วันสงกรานต์ ๒๕๖๘

วันสงกรานต์ ๒๕๖๘
สวัสดีปีใหม่ครับ เป็นปีใหม่ไทย ที่เริ่มต้นด้วย แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ จุลศักราช ๑๓๘๗ (พศ. ๒๕๖๘) ในวันที่ ๑๓ เมษายน ที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศเรานี้ มีการนับวันเวลาที่ตรงกับนานาประเทศ คือวันที่ ๑ มกราคมซึ่งเป็นวันปีใหม่ แต่ก็นับเวลาไทยไปด้วยกัน เลยมีการสวัสดีและอวยพรปีใหม่ ๒ ครั้ง ซึ่งครั้งที่ ๒ เป็นวันสงกรานต์ ถือว่าปีใหม่ไทย และเดือนเมษายนเป็นฤดูร้อน จึงใช้น้ำเป็นสัญลักษณ์ หลังจากรดน้ำขอพรผู้ใหญ่แล้ว พากันเล่นสาดน้ำให้เย็นชื่นฉ่ำ นอกจากนั้น เนื่องจากผู้คนต่างก็กลับบ้านในวาระนี้ จึงถือเป็นวันครอบครัว รวมทั้งวันผู้สูงอายุ ทำให้มีความหมายที่สมาชิกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอบอุ่นและมีความสุข
คำว่าสงกรานต์ ตามกูเกิ้ล แปลว่า การเคลื่อนที่ ซึ่งมาจากภาษาสันสกฤต หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง หรือจากราศีมีน เข้าสู่ราศีเมษ และจากวันขึ้น ๑๕ ค่ำ พระจันทร์เต็มดวงมาเป็นแรม ๑ ค่ำ ซึ่งคำว่าข้างขึ้นหรือข้างแรม มีเหตุผล เนื่องจากดวงจันทร์ มีการโคจรรอบโลกเรา ครบ ๑ รอบใช้เวลา ๒๙.๕ วัน หรือประมาณ ๑ เดือน สำหรับตำแหน่งของดวงจันทร์ที่โคจรเหนือประเทศไทย แต่ละวันจะอยู่ไม่ตรงกัน จะห่างจากเดิมไปเรื่อยๆจนครบ ๓๐ วันรอบโลกพอดี ถ้าจะเห็นดวงจันทร์เวลากลางคืน เริ่ม วันขึ้น ๑ ค่ำ เห็นเป็นเสี้ยวเล็กๆ และขยายจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งวันที่พระจันทร์เต็มดวง คือวันที่ ดวงจันทร์ โลก(ซึ่งอยู่ตรงกลาง) และพระอาทิตย์ อยู่เรียงเป็นเส้นตรงเดียวกัน โลกหัน ซีกโลกด้านอเมริกา เข้าหาดวงอาทิตย์เป็นเวลากลางวัน ประเทศไทยอยู่ด้านมืด เป็นกลางคืน แต่พระจันทร์ ในแนวเส้นตรงอยู่ห่างออกไปจากโลก พระจันทร์จึงได้รับแสงอาทิตย์ มีแสงสว่างเต็มดวง เมื่อโลกหมุนรอบตัวเอง ซีกโลกด้านอเมริกาเข้าด้านมืดก็จะเห็นพระจันทร์เต็มดวง เช่นเดียวกัน
พอพระจันทร์โคจรมาตั้งฉากกับโลก ก็จะเห็นพระจันทร์เพียงครึ่งเดียว เป็นข้างขึ้นหรือข้างแรม ๘ ค่ำ แล้วพระจันทร์ ก็โคจรต่อ ไปอยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์เป็นเส้นตรง ประเทศไทยช่วงเวลากลางวันหันเข้าหาดวงอาทิตย์ ก็จะไม่เห็นพระจันทร์เป็นข้างแรม ๑๕ ค่ำ อเมริกาในอีก ๑๒ ชั่วโมงต่อมาก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ อเมริกา(กึ่งกลางทวีป) จะช้ากว่าไทย ๑๒ ชั่วโมง หรือกลางวันกลางคืน ตรงข้ามกัน
ลองมาดูคำเรียกเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งผมคุ้นเคยแต่คำว่า full moon ที่พระจันทร์เต็มดวง ลอง ค้นคว้าจาก google ดู คำอื่นๆ เช่น คืนเดือนมืด ข้างแรม เรียกว่า dark night หรือ moonless night คืนพระจันทร์ ข้างขึ้น เรียก waxing moon และข้างแรม เรียก waning moon สำหรับพระจันทร์ ครึ่งเสี้ยว เรียกว่า crescent moon. ผมคิดว่า ถ้าเราไม่ใช่นักเขียน คงไม่ต้องสนใจศัพท์หลายคำ ที่บางทีเขียนไป ฝรั่งก็ยังไม่รู้ เพราะไม่ได้สนใจ อาจจะรู้เพียงแค่ คืนไหน full moon หรือคืนไหน เป็น dark night เมื่อเขียนถึงพระจันทร์แล้ว คิดย้อนไปเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น มีงานวัดในหมู่บ้าน ที่เวทีรำวงรอบละบาทโด่งดังมาก เสียงเพลง “รักพี่จงหนีพ่อ” ก้องกระจายไปทั่วงาน มีข้อความประทับใจว่า “ หากรักพี่ จงหนีพ่อ พี่จะรอ ร้อ รอ น้องอยู่ที่หน้าต่าง คืนไหน คืนเดือนมืด พี่จะสรวมเสื้อยืดออกไปคอยน้องนาง คืนเดือนหงาย พี่จะไม่ไปหา (ซ้ำ ) พี่กลัวพ่อตาจะคว้าปืนออกมาวาง” ปรากฏว่า กลางวัน พวกเรา ไปนั่งเฝ้านางรำวงที่ศาลา ที่เขาพัก พอกลางคืน ก็อาบน้ำแต่งตัวไปเฝ้าเวทีรำวง พอจบงาน ไม่ได้อะไร ( จริงๆแล้ว เขาไม่ยอมหนีพ่อ) มีแต่เสียสตางค์ค่ารำวงที่ผู้ใหญ่ให้มาเที่ยวงาน ไม่ได้ซื้ออะไรอย่างอื่นเลย
พูดถึงสงกรานต์ ซึ่งไม่ค่อยมีการพนันมาเกี่ยวข้อง แต่นิสัยแบบไทยๆ ก็อดไม่ได้ เพราะนิสัยรักสนุกของคนไทยปลูกฝังกันมาตั้งแต่เกิด สมัยเด็กๆอยู่บ้านนอก เล่นน้ำสงกรานต์ บอกกับเพื่อนๆว่า จะรอรดน้ำสาวสวยใกล้ๆบ้านที่ใครต่อใครจ้องจะผูกไมตรี จึงมีการพนันว่า ถ้าผมได้รดน้ำสาวคนนั้น ทุกคนจะจ่ายเงินให้ผมคนละ ๑๐ บาท แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่ได้รด ผมต้องเป็นคนจ่าย ต่อจากนั้น ก็นั่งรอสาว ไม่ออกมาสักที จนเบื่อ จึงจ่ายเสียพนันไป มาสืบรู้ทีหลัง ว่ามีคนไปสั่งสาวไว้ ว่าไม่ให้ออกมา คงจะได้ส่วนแบ่งไปบ้างเป็นแน่
ไม่มีความซื่อสัตย์ในวงการพนันที่เป็นอาชีพ ถ้าทุกคนมีโอกาสได้เสียเท่าๆกัน ต้องมีเทคนิคให้ชนะเขา โดยเฉพาะเจ้ามือมักจะเป็นผู้ได้ ลองยกตัวอย่างเรื่องคาสิโน คิดว่าไม่มีคนไหน ที่ไปคาสิโน เล่นอย่างซื่อๆแล้วร่ำรวยเป็นเศรษฐี ยกเว้นฟอกเงิน เห็นมีแต่คาสิโนนั่นแหละรวย เพราะคนที่เล่นได้ คิดว่ามือดี ย่อมกลับไปเล่นอีก และเมื่อเล่นเสีย ก็หน้ามืด คิดแก้มือ จนมีเท่าไหร่ ก็อาจหมดตัว ที่คาสิโน มีสถานที่รับจำนำสิ่งของเช่นนาฬิกา เครื่องแต่งตัว แม้กระทั่งทะเบียนรถยนต์ ก็จำนำได้
เคยเห็นรูปสมัยก่อนที่หนุ่มสาวเชียงใหม่เล่นสงกรานต์ในแม่น้ำปิง และขนทรายเข้าวัด ซึ่งในเวลานั้นน้ำแห้ง ลงไปเดินได้ และเคยเห็นแม่น้ำโขงที่ อำเภอศรีเชียงใหม่ หนองคาย สมัยก่อนที่ผมยังหนุ่มๆ ก็น้ำแห้ง ลงไปปูเสื่อร่ำสุราหรือเล่นน้ำสงกรานต์ได้อย่างสบาย ปัจจุบัน คงจะลงไปกลางแม่น้ำคงไม่ได้ การเล่นสาดน้ำในปัจจุบันนี้ ถ้าอยู่บ้านตัวเอง เป็นสถานที่ส่วนตัว มักจะไม่ค่อยได้เล่น ต้องเป็นหมู่บ้านหรือชุมนุมชน ที่ตามริมถนนเด็กๆต่อสายยางจากบ้านมายืนฉีดรถที่ผ่านไปมาด้วยความสนุก ถ้าเป็นรถยนต์ คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นจักรยานยนต์โดยเฉพาะสาวๆ เปียกแน่ แล้วยังโดนปะแป้ง ซึ่งถือเป็นประเพณี ไม่โกรธกัน ถ้าใครมีรถปิคอัพ บรรจุถังน้ำ ๒๐๐ ลิตร วิ่งสาดน้ำได้ไปทั่วเมือง ที่เป็นปัญหาคือ น้ำที่สาดก็เย็นอยู่แล้ว ยังไปซื้อน้ำแข็งก้อนมาแช่เย็นอีก ความเย็นทำให้คนถูกน้ำเย็นสาดหนาวสั่น ไปทั้งหัวใจ
เมื่อวานนี้ ตอนเย็น ผมไปตลาดสด เห็นแม่ค้าในตลาดที่ยังสาวอยู่ ถือกระป๋องน้ำ และแป้งมาชะโลมหนุ่มๆที่สัญจรไปมาอยู่ใกล้ๆผม ก็หวั่นๆว่าจะโดนด้วย แต่เขาคงไม่กล้าเล่นกับคนไม่คุ้นเคยจึงไม่โดน บรรยากาศแบบที่ตลาดนี้ เหมือนบ้านนอกที่ผมเคยอยู่ ถึงจะเปียก เลอะเทอะ แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ ในบ้านสวยๆใหญ่ๆในกรุงเทพฯ คงไม่ค่อยเจอ
ไม่อยากให้สงกรานต์ผ่านพ้นไปเลย ถึงจะเปียก ก็สนุกดี และตามถนนรถไม่ติด ไม่มีการแก่งแย่ง เพราะต่างก็กลับบ้าน คืนสู่ครอบครัวกันหมด
บู๊ คนเคยหนุ่ม
เขียนที่แถวบางเขน ๑๖ เมษายน ๒๕๖๘







