ถ้าทำรัฐประหารแค่ครึ่งเดียวจะเอากันไหม

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ถ้าทำรัฐประหารแค่ครึ่งเดียวจะเอากันไหม
สองสามวันที่ผ่านมา ผมตั้งใจฟัง รศ.ดร. รัตนาภรณ์ ธรรมโกศล ออกมาพูดในรายการ”สามัคคีประชาชน”ของ 13Siamthai TVHD อย่างพินิจพิเคราะห์ครับ
ฟังแล้ว ก็อดใจไม่ได้ ที่จะต้องเอามาขยายความต่อว่า
ดร.รัตนาภรณ์หนึ่งในนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแอฟริกา อดีตนักศึกษานักเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๑๙ และหัวหน้าพรรคสร้างชาติ(ก่อตั้งปี ๒๕๖๒ แต่ไม่รู้ว่าพรรคนี้ยังดำรงอยู่หรือไม่) ออกมาแสดงความเห็น การแก้ไขปัญหาการเมืองที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
แล้วผมก็ชักจะเห็นด้วยสิ
ทั้งๆที่ใจจริง ไม่อยากให้รัฐประหารเกิดขึ้นมาอีก
แต่ก็สำนึกได้ ว่าที่ท่านแสดงความเห็นมา ก็เพราะมีความห่วงใยในบ้านเมืองไม่น้อยกว่าเราๆ ท่านๆ เลย
อาจมากกว่าเสีด้วยซ้ำ
ด้วยตัวท่านเอง ก็ยังคิดตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.) ในการต่อต้าน”ระบอบทักษิณ”
โดยท่านพูดผ่านในประเด็นที่ว่าด้วย”ศรัทธาประชาธิปไตย”ซึ่งตรงใจผม
เพราะผมเองก็เสื่อมศรัทธาหมดแล้วในตอนนี้
ยกเว้นว่าจะเริ่มกันใหม่ให้ดีกว่า
เพราะทุกวันนี้ มันไม่ใช่ประชาธิปไตย เพื่อชาวบ้านจริงๆ
ดร. รัตนาภรณ์ท่านพูดถึง”ศรัทธาประชาธิปไตย”ในไทยว่าประชาธิปไตยเราสั่นคลอน
นับแต่เปลี่ยนระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขโน่นเลย
ทั้งนี้ ด้วยการยึดอำนาจมาด้วย”ปากกระบอกปืน”
“มาวันนี้ เราอาจจะต้องใช้ปากกระบอกปืนในการยึดอำนาจอีกหรือไม่” ดร.รัตนาภรณ์ตั้งคำถามเชิงหารือ
โดยยกตัวอย่างการใช้ปากกระบอกปืนยึดอำนาจในแอฟริกาที่ท่านเคยมีประสบการณ์ทำงานมา ๒๕ ปี ยกเป็นตัวอย่างประกอบ
ซึ่งที่นั่น มีความตั้งใจใช้กระบอกปืน เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยอย่างจริงจัง(คงเพราะไม่มีเงินแบบในบ้านเราที่ใช้เงินสร้างอำนาจ))
ท่านเล่าว่าหลายชาติในแอฟริกา ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมมาก่อนและตกอยู่ใต้อำนาจของเผด็จการประชาธิปไตย พยายามหันมาให้ประชาชนปกครองตนเองด้วยการใช้”กระบอกปืน”ซึ่งก็คือคือการทำรัฐประหาร
ทำรัฐประหารที่มุ่งมั่น จะนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยให้ได้
ซึ่งผมเอง ตีความต่อ ให้ว่าคือประชาธิปไตยของประชาชน
ไม่ใช่ประชาธิปไตยของพรรคการเมืองที่รวมหัวกันผูกขาดในไทยเวลานี้
คือมุ่งมั่น เป็นประชาธิปไตย เช่นที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ”อับราฮัม ลินคอล์น”เคยกล่าวไว้ว่า“Democracy is the government of the people, by the people, for the people.”แปลว่า “ประชาธิปไตยคือรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน”นั่นเลยครับ
ดร. รัตนาภรณ์กล่าวว่า หลายชาติแอฟริกาประสบความสำเร็จในการใช้”รัฐประหาร”เป็นพาหะนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ที่ชัดๆก็คือในประเทศ”ไนเจอร์”และ”บุรุนดี”
และอีกชาติหนึ่งที่ทำรัฐประหารหมายไปสู่ประชาธิปไตยก็คือ”บูร์กินา ฟาโซ”
โดย ร.อ.อิบรอฮีม ตราโอเร นำทหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่ตกอยู่ในอิทธิพลฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเดิม ซึ่งมองออกว่าต้องการจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาในประเทศนี้อย่างอิสระ ด้วยการขึ้นรักษาการณ์ประธานาธิบดีเอาไว้
รอดูอยู่ว่าเขาจะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เพื่อพัฒนาชาติเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ เช่นที่”คสช.”ทำหรือไม่
ผมเองก็ยังตรวจสอบไม่เจอความคืบหน้าครับ
ดูใกล้เข้ามาในบ้านเรา การยึดอำนาจด้วยปากกระบอกปืนเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อไม่นาน ที่บังกลาเทศครับ
ทหารยึดอำนาจโดยรักษารัฐธรรมนูญเอาไว้ ไม่ฉีกทิ้ง แต่บีบคั้นให้นายกรัฐมนตรี”เชค ฮาซินะห์”ต้องหลบหนีลี้ภัยไปอินเดีย เมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ต้นปี ๒๕๖๘
ไม่ได้ยุบพรรคการเมือง แถมเชิญเอาคนที่น่าเคารพและน่าเชื่อถือขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว
ทหารต้องเอาเรื่องเธอ เพราะเธอเป็นผู้สั่งการปราบประชาชนที่ลุกฮือจนป่วนกันไปทั้งชาติ ด้วยเชื่อได้ว่าเธอกระทำการอันละเมิดสิทธิมนุษยชนสั่งฆ่าคน
ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
เหตุเริ่มจากนักศึกษาก่อความวุ่นวายเผาบ้านเมือง เพราะไม่พอใจการรับสมัครเข้าเป็นพนักงานแห่งรัฐที่ไม่เป็นธรรม
ผมมามองดูบ้าเรา ณ วันนี้แล้วไม่ทันใจต่อวิธีการของ”รัฐลึก”ในการขจัด”ทักษิณ”อันเป็น”ตัวป่วน”การเมืองไม่รู้จักหยุดจักหย่อนครับ
“ทักษิณ”เชิดรัฐบาล”แพทองธาร”ในทุกรูปแบบ ทำให้ไร้ประสิทธิภาพในการบริหาร แต่ละนโยบายที่ออกมา ก็เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตนและเพื่อการซื้อเสียง
ไม่ให้ความสนใจชาวบ้านที่ทุกข์ยาก เท่าที่ควรจะทำในวิถีที่ถูกต้องชอบธรรม
เดือดร้อนไปทั้แผ่นดิน
บอกตรงๆ ว่าอยากให้มีการใช้”กระบอกปืน”ทำรัฐประหารโดยย่อสั้นอีกสักหนเพื่อกำจัด”ระบอบทักษิณ”
ด้วยการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง โดย
๑ ผู้นำทำรัฐประหารรักษาการนายกรัฐมนตรีชั่วคราว และไม่ต้องแต่งตั้งใครเป็นรัฐมนตรี แต่ให้ปลัดกระทรวงแต่ละกระทรวงรักษาการรัฐมนตรี งานจะได้เดินหน้าไป
๒ ไม่ยุบพรรคการเมือง แล้วเลือกตั้งกันใหม่ โดยเร็วไม่เกินสองเดือน
น่าจะดีกว่าใช้”นิติสงคราม”ค่อยๆ กำจัด “ทักษิณ”(ตัวการ”ระบอบทักษิณ”)เพราะต้องใช้เวลาเนิ่นนานมาก ในการการดำเนินคดีเอาผิดตาม ม.๑๑๒
เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งรุมเร้าทั้งในและนอกในขณะนี้
เชื่อว่า คนที่ไม่เห็นกับผมด้วยคงมีมากมายในหลายแง่มุม
รวมทั้งในประเด็นที่ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เผด็จกลับมาสืบทอดอำนาจอีก
ก็ให้มันรู้ไปว่าผู้นำทำรัฐประหาร จะทำอย่างนั้น โดยไม่เห็นแก่ส่วนรวม
แล้วก็จะได้เห็นกันครับว่า จะเกิดประชาชนปฏิวัติหรือไม่
ถามว่า ถ้าหันมารัฐประหาร เช่นบังคลาเทศบ้าง จะไม่ได้หรือ
เชื่อว่าจะมีแต่คำชม ยกให้เป็นวีรบุรุษ
โปรดช่วยกันแสดงความเห็นครับ ว่าจะเอาด้วยหรือไม่เอา
ผมเชื่อด้วยว่า คราวนี้โดน”ทัวร์ลง”อย่างแรงแน่ๆ







