สวัสดีปีใหม่ครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้สนุกสนานกับเทศกาลที่อากาศดี สภาพแวดล้อมก็ดี ขอให้มีความสุขปีใหม่มากๆนะครับ พอจบเทศกาลแล้ว เราจะได้ตั้งต้นชีวิตใหม่ให้ดีๆ อะไรที่แย่ๆ ก็ขออย่าให้เกิดขึ้นกับเราอีกเลย ว่างๆก็อยากจะคุยถึงอดีต และสถานการณ์ในปัจจุบัน อ่านเล่นๆในวันปีใหม่นะครับ
ในสมัยก่อน เรามีกลุ่มเพื่อนฝูง เช้าๆเย็นๆมานั่งร้านกาแฟ คุยกัน ถ้าไม่มีอะไรก็นั่งนาน โอเลี้ยงหมด น้ำแข็งหมด ก็ยังนั่งแช่อยู่ได้ สมัยที่เป็นนักเรียน หนีโรงเรียน ก็ไปนั่งร้านเครื่องดื่ม แถวหน้าโรงภาพยนต์ เพื่อนคนไหนอยากจะดูหนังก็ดูไป ที่ไม่ได้ดู ก็นั่งคอยเพื่อนกลับบ้านพร้อมกัน บางครั้ง ที่เราอยากจะเจอเพื่อนคนหนึ่ง เราทราบว่า ตอนไหน กี่โมง เขาไปนั่งร้านที่ไหน เราก็ไปหาเขาที่นั่น ได้พบทุกครั้ง
มาในปัจจุบันนี้ ตอนเย็นๆ โรงเรียนเลิก เราไปเดินศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เห็นเด็กๆไปนั่งร้าน Mc Donald หรือ KFC ถือว่าเป็นอาหารว่างก่อนกลับบ้าน เห็นนักเรียนหลายกลุ่มหาที่เหมาะๆแถวหลังร้าน หรือโต๊ะที่อยู่กลางแจ้ง นั่งแช่นานๆ จับกลุ่มคุยกัน บางกลุ่มมีบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเห็นเขาว่าอันตรายมาก แต่พวกเขาก็ทำให้เราคิดถึงสมัยยังเป็นเด็ก ก็คงไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ ไม่มีศูนย์การค้า มีแต่ร้านกาแฟ หรือร้านก้วยเตี๋ยวหน้าปากซอย และใกล้ๆโรงเรียน
กล่าวถึงย่านชุมนุมชน ตลาด ปั๊มน้ำมัน ก็มีร้านกาแฟ ที่มีลูกค้าไปใช้บริการ เช่นร้าน Amazon Starbuck หรือร้านไอสครีม ซึ่งร้านเหล่านี้ ขายแพงก็จริง แต่เป็นของคุณภาพ และซื้อเพียงถ้วยเดียว จะนั่งกี่ชั่วโมงก็ได้ ตามโต๊ะที่นั่ง ยังมีปลั๊กไฟ ให้คนที่นำเอา Tab-let หรือ Lab top ไปเสียบเพื่อใช้งาน หรือเปิดดูรายการตามอัธยาศัย บางคนดูเคร่งขรึม ยุ่งมาก แต่สังเกตดีๆ เขาเปิด chat กับบุคคลอื่นอย่างเพลิดเพลิน
ตามต่างจังหวัด ถ้าเป็นตัวเมือง หรือริมเส้นทางใกล้ๆหมู่บ้าน ที่มีร้านกาแฟ หรือ ก้วยเตี๋ยวตอนเช้าๆ คนในละแวกนั้น ก็จะไปชุมนุมกัน ถกเถียงการบ้านการเมือง วิจารณ์การบ้านการเมือง หรือนินทาชาวบ้านแถวนั้น เป็นที่เพลิดเพลิน ผมเคยพบเพื่อนที่เรียนจบแล้ว ไปเป็นอาจารย์ที่บ้านเกิด ไม่ได้ตั้งใจ แต่ขับรถผ่านไป เห็นเขามานั่งร้านกาแฟ คุยกับพรรคพวกก่อนไปสอนที่โรงเรียน ใครๆที่จังหวัด ก็เลยรู้จักอาจารย์คนนี้ เขาดังมาก เพราะร้านกาแฟมีบุคคลมากหน้าหลายตา หลายอาชีพ เป็นที่น่าเสียดาย เพื่อนคนนั้น ลาโลก จากไปแล้ว
เจ้าหน้าที่เกษตรที่ทำงานกับประชาชน หลายๆคน ก็มานั่งคุยเล่นๆที่ร้านกาแฟ หรือร้านก้วยเตี๋ยว บางร้านมีกระดานหมากรุกให้ประลองฝีมือ บางคนออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ เสมือนขยันทำงานมากๆ แต่ไปไม่ถึงที่ทำงาน แวะคุยเล่นกับพรรคพวกก่อน แล้วไปถึงที่ทำงานพร้อมๆกับคนอื่น ทางบ้านหลงคิดว่าขยัน ปลายปี ได้ความดีความชอบแน่นอน แต่ฝันไม่เป็นจริงสักปี
นอกจากการชุมนุมพบปะกัน ตามที่เล่าให้อ่านนี้ ในปัจจุบัน ยังมี Program Line และ Facebook ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ มีสมาชิกแบบเดี่ยวๆ หรือจับกลุ่มกัน สะดวกในการส่งภาพ หรือ Video clip โปรแกรมเหล่านี้ ทำให้ร้านขายหนังสือ และหนังสือพิมพ์ลดบทบาทลงอย่างน่าใจหาย เพราะผู้คนไม่มีเวลามานั่งอ่านหนังสือกันอีกแล้ว ทุกอย่างอยู่ใน IT หมด เคยสังเกตเห็น เด็กนักเรียนผู้หญิง ระดับมัธยมปลายที่ร้าน Mc Donald ซึ่งคร่ำเคร่งมาก เห็นเขาทำงานกับ tab let ใหญ่ๆที่นำติดตัวมา มีปากกาเขียนบน tab let พร้อมอ่าน ข้อความในกระดาษ(sheets) อย่างตั้งใจ ไม่มี text หรือหนังสือเล่มใหญ่ๆหนักๆ นั่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆแล้วเขาก็กลับไป
ผมก็เป็นสมาชิกทั้ง Line กับ Facebook ทั้งส่วนตัว และเป็นกลุ่มซึ่งมีเพื่อนเยอะมาก หากันลำบาก วันๆหนึ่งต้องเปิดดู เผื่อมีอะไรเกี่ยวข้องกับเรา พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ยังให้ความรักกับเรา ส่ง stickers และข้อความเป็นประจำ ทำให้ไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะตอนนี้ ก็ยัง keep in touch กับพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ด้วยเหตุนี้ ที่ผมพยายามหาประเด็นมาเขียนส่งให้ทุกคน ส่งข้อความเสมอๆ เป็นการแสดงว่า ผมยังสบายดี ถ้าใครตอบกลับ จากข้อความที่ส่ง จะทำให้ผมดีใจ คอยติดตามอ่าน ที่มีคน comment ข้อความของผม
ถ้าเป็นเพื่อน Line หรือ Facebook นั้น ถ้าแปลกหน้าเข้ามา ไม่รู้จัก ก็ไม่กล้ารับเป็นเพื่อน เกรงเขาจะหวังผลประโยชน์บางอย่าง เช่นโฆษณาสินค้า หรือไปหลอกลวงกับคนอื่น ว่าเป็นเพื่อนกับเรา แต่เมื่อเดือนที่แล้วจนถึงปัจจุบัน มีสุภาพบุรุษและสตรี ๓-๔ คนทัก Line เข้ามาคุยขอเป็นเพื่อนกับเรา ทั้งๆที่เกรงว่าจะเป็นมิจฉาชีพปลอมตัวมา ก็ลองคลิกรับคุยกับเขา
คนแรก เข้ามาแนะนำชื่อตัวเอง และทำงานว่าอยู่ มกอช.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผมทำงานจนเกษียณ เขาแจ้งว่า กรมบัญชีกลางจะมอบเงินช่วยเหลือพิเศษให้เพิ่มขึ้น ให้ติดต่อกลับกรมบัญชีกลาง ผมได้สอบถามน้องๆที่ยังทำงานอยู่ ทราบว่าเป็นมิจฉาชีพ แต่เราแกล้งไม่รู้ว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ ก็ได้ชี้ทางสว่างของธรรมะให้เขา ว่ากรรมในโลกนี้มีจริง ทำกรรมดีก็ได้ดี แต่ถ้าหลอกลวงคนอื่น ทำให้เขาทุกข์ยาก สิ่งนั้นจะตอบสนอง ไม่ช้าก็เร็ว สอนเสร็จก็ลาจากไป
ยังมีผู้หญิงอายุน้อยๆ ๓๐-๔๐กว่าๆ ทะยอยมาขอเป็นเพื่อนคุยกับผม ในปัจจุบันนี้ ก็ ๓ คนแล้ว ท่าทางกระตือรือร้น คุยกันสนุกสนาน มีลูกเล่นเพลินๆ ชวนไปเที่ยวจังหวัดที่เขาอยู่ คุยกันไป-มา พอรู้ว่า ผมอายุ ๗๙ ปีแล้ว พวกเขาก็ทะยอยเงียบไปทีละคน ปล่อยให้ผมเดียวดายอยู่คนเดียว
ทุกวันนี้ โทรศัพท์มือถือ คือแขนขา ออกไปนอกบ้าน ถ้าลืมมือถือแล้ว อะไรก็ไม่สะดวกไปหมด โดยเฉพาะ app เกี่ยวกับการเดิน ถือมือถือไปที่โน่นที่นี่ ก็รู้ว่าวันนี้เดินกี่ก้าว แล้วยังได้เปิดดูLine หรือ Facebook ตอนนั่งคอยใคร หรือนั่งว่างๆ แต่ขณะที่ขึ้นรถไฟฟ้า หรือรถใต้ดิน ผมไม่เปิดมือถือ อายคนรอบข้าง และไม่อยากให้ใครเห็น ภาพหรือ clips ที่เพื่อนบางคนส่งมาให้
อ่านเล่นๆ แล้วนอนหลับให้สบาย สมัยก่อน วันปีใหม่ เป็นวันที่ผมอยากโต้รุ่ง ความคิดเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ดื่มสุรายังไม่เป็น จนถึงช่วงชีวิตที่เมามาย และต่อด้วยงานลีลาศที่สนุกสนาน แต่พอมาถึงตอนนี้ ขอให้ได้ดูทีวีถ่ายทอดที่สถานที่ต่างๆ count down กันสนุกสนาน แล้ว ก็ปิดทีวี นอนตากอากาศเย็นๆ
อีกครั้งครับ สวัสดีปีใหม่ ขอให้ปีต่อไป เป็นปีที่ดีต่อๆไป และดีกว่าปีก่อนๆนะครับ
บู๊ คนเคยหนุ่ม
กรุงเทพ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ ( วันสุดท้ายของปีนี้)




