วันอัลกุดส์สากลกับพลวัตระเบียบโลกใหม่

วันอัลกุดส์สากลกับพลวัตระเบียบโลกใหม่
โดย ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน
คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ วทส.
เกริ่นนำ
การเรียกร้องชาวโลกต่อวาระปาเลสไตน์ ถือว่าได้เริ่มต้นมาหลายทศวรรษมาแล้ว บางช่วงเสียงเรียกร้องนั้นเบาบางไปไม่ถึงความเจ็บปวดและการถูกกดขี่ของชาวปาเลสไตน์และบางช่วงประชาคมโลกไม่สนใจปัญหานี้ จนกระทั้งเมื่อปฎิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในปี ค.ศ.1979 อุบัติขึ้น ท่านอิมามโคมัยนีผู้นำปฎิวัติได้สถาปนาให้ศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนเป็นวัน”อัลกุดส์” เป็นการรำลึกถึงปาเลสไตน์และปลุกให้ประชาชาติมุสลิมและประชาคมโลกตื่นจากการหลับใหลและการลืมปัญหาปาเลสไตน์และให้มีสำนึกต่ออัลกุดส์ที่ถูกยึดครองโดยไซออนิสต์อีกครั้ง
เริ่มต้นด้วยการสร้างความเข้าใจว่าปัญหาปาเลสไตน์ไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาหรือเป็นปัญหาของมุสลิมที่มุสลิมต้องมาเข้าข้างและเรียกร้องให้มาอยู่ข้างชาวปาเลสไตน์แบบมืดบอดโดยไม่มีเหตุผลอะไรทั้งสิ้น แต่ทว่ากลับกันจำเป็นต้องยืนอยู่ข้างฝ่ายที่ถูกอธรรมและต่อต้านผู้อธรรมต่างหาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้าใจปัญหาปาเลสไตน์แบบมีพลวัต รู้ลึกด้านประวัติศาสตร์ และมีตรรกะของกระบวนคิดในการเรียกร้องและต่อต้านไซออนิสต์รัฐเถื่อนอิสราเอล เพราะถ้าเรามองย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์ เราจะเข้าใจและเห็นความเลวร้ายของ “ขบวนการาไซออนิสต์” และ “การกดขี่” ที่วางอยู่บนพื้นฐานของการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งสิ้นและวางอยู่บนพื้นฐานของการจะครองโลกโดยไม่สนใจว่าจะต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากเพียงใด ไม่สนใจว่าจะเกิดคนอพยพเป็นเรือนล้าน ไม่สนใจว่าจะต้องต้องทำสงคราม เพียงแค่ให้ได้แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แผ่นของชาวปาเลสไตน์มายึดครองเป็นของตน
การต่อสู้และปกปกป้องชาวปาเลสไตน์ เป็นการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม ความเสมอภาค และเรียกร้องความยุติธรรมเพราะปัญหาของปาเลสไตน์คือปัญหาไม่ยุติธรรมและมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกที่ในโลก มันสัมพันธ์กันทั้งหมด และอัลกุดส์นั้นคือ “ขบวนการปลดปล่อย” มนุษย์สู่อิสรภาพนั่นเอง
ดังนั้นมันไม่สำคัญว่าเราจะเป็นเอธิสต์ แอกนอสติก ยิว คริสเตียนหรือมุสลิม ถ้าหากว่าเรานั้นยืนอยู่ข้างความยุติธรรม คำตอบเดียวที่เรามีคือเราจะต้องยืนอยู่ข้างชาวปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นข้างที่เราจะได้รับการบันทึกว่าเราได้ยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้องและยืนเคียงข้างผู้ถูกอธรรมต่างหาก(หนังสือปาเลสไตน์ วาระหลักมนุษยชาติ หน้า22)

ตระหนักรู้วันอัลกุดส์
วันกุดส์สากล (International Quds Day) เป็นกิจกรรมประจำปีในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฏอนของอิสลาม ถูกสถาปนาครั้งแรก ในปี 1979โดย “อะยาตุลเลาะห์ โคมัยนี” ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านและนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้รับการยอมรับจากชาวมุสลิมนโยบายการแบ่งแยกสีผิวของรัฐบาลอิสราเอลที่มีต่อทั่วโลก มีการชุมนุม การเดินขบวนในหลายเมืองทั่วโลก
วันอัลกุดส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านการกดขี่ เป็นวันเรียกร้องให้ประชาคมโลกตื่นรู้ตื่นตัวต่อการต่อต้านรัฐเถื่อนอิสราเอลและการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับชาวปาเลสไตน์ เพื่อการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อย่างชอบธรรมในแผ่นดินเกิดของพวกเขา
ความสำคัญของวันอัลกุดส์คือความตระหนักรู้เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของปาเลสไตน์โดยการกระทำโดยอิสราเอล และวันอัลกุดส์คือวันแห่งการเรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามความโหดร้ายของอิสราเอลและลัทธิไซออนิสต์ที่มีต่อชาวปาเลสไตน์และการกระทำของรัฐซาตานแห่งไซออนิสต์เป็นเรื่องไม่สามารถเพิกเฉยได้
วันอัลกุดส์ยังเป็นเครื่องเตือนใจของประชาติมุสลิมว่าอิสราเอลรัฐเถื่อนได้กดขี่ชาวปาเลสไตน์อย่างเป็นระบบด้วยการใช้กรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของศาสนาอิสลามนี้เป็นที่ตั้งกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ โดยสร้างนิคมตั้งถิ่นฐานบนดินแดนของมัสยิดอัล-อักซอ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสามของมุสลิม
วันอัลกุดส์เป็นการปลุกเร้าให้ประชาคมรับรู้ถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนนับรั้งไม่ถ้วน รวมถึงการสังหารหมู่ไม่เพียงละเมิดสิทธิของชาวปาเลสไตน์เท่านั้น แต่ยังได้ฆ่าเด็กชาวปาเลสไตน์และการทำลายบ้านและโครงสร้างเป็นการดูหมิ่นความเชื่อทางศาสนาและการปฏิบัติของพื้นฐานของชาวปาเลสไตน์อย่างน่าอนาถทีเดียว
อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คาเมเนอีกล่าวว่า
“อินชาอัลลอฮ์ (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์) พวกท่านทุกคนจะได้เห็นการสิ้นสลายของศัตรูของมนุษยชาติ ซึ่งก็คืออารยธรรมอเมริกันที่เสื่อมโทรม และการสิ้นสลายของอิสราเอล โดยพระกรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้า
อายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านได้กล่าวอีกว่า
“เรามั่นใจว่าด้วยความต่อเนื่องของการต่อสู้ของชาวมุสลิมในปาเลสไตน์และการสนับสนุนของโลกอิสลาม ปาเลสไตน์จะได้รับการปลดปล่อยโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้า และบัยตุ้ลมักดิส (เยรูซาเล็ม) มัสยิดอัล-อักซอ และส่วนอื่นๆ ของดินแดนอิสลามนั้นจะกลับคืนสู่อ้อมกอดของโลกอิสลาม อินชาอัลลอฮ์ (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์)”
อิมามโคมัยนีกล่าวกล่าวถึงวันอัลกุดส์ไว้น่าสนใจว่า
“วันอัลกุดส์ วันแห่งชีวิตใหม่ของอิสลาม”
“วันอัลกุดส์คือวันที่เราต้องเตือนมหาอำนาจทั้งหลายว่า อิสลามจะไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของพวกเจ้าและบรรดาตัวแทนที่ชั่วร้ายของพวกเจ้าอีกต่อไป”
อิมามโคมัยนีได้กล่าวอีกว่า
“วันอัลกุดส์คือวันสากล ไม่ใช่เป็นวันที่จำกัดเฉพาะสำหรับอัลกุดส์ (เยรูซาเล็ม) เพียงเท่านั้น แต่เป็นวันสำหรับบรรดาผู้ถูกกดขี่ที่จะเผชิญหน้ากับบรรดาผู้อหังการ (ผู้กดขี่)”

ระเบียบโลกใหม่กับวาระปาเลสไตน์
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ระเบียบโลกใหม่ ระเบียบโลกแบบอำนาจหลายขั้ว ยิ่งทำให้เห็นการเปลี่ยนผ่านหลายมิติและหลายวาระ โดยเฉพาะมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งได้เห็นภาพความขัดแย้งระหว่างประเทศที่รุนแรง กลับสู่ความสัมพันธ์อันดีและมีนโยบายการต่างประเทศที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังตัวอย่างการฟื้นความความพันธ์ประเทศอาหรับด้วยกัน ไม่ว่า ซีเรียกับ ยูเออี ซีเรียกับซาอุดิอาระเบีย และที่เป็นข่าวไปทั่วโลกนั่นคือ การฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ-กับอิหร่าน รวมไปถึงการจะยุติสงครามในเยเมน ซึ่งนั่นเป็นบ่งชี้ในทางบวกของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระเบียบโลกอำนาจหลายขั้วและความเป็นเอกภาพโลกมุสลิมในเรื่องปาเลสไตน์มีความขยับตัวตามเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
พลวัตและการขยับตัวครั้งสำคัญนี้ ส่งผลโดยตรงต่อ”วาระปาเลสไตน์และอัลกุดส์” อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งพอที่จะนำมาเป็นตัวอย่างของพลวัตของระเบียบโลกได้ดังนี้คือ
- สันนิบาตอาหรับประณามอิสราเอลใช้ความรุนแรงในมัสยิดอัล-อักซอ วันที่ 5 เม.ย. 2023โดยสันนิบาตอาหรับออกแถลงการณ์ ประณามกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลปฏิบัติการ ภายในมัสยิดอัล-อักซอ หนึ่งในศาสนสถานสำคัญสูงสุดของชาวมุสลิม ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าที่อยู่ทางตะวันออกของนครเยรูซาเลม คำแถลงการณ์ของสันนิบาตอาหรับยังได้ระบุด้วยว่า ตราบใดที่อิสราเอลยังไม่ยุติการใช้นโยบายรุนแรงในการควบคุมฝูงชน การเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์มีแต่จะยิ่งบานปลายมากขึ้นเท่านั้น
- ซาอุดิอาระเบียได้ตำหนิรัฐอิสรเอลอย่างรุนแรง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้กล่าวว่า เราไม่ยอมรับการกล่าววาจาที่เหยียดหยาม และไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงเหล่านี้ ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรง และความคลั่งไคล้ สุดโต่ง ที่ปฏิบัติโดยหน่วยงานของอิสราเอล ที่ยึดครองดินแดนของพี่น้องปาเลสไตน์ และซาอุฯยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ ยับยั้งการปฏิบัติที่ “น่าละอาย” เหล่านี้ ยุติการยกระดับความรุนแรง และให้ “การคุ้มครองที่จำเป็นแก่พลเรือนชาวปาเลสไตน์”
๓.อิหร่านได้ประณามการกระทำไร้มนุษยธรรมของไซออนิสต์อย่างรุนแรง โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเตหะราน ประณามอิสราเอล ว่า “เป็นพวกกระหายสงครามและป่าเถื่อน”
๔.ตุรกีได้มีการประท้วงอิสราเอลคนนับหมื่นหน้าสถานทูตอิสราเอลกรุงอิสตันบูล ประธานาธิบดีตุรกีได้เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดทำร้ายจับขังปาเลสไตน์ และออร์โดกัน ประธาธาธิบดียังได้ปฎิเสธไม่ต้อนรับทูตสหรัฐประจำอังการา สำนักข่าวของประธานาธิบดีตุรกีอ้างคำกล่าวของเออร์โดกัน กล่าวระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอิหร่าน Ebrahim Raisiว่า
“สามัญสำนึกต้องมีชัยเหนือเพื่อป้องกันระลอกใหม่ ประชาคมระหว่างประเทศที่นำโดยสหประชาชาติและองค์การความร่วมมืออิสลาม(OIC)จะต้องใช้ความพยายามในทุกแพลตฟอร์มเพื่อปกป้องสถานะของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา”
ในขณะที่มองภาพกว้างของการขยับตัวของระเบียบโลกใหม่ จีนได้ตำหนิสหประชาชาติและเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์ และยังถือว่าเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นพื้นที่ชอบธรรมของปาเลสไตน์
ดูเหมือนว่าการขยับตัวของระเบียบโลกใหม่ ระเบียบโลกที่ไม่ได้ถูกกำหนดโดยสหรัฐฯและพันธมิตรตะวันตกทำให้วาระ”ปาเลสไตน์”มีความหวังมากขึ้นที่จะได้รับการปลดปล่อยและได้รับอิสรภาพ พวกกับประชาคมโลกได้ตื่นรู้และเข้าใจปัญหาความขัดแย้งปาเลสไตน์มากยิ่งขึ้นและมองว่าปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปาเลสไตน์ต้นตอมาจากอิสราเอลและอีกมุมหนึ่งประชาคมมุสลิมโลกอิสลามได้ตื่นตัวมากขึ้นมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึง”ความอ่อนแอ”ของอิสราเอลและความถดถอยของไซออนิสต์ และดูแล้วฉากทัศน์ประเด็นปาเลสไตน์กำลังเปลี่ยนแปลงและทำให้ปาเลสไตน์มีความเข้มแข็งขึ้นทุกวัน นั่นส่งสัญญาญอันใกล้ว่าการปลดปล่อยและอิสรภาพแห่งปาเลสไตน์กำลังจะเกิดขึ้นและอัลกุดส์กำลังกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของโลกมุสลิมอีกครั้งด้วยความภาคภูมิและจะได้เห็นรัฐปาเลสไตน์อยู่ในแผ่นที่โลกอย่างชอบธรรมและสง่างามทีเดียว.







