โดนัลด์ ทรัมป์ : ผมต้องการประเภทของนายพลที่ฮิตเลอร์มี

โดนัลด์ ทรัมป์ : ผมต้องการประเภทของนายพลที่ฮิตเลอร์มี
ถ้อยคำเดียวที่พรรณาโดนีลด์ ทรัมป์ เมื่อศตวรรษที่เเล้วนักสังคมวิทยาชาวเยอรมันได้อธิบายอย่างแม่นยำประธานาธิบดีคิดเกี่ยวกับโลกอย่างไร
โจนาธาน รอช กล่าว
แมกซ์ เวเบอร์ และยุคของทรัมป์ เขาได้ถูกเรียกว่าชาวเยอรมันคนหนึ่ง
ที่ยิ่งใหญ่ และนักสังคมวิทยาที่สำคัญที่สุดตลอดกาล แม้แต่วันนี้ 100 ปี
ภายหลังการเสียชีวิตของเขา ผลงานของเขาได้ถูกเคารพไปทั่วโลก ทั้ง
อเมริกา และจีน โดยเฉพาะ The Protestant Ethic ความพยายามที่จะ
วิเคราะห์พลังขับเคลื่อนของสังคมอเมริกัน
แม้ว่านักวิชาการยังคงดิ้นรนที่จะเข้าใจมัน การผงาดขึ้นมาของโดนัลด์
ทรัมป์ ไม่ควรจะน่าประหลาดใจเลยต่อใครก็ตาม ต่อนักสงคมวิทยาชาวเยอรมันที่บุกเบิก แมกซ์ เวเบอร์ มันพอที่จะทำนายได้ทั้งหมดเป็นตัวอย่างคลาสสิคการเมืองของบารมี
แมกซ์ เวเบอร์ ยืนยันว่าระบบการเมืองสมัยใหม่โดยปรกติขึ้นอยู่กับความ
มีเหตุผลและระบบราชการ มันได้ถูกบริหารโดยนักวิชาชีพที่อบรมมาแล้วให้บริการแก่สาธารณะตามกลุ่มของกฏที่ชัดเจน และมันควรจะดำเนินงานเหมือนเครื่องจักรที่ไว้วางใจได้ – “กรงเหล็ก” ตามที่เเมกซ์ เวเบอร์วางมันไว้ แต่่ถ้าเครื่องจักรระบบราชของแมก เวเบอร์ได้พังทลาย อะไรจะเกิดขึ้นผลตามมาสามารถเป็นตั้งแต่การลดประสิทธิภาพ การเพิ่มการทุจริต และการ
สูญเสียความไว้วางใจของสาธารณะเป็นไปได้ที่จะทำลายหลักการอำนาจ
หน้าที่ตามกฏหมาย และการนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางสังคม
แมกซ์ เวเบอร์ ได้มองระบบราชการเป็นวิถีทางที่มีประสิทธิภาพของการออกแบบองค์การ แสดงลักษณะโดยลำดับชั้นที่ชัดเจน การแบ่งงานกันทำเฉพาะด้าน และการยึดกฎและระเบียบวิธีปฏิบัติงาน เขาได้เชื่อมโยงระบบราชการกับเครื่องจักร การมุ่งเน้นลักษณะโครงสร้างและการคาดคะเนได้ออกแบบที่จะดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
ผลตามมาของการพังทลายคือ ถ้าเครื่องจักรนี้ทำงานผิดปรกติ ผลตามมาที่สำคัญคือ การพังทลายของกระบวนการระบบราชการจะนำไปสู่การ
รีรอ ความผิดพลาด และการทำหน้าที่เสื่อมลง การพังทลายของกฏและ
ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานสามารถสร้างโอกาสการทุจริต การใช้อำนาจที่ผิด และการเล่นพรรคพวก เมื่อประชาชนรับรู้ระบบราชการไว้วางใจไม่ได้
ขาดประสิทธิภาพ และทุจริตแล้ว ความไว้วางใจของพวกเขาต่อรัฐบาลและสถาบันสามารถผุพังลง
เเมก เวเบอร์ เชื่อว่า ระบบราชการ เป็นรากฐานของอำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย และการพังทลายของมันนำไปสู่ความอ่อนแอของอำนาจหน้าที่นี้ได้ เป็นไปได้นำไปสู่ความไม่มั่นคงทางสังคม
ในขณะที่แมกซ์ เวเบอร์ มองระบบราชการเป็นเครื่องมือเพื่อการออกแบบ
องค์การที่ดี เขารับรู้ถึงความเป็นไปได้ของข้อเสียของระบบราชการอย่่างเช่นความเสี่ยงภัยของการกลายเป็นตายตัว และไม่เป็นส่วนบุคคลจนเกินไป และความเป็นไปได้ผลกระทบของกรงเหล็ก ตรงที่บุคคลกลายเป็นฟัน
เฟืองภายในเครื่องจักร
ด้วยกรงเหล็กของความมีเหตุผล ตรงที่บุคคลไกลายเป็นติดกับดักของ
กฏและระเบียบวิธีปฏิบิติงานที่ไม่เป็นส่วนบุคคล และการเปรียบเทียบกรงเหล็กของเเมกซ์ เวเบอร์ ได้อธิบายความเป็นไปได้ของสังคมสมัยใหม่และ
ระบบราชการติดกับดักบุคคลภายในระบบที่ต้องการการทำตามและการ
เชื่อฟัง กฏ ข้อบังคับ และระเบียบวิธีปฏิบัติงานจะขัดขวางความเป็นอิสระและความคิดสร้างสรรค์ กรงเหล็กแสดงโครงสร้างที่ตายตัว และข้อจำกัด
ของระบบราชการ

ถ้อยคำเยอรมันต้นกำเนิดคือ “Stahlhartes Gehause” แปลว่ากรงเหล็กโดยทาลคอทท์ พาร์สันส์ ภายในการแปล ค.ศ 1930 ของเขาของ The Protestant Ethic and the Spirit of Capitalism ของเเมกซ์ เวเบอร์ แมก เวเบอร์ กังวลว่าการแสวงหาประสิทธิภาพ และการควบคุมอย่างไม่ลดละสามารถนำไปสู่สังคม ตรงที่บุคคลได้ถูกปฏิบัติเป็นฟันเฟืองภายในเครื่อง
จักร การสูญเสียความเป็นอิสระและความคิดสร้างสรรค์
โดนัลด์ ทรัมป์ ทำอะไรนับตั้งแต่การยึดครองทำเนียบขาว เขาได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ที่จะลดขนาดกำลังงานกลางอย่างต่อเนื่องภายในการก้าวไป ที่จะสามารถสร้างใหม่โดยพื้นฐาน รัฐบาลจะดำเนินงานอย่างไร

โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ขั้นตอนที่กล้าหาญด้วยการแต่งตั้งผู้นำที่มีภาพลักษณ์สูงสองคน – อีลอน มัสก์ และวิเวก รามาสวามี นำร่วมกันภายในกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลที่สร้างใหม่ ด้วยภารกิจร่วมของการเฉือนระบบราช
การ การกำจัดความล่าช้า และการเพิ่มประสิทธิภาพ
การจับคู่ที่เฉพาะนี้ของอีลอน มัสก์ ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์รู้จักกันต่อ
การผลักดันพรมแดนภายในการสำรวจเทคโนลีและอวกาศ และวิเวก รามาสวามี ผู้สมัครประธานาธิบดีรีพับลิแคนก่อนหน้านี้ และสนับสนุนการปฏิรูป
ธุรกิจ ส่งสัญญานการเปลี่ยนแปลงแผ่นดินไหวภายในระบบรัฐสภาจะถูกบริหารอย่างไร กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลได้ถูกออกแบบที่จะดำเนิน
งานภายนอกโครงสร้างสมัยเดิมการนำความคล่องตัวและความรับผิดชอบมาสู่หน้าที่ของรัฐบาล ด้วยการลดขนาดกำลังงานกลาง การตัดระเบียบวิธีการปฏิบัติงานที่มากเกินไป และการกำจัดความซ้ำซ้อน พวกเขามุ่งหมายที่จะมั่นใจว่าทรัพยากรได้ถูกนำทางไปตรงที่มันมีประสิทธิภาพมากที่สุด
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงอีลอน มัสก์ ว่า เขาเป็นนักลดต้นทุนที่ยิ่งใหญ่
บางครั้งเราไม่เห็นด้วยกับมัน และเราจะไมไปตรงที่เขาต้องการไป แต่ผม
คิดว่าเขากำลังทำงานที่ยิ่งใหญ่ เขาเป็นผู้ชายที่ฉลาด อีลอน มัสก์ นำการ
ริเริ่มการลดต้นทุนที่รัฐบาลเรียกว่ากระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล การพูด
โอ้อวดว่าความเต็มใจของเขาทำงานวันสุดสัปดาห์เป็นมหาอำนาจ ทำให้เขามีข้อได้เปรียบเหนือฝ่ายตรงข้ามของเขาฝ่ายตรงข้ามที่เขาอ้างถึงคือ กำลังงานของรัฐบาลกลาง บุคคลน้อยมากภายในระบบราชการที่ทำงานอย่างแท้จริงวันสุดสัปดาห์
บนวันเเรกของเขาภายในสำนักงาน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งฝ่าย

บริหารที่ปฏิรูปยูเอสดีเอส สร้างเมื่อ 2014 ช่วยเหลือหน่วยงานกลางด้วยบริการดิจิตอล – เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ยูเอส โดจ เซอร์วิส มันถูกรู้จักกันโดยทั่วไปมากขึ้นเป็น “กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล” หรือโดจ โดยไม่ได้เป็นกระทรวงระดับคณะรัฐมนตรี โดจเป็นกระทรวงกลางยูเอสชั่วคราวและมันได้ถูกกำหนดเวลาให้สิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ 2026
กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล ได้ถูกสร้างตามคำสั่งฝ่ายบริหารโดย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เเละเป็นความพยายามทะเยอทะยานมากที่สุดที่จะเฉือนค่าใช้จ่าย ณ ระดับรัฐบาลกลาง โดจได้ถูกนำโดยอิรอน
มัสก์ บุคคลร่ำรวยที่สุดของโลก ภารกิจของโดจคือทำให้รัฐบาลลีนมาก
ขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในฐานะขององค์การชั่วคราว โดจได้ถูก
สร้างทำงานให้สำเร็จภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 โดจมุ่งหมายที่จะ
ให้การนำทางภายนอกแก่รฐบาล และส่งเสริมวิถีทางการเป็นผู้ประกอบ
การแก่การใช้จ่ายของรัฐบาล

การเลือกบุคคลที่ครึกโครมที่สุดเรื่องหนึ่งของโดนัลด ทรัมป์ คือ การคัดเลือกอิรอน มัสก์ และวิเวค รามาสวามาย นำสิ่งที่เขาใชัถ้อยคำว่ากระทรวง
ประสิทธิภาพรัฐบาล – โดจ – คณะกรรมการที่ปรึกษาจากภายนอกแก่ฝ่ายบริหารที่จะลดระบบราชการและข้อบังคับของรัฐบาลกลาง การลดต้นทุนของรัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนของเขา ที่จะรื้อระบบราชการ เมื่อเขากลับมาสู่ทำเนียบขาวอีกครั้งหนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ รับรู้ว่ามันจะให้คำแนะนำและเเนวทางจากข้างนอกรัฐบาล
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า การริเริ่มจะช่วยเหลือรัฐบาลของเขารื้อระบบราชการของรัฐบาล กำจัดข้อบังคับที่มากเกินไป ตัดค่าใช้จ่ายที่สื้นเปลือง และปรับปรุงโครงสร้างหน่วนงานกลาง โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปรียบเทียบการริเริ่มใหม่ต่อโครงการแมนฮัตตันโครงการแมนฮัตตันเป็นโครงการวิจัยและ
พัฒนาลับสุดยอดของอเมริกา ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองที่ผลิตอาวุธ
นิวเคลียร์ครั้งแรก มุ่งหมายที่จะพัฒนาระเบิดปรมาณู ก่อนนาซี เยอรมัน
โครงการแมนฮัตตันเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1939 มีต้นทุนเกือบ 2 พันล้าเหรียญ
มรดกของโครงการแมนฮัตตันมีทั้งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองนำพา
มายุคของปรมาณู และปูเส้นทางของสงครามเย็น บิดาของระเบิดปรมาณู
เจ โรเบิรต ออพเพนไฮเมอร์ เป็นผู้อำนวยการของลอส อลามอส แลบอรา
โทรี่ ระหว่างโครงการเเมนฮัตตัน เขาต้องควบคุมการวิจัย การออกแบบ
และการพัฒนาระเบิดปรมาณู
อัลเบิรต ไอน์สไคน์ พร้อมด้วยลีโอ ซีลาร์ด ได้เขียนจดหมายถึงประธา
นาธิบดี แฟรงคลิน รูสเวลท์ เมื่อ ค.ศ 1939 เตือนความเป็นไปได้ของการ
วิจัยอาวุธนิวเคลียร์ของเยอรมัน และได้เสนอเเนะว่าอเมริกาควรจะเรื่มต้น
การวิจัยพลังงานปรมาณูของพวกเขาเอง ผลงานของออพเพนไฮเมอร์และ
โครงการแมนฮัตตันนำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกที่ถูกใช้กับ
ฮิโรชิมาและนางาซากิ ญี่ปุ่น การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
อิรอน มัสก์ เป็นข้าราชการหรือไม่ ใช่ เริ่มแรกอิรอน มัสก์กล่าวว่าเขาจะ
เเสดงบทบาทของเขาเป็นผู้อาสาสมัครภายนอก แต่ต่อมาทำเนียบขาวได้กล่าวว่าเขาดำเนินงานเป็นข้าราชการพิเศษไม่มีรายได้ อิรอน มัสก์ กล่าว
ว่า ภารกิจของโดจคือ ประหยัดเงินของผู้เสียภาษี และการลดหนี้สินของประเทศ เขาได้กล่าวว่า เขาต้องการสิ้นสุด ทรราชของระบบราชการ
แนวคิดของโดจ ไดัเกิดขึ้นภายในการอภิปรายระหว่างอิลอน มัสก์ และ
โดนัลด์ ทรัมป์ ตรงที่มัสก์ ปล่อยความคิดของกระทรวง เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของรัฐบาล ระบบราชการจะเป็นท่ามกลางโครงสร้างสังคมยากที่สุดที่จะทำลาย ระบบราชการจะเป็นกระดูกสันหลังของรัฐบาลสมัยใหม่ มันจะรับรองว่ากฎหมายและแผนงานได้ถูกบริหาร และสิทธิได้ถูกคุ้ม
ครอง แต่มันมักจะถูกวิจารณ์ต่อความไม่มีประสิทธิภาพ ความสูญเสีย และความไม่รับผิดชอบ ดังนั้นข้อวิจารณ์เหล่านี้ได้สร้างรากฐานของกระทรวงประสิทธิรัฐบาลนำโดยอิรอน มัสก์ ภายใต้รัฐาลโดนัลด์ ทรัมป์
ระบบราชการไม่สมบูรณ์ มันสามารสร้างความไม่มีประสิทธิภาพ ความคับข้องใจ และความล้าช้า เเต่มันจะสำคัญต่อความยุติธรรม ความมั่นคง และประชาธิปไตย ข้อแก้ปัญหาไม่ใช่การทำลายแต่เป็นการปฏิรูปอย่าง
รอบคอบ การรับมือกับความไม่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่รักษาหลักการที่
หนุนรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ระบบราชการจะเป็นส่วนที่สำคัญของรัฐบาลสมัยใหม่ มันช่วยเหลือดำเนินการกฏหมายและนโยบาย กำหนดโดยผู้ชนะ
การเลือกตั้ง
ในขณะที่ แมกซ์ เวเบอร์ เชื่อว่าระบบราชการจะมีประสิทธิภาพ เขาได้เตือนกรงเหล็กของระบบราชการว่ามันสามารถ กับดักบุคคลภายในกรงเหล็กที่ไม่เป็นส่วนบุคคลของการควบคุม บนพื้นฐานกฏด้วย แต่การมองทะลุของเขาได้เตือนเราว่ากรงเหล็กนี้เป็นโครงสร้างที่คุ้มครองสังคมจากความวุ่นวายและการทุจริตด้วย
กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลมุ่งหมายที่จะลดเรด เท้ป และการใช้จ่าย
ที่สูญเสียภายในรัฐาลกลาง ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เชื่อว่าการทุจริต ความ
ไม่มีประสิทธิภาพ และเรดเท้ป เป็นปัญหาที่สำคัญ เรด เท้ป เป็นถ้อยคำเพื่อข้อบังคับรัฐบาลที่ไม่จำเป็นหรือมากเกินไป มันสร้างต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อสาธารณะ และสามารถทำให้เกิดความล่าช้าและความคับข้องใจ ถ้อยคำ
เรดเท้ป เชื่อว่าจะมีต้นกำเนิดจากการปฏิบัติ ของการใช้ริบบิ้นสีเเดงผูกมัด
เอกสารทางการที่สำคัญ ต้นกำเนิดมาจากศตวรรษที่ 16 เมื่อกษัตริย์สเปน
ใช้้เท้ปสีเเดงจริงผูกมัดเอกสารที่สำคัญที่ต้องการความสนใจทันที กษัตรย์
ต้องตัดเท้ปสีแดงที่จะอ่านเอกสารที่สำคัญเหล่านี้
เรด เท้ป เป็นการเปรียบเทียบต่อกฏ ข้อบังคับ และระเบียบวิธีปฏิบัติงาน
มากเกินไป ไม่จำเป็น คับข้องใจ ปัจจุบันนี้ เรดเท้ป จะอ้างถึงงานเอกสาร ระเบียบวิธีปฏิบัติงาน และกฏ มากเกินไป สามารถทำให้ล่าช้าหรือกระบวน
การซีบซ้อน การนำไปสู่ความไม่มีประสิทธิภาพและความคับข้องใจ เเม้ว่า
เรด เท้ป อ้างถึงด้านลบของระบบราชการ ระบบราชการตัวมันเองเป็นเป็น
ถ้อยคำที่กว้าง การอ้างถึงทั้งระบบของการบริหาร รวมทั้งกฏและระเบียบ
วิธีปฏิบัติงาน การเกิดขึ้นของเรด เท้ปโดยทั่วไปเชื่อมโยงกับรัฐบาลแต่ได้
ขยายไปสู่บริษัทด้วย
ถ้อยคำ การตัดผ่านเรด เท้ป เป็นการเปรียบเทียบอ้างถึงความพยายาม
กำจัดกฏและระเบียบวิธีปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็น ทำให้กระบวนการคล่องตัว และลดระบบราชการที่ไม่จำเป็น การตัดผ่านเรด เท้ป จะหมายถึงอ้อมผ่าน
หรือลดอุปสรรคทางระบบราชการเหล่านี้ กฏและระเบียบวิธีปฏิบัติงานไม่จำเป็นเหล่านี้ที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นวันนี้
การตัดผ่านเรด เท้ป จะอ้างถึงกระบวนการของการเอาชนะ อุปสรรคและความล่าช้าทางระบบราชการ

ตามมุมมองของนักวิชาการบริหารสาธารณะ เราเชื่อว่าโดจควรจะเริ่มต้นด้วยการตัดผ่านเรด เท้ป และลดอุปสรรคระบบราชการ ที่ลำบากเผชิญโดยประชาชนเมื่อใช้บริการรัฐบาล เรดเท้ปอ้างถึงข้อบังคับ แบบฟอร์ม และระเบียบวิธีปฏิบัติงานที่ประชาชนต้องใช้หรือทำตาม แต่มันไม่ได้เพิ่มคุณค่าใดก็ตาม แนวคิดของโดจ เกิดขึ้นภายในการอภิปรายระหว่างอิลอน มัสก์ และโดนัลด์ ทรัมป์ ตรงที่มัสก์ ปล่อยความคิดของกระทรวงเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของรัฐบาล ภายในความพยายามที่จะเฉือนการใช้จ่ายของรัฐบาล
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขอให้บุคคลร่ำรวยที่สุดของโลก เทสลา ซีอีโอ อิรอน
มัสก์ นำกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล – โดจ – อีลอน มัสก์ ได้เข้าร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายในทำเนียบขาว อีลอน มัสก์ กล่าวว่า เขาเป็นบุคคลเปิดบัญชี มันหมายความว่าเขาโปร่งใสอย่่างมากเกี่ยวกับความคิดและการกระทำของเขา บ่อยครั้งการร่วมมันอย่างรวดเร็วต่อสาธารณะผ่านทางสื่อสังคมหรือการสัมภาษณ์ ด้วยความน้อยที่จะหลบซ่อนความคิดเห็นหรือกลยุทธ์ของเขา
โดยพื้นฐานแล้ว การนำเสนอตัวเขาเองเป็นบุคคลบางคน ด้วยไม่มีอะไรปกปิดเกี่ยวกับชีวิต และงานของเขา มันได้เสนอเเนะว่าบุคคลสามารถเข้าถึงได้ง่ายความคิดและการตัดสินใจของเขา เพราะว่าเขาอภิปรายมันอย่่างเปิดเผย อีลอน มัสก์ กล่าวว่า เรามีที่นี่อย่างแท้จริงกฏของระบบราชการขัดเเย้งต่อกฏของประชาชน – ประชาธิปไตย – ผมคิดว่าเราต้องเอาหน่วยงานราชการออกทั้งหมด ไม่เห็นด้วยที่จะทิ้งมันจำนวนมากไว้ข้างหลัง ถ้าเราไม่กำจัดรากของวัชพืช มันง่ายต่อวัชพืชที่จะเจริญเติบโตกลับมา

อีลอน มัสก์ ไดโพสต์บน “X” อ่านว่า “สตาลิน ฮิตเลอร์ และเหมา ไม่ได้ฆ่าบุคคลหลายล้านคน ข้าราชการของภาครัฐฆ่า” ในขณะนี้เอ็กซ์ แสดง
เอกลักษณ์ใหม่ และตราสินค้าของแพลตฟอร์มสื่อสังคมก่อนหน้านี้รู้จักกันเป็นทวิตเตอร์ ภายหลังจากอีลอน มัสก์ ได้ซื้อทวิตเตอร์ เขาได้สร้างตรา
สินค้าใหม่ของบริษัืท เมื่อ ค.ศ 2023 การทดแทนโลโกนกสีฟ้าไอคอนด้วย
โลโกเอ็กซ์ ด้วยโลโกใหม่และเปลี่ยนแปลงชื่อ การสะท้อนวิสัยทัศน์ของแอ้ปทุกสิ่งทุกอย่างของเขา
อีลอน มัสก์ ได้ระบุเป้าหมายของเอ็กซ์คือ การปฏิรูปมันไปสู่เเพลตฟอร์ม
ที่ครอบคลุมนำเสนอมากกว่าเป็นเพียงแค่เครือข่ายทางสังคม รวมทั้งการ
ชำระเงิน การธนาคาร และการซื้อสินค้า ชื่อของบริษัทได้ถูกเปลี่ยนอย่าง
เป็นทางการเป็น “X Corp.”ด้วยโลโก “X”. เขามีประวัติของการใช้ตัวอักษร
เอ็กซ์ ภายในธุรกิจของเขารวมทั้งเอ็กซ์ดอทคอม ต่อมากลายเป็นเพย์พาล
และสเปซเอ็กซ์การสร้างตราสินค้าใหม่แสดงการเปลี่ยนแปลงทิศทางของ
บริษัท การก้าวเลยพ้นไปจากรากฐานของมันเป็นแพลตฟอร์มสื่อสังคม
โจเซฟ สตาลิน ผู้นำคอมมิวนิสต์ของรัสเซีบ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของพรรคนาซีภายในเยอรมัน และเหมา เซตุง ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ได้ทำให้เกิดการเสียชีวิตของบุคคลหลายล้านคนแต่ข้าราชการของภาครัฐของพวกเขาฆ่า อิลอน มีสก์ ได้ร่วมโพสท์โดยไม่มีข้อวิจารณ์อื่นใดเลย เชาได้ลบมันทิ้งในไม่ใช้สภายหลังผู้ใช้บนเอ็กซ์ ได้วิจารณ์โพสต์ และ
กล่าวว่ามันเป็นการต่อต้านยิวและไม่ใยดีต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นักประว้ติศาสตร์ได้ลำดับเหตุการณ์อย่างกว้างขวางว่า

*โจเซฟ สตาลิน ผู้นำรัสเซียตั้งแต่ ค.ศ 1924 ถึง ค.ศ 1953 ได่ทำให้้เกิดอย่างเจตนาการเสียชีวิตของบุคคลประมาณ 6 ล้านคน เเละรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตอย่างมากถึง 7 ล้านคน มันเท่ากับ 4.2% ของประชาชนรวมของประเทศของเขาณ เวลานั้น
*เหมา เซตุง ผู้นำขอวจีน ตั่งเเต่ ค.ศ1949 ถึง ค.ศ 1967 ทำให้เกิดการเสียชีวิตของบุคคล 40 ถึง 80 ล้านคน ผ่านความอดอยาก การประหาร
ชีวิต แรงงานนักโทษ และการประหารชีวิตครั้งใหญ่
* อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของนาซีเยอรมัน ตั้งแต่ ค.ศ 1933 ถึง ค.ศ 1945 ทำให้เกิดการเสียชีวิตของชาวยิว 6 ล้านคนภายในโฮโลคอสท์ และการเสียชีวิตของบุคคลอีก 6 ล้านคนหรือมากกว่าผ่านทางรูปแบบอื่นของการล้างเผ่าพันธุ์
มันข้อเท็จริงทางประวัติศาสตร์เป็นเอกสารที่นโยบาย การกระทำ และ
คำสั่งของผู้นำสามคนเหล่านี้จบชีวิตของบุคคล 60 ถึง 100 ล้านคน แต่ในขณะที่ภายในอเมริกาวันนี้ ข้าราชการภาครัฐ ทำตามคำสั่งของอีลอนมัสก์
และโดนัลด์ ทรัมป์กำลังถูกทำลายอาชีพ ครอบครัว การดำรงชีวิต และทำ
ให้เกิดการเสียชีวิตอย่างแท้จริง อีลอน มัสก์ ได้ปรากฏที่จะป้องกันผลงานของเขาและโดนัลด์ ทรัมป์โดยการกล่าวว่า พวกเขา – เหมือนสตาลิน เหมา และฮิตเลอร์ ไม่ได้เป็นบุคคลแท้จริงที่ต้องรีบผิดชอบ
มันไม่ได้เป็นการยุติอะไรเลยกับข้าราชการ รวมทั้ง ลี ซอนเดอรส์ ผู้นำของขบวนการเเรงงานภายในอเมริกา ข้าราชการภาครัฐของอเมริกา – พยาบาล อาจารย์ นักดับเพลิง บรรณารักษ์ของเรา – ได้เลือกทำให้สังคมของเราปลอดภัย สุขภาพดี และแข็งเเรงเหนือการได้มาความร่ำรวย พวกเขาไม่ได้เป็นตามที่ บุคคลร่ำรวยที่สุดของโลกหมายความ ผู้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซอนเดอรส์ กล่าว อีลอน มัสก์ และมหาเศรษฐี ภายในรัฐบาลนี้ไม่มีความคิดว่าบุคคลที่แท้จริงผ่านไปทุกวันคืออะไร นั่นคือทำไมเขาเต็มใจที่จะใช้เลื่อยไฟฟ้าต่องานของบุคคล
เดอะ แอตแลนติค ได้พิมพ์บทความ โดยหัวหน้าบรรณาธิการ เจฟฟรีย์
โกลด์เบิรกกล่าวหาว่าในขณะที่เป็นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งหนี่งได้กล่าวว่า “ผมต้องการประเภทของนายพลที่ฮิตเลอร์มี บุคคลที่จงรักภัก
ดีอย่างสิ้นเชิงต่อเขาที่ทำตามคำสั่ง” เขาได้อ้างถึงจอห์น เคลลี หัวหน้าเจ้า
หน้าที่ทำเนียบขาวของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ประธานาธิบดีได้แสดง
ความชื่นชมความจงรักดีของนายพลของฮิตเลอร์ จอห์น เคลลี กล่าว เขา
ได้พูดว่า “คุณรู้ไหมฮิตเลอร์ทำสิ่งที่ดีบางอย่างด้วย”.
โดนัลด์ ทรัมป์ ถามจอห์น เคลลี ว่า ทำไมคุณไม่สามารถเหมือนนายพลเยอรมัน เคลลี ได้ตอบสนองด้วยการอธิบายว่านายพลเยอรมัน “พยายาม
ฆ่าฮิตเลอร์สามครั้ง และเกือบจะทำได้สำเร็จ” แต่ทรัมป์ ไม่ได้โน้มน้าวแก้
ไขให้ถูกต้อง ไม่ ไม่ ไม่ พวกเขาจงรักภักดีอย่างสิ้นเชิงต่อเขาทรัมป์กล่าว ภายในการสัมภาษณ์ของเขากับเดอะ แอตแลนติค จอห์น เคลลี จำได้ว่าเมื่อทรัมป์ ยกความคิดของความต้องการนายพลเยอรมัน เคลลีได้ถามเขาหมายถึงนายพลของบิสมาร์คหรือไม่ อ้างถึงออตโต ฟอน บิสมาร์ค นายก
รัฐมนตรีก่อนหน้านี้ของเยอรมัน ไรช์ ที่ควบคุมการรวมชาติของเยอรมัน
แน่ใจคุณไม่สามารถหมายความนายพลของฮิตเลอร์ เคลลี จำว่าได้ถาม
ทรัมป์ เขาได้ตอบสนองว่า ใช่เเล้ว ใช่แล้ว นายพลของฮิตเลอร์
ออตโต ฟอน บิสมาร์ค เป็นรัฐบุรุษปรัสเซีย เขารับใช้เป็นนายกรัฐมนตรี
คนเเรกของอาณาจักรเยอรมัน และรู้จักกันกันเป็นนายกรัฐมนตรีเหล็กต่อ
ความเป็นผู้นำเจตนาที่เข้มแข็ง การฑูตที่เชี่ยวชาญ และการรวมชาติของ
เยอรมันผ่านลำดับของสงคราม
โดนัล ทรัมป์ ได้กล่าวว่าเขาต้องการทำลาย “รัฐซ้อนรัฐ” ถึง 56 ครั้งบน
ทรูธ โซเชียล เขาได้วางแผนเฉพาะ เพื่อที่เขาจะกำจัดมันได้อย่างไร เขา
เชื่อว่ารัฐซ้อนรัฐภายในอเมริกาปล้นเขาการเลือกตั้งใหม่ 2020 ในขณะนี้
เขามุ่งหมาย ที่จะทำให้มั่นคงระบบราชการส่วนกลางด้วยกลยุทธ์ก้ามปู :
การแต่่งตั้งผู้จงรักภักดีของเขาควบคุมแผนกงานจากภายใน และคุกคาม
ข้าราชการจากภายนอก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชักจูงว่า รัฐซ้อนรัฐ ได้ต่อต้าน
วาระเเรกของเขา กาปล้นเขาการเลือกตั้ง 2020 การกำจัดมันดูเหมือนได้กลายเป็นลำดับความสำคัญของเขาของวาระที่สองนี้
ใครยิงเจเอฟเค คำถามที่สอดคล้องเรื่องราวของทรัมป์เกี่ยวกับรัฐซ้อนรัฐ ปกปิดความลับจากชาวอเมริกัน การลอบสังหารของจอห์น เคนเนดี ยั่งยืนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของการขาดความศรัทธาภายในรัฐบาลของประชาชน มันได้บันดาลใจหนังสือหลายร้อยเล่ม ภาพยนตร์สารคดี
สิบกว่าเรื่อง และภาพยนตร์อย่างน้อยที่สุดเก้าเรื่อง
นั่นเป็นเรื่องที่สำคัญ โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อเขาลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร
เปิดเผยเอกสารลับหลายพันหน้า บุคคลจำนวนมากกำลังรอต่อสิ่งนี้มานาน หลายปี หลายทศวรรษ และทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเปิดเผย เขากล่าวเพิ่มว่า เอกสารดิจิตอลหลายพันหน้าเกี่ยวพันกับการลอบสังหาร ค.ศ 1963 ของ
จอห์น เคนเนดี หามาได้ในขณะนี้ ได้ตามมาจากคำสั่งจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ภายหลังจากยึดครองทำเนียบขาวไม่นาน วาระที่สองของเขา
โดนัลด์ ทรัมผ์ ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร สั่งการสำนักข่าวกรองแห่งชาติและข้าราชการอื่นวางแผนเพื่อการเปิดเผยอย่างเต็มที่ และทั้งหมดของเอกสารลับการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี
เรามีความเชื่อที่นิยมแพร่หลายกันว่าเจเอฟเคถูกลอบสังหารโดยรัฐซ้อน

รัฐของอเมริกา การลอบสังหาร จอห์น เคนเนดี ได้กลายเป็นเรื่องราวของ
ทฤษฎีสมคบคิดมากมาย รวมทั้งการกล่าวหาที่เกี่ยวพันกับรัฐซ้อนรัฐ ซีไอ
เอ เอฟบีไอ และหน่วยงานรัฐบาลอื่นแต่กระนั้นการสอบสวนที่เป็นทางการ
โดยรายงานของคณะกรรมการวอร์เรน สรุปว่าลี ออสวอลด์ เท่านั้นภายในการลอบสังหาร
รัฐซ้อนรัฐคืออะไร เราได้ยืนเกี่ยวกัยมันภายในข่าวหรือไม่มันเป็นรัฐบาลลับที่เผาไหม้ลึกภายในรัฐบาลที่มองเห็นหรือไม่ เราไม่มีหลายแนวคิดทาง
การเมืองที่ชาวอเมริกันยืมมาจากประวัติศาสตร์ของตุรกี แต่รัฐซ้อนรัฐได้
ถูกยืมมาจากตุรกี
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







