INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ร่องรอยของอิสลามที่มีต่อตะวันตกระยะแรก

ร่องรอยของอิสลามที่มีต่อตะวันตกระยะแรก

จรัญ มะลูลีม

ชาวมุสลิมเป็นคนแรกๆ หลังจาก Herodotus ที่สร้างความรู้สึกทางประวัติศาสตร์ขึ้นและเปิดศาสตร์ต่างๆ ด้านนี้ขึ้นต่อหน้าตะวันตก   เนื่องจากอัล-กุรอานส่วนใหญ่มักกล่าวถึงอดีตทำให้ผู้อ่านคิดถึงการขึ้นการลงของชาติต่างๆ ในอดีต   อัล-กุรอานเป็นแหล่งความรู้จึงทำให้เกิดความรู้สึกด้านประวัติศาสตร์ขึ้นในหมู่ผู้นับถือศาสนาอิสลาม

พรอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่ชาวมุสลิมให้แก่ตะวันตกก็คือการสืบสวนเชิงวิทยาศาสตร์หรือการหาความจริงด้วยการพิสูจน์ด้วยเหตุผล   การสังเกตและทดลอง  อิทธิพลของวิธีการของมุสลิมในการสังเกตและทดลองที่มีต่อตะวันตกได้ถูกยอมรับโดย Briffault , Roger Bacon หรือผู้มีชื่อในสมัยหลังก็ไม่ใช่อะไรนอกไปจากลูกศิษย์ของมุสลิม

วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งอำนวยประโยชน์อันสำคัญของอารยธรรมอาหรับแก่โลกสมัยใหม่แต่มีผลค่อนข้างช้า  ไม่ใช่เฉพาะวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่นำยุโรปให้กลับมามีชีวิต  ไม่มีแง่มุมของความเจริญของยุโรปแม้แต่อย่างเดียวที่หาร่องรอยของอิสลามไม่พบ

ที่แลเห็นได้ชัดเจนและสำคัญก็คือกำเนิดของพลังอำนาจของโลกปัจจุบัน   นั่นคือธรรมชาติวิทยาและจิตวิญญาณเชิงวิทยาศาสตร์

การที่วิทยาศาสตร์ของเราเป็นหนี้ต่อชาวอาหรับมิได้อยู่ในการค้นพบทฤษฏีปฏิวัติต่างๆ ที่น่าตกใจ   วิทยาศาสตร์เป็นหนี้ต่อวัฒนธรรมอาหรับมากกว่านั้นคือเป็นหนี้ความมีอยู่ของอิสลาม   โลกโบราณเป็นโลกก่อนวิทยาศาสตร์  ดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ของกรีกเป็นสิ่งที่มาจากต่างประเทศไม่เคยชินอยู่ในวัฒนธรรมกรีกอย่างทั่วถึงเลย

มีแต่ในเมืองอเล็กซานเดรียสมัยกรีกระยะหลังเท่านั้นที่มีงานด้านวิทยาศาสตร์กระทำอยู่ในโลกโบราณ   สิ่งที่เราเรียกว่าวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นในยุโรปเป็นผลของจิตวิญญาณใหม่ของการสืบสวน  วิธีการใหม่ในการสืบหา วิธีการทดลองสังเกตและวัดพัฒนาการของเลขคณิตในรูปแบบที่กรีกยังไม่รู้จักจิตวิญญาณนั้นและวิธีการเหล่านั้นถูกนำเข้าไปในยุโรปโดยชาวอาหรับ

ในตะวันตก แม้แต่ในศตวรรษที่ 9 หรือปีฮิจญ์เราะฮ์ที่ 15 แล้วก็ตาม  ปรัชญาและวิทยาศาสตร์ก็ยังถูกมองว่าเป็นศัตรูของศาสนา   คำสอนของกลุ่มที่ถือตามอริสโตเติลและอเวอโรลจึงถูกห้าม Bruno ถูกเผา Kepler ถูกประหาร กาลิเลโอถูกบังคับให้ดื่มยาพิษ แต่นักคิดมุสลิมได้ผสมผสานเหตุผลเข้ากับความศรัทธาและทำให้พวกเขาและนักคิดในยุโรปสามารถพัฒนาทั้งสองอย่างได้โดยไม่ถูกขัดขวาง

ลัทธินิยมความลี้ลับของยุโรปก็ได้รับอิทธิพลจากลัทธินิยมความลี้ลับซึ่งแลเห็นได้ชัดว่ามีอิทธิพลของซูฟี (นักประสบการณ์ทางจิต) อยู่  Miguel Asin Palacios ได้ศึกษาอิทธิพลแนวความคิดของมุสลิมในเรื่องโลกหน้าที่มีต่อเรื่อง Divine Cornedy ได้พบอิทธิพลของอิบนุ อะรอบีที่มีต่อ Dante ปรากฏว่าดังเต้ได้อ่านงานของนักปรัชญามุสลิม ที่แปลเป็นภาษาละตินหลายคน  อย่างน้อยก็งานของอิบนุสินาและอัล-ฆอซาลี

หนังสือของพาลาซิออสประกอบด้วย 4 ภาคคือ

เปรียบเทียบเรื่อง Divine Comedy กับลัยละตุล-อิสรออ์และมิอ์รอจญ์

กล่าวถึงส่วนประกอบของอิสลามในตำนานคริสเตียนสมัยก่อนดังเต้

ศึกษาและสรุปถึงการถ่ายทอดงานของมุสลิมไปยังยุโรปคริสเตียนโดยทั่วไป

ซูฟีมุสลิมนอกจากอิบนุ มะสัรรอฮ์ แห่งสเปน  (มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ.883-931)  และอะรอบีแล้วก็ไม่เป็นที่รู้จักกันดีในยุโรปเท่ากับพวกนักปรัชญา  มะสัรรอฮ์เป็นผู้ตั้งสำนักคิดอิชรอกี  จากสเปนความคิดของสำนักนี้ได้ถูกถ่ายทอดไปยังนักวิชาการ Augustinian เช่น Duns Seotus, Roger Bacon และ Raymont เป็นต้น

เมื่อเร็วๆ นี้จำนวนการศึกษางานของฮาริษ มุฮาสินีได้เพิ่มขึ้นมาก   ในปัจจุบันนี้ Corbin ได้พิมพ์งานส่วนใหญ่ของสุฮาวัรดี มักตุล ออกมาพร้อมทั้งต้นฉบับภาษาอาหรับและเปอร์เซีย   เป็นที่สนใจมากของพวกนักปรัชญาแนวเอ็กซิสเตนเชียล   และนักมนุษย์วิทยาทางปรัชญา

อิทธิพลทางศาสนวิทยา  

อิทธิพลของนักศาสนวิทยามุสลิมที่มีต่อตะวันตกนั้นแค่เป็นเรื่องรอง สาเหตุก็คือความตึงเครียดระหว่างสองศาสนานี้คืออิสลามและคริสต์ศาสนา   ถึงกระนั้นก็ดีนักศาสนวิทยามุสลิมก็ยังเป็นที่รู้จักแก่ตะวันตกโดยอาศัยงานของนักปรัชญาโดยทางอ้อม

มีแต่งานของอัล-ฆอซาลี เท่านั้นที่เป็นที่รู้จักโดยตรง    ถึงอย่างไรก็ตามความรู้เรื่องศาสนวิทยาของมุสลิมก็ยังมีอยู่น้อยในตะวันตกเป็นเวลานาน

ด้วยเหตุผล 2 อย่างคือ (1) ข้อมูลเกี่ยวกับนักศาสนวิทยารุ่นแรกๆ นั้น เป็นแบบแหล่งที่สอง  ไม่ได้รับไปจากงานของพวกเขาเอง (2) ครูเอกๆ ของขบวนการปรัชญา-ศาสนวิทยา หลังจากฆอซาลีไม่เป็นที่รู้จักกันอีกนาน

จนถึงศตวรรษที่ 19 นักวิชาการตะวันตกแทบจะไม่มีใครรู้จักงานฟัครุดดีน รอซี, ซัยฟุดดีน, อิบนุ ตัยมิยะฮ์, ศิรอญุดดีน อุรมาวี, ซัยยิด ซะรีฟ อัจ-ญูรญานี, สะอาดุดดีน ตัฟตนะซานี, และคนอื่นๆ   ดังนั้นจึงไม่อาจกล่าวถึงอิทธิพลทางด้านศาสนวิทยาของมุสลิมที่มีต่อตะวันตกได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ก็ได้มีการแปลงานสำคัญๆ เกี่ยวกับปรัชญาศาสนา อย่างเช่นเรื่อง อิรฮาด ของอะบู อัล-มะอาลี (อิมาม อัล-หะเราะมัยน์) และหนังสือหลายเล่มโดยอิบนุตัยมิยะฮ์  เป็นภาษาฝรั่งเศสและ Max Horten ยังได้จัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับนักศาสนวิทยามุสลิมออกมาเล่นใหญ่อีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ Louis Gardet กับ Anawati ก็ได้ออกหนังสือชื่อ Introduction a la Theologic Musulmane และ Albert Nader ก็ได้เขียนหนังสือชื่อ La Systeme Philosophique des Mu tazita พิมพ์เป็นภาษาอาหรับและฝรั่งเศส

อัลฆอซาลีนั้นไม่เหมือนใคร  เพราะเป็นทั้งนักปรัชญาและนักศาสนวิทยา  อิทธิพลของเขาในตะวันตกจึงมีทั้งด้านปรัชญาและศาสนวิทยา

Palacios ได้เขียนถึงพัฒนาการทางความคิดของอัล-ฆอซาลีในตะวันตกไว้ว่ามีหลายขั้นตอน   เช่นชั้นแรก Raymond Martini ผู้เป็นพระนิกายโดมินิกันได้ขอยืมความคิดจากอัล-ฆอซาลีไปเขียน  ต่อมา St.Thomas ได้ใช้ข้อความของอัล-ฆอซาลีไปใช้ในหนังสือที่ Contra Gentiles

ปัญหาที่ St.Thomas ได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากอัล-ฆอซาลีก็คือความคิดที่ว่าด้วยความจำเป็นเพื่อพิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้า ความรู้ของพระเจ้า  ความเรียบง่ายของพระเจ้า พระนามของพระเจ้า  คุณลักษณะของพระเจ้า  พระดำรัสของพระเจ้า  ปาฏิหาริย์ในฐานะที่เป็นพยานถึงความจริงของการเป็นศาสดา และการฟื้นคืนชีพของคนที่ตายแล้ว  ในตอนปลายสมัยกลางอิทธิพลของอัล-ฆอซาลียิ่งสำคัญมาก

ความสัมพันธ์ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างปรัชญาของมุสลิมกับคริสเตียนเพราะการแปลหนังสือของอัล-ฆอซาลีโดย Gundisalous จากงานของนักวิชาการใหญ่นี้ (และภายหลังจากคำแปลของ E.Gilson) ปรากฏว่าอิบนุสินามีอิทธิพลต่อตะวันตก 2 ทางคือ (1) โดยงานของเขาเองโดยตรง (2) โดยทางอ้อมจากการอาศัยงานของอัล-ฆอซาลีที่แปลโดย Gundisalous

อิทธิพลของอัล-ฆอซาลี มีต่อไปจนถึง Pascal คำอภิปรายเกี่ยวกับการปกป้องศาสนาที่อัล-ฆอซาลีใช้มากและรู้จักกันในตะวันตกได้ถูก Pascal ขยายความครั้งแล้วครั้งเล่าในเรื่อง Pensies ของเขา    ข้อความในการถกเถียงนี้มุ่งหมายจะให้ผู้ไร้ศรัทธาแลเห็นว่าไม่มีความขัดกันอยู่เลยในการปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนากับการเชื่อว่าโลกหน้าอาจไม่มี

ทั้งอัล-ฆอซาลีและปาสคัลพยายามหาวิธีที่จะกำจัดภาวะความสงสัยในลัทธินิยมความลี้ลับ   ทั้งคู่มองหามันในความบันดาลใจของพระเจ้าในฐานะที่เป็นผลผลิตของคุณธรรมด้านศีลธรรมและความรักศาสนาซึ่งปลอดจากข้อพิจารณาด้านเหตุผลอื่นๆ

พลังแห่งความบันดาลใจนี้พระเจ้าทรงประทานให้แก่ผู้มีศรัทธา   แลเห็นได้ชัดว่ารากฐานแห่งทฤษฎีของปาสคัลในเรื่อง “ตรรกของหัวใจ” นั้นมีอยู่แล้วในความคิดของอัล-ฆอซาลีเกี่ยวกับ “น้ยน์ตาใจ”

Palascios กล่าวว่าทั้งๆ ที่มีความคล้ายคลึงกันระหว่างคนทั้งสองนี้  แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ด้วยคือปาสคัลมิได้กล่าวถึงปัญหาอย่างเปิดเผยแต่กล่าวอ้อมๆ  แต่อัล-ฆอซาลีศึกษาปัญหาเป็นรายละเอียดอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com