INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สหรัฐ-จีนยังขับเคี่ยวกันหนัก

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
สหรัฐ-จีนยังขับเคี่ยวกันหนัก
ชัดเจนว่าสหรัฐด้วยการนำของประธานาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมป์”นั้นมีแนวโน้มต้องการโดดเดี่ยวตนเอง แบบเดียวกันกับที่สหรัฐเจอภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในทศวรรษที่ ๑๙๓๐
ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปจะไม่เลวร้ายถึงขั้นตลาดหุ้นพังทลายราบเรียบเช่นคราวโน้น เพราะ “ทรัมป์” ชิงแก้ไขเสียและป้องกันก่อน
เขาทำพยายามตั้งแต่
๑) ด้วยการขับไล่ต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมายออกไป เพื่อสงวนอาชีพไว้ให้คนอเมริกันทำ
๒) ด้วยการขู่ “เอาคืน”ชาติต่างๆ ที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐด้วยมาตรการด้านภาษีศุลกากร พยายามขจัดการลงทุนของต่างชาติภายในประเทศและถอนการลงทุนจากต่างประเทศ
๓) ด้วยการตัดความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมสำหรับต่างประเทศเพื่อลดภาระและ
๔)ตัดค่าใช้จ่ายที่ผูกพันกับองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งก็เป็นการลดภาระด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เพื่อรื้อฟื้นความมั่งคั่งและอำนาจอิทธิพลขึ้นมาใหม่ ตามแนวทาง”ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” Make America great again ตามที่”ทรัมป์”ใช้เป็นคาถาปลุกจิตสำนึกรักชาติของคนอเมริกันขึ้นมาเลือกเขา
เป็นผลให้เขาได้ชัยชนะเด็ดขาด สามารถเข้ากุมอำนาจฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติผ่านทางทางสองสภาที่เรียกรวมๆ ว่า  the Congress
ในขณะเดียวกัน
๕)ก็รื้อฟื้นการรักษาความมั่นคงของสหรัฐ ด้วยการชี้ชวน”แคนาดา”เข้ามาเป็นอีกรัฐหนึ่ง หรือด้วยการเสนอซื้อกรีนแลนด์ ตลอดจนพยายามที่จะเอาคลองปานามากลับคืนมา จนถูกนินทาลับหลังว่า:-
นี่ไงความเป็น “จักรพรรดินิยมอเมริกา”ตามที่จีนเคยบริภาษผ่านทางวิทยุปักกิ่งในอดีต (ซึ่งกลายเป็นความจริงอีกครั้งหนึ่งแล้ว) ระหว่างที่สหรัฐทำสงครามอินโดจีน เพื่อมิให้ลัทธิคอมมิวนิสม์เข้าครอบงำชาติในภูมิภาคนี้ ซึ่งเท่ากับทำลายสิทธิเสรีภาพที่สหรัฐเชิดชู (อันที่จริงต้อการเข้ามีอิทธิพลในย่านนี้เพื่อกุมสภาพจีน)
มองโดยรวมของความเป็นอเมริกันแล้ว นโยบายของ”ทรัมป์”ที่ว่านี้ นับว่าถูกต้องตรงเผง เพราะทั้งหมดนั้นเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติส่วนรวมอย่างแท้จริง
ทีนี้ถามว่า “ทรัมป์”จะ”โดดเดี่ยว”สหรัฐได้แค่ไหน นานเพียงไร
ผมตอบเองง่าย ๆ สั้น ๆ ตามสำนึกธรรมดาว่า โดดเดี่ยวจนสหรัฐฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายใน ถึงขั้นกระจายความมั่งคั่งไปให้มากที่สุด เหลือคนจนไว้เป็นภาระน้อยที่สุด เช่นจนสามารถ ขจัดคนไร้บ้านได้มากที่สุด
เข้าใจว่าภายในสี่ปีที่เขาดำรงตำแหน่งถ้าทำจริงๆ ก็น่าจะประสบความสำเร็จ หรือถ้ายังไม่สำเร็จ ก็ต้อง”ส่งไม้”ให้ประธานาธิบดีคนต่อไปทำ
ซึ่งไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงถ้า “อีลอน มัสก์”เสนอตัวลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้า…….ฮ่
สำหรับการแข่งขันกับจีนในด้านเศรษฐกิจ ก็ยังจะดำเนินต่อไปอย่างจริงจัง ด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาจีนรุกมากด้วยการใช้นโยบาย”หนึ่งเข็มขัดหนึ่งเส้นทาง”
ไม่ว่าจะในเอเชีย ในอาฟริกา ในละตินอเมริกา ในยุโรปและแม้แต่ในสหรัฐ
ที่จีนต้องทำเช่นนั้นก็เพราะจีนมีระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่เกินไป มีประชากรมากไป ทรัพยากรไม่พอเพียงต่อการเลี้ยงตนเอง
จีนเลยต้องใช้นโยบายนี้ ขยายอิทธิพลทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง หมายครบงำโลกทั้งใบ ให้จีนได้พึ่งพาในอนาคต
รวมทั้งการส่งประชากรกระจายไปอาศัยอยู่ตามที่ต่างๆ ในโลก นำโดยการทุ่มทุนขนาดใหญ่ก่อน ตามไปด้วยการส่งคนไปควบคุมดูแล จากนั้นการขยายตลาดก็จะตามมา แทบจะพร้อมๆ กัน
ทีนี้ ก็คงจะเข้าใจแล้วละว่า ทำไมจีนจึงกระเหี้ยนกระหือรือนัก ที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูง ไปตามที่ต่างๆ ของโลก รวมทั้งประเทศไทย
ผมว่าสหรัฐเองชักจะคร้ามในความเก่งกาจสามารถของจีนมาก
ยกตัวอย่างกรณีที่จีนเปิดตัว”ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เรียกว่า DeepSeek เมื่อ ๒๐ มค.๖๘ ที่ผ่านมาก็สามารถเอาชนะ ChatGpt ได้แล้ว
ด้วยการลงทุนที่ถูกกว่ามากๆเพียงราวห้าล้านเหรียญสหรัฐในขณะที่ ChatGpt ลงทุนไปถึง ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ
ทั้งนี้ โดยใช้ชิปส์คุณภาพต่ำราคาถูกของ Nvidia ทำให้หุ้น Nvidia ร่วงระนาว
แต่คุณภาพของ DeepSeek ไม่ได้ด้อยไปกว่า ChatGpt
หรืออาจมากกว่าในบางด้านเสียด้วยซ้ำไป
นี้คืออีกตัวอย่างหนึ่งของการช่วงชิงการนำในแง่ธุรกิจของสองชาติ
ซึ่งจะนำไปสู่อะไรต่อไปนั้น
ไอ้กระผมก็ไม่มีปัญญาพยากรณ์ได้ครับ
Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *