INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บุกทะลวงขึ้นเหนืออีกแล้ว

winding road 1556177 1280

บุกทะลวงขึ้นเหนืออีกแล้ว

แล้ว ผมก็ไปเชียงใหม่ตามปกติ เมื่อวันที่ ๒๘ กค. ที่ผ่านมา

ออกจากบ้านตั้งแต่ ๗.๓๐ น. นึกกระหยิ่มใจว่าได้ออกแต่เช้า พอรถเคลื่อนที่ ก็พบว่า ยางรถล้อหน้าซ้ายแตก ต้องขอบคุณคนที่ชี้ให้เห็นยางแตก มิฉะนั้น อาจหลงวิ่งไปไกลได้ เป็นความโชคร้ายที่มักจะเกิดกับผมเสมอๆ ต้องไปนั่งคอยร้านปะยางให้เปิดร้าน โดยนั่งกินอาหารเช้าคอยที่ KFC เสียอารมณ์ที่ เมื่อวานนี้ก่อนออกเดินทาง อุตส่าห์เอารถไปเติมน้ำมัน ซึ่งวางแผนไว้เรียบร้อยว่าจะออกแต่เช้าโดยไม่ต้องแวะที่ไหน ก็มีอุปสรรคจนได้

ช่างที่ปะยางสันนิษฐานว่า ตะปูเกลียวปลายแหลม ปักบนแผ่นยางรูปเหลี่ยมๆที่ตำยางรถยนต์อยู่นั้น คงจะหล่นจากบังโคลนล้อรถเก่าๆที่วิ่งบนถนน ซึ่งเราวิ่งไปเหยียบพอดี วิธีการปะยางนั้น เขาไม่ได้ถอดล้อออกเหมือนสมัยก่อน เพราะแผลรั่วอยู่ในตำแหน่งที่ทำงานได้สะดวกพอดี แค่สูบลมเข้าไปให้เต็ม ถอนตะปูเกลียวต้นเหตุออก เอาตะไบทะลวงรูให้กว้างขึ้น แล้วเอายางเส้นบีบให้งอติดกัน เสียบเข้าไป จบแค่นั้น เมื่อปะยางเสร็จ ก็ได้ออกเดินทางในเวลา ๙ โมงกว่าๆจากร้านปะยาง ถนนวิภาวดี ย่านสโมสรตำรวจ (ปั๊มบางจาก ) จึงถือโอกาสขึ้นทางยกระดับเหนือถนนวิภาวดี ตรงไปรังสิต และบางปะอิน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว รถขาออกนอกเมืองไม่หนาแน่นมากนัก

เหตุที่ ใช้รถยนต์เดินทาง กรุงเทพฯ เชียงใหม่เป็นประจำโดยไม่ใช้รถทัวร์ หรือรถไฟหรือเครื่องบินนั้น ด้วยเหตุผลที่จะได้ขนสัมภาระได้เต็มที่ เป็นอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ซึ่งอาจจะต้องไปอยู่หลายๆวัน เช่น ประการแรก อาหารและผลไม้ที่ตกค้างในตู้เย็น ก็ยังขนไปกินต่อได้ โดยใช้กล่องโฟมใส่น้ำแข็งหล่อเย็นไว้ภายใน ประการที่ ๒ รถของเรา ก็ได้วิ่งอยู่เสมอๆ ไม่ต้องจอดไว้เฉยๆที่บ้าน ซึ่ง ถ้าไม่ใช้ รถก็ต้องเสื่อมไปตามกาลเวลาอยู่ดี และประการที่ ๓ รองเท้ากีฬา ที่ซื้อลดราคาต้องใช้ทุกวัน ให้คุ้มค่าก่อนที่จะพังเพราะเกือบหมดอายุตั้งแต่ตอนซื้อแล้ว เขาจึงเอามาลดราคา

สมมติว่าถ้าจะไปเครื่องบิน ต้องเริ่มต้นออกจากบ้านไปสนามบินก่อน ๓ ชั่วโมง ใช้เวลาบิน ๑ ชั่วโมง แล้วลงเครื่องบิน หาทางกลับบ้านอีก ๑ ชั่วโมง รวม ๕ ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับที่ขับรถไปอย่างสบายๆ ๑๐ ชั่วโมง จะเห็นว่าใช้เวลาเพิ่มจากเครื่องบิน อีก ๕ ชั่วโมง ซึ่งเวลา ๑๐ ชั่วโมงนี้เป็นเวลาส่วนตัว จะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ จะกิน จะนอน (คนอื่นขับ) ก็เป็นเรื่องของเราเอง

สำหรับวิธีแก้ง่วงเวลาขับรถนั้น บางครั้งก็เปิดเพลง หรือยูทูปฟังเรื่องเล่าต่างๆไปเพลินๆ ซื้อ กาแฟ โค้ก หรือน้ำดื่มใส่น้ำแข็ง และยังมีลูกอมแคนดี้ซื้อติดรถไว้ เรียกได้ว่า ขับไป ดื่มน้ำหรือเคี้ยวไปให้เพลินๆ แล้วก็แวะเข้าห้องน้ำเป็นช่วงๆ พอดีเราขับเอง และเดินทางไม่กี่คน จึงคล่องตัวที่จอดแวะที่ไหนก็ได้ แม้ข้างทางที่ปลอดภัยหน่อย ก็เคยจอดมาแล้ว และถ้าง่วงมากๆ ต้องเปลี่ยนให้คนนั่งข้างๆขับ แล้วเรางีบหลับ เพื่อให้ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ยกเว้น ถ้าเดินทางคนเดียว บางครั้ง จอดรถนอนก็นอนไม่หลับ แต่พอขับรถออกมา ก็ง่วงได้ง่วงดี

สิ่งที่กลัวมากๆในระหว่างขับรถคือฝนตกหนักๆ แทบจะมองไม่เห็นทาง ยิ่งถ้าฝนตกหนักๆตอนกลางคืนยิ่งอันตรายมาก ด้วยเหตุนี้ จึงอยากไปถึงเชียงใหม่เร็วๆ ก่อนที่จะค่ำ ซึ่งหลายๆครั้ง เดินทางจะถึงในเวลามืดๆ มองเห็นทางไม่ชัด เกรงกลัวอันตรายมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ขึ้นดอยขุนตาลซึ่งเป็นทาง ๒ เลน แต่แคบหน่อย และโค้งเยอะ แต่ถ้าถึงลำปางและดอยขุนตาล ดึกไปเลย รถน้อย ก็ขับสะดวกดี

สิ่งที่พบหลายๆแห่งในระหว่างเดินทางคือด่านตรวจ ซึ่งต้องชะลอ ค่อยๆคลานตามรถคันหน้าเป็นแถวไปซึ่งตอนนี้ผมไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องขับรถเร็ว (สมัยก่อนก็โดน) เพราะรถที่ใช้อยู่ เขาควบคุมความเร็วไว้ สำหรับเรื่องการจราจรนี้ มีปัญหาได้รับใบสั่งที่ขับรถในตัวเมืองเชียงใหม่ ตามสี่แยกไฟแดง ซึ่งโดนใบสั่งซ้ำๆที่มา ๒-๓ ใบแล้ว โดยเฉพาะที่สี่แยกข่วงสิงห์ คือ ระหว่างที่ไฟเขียวอยู่ เราก็เร่งเต็มที่เพื่อให้พ้นไฟแดง ถ้าไม่พ้นก็มักจะคอยอีกนาน เพราะเขาเปิดให้ไปทีละด้าน เมื่อจวนจะผ่านเส้นสีขาวบนพื้นถนนให้หยุดรถ ไฟเปลี่ยนเป็นเหลืองแดงโดยทันที จะหยุดรถก็ไม่ทัน และถ้าหยุดกะทันหัน อาจจะโดนคันหลังชน จึงต้องฝ่าไปขณะที่ไฟแดงแล้ว ความจริง เมื่อโดนใบสั่งทุกครั้ง ผมก็ไปจ่ายเงินเรียบร้อย แต่ก็เสียอารมณ์ ที่เราไม่ได้ตั้งใจทำความผิด เป็นเหตุสุดวิสัย น่าจะผ่อนปรนได้บ้าง เช่นเปิดไฟเหลืองให้นานกว่านี้ พอให้โอกาสรถที่เคลื่อนมาแล้วผ่านไปให้หมด

ความจริงเรื่องใบสั่งนี้ ผมและสมาชิกครอบครัว ได้รับมาเสมอๆจากการขับรถทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทำให้เครียดมากๆ ไม่อยากให้ตำรวจเคร่งครัดเรื่องใบสั่งจากกล้องที่ตั้งไว้ตามแยกต่างๆ หรือเชิงสะพานลอย เพื่อจับเรื่องข้ามเส้นทึบและฝ่าไฟแดง เรื่อง เส้นทึบ ถ้าไม่ต้องการให้รถผ่านเส้นทึบตรงไหน ก็เอากรวย หรือรั้วมากั้นไปเลย เราก็ผ่านไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องตั้งกล้องให้เครียดๆกัน สำหรับการฝ่าไฟแดง ควรจะเว้นไฟเหลืองให้นานๆ ให้รถที่วิ่งมาใกล้ๆสี่แยกแล้วผ่านให้หมดก่อน จึงขึ้นไฟแดง นอกจากนั้น เรื่องอื่นๆ เช่นสถานที่ห้ามจอด ควรติดป้ายใหญ่ๆให้เห็นชัดเจน ไม่มีใครอยากจะฝืนกฎและไม่มีใครอยากได้ใบสั่ง แต่เจ้าหน้าที่ต้องช่วยบริการให้สะดวกขึ้น ยังมีเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่งคือ ตอนติดไฟแดง ซึ่งได้หยุดรถล้ำเส้นสีขาวที่พื้นถนน เพราะเบรคไมทัน ก็โดนใบสั่งด้วย ไม่อยากให้ตำรวจจราจรทำผลงานของตัวเอง โดยเอาจำนวนใบสั่งเป็นตัววัด พึงระลึกเสมอว่าที่นี่ คนไทยด้วยกันน่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัย ว่ากล่าวตักเตือน ความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ เล็กๆน้อยๆ ไม่ได้ก่ออุบัติเหตุ ควรได้รับอภัยบ้าง รู้สึกว่าที่ได้พบเห็นตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งคืองานจราจร และด่านตรวจ โดยเฉพาะตรวจจับจักรยานยนต์ เรื่องขับรถผิดกฎจราจรก็มีประการฉะนี้

เมื่อรถถึงลำพูนแล้ว ก็เบาใจ คิดว่าไม่นานคงถึงเชียงใหม่แล้ว วันนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงอาหารเย็น เพราะซื้ออาหารใส่กล่องที่ร้านอาหารปลา ที่แยกไฟแดง ก่อนถึงกำแพงเพชรมาแล้ว ถึงบ้านก็กินได้เลย พอดีตอนนี้เป็นระยะที่พายุโซนร้อนกำลังจะมาพอดี ที่เชียงใหม่ก็ได้รับน้ำฝนพอสมควร ถึงแม้แถวเชียงใหม่ ฝนจะตกไม่หนักมาก แต่ก็ได้รับน้ำฝนอยู่ ๒-๓ วัน ให้ชุ่มฉ่ำใจ

พูดถึงน้ำฝนนี้ คิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่ธรรมชาติส่งน้ำในมหาสมุทรมาให้เราได้ใช้สอยบริโภคกัน โดยเฉพาะน้ำที่อาบทุกวันๆ ก็มาจากมหาสมุทรทั้งนั้น คิดได้แบบนี้ พอ ฝนตกหนักๆ ก็นุ่งผ้าขาวม้าออกไปอาบน้ำฝนกลางแจ้งโดยตรงเลยดีกว่า เป็นที่รื่นเริงใจ รู้สึกว่าน้ำเย็นฉ่ำ อาบแล้วสดชื่น และร่างกายยังรับความเย็นต่อไปอีกนาน ถ้าใครไม่เคย ลองดูนะครับ สนุกสนานเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง คิดถึงสมัยเด็กๆ ที่เราชอบเล่นน้ำฝนกัน หรือกระโดดเล่นน้ำในลำคลองสาธารณะขณะที่ฝนตก ทั้งโหนใบมะพร้าวแบบทาร์ซาน พุ่งหลาว ตีลังกา ทำได้ทั้งนั้น ซึ่งในปัจจุบัน ไม่มีลำคลองดังกล่าวที่อยู่ใกล้ตัวเราแล้ว

ชีวิตนี้ไม่แน่นอน จะสิ้นสุดเมื่อใดก็ไม่ทราบได้ ยิ่งขับรถทางไกลไปมาบ่อยๆ จะไม่ทราบเลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ มันเป็นความพลั้งเผลอเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น หรือเราขับรถดีๆ ก็มีรถจากทางอื่นวิ่งมาชน ไหนๆก็อายุมากและเสี่ยงอันตรายเสมอๆ ผมจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องการรักษาสุขภาพนัก อยากจะทำอะไรหรือจะกินอะไร ก็เป็นไปตามที่อยาก อาหารเผ็ดๆ ขนมหวานๆ ไอศกรีม น้ำอัดลม น้ำแข็ง ก็ไม่รังเกียจ สวาปามได้หมดทุกรูปแบบ ขณะนี้ ได้ทำอยู่เพียงอย่างเดียว ตามประสาคนแก่ คือ คิดถึงหลักธรรมเป็นที่ตั้ง คือไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่ลุ่มหลง) และยึดหลักสมาธิพยายามคิดอภัย เช่น ไม่ใส่ใจเวลามีรถที่ขับแซงออกนอกแถวตอนรถติดๆ ถ้าเขาทำได้และทำบ่อยๆ ก็คงจะได้รับผลกรรมของเขาเองในระยะต่อไปแน่นอน

บู๊ คนเคยหนุ่ม
(เชียงใหม่ กันยายน ๒๕๖๒)

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *