บลิทซ์ครีก : สงครามสายฟ้าเเลบ

บลิทซ์ครีก : สงครามสายฟ้าเเลบ
เมื่อสตาร์ทอัพเจริญเติบโตเต็มที่ จนถึงจุดตรงที่มันมีผลิตภัณฑ์พิเศษตลาดที่ชัดเจนและใหญ่โต และช่องทางจัดจำหน่ายที่เข้มแข็ง พวกเขามีโอกาสกลายเป็น สเกลอัพ – บริษัทเปลี่ยนแปลงโลกสัมผ้สหลายล้านหรือแม้แต่พันล้านชีวิต สตาร์ทอัพวิวัฒนาการไปสู่สเกลอัพอย่างไร ด้วยถ้อยคำ “บลิตซ์สเกลลิ่ง”ต่อส่วนใหญของโลกเเล้ว ถ้อยคำ ซิลิคอน เเวลลี่ย์ และ สตาร์ทอัพเป็นถ้อยคำเดียวกัน ที่จริงแลัวซิลิคอน เเวลลี่ย์เป็นบ้านของบริษัทจำนวนหนึ่งที่ได้เจริญเติบโตจากสตาร์ทอัพโรงรถยนต์ไปสู่ยักษ์ใหญ่โลก แต่อะไรคือความลับต่อความสำเร็จผิดธรรมดาของสตาร์ทอัพเหล่านี้ ตรงกันข้ามเรื่องราวที่นิยมแพร่หลาย มันไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งเหนือมนุษย์ของมัน หรือนักร่วมลงทุนที่เชี่ยวชาญ แต่มันคือว่าสตาร์ทอัพได้เรียนรู้บลิตซ์สเกลลิ่ง – การขยายขนาดอย่างสายฟ้าแลบอย่างไรถ้าเราคุ้นเคยกับโลกของผู้สร้างสตาร์ทอัพ เราเกือบจะเเน่ใจว่าได้ยินบลิตซ์สเกลลิ่ง นิยมเเพร่หลายโดยรีด ฮอฟฟแมน ผู้ก่อตั้งลิงค์อิน การขยายตัวอย่างสายฟ้าแลบประกอบด้วยการเจริญเติบโตธุรกิจอย่างรวดเร็วเท่าที่เป็นไปได้ สูญเสียการทำกำไร เพื่อที่จะยึดครองตลาดและวิ่งเร็วกว่าการเเข่งขัน การสร้างการทำกำไรไม่ได้เป็นความสนใจ ความสำคัญเป็นการเจริญเติบโตไม่ว่าจะต้องทำอะไรบลิทซ์สเกลลิ่ง เป็นถ้อยคำถูกใช้อธิบายการเจริญเติบโตและการพัฒนาธุรกิจอย่างนวดเร็วและปฏิรูป เราไม่ได้พูดเพียงแค่ธุรกิจใดก็ตาม ณ ที่นี่เรากำลังพูดเกี่ยวกับ ยูนิครอน เหมือนเช่นเฟชบุค แอร์บีแอนด์บี อูเบอร์กูเกิ้ล เฟชบุค ได้เจริญเติบโตอย่างใหญ่โตและรวดเร็วมากเทียบเคียงกับธุรกิจสมัยเดิมที่เราอาจจะพบภายในหนังสือ “Good to Great” พวกเขาได้ทำมันอย่างไร หนังสือบลิทซ์สเกลลิ่ง ได้นำเสนอที่จะบอกเราและติดอาวุธเราด้วยเครื่องมือที่จะทำเช่นเดียวกันการก้าวจากสำนักงานห้องใต้ถุนของบุคคลหนึ่งกลายเป็นข้ามชาติ ณ ความเร็วของแสง นั่นคืออะไรที่ผู้ก่อตั้ง ลิงค์อิน รีด ฮอฟฟ์แมนเรียกว่าบลิตซ์สเกลลิ่ง และเขาได้ทำมันค่อนข้างเป็นเวทมนตร์ ไปสู่การสอนมันเป็นวิชา ณ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดธุรกิจสามารถบรรลุขนาดโลกได้รวดเร็วกว่าที่เคยมีภายในยุคของเครือข่าย ยีนยันโดยรีด ฮอฟ์ฟแมน ผู้ก่อตั้งลิงค์อิน ภายในหนังสือเล่มใหม่ของเขา เมื่อ ค.ศ 1997 รีด ฮอฟฟ์แมน ได้โยนตัวเขาเองจากหน้าผา เขาได้ก่อตั้งโซเชียลเนต วิวัฒนาการของผู้มาก่อนต่อเครือข่ายสังคมปัจจุบันนี้ของเรา ขอบเขตของเครือข่ายเริ่มแรกได้ครอบคลุมทุกอย่าง คุณสามารถพบบุคคลบางคนที่จะนัดหมายบุคคลบางคนไปทำธุรกิจด้วย หรือเเม้แต่คู่หูเทนนิส แต่ต้องเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วหรือค่อยตายภายในตลาดที่โหดร้าย ตรงที่ผู้ชนะได้ทุกอย่าง ผมเขื่อการเริ่มต้นบริษัทเหมือนกับกระโดดจากหน้าผา และได้ประกอบเครื่องบินระหว่างทางลง – ความเต็มใจของคุณที่จะกระโดดเป็นทรัพย์สินมีคุณค่ามากที่สุดของคุณเป็นผู้ประกอบการประสบการณ์ของเขาทั้งโซเชียลเนตและเพย์พาล ได้แสดงถึงความสำคัญของเอกลักษณ์วิชาชีพของบุคคลภายในอาณาจักรออนไลน์ เเละเขาพร้อมที่จะทดสอบความคิดนี้บนสตาร์ทอัพครั้งที่สองเขาได้ก่อตั้งลิงค์อินภายในห้องนั่งเล่นของเขาเมื่อ ค.ศ 2002 ลืงค์อิน ได้เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 2003 เป็นหนึ่งของเครือข่ายสังคมออนไลน์มุ่งที่ธุรกิจอย่างเเรก
ปีเตอร์ ธีล เพื่อนร่วมงานของรีด ฮอฟฟ์แมน ณ เพย์พาลได้ลงทุนภายในลิงค์อิน เขาเป็นซีอีโอของลิงค์อินต่อสี่ปีเเรกของบริษัท เมื่อ ค.ศ 2016 ลิงค์อิน ดำเนินการเครือข่ายอาชีพใหญ่ที่สุดของโลกบนอินเตอร์เนตด้วยสมาชิกมากกว่า 400 ล้านคนภายในมากกว่า 200 ประเทศไมโครซอฟท์ได้ประกาศแผนซื้อลิงค์อิน 26.2พันล้านเหรียญ การซื้อบริษัทยิ่งใหญ่ที่สุดภายในประวัติของไมโครซอฟท์รีด ฮอฟฟ์แมน ได้กล่าวว่า ผมเชื่อวการเริ่มต้นบริษัทเหมือนกับการกระโดดจากหน้าผา และประกอบเครื่องบินระหว่างทางลงมา การเป็นผู้ประกอบการคือ : คุณกระโดดจากหน้าผา และคุณประกอบเครื่องบินตามเส้นทางลงมา
ประสบการณ์ภายในเทคโนโลยี และการเป็นผู้ประกอบการของรีด ฮอฟฟ์แมนถูกแสดงภายในหนังสือ 2018 ของเขา “Blitzscaling : The Lightning-Fast Path to Building Massively Valuable Companies” เขียนร่วมกับคริส เยห์ หนังสือได้กล่าวถึงแนวคิดการขยายขนาดอย่างสายฟ้าแลบ กลยุทธ์การเจริญเติบโตของบริษัทที่มุ่งเน้นความรวดเร็วเหนือกว่าประสิทธิภาพภายในตลาดการแข่งขัน เขาเชื่อความสามารถกระทำอย่างรวดเร็วเป็นหัวใจต่อข้อได้เปรียบทางการเเข่งขันภายในเศรษฐกิจสมัยใหม่ ตัวอย่างที่สำคัญจากยักษ์ใหญ่เทคเช่นอเมซอน เฟชบุค และกูเกิ้ล ชื่อหนังสือ “Blitzscaling” ได้มาจาก “Blitzkrieg” ภาษาเยอรมัน หมายถึงสงครามสายฟ้าแลบ แนวคิดเยอรมันของสงครามการโจมตีโดยนายพลไฮนซ์ กูเดเรียน ระหว่างการบุกฝรั่งเศสภายใน ค.ศ 1940 ถ้อยคำบลิทซ์สเกลลิ่ง ทำให้เราคิดถึงบลิทซ์คลีกของนายพลไฮนซ์ กูเดเรียน ภายในสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเป็นนายพลเยอรมัน และผู้เชี่ยวชาญรถถังกลายเป็นสถาปนิคคนสำคัญของบลิทซ์คลีกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บลิทซ์ครีกเป็นการปฏิบัติการบุกทะลวงแนวศัตรูอย่างน่าประหลาดใจ ศัตรูไม่ได้ตระเตรียม และไม่สามารถต่อสู้ความรวดเร็วของการโจมตีของเยอรมันได้ บลิทซ์สเกลลิ่งเพียงแค่แทนที่เเนวศัตรูด้วยตลาด ศัตรูเป็นคู่เเข่งขัน และเยอรมันเป็นบริษัทของคุณ นั่นเเหละที่รีด ฮอฟฟ์แมนทำกับลิงค์อิน ไบรอัน เชสกี ทำกับแอร์บีแอนด์บี เเละโพนี มา ทำกับเทนเซนต์ ตัวอย่างของบริษัทที่เดินตามบลิทซ์สเกลลิ่งรีด ฮอฟฟ์แมนได้อภิปรายการขยายขนาดอย่างรวดเร็วสามารถนำไปสู่การยึดครองตลาดอย่างสำคัญและการสร้างคุณค่าอย่างไร เขาได้คิดค้นกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อการขยายตัวอย่างสายฟ้าแลบคือความเข้าใจสภาวะของตลาด การคิดค้นโมเดลธุรกิจ และการบริหารความวุ่นวายของการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผลงานได้ถูกใช้เป็นแนวทางเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจสนใจต่อการบรรลุการเจริญเติบโตอย่างระเบิดบลิทซ์สเกลลิ่งตัวมันเองไม่ใช่เป้าหมาย รีด ฮอฟ์ฟแมน กล่าว การขยายตัวอย่างสายฟ้าแลบไม่มีประสิทธิภาพ การใช้จ่ายเงินทุนไม่มีประสิทธิภาพ และการว่าจ้างไม่มีประสิทธิภาพ มันเป็นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจของคุณ และมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างแน่นอน แต่เขากล่าวการขยายตัวอย่างสายฟ้าแลบเป็นทางเลือก บริษัทอาจจะเลือกเพื่อช่วงเวลาที่จะรวดเร็วกว่าคู่เเข่งขัน หรือการตอบสนองต่อการแพร่โรคระบาด ไม่ใช่เป็นเส้นทางนำความคิดไปสู่ไอพีโอรากฐานความคิดของบลิทซ์สเกลลิ่งมาจากประสบการณ์ของรีด ฮอฟฟ์แมนเอง การสังเกตุฟองสบู่ดอทคอมของปลาย ค.ศ 1990 และต้น ค.ศ 2000 การเป็นผู้ประกอบการตัวเขาเอง และการมีส่วนร่วมต่อการเจริญเติบโตทวีคูณของเพย์พาลก่อนมันมีโมเดลธุรกิจ ที่นี่เขาได้มาสู่หลักการขัดความรู้สึกอย่างหนึ่งของบิตซ์สเกลลิ่ง : บางครั้งคุณต้องละเลนลูกค้าของคุณ คุณทำเพื่อทุ่มเททรัพยากรของคุณไปสู่การขยายขนาดของผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณสามารถบริการลูกค้าในอนาคตหลายล้านคนมากขึ้นกฏพื้นฐานของบริการลูกค้ามีมายาวนาน ลูกค้าถูกต้อง้สมอ แต่ต่อนักขยายตัวอย่างสายฟ้าแลบหบายคน กฏที่สำคัญคือ ให้บริการลูกค้าอะไรก็ตามที้คุณสามารถตราบเท่าทีมันไม่ได้ทำให้คุณช้าลง…. และนั่นอาจจะหมายถึงไม่มีบริการบลิทซ์สเกลลิ่งเป็นกลยุทธ์ที่กล้าหาญและทะเยอทะยานสามารถนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ แต่มันไม่ใช่เพื่อคนใจไม่สู้ มันต้องการความเต็มใจรับความเสี่ยงภัย จุดมุ่งที่เข้มข้นต่อการเจริญเติบโต และทีมของบุคคลที่มีความสามารถและทุ่มเท บิตซ์สเกลลิงเป็นกลยุทธ์การเจริญเติบโตที่มีพลังอย่างหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ไม่มีความเสี่ยงภัยของมัน บริษัทที่เลือกขยายตัวอย่างสายฟ้าแลบต้องตระเตรียมเผชิญความท้าทายเหมือนเช่นความไม่มั่นคงทางการเงิน ความท้าทายทางการดำเนินงานและระเบียบข้อบังคับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเป็นจุดสำคัญต่อแนวคิดของบลิทซ์สเกลลิ่ง ไม่เพียงแต่สำคัญเป็นความยืดหยุ่นเและเปิดกว้างเมื่อสภาพแวดล้อมไม่แน่นอนเท่านั้น เเต่มันส่งเสริมกรอบความคิดที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตอย่างรับผิดชอบด้วย รีด ฮอฟฟ์แมน ได้กล่าวถึงคำถามที่สำคัญของเกี่ยวกับจริยธรรมของบริษัทมหาชนบิตซ์สเกลลิ่งภายในด้านเหมือนเช่นการเงินและการดูเเลสุขภาพที่มีโอกาสกระทบอย่างรุนเเรงต่อการดำรงชีวิตของบุคคล

ถ้อยคำ “Blitz” และ”Blitzkrieg” มักจะถูกใช้แทนกัน อ้างถึงการโจมตีทางทหารอย่างรุนแรง บลิทซ์รู้จักกันเป็นบลิทซ์ทิ้งระเบิดการโจมตีทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ภายในพื้นที่เฉพาะ ถ้อยคำ บลิทซ์ มาจากภาษาเยอรมันบลิทซ์ครีก หมายถึง สงครามสายฟ้าแลบ ถ้อยคำได้ถูกใช้อธิบายการโจมตีทิ้งระเบิดอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นับแต่นั้นมามันได้ถูกใช้อธิบายการทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ใดก็ตามบลิทซ์ครีก เป็นยุทธวิธีทางทหารที่เกี่ยวพันกับการรวมกันของการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว การโจมตีอย่างน่าประหลาดใจ และกองกำลังที่ท่วมท้น บลิทซ์ มุ่งพื้นฐานบนความเสียหายที่ลงโทษผ่านการการใช้ระเบิดทางอากาศ บลิทซ์สามารถถูกดำเนินการโดยเครื่องบินลำเดียวกลุ่มของเครื่องบิน หรือกองบินความมุ่งหมายของบลิทซ์คือทำลายบลิทซ์ ถ้อยคำได้มาจากภาษาเยอรมัน บลิทซ์ครีก เป็นการโจมตีทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ถ้อยคำได้ถูกใช้ครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์อังกฤษ และต้นกำเนิดมาจากถ้อยคำบลิทซ์ครีก มันเป็นความพยายามอย่างมีระบบโดยนาซี เยอรมันของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทิ้งระเบิดชาวอังกฤษเพื่อการยอมแพ้ ระหว่าง ค.ศ 1940 ถึง ค.ศ 1941 บลิทซ์ ได้เริ่มต้นประมาณสีโมง ตอนบ่ายภายใน 7 กันยายน ค.ศ 1940 เมื่อเครื่องบินเยอรมันปรากฎเหนือลอนดอนและทิ้งระเบิดลงสู่เป้าหมายมันเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการชาวลอนดอนยืนอย่างมั่นคงระหว่างชั่วโมงที่สุดขีดของวิกฤติโดยไม่มีวินสตัน เชอร์ชิลภายในจุดศูนย์กลางของพายุ ณ คืนเเรกของการโจมตีทิ้งระเบิด ระเบิด 200 ลูกได้ถล่มเมือง ชาวลอนดอนเสียชีวิต 300 คน บลิทซ์ เป็นชื่อที่ให้กับการโจมทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษเมื่อ ค.ศ 1940 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อแปดเดือนเครื่องบินเยอรมันได้ทิ้งระเบิดบนลอนดอนและเมืองอื่นรวมทั้งเบอร์มิง แฮม ลิเวอร์พูล โคเวนทรีย์ พลีมัธ แมนเชสเตอร์ และเซ้าธ์ เเธมป์ตัน สถานที่ตรงที่โรงงานและอุตสาหกรรมอื่นตั้งอยู่การโจมตีทิ้งระเบิดเป็นความพยายามของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ที่จะบังคับให้อังกฤษยอมแพ้เดอะ บลิทซ์ เป็นการโจมตีทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษเมื่อ ค.ศ 1940 และ ค.ศ 1941 มันได้เริ่มต้นประมาณตอนตีสี่ของ 7 กันยายน ค.ศ 1940 : อาทิตย์ทมิฬ เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดเยอรมัน ลุฟท์วัฟเฟ กองทัพอากาศเยอรมันปรากฏครั้งแรกเหนือลอนดอนทำให้บุคคลเสียชีวิต 430 คนและบาดเจ็บ 1,600 คน ลอนดอนได้ถูกทิ้งระเบิด 57 คืนติดต่อกัน และมักจะเป็นระหว่างกลางวันด้วย ชาวอังกฤษจำนวนมากกลายเป็นไร้บ้านมากขึ้น ทุกคืนท้องฟ้าสว่างสไวด้วยไฟบนท้องฟ้าลอนดอน ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยแสวงหาที่หลบภัยภายในใต้ดินของเมือง แต่ชาวลอนดอนปฏิเสธที่จะยอมจำนน
คำอธิบายหลายอย่างได้ถูกนำเสนอต่อความยืดหยุ่นของพวกเขาแต่ ณ หัวใจของเรื่องราวของพวกเขาเป็นผู้นำคนเดียววินสตัน เชอร์ชิล เชอร์ชิล ได้พูดซ้ำซากทั้งระหว่างสงครามและภายหลังว่าทุกอย่างที่เขาทำคือ สะท้อนและถ่ายทอดความมุ่งมั่นของชาวอังกฤษที่จะต่อสู้จนได้ชัยชนะเมื่อ ค.ศ 1939 กษัตริย์จอร์จที่ห้าได้พูดต่อชาวอังกฤษและจักรวรรดิ์แถลงการประกาศสงครามของรัฐบาลต่อเยอรมันเพื่อการตอบสนองต่อการบุกโปเเลนด์ของเยอรมันภายหลังจากการประณามเยอรมันเขาได้เรียกร้องชาวอังกฤษที่จะระดมพลต่อสงคราม วันต่อมาเดลี สเกทช์ ได้พิมพ์ข้อความตัดตอนของคำปราศัยของกษัตริย์จอร์จที่ห้าด้วยการระบุการเรียกร้องของเขาเป็นชื่อเรื่องว่า “Stand Clam Firm and United”
บลิทซ์ เป็นถ้อยคำถูกใช้ครั้งแรกโดยสื่ออังกฤษ และได้กำเนิดมาจากถ้อยคำบลิตซ์คริก ถ้อยคำเยอรมันหมายถึงสงครามสายฟ้าแลป มันเป็นความเชื่อของฮิตเลอร์ว่าสงครามจากอากศจะทำให้ลอนดอนหวาดกลัวไปสู่ความพ่ายแพ้ เขาไม่ถูกต้อง ตรงกันข้ามผู้อาศัยได้ใช้ความดื้อรั้นและอดทน เราสามารถทำให้มันกลายเป็นคำพูดติดปากของเดอะ บลิทซ์ บุคคลสงบใจและยังคงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปจิตวิญญานบริทซ์ ลอนดอนสามารถรับสถานการณ์ของมัน หน้าต่างร้านค้าอ่านว่า ถูกทิ้งระเบิดแต่ไม่พ่ายแพ้ ความรักชาติและขวัญที่ดีได้ถูกสร้างเป็นถ้อยคำ จิตวิญญานบริทซ์ และได้กลายเป็นถ้อยคำที่นิยมแพร่หลายภายในภาพยนตร์และบทความ แม้แต่่มันได้ถูกใช้เป็นถ้อยคำโดยทั่วไปประจำวัน

“Blitzkreig” เป็นภาษาเยอรมัน หมายถึง สงครามสายฟ้เเลบ ถ้อยคำบลิทซ์สเกลลิ่ง เชื่อมกันจากสองคำ บลิทซ์ หมายถึงฟ้าแลบและสเกลลิงหมายถึง การขยายขนาด มันเป็นยุทธวิธีทหารที่ปฏิรูปการทำสงคราม และทำให้กองทัพเยอรมันยึดครองอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดยุโรปส่วนใหญ่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ยุทธวิธีของเยอรมันที่จะหลีกเลี่ยงสงครามยาวนานภายในระยะเเรกของสงครามโลกครั้งที่สองภายในยุโรป กลยุทธ์ของเยอรมันที่จะชนะศัตรูของพวกเขาภายในลำดับของการโจมตีที่สั้นถ้อยคำ บลิทซ์ครีกทำให้เกิดภาพของรถถัง ปืนใหญ่ และทหาร เคลื่อนที่อย่าวรวดเร็ว กวาดล้างภูมิประเทศไปทั่ว ปล่อยทิ้งการทำลายภายในการปลุกของพวกเขา ยุทธวิธีบลิทซ์ครีกถูกสร้างบนส่วนประกอยที่สำคัญสามอย่าง ความรวดเร็ว ความประหลาดใจ และการรวมกองกำลัง นายพลเยอรมัน เออร์วิง รอมเมล นำกองพลรถถังแพนเซอร์ระหว่างการบุกฝรั่งเศส ต่อมาได้ใช้ยุทธวิธีบลิทซ์ครีก ต่อสู้กองกำลังอังกฤษภายในทะเลทรายของอัฟริกาเหนือบลิทซ์ครีก มีรากฐานของมันภายในกลยุทธ์ทหารเริ่มแรก รวมทั้งผลงานที่มีอิทธิพลของนายพลปรัสเซียศตวรรษที่ 19 คาร์ล วอน เคลาเซอวิตซ์ เขาได้เสนอแนะหลักการการรวมพล ความคิดว่าการรวมกำลังต่อสู้ศัตรู และการโจมตีครั้งเดียวต่อเป้าหมายที่เลือกไว้อย่างรอบคอบ และมันมีประสิทธิภาพมากกว่าการกระจายกองกำลังเหล่านี้ภายหลังอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มาสู่อำนาจเมื่อ ค.ศ 1933 และทำให้ความมุ่งหมายของเขาชัดเจนที่จะติดอาวุธใหม่ของประเทศ เขาได้กระตุ้นผู้บัญชาการหนุ่มเหมือนเช่นไฮน์ กูเดเรียน ที่ยืนยันต่อความสำคัญของทั่งรถถังและเครื่องบินภายในวิถีทางเคลื่อนที่ต่อการทำสงคราม เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญรถถัง กลายเป็นสถาปนิคสำคัญของการทำสงครามรถหุ้มเกราะ และบลิทซ์ครีกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้มีส่วนช่วยอย่างเด็ดขาดต่อชัยชนะของเยอรมันภายในโปแลนด์ ฝรั่งเศส และรัสเซียเยอรมันได้บุกเกือบทั้งยุโรปอย่างรวดเร็ว และได้ชัยชนะภายในสองปีกว่า ด้วยการใช้ยุทธวิธีทางทหารของบลิทซ์ครีก บลิทซ์คริก ต้องการการรวมกำลังของอาวุธการบุก เช่น รถถัง เครื่องบิน และปืนใหญ่ การรวมกองกำลังรถถัง ทหารราบ และปืนใหญ่ทะลวงการป้องกันของศัตรู บนแนวหน้าที่แคบ การอ้อมผ่านช่องของการต่อต้าน และปะทะลีกไปสูพื้นที่ของศัตรู

กองกำลังทางอากาศ – ลุฟวัฟเฟ ได้ให้การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ขิด การทิ้งระเปิดเป้าหมายที่สำคัญ และการสร้างความเหนือกว่าทางอากาศท้องที่ กองกำลังเหล่านี้จะขับเคลื่อนการทำลายภายในการป้องกันของศัตรู การยอมให้กองพลรถถังบุกอย่างรวดเร็วการสื่อสารทางวิทยุเป็นจุดสำคัญต่อการปฏิบัติการบลิทซ์คริตอย่างมีประสิทธิภาพ การทำให้ผู้บัญชาการสามารถประสานการเดินหน้า และทำให้ศัตรูเสียความสมมดุล เทคนิคเหล่านี้ได้ถูกใช้ต่อผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ภายใน ค.ศ 1939 เมื่อกองทัพโปแลนด์ถูกทำลายภายในลำดับของการสู้รบโอบล้อม
เมื่อ ค.ศ 1940 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้โจมตีฝรั่งเศส กองพลรถถังแพนเซอร์ของเขาแล่นผ่านแนวของฝรั่งเศส เเละตัดกองกำลังอังกฤษ ณ ดังเคิรก ความสำเร็จอย่างงดงามได้บรรลุระหว่างการบุกรัสเซียเมื่อ ค.ศ 1941 ด้วย และกองทหารรัสเซียได้ถูกจับเป็นจำนวนมาก
Cr : รศ สมยศ นาวีการ

