วมสูงถึง 15-20 ล้านคน ซึ่งจะถือเป็นพิธีอำลาศพที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกยุคใหม่

ตัวเลขขนาดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ รัฐจัดขบวนรถรับส่ง ที่พัก และอาหารให้ผู้ศรัทธาที่เข้าร่วมจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังแสดงถึงความสามารถในการบริหารมวลชนนัยล้านได้อย่างมีประสิธิภาพ นี่คือพิธีกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งสาร ไม่ใช่แค่ไว้อาลัย

สัญลักษณ์ศาสนา-การเมือง: จากกัลบาลาถึงคาเมเนอี

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการที่รัฐอิหร่านผูกโยงการตายของคาเมเนอีเข้ากับเรื่องการพลีชีพของท่านฮูเซนหลานชายท่านศาสดามูฮัมมัดในศาสนาอิสลามอย่างตั้งใจ ธงสีแดงขนาดยักษ์ที่คลี่คลุมมหาวิหารแกรนด์มุซัลลาเขียนข้อความ ‘ผู้แก้แค้นแทนฮุเซน’ เป็นภาษาอาหรับ เชื่อมโยงการเสียชีวิตของคาเมเนอีเข้ากับการสังหารอิหม่ามฮุเซนที่กัลบาลาเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน ซึ่งเป็นแกนกลางของอัตลักษณ์ชีอะห์ ยิ่งไปกว่านั้น คณะผู้แทนต่างชาติแต่ละคณะที่เข้าคารวะศพยังได้รับการอ่านโองการอัลกุรอานที่คัดสรรต่างกันไปตามความสัมพันธ์ทางการเมือง เช่น คณะจากซาอุดีอาระเบียได้รับโองการที่พาดพิงถึงสมรภูมิบะดัรซึ่งเล่าเรื่องสองฝ่ายที่ผู้ศรัทธากับผู้ไม่ศรัทธาปะทะกัน สะท้อนว่าแม้แต่พิธีกรรมทางศาสนาก็สามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการทูตอย่างละเอียด

นี่คือสงครามจิตวิทยาในความหมายที่แท้จริง  แต่มันคือการสื่อความหมายว่าความตายนั้นเป็น ‘การพลีชีพ’ (martyrdom) ซึ่งในประวัติศาสตร์สอดรับกับแนวคิดของขบวนการต่อสู้กับผู้กดขี่เพื่อความเป็นธรรมมักใช้เพื่อทำหน้าที่ในการตอกย้ำความชอบธรรมและเพิ่มพลังในการต่อสู้กับอธรรม เจ้าหน้าที่ศาสนาระดับสูงของอิหร่านถึงกับเรียกพิธีนี้ว่าเป็น ‘การลงประชามติอีกครั้งเพื่อสาธารณรัฐอิสลาม’

รอยร้าวที่ซ่อนอยู่: เมื่อผู้นำคนใหม่ไม่ปรากฏตัว

ท่ามกลางภาพความยิ่งใหญ่ มีรายละเอียดหนึ่งที่ขัดกับภาพนั้นอย่างชัดเจน คือการที่ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ไม่ปรากฏตัวในพิธีทั้งหมดจนถึงขณะนี้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เนื่องจากตัวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเดียวกันที่คร่าชีวิตบิดา รวมถึงพี่สาว น้องเขย พี่สะใภ้ และหลานของเขาไปด้วย การที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ไม่ปรากฏตัวในพิธีที่ควรเป็นเวทีแสดงความต่อเนื่องของอำนาจ คือความย้อนแย้งที่นักวิเคราะห์ต่างชาติจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างกระแสบ่อนทำลายผลอันยิ่งใหญ่ของพิธี โดยนัยว่าเป็นความกลัวการถูกลอบสังหารซ้ำซึ่งยังคงมีน้ำหนักมากกว่าความจำเป็นในการแสดงแสนยานุภาพต่อหน้าประชาคมโลก

แต่หากพิจารณาในมุมมองของการสงครามทางกายภาพ มันเป็นแนวปฏิบัติเพื่อการป้องกันโดยไม่ประมาท เพราะถ้าเกิดเหตุการซ้ำอีก มันจะอาจทำให้เกิดผลทางด้านลบต่อสงครามจิตวิทยาที่กำลังดำเนินอยู่ก็ได้

แม้แต่ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) คนปัจจุบันก็เพิ่งปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนเมื่อไม่กี่วันก่อนพิธีเริ่ม สะท้อนว่าความหวาดระแวงต่อปฏิบัติการลอบสังหารซ้ำยังฝังลึกอยู่ในโครงสร้างผู้นำระดับสูงทั้งหมด นั่นแสดงว่าอิหร่านไม่เคยไว้วางใจฝ่ายตรงข้ามที่มักละเมิดทุกกฏเกณฑ์ แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทุกสมรภูมิก็ตาม

แผนที่พันธมิตรโลกที่ปรากฏผ่านพิธีศพ

พิธีนี้ยังทำหน้าที่เป็นภาพถ่ายพันธมิตรโลกที่ชัดเจนอย่างน่าประหลาดใจ คณะผู้แทนจากกว่า 90 ถึง 100 ประเทศเข้าร่วม นำโดยรัสเซีย (ผ่านรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ) จีน ปากีสถาน อิรัก อาร์เมเนีย ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย คาซัคสถาน ตุรกี กาตาร์ โอมาน ซาอุดีอาระเบีย คิวบา และเซอร์เบีย ขณะที่ชาติตะวันตกแทบไม่ปรากฏตัวเลย ภาพนี้คือแผนที่ภูมิรัฐศาสตร์ที่ชัดเจนกว่าคำแถลงการณ์ใดๆ มันแสดงให้เห็นว่าอิหร่านยังคงมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ทำงานได้จริงกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ประเทศมุสลิม และขั้วอำนาจนอกตะวันตก แม้จะถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจมาหลายทศวรรษ

จิตวิทยามวลชนกับวาทกรรม ‘แก้แค้น’ ท่ามกลางโต๊ะเจรจา

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในเชิงการเมืองระหว่างประเทศคือความขัดแย้งระหว่างวาทกรรมบนท้องถนนกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโต๊ะเจรจา ฝูงชนตะโกนคำขวัญ ‘ความตายจงมีแด่อเมริกา’ และ ‘แก้แค้น แก้แค้น’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีนักกวีที่ขึ้นปราศรัยเรียกร้องความตายของทั้งทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอิสราเอลต่อหน้าฝูงชนหลักแสนคน ท่ามกลางเสียงเชียร์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลอิหร่านเองกำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาข้อตกลงถาวรยุติสงคราม และช่องแคบฮอร์มุซเพิ่งเปิดกลับมาได้ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเพียง 60 วัน

ความย้อนแย้งนี้เองคือแก่นของสงครามจิตวิทยาที่แท้จริง รัฐบาลอิหร่านต้องเดินบนเส้นด้ายที่บางมาก คือปล่อยให้ความโกรธแค้นของประชาชนถูกระบายออกมาเต็มที่เพื่อรักษาความชอบธรรมภายในประเทศ ในขณะที่ต้องส่งสัญญาณความยืดหยุ่นเพียงพอให้ฝ่ายเจรจาต่างชาติเชื่อว่าข้อตกลงยังเป็นไปได้ ในขณะที่ในอดีตตะวันตกก็ไม่เคยแสดงความจริงใจในการเจรจาดังที่ปรากฏมาแล้วแต่นักวิเคราะห์ตะวันตกบางรายมองว่านี่คือเหตุผลที่ผู้นำระดับกลางของอิหร่าน เช่น ประธานาธิบดีเปเซชคียอน และประธานรัฐสภา กาลีบาบ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจากับสหรัฐฯ ยังคงต้องปรากฏตัวเด่นชัดในพิธี เพื่อรักษาสมดุลระหว่างภาพลักษณ์ผู้พร้อมแก้แค้นกับภาพลักษณ์ผู้พร้อมเจรจาไปพร้อมกัน

ทว่าในอีกมุมมองคณะเจรจาก็อาจใช้กระแสประชาชนเป็นไพ่หนุนการเจรจา ดีกว่าการใช้โพลแบบที่ตะวันตกมักใช้ เมื่อต้องการอ้างถึงเจตนารมย์ของประชาชน และอาจดีกว่าผลของสงครามทางกายภาพ ในสงครามไฮบริจครั้งนี้

นัยต่อการเมืองระหว่างประเทศ

ผลกระทบที่จะติดตามมาจากพิธีนี้มีอย่างน้อยสามชั้น ชั้นแรกคือแรงกดดันต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพเอง วาทกรรม ‘แก้แค้น’ ที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างเข้มข้นในสัปดาห์นี้ อาจกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้รัฐบาลอิหร่านยอมประนีประนอมได้ยากขึ้นในทางการเมืองภายใน แม้ผู้นำระดับปฏิบัติจะต้องการข้อตกลงจริงก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่า แม้แต่ทรัมป์ก็ยังยอมรับว่าอิหร่านเป็นยอดนักต่อรอง ชั้นที่สองคือคำถามเรื่องความเข้มข้นของผู้นำคนใหม่ที่ฝ่ายตะวันตก พยายามจี้จุดถึง การที่โมจตาบา คาเมเนอียังคงไม่ปรากฏตัวตัวตลอดพิธี โดยตะวันตกพยายามตอกย้ำคำถามที่ว่าเขาจะสามารถสืบทอดอำนาจทางศาสนาและการเมืองแบบเดียวกับบิดาได้หรือไม่ ซึ่งยังคงเปิดกว้างอยู่ ชั้นที่สามคือสัญญาณต่อพันธมิตรในภูมิภาค เครือข่าย ‘แกนต่อต้าน’ อย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส และกลุ่มฮูตี ที่เข้าร่วมพิธีอย่างเปิดเผย แสดงว่าอย่างน้อยในทางสัญลักษณ์ เครือข่ายนี้ยังคงยึดโยงกับเตหะรานอยู่ แม้ผู้นำที่สร้างเครือข่ายนี้ขึ้นมาจะไม่อยู่แล้วก็ตาม

ทว่าที่ผ่านมาในช่วงสงคราม แม้ผู้นำสูงสุดและระดับนำจะถูกลอบสังหาร แต่อิหร่านก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อการต่อสู้ในทุกระนาบอย่างเป็นนัยสำคัญ ระบบยังคงทำงานอยู่แม้ขาดระดับนำ ก็ยังมีการทดแทนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างไทย พิธีศพครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวศาสนาการเมืองไกลตัว แต่เป็นตัวชี้วัดว่าความตึงเครียดรอบฮอร์มุซจะคลี่คลายหรือทวีความเข้มข้นขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทว่านับเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่ไทยส่งตัวแทนที่เหมาะสมไปร่วมในพิธีคารวะศพ อย่างน้อยก็เป็นการแสดงมุทิตาจิตตามวัฒนธรรมไทย นอกจากการเปิดกว้างในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ปิดท้าย

พิธีศพของท่านอาลี คาเมเนอี คือกรณีศึกษาที่หายากในการสังเกตว่ารัฐหนึ่งใช้พิธีกรรมทางศาสนาและมวลชนเพื่อบริหารจัดการช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของตนอย่างไร ทั้งภาพความยิ่งใหญ่ของฝูงชนนับล้าน สัญลักษณ์การพลีชีพที่ถูกกำกับอย่างประณีต และแผนที่พันธมิตรโลกที่ปรากฏผ่านคณะผู้แทนนับร้อยประเทศ ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อพิสูจน์ประโยคเดียวกันคือ ผู้นำอาจตายแต่รัฐยังคงอยู่

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *