ชนกลุ่มน้อยในประเทศจีน

ชนกลุ่มน้อยในประเทศจีน
รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
ในประเทศจีนมีคนชาติติพันธุ์ต่างๆ56กลุ่ม
ประชาชนชาติพันธุ์ฮั่น(汉族) เป็นกลุ่มชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ซึ่งมีอยู่กว่าร้อยละ 90 ของประชากรทั้งประเทศ กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อย
คุณในจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และชาวจีนโพ้นทะเลที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น
ในจีนแผ่นดินใหญ่ คนจีนฮั่นมีอยู่ทั่วประเทศ ส่วนชนกลุ่มน้อยก็มีการอาศัยอยู่ตามที่ต่างๆ แต่มีการกระจุกตัวในเขตตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเหนือ ตะวันตก และตะวันตกเฉียงใต้ ชนกลุ่มน้อยบางเผ่าอาศัยอยู่ในเขตภูเขาและที่ราบสูง
จากการพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็วในช่วงเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชีวิตความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยในประเทศจีนมีการยกระดับดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่โดยทั่วไปแล้ว ยังมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าชาวฮั่น
ชนกลุ่มน้อยที่สำคัญในจีนที่มีประชากรจำนวนมากมีอยู่หลายกลุ่ม ได้แก่
ก. กลุ่มชาติพันธุ์จ้วง(壮族)ในปัจจุบัน ชาวจ้วงเป็นชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีประชากรรวมกว่า 16ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซี(广西)แต่ก็มีคนจ้วงที่อาศัยอยู่ในมณฑลอื่นๆ เช่น หวินหนาน(云南)และกว่างตง(广东)ภาษาจ้วงจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับภาษาไทย และมีคำบางคำออกเสียงเหมือนภาษาไทย
ข. แมนจู(满族)มีประชากรกว่า10ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมณฑลต่างๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แต่ในปัจจุบัน คนชนเผ่าแมนจู ที่ออกไปทำมาหากินในเขตพื้นที่อื่นของประเทศมีอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวแมนจูเป็นชนชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เคยเข้าปกครองแผ่นดินจีนในสมัยราชวงศ์ชิง(清)เป็นเวลากว่า 260 ปี และเป็นชนเผ่าที่ยึดครองแผ่นดินจีนทางเหนือเป็นเวลานานกว่า 150 ปีในสมัยราชวงศ์ซ่ง(宋) ซึ่งราชวงศ์ชาวฮั่นต้องถูกจำกัดการปกครองในมณฑลทางใต้ของประเทศ
ค. หุย(回族)ซึ่งเป็นชาวมุสลิม มีประชากรราว10ล้านคน เป็นกลุ่มชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมณฑลทางตะวันตกของจีน เช่นหนิงเซี่ย(宁夏)ธิเบต(西藏)กานซู่(甘肃)ชิงไห่(青海)และซินเจียง(新疆)
ง. มองโก(蒙族)ชาวมองโกแต่เดิมส่วนมากมีอาชีพเลี้ยงปศุสัตว์ เนื่องจากอาศัยอยู่ในพื้นที่มีผืนหญ้ากว้างใหญ่ ชาวมองโกโบราณขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบ หัวหน้าเผ่ามองโกที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์คือ เจงกิสข่าน(成吉思汗)ซึ่งสามารถยกทัพไปพิชิตและยึดครองดินแดนในเอเชียกลางและยุโรปตะวันออก หลานชายของเจงกิสข่านคือ กุ๊บไลข่าน(忽必列)ได้เข้ายึดครองแผ่นดินจีน และตั้งราชวงศ์เหวียน(元)ขึ้น โดยมีชาวมองโกเป็นผู้ปกครองประเทศเป็นเวลาเกือบ 100 ปีก่อนที่จะถูกคนล้มโดยชาวฮั่น
ในปัจจุบัน ชนเผ่าผมโกนอกจากจะอาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกแล้ว มีอีกจำนวนมากที่เป็นพลเมืองของประเทศมองโกเลีย(Mongolia 蒙古国) ซึ่งเป็นประเทศเอกราชที่แยกตัวออกไปจากประเทศจีนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
จ. กลุ่มชาติพันธุ์อุยกู(维吾尔族)เป็นกลุ่มชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ชาวอุยกูเป็นพลเมืองกลุ่มใหญ่ของเขตปกครองตนเองซินเจียง(新疆)กล่าวกันว่า ชาวเวอุยกูในประเทศจีนอพยพมาจากเอเชียกลาง อาฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง และมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับประชาชนในประเทศตุรกี
ด้วยนโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนให้ชาวฮั่นไปทำมาหากินในมณฑลต่างๆรวมทั้งซินเจียง และด้วยความรู้ความสามารถในการทำมาหากินที่เหนือกว่าชาวพื้นเมือง ชนเผ่าฮั่นในซินเจียงจึงมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับชาวอุยกู ทำให้ชาวอุยกูบางส่วนเกิดความไม่พอใจ และมีความคิดที่จะยกตัว เป็นอิสระจากรัฐบาลจีน
ฉ. ชนเผ่าทิเบต(藏族)คนทิเบตส่วนใหญ่อยู่ในเขตปกครองตนเองทิเบต
ศาสนาของคนทิเบตถือว่าเป็นนิกายหนึ่งของศาสนาพุธ แต่มีพิธีและการปฏิบัติที่ค่อนข้างแตกต่างกับพุทธศาสนานิกายอื่น แม้ประชาชนเผาทิเบต มีอยู่เป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็มีการเกาะกลุ่มกันและยังสามารถรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเดิมได้เป็นอย่างดี
ช. ชนเผ่าไท(傣族)คนเผ่าไทเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีลักษณะคล้ายคลึงมากที่สุดกับคนไทยนอกจากชาวจ้วง คนชนเผ่าไทในประเทศจีนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมณฑลหวินหนาน เช่น ในเขตสิบสองปันนา(西双版纳)และในอาณาเขตใกล้เคียง แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่อพยพไปอยู่ตามมณฑลต่างๆของประเทศจีน กล่าวกันว่า ประชาชนในประเทศไทย พม่า และลาว มีจำนวนมากที่สืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าไท คนเผ่าไทมีภาษาพูดที่ ไกล้เคียงกับภาษาไทย และยังมีประเพณีบางอย่าง เช่น การฉลองเทศกาลสงกรานต์ ที่มีการสาดน้ำกันเช่นเดียวกับประเทศไทย
รัฐบาลจีนมีนโยบายอนุรักษ์วัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย ประชาชนที่เป็นชนกลุ่มน้อยยังสามารถคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของตนเอง ทั้งภาษา การแต่งกายและประเพณีต่างๆ
ในประเทศจีน มีมณฑลที่เป็นเขตปกครองตนเองโดยชนกลุ่มน้อยอยู่หลายมณฑลคือ เขตปกครองตนเองมองโกใน หนิงเซี่ย ทิเบต ซินเจียง ทิเบตและก่วงซี ในเขตปกครองตนเองเหล่านี้ จะมีรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งมีชนกลุ่มน้อยเป็นผู้บริหารร่วมกับชาวฮั่น เลขาธิการพรรคและผู้ว่าฯของมณฑลก็อาจเป็นชนกลุ่มน้อย หรือเป็นคนฮั่นที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลกลาง
ในเดือนมีนาคมของแต่ละปี ประเทศที่จะมีการประชุมรัฐสภาและสภาที่ปรึกษาที่กรุงปักกิ่งเป็นเวลาหลายวัน การประชุมนี้ก็มีผู้แทนของชนกลุ่มน้อยมาร่วมประชุมด้วย ผู้แทนเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกจากมณฑลที่เป็นเขตปกครองตนเองและจากมณฑลที่มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ ผู้แทนที่มาประชุมนี้มักจะแต่งตัวตามประเพณีของเขาซึ่งมีเสื้อผ้าที่สวยงามหลากสี
การมาเข้าร่วมประชุมรัฐสภาและสภาที่ปรึกษาของตัวแทนชนกลุ่มน้อย เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการปกครองประเทศ และสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของชนเผ่าต่างๆ ในประเทศด้วย
โดยทั่วไปแล้ว ชนกลุ่มน้อยในประเทศจีนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ และมีความปรองดองสมานฉันท์กับชาวฮั่นซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นอย่างดี ในปัจจุบัน แม้ชนกลุ่มน้อยส่วนใหญ่ ยังมีภาษาของตนเอง แต่คนชนเผ่าต่างๆส่วนใหญ่ก็สามารถพูดภาษาจีนกลางได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง และยังสามารถรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเองได้ แต่ก็มีชนกลุ่มน้อยบางส่วนที่มีความคิดขัดแย้งกับรัฐบาลกลาง และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อคนฮั่น ซึ่งสืบเนื่องมาจากความแตกต่างทางด้านศาสนาและวัฒนธรรม และจากความเหลื่อมล้ำในฐานะทางเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับชาวฮั่นที่อพยพไปทำมาหากินและอาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย







