INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วันเกิดของลุงแซม

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

วันเกิดของลุงแซม

วันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของลุงแซม ที่ครบรอบ 246 ปี ด้วยสังขารที่ร่วงโรยไปเป็นลำดับ ทั้งนี้เพราะภายในร่างกายเต็มไปด้วยโรคพยาธิมากมาย เช่น โลหิตขาวไม่ถูกกับโลหิตดำ และยังมีปัญหาแพ้น้ำเหลืองอีกด้วย

ส่วนภายนอกก็เที่ยวไปต่อยตีกับชาวบ้าน เขาเรียกว่า ตั้งแต่เกิดมีเรื่องมีราวเกือบทุกปี ซึ่งในระยะต้นๆก็เพื่อป้องกันตนเอง เพื่อให้เป็นอิสระ แต่อยู่ไป6อยู่ไป ก็เริ่มไปหาเรื่องชาวบ้านเขา และปล้นสะดมเอาทรัพยากรมาเพิ่มความมั่งคั่งให้ตนเองหรือขยายดินแดน เป็นอย่างนี้เกือบทุกปี ร่างกายจึงทรุโทรม

บังเอิญลุงแซม มีวันเกิดตรงกับประเทศมหาอำนาจชาติหนึ่ง คือ สหรัฐอเมริกา ก็เลยมาตรวจดูดวงชะตาเห็นว่า มีพฤติกรรมไม่ต่างกันเลย ทั้งนี้อาจเพราะเวลาตกฟากก็ยังตรงกันอีกด้วย จึงขอนำเอาเรื่องราวของสหรัฐฯ มาเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษาในการดูดวง ตามหลักโหราศาสตร์

ก่อนวันเกิดเพียงไม่กี่วัน คุณเมกาก็สร้างข่าวในสื่อต่างๆ ด้วยเรื่องราวที่รุนแรง และกระเดียดไปในทางเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ เช่น ชายผิวดำ ชื่อ Jayland Walker ที่ถูกยิงคารถถึง 60 กว่านัด ด้วยฝีมือตำรวจผิวขาว หรือกรณีเด็กอายุ 10 ขวบ ที่โดนข่มขืนต้องเดินทางจากรัฐโอไฮโอ ไปอินเดียน่าเพื่อทำแท้ง เพราะรัฐโอไฮโอมีกฎหมายห้ามทำแท้ง

            เรื่องอย่างนี้ไม่น่าจะเกิดในประเทศที่ศิวิไลซ์ และพัฒนาแล้ว แต่มันกลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประจำในสังคมสหรัฐฯ และกำลังนำไปสู่วิกฤตการณ์ ที่อาจบานปลายไปสู่การจลาจล โดยมีสาเหตุแห่งความขัดแย้งตั้งแต่ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา และการเมือง โดยเฉพาะในปัจจุบันประชาชนรากหญ้า จำนวนมากถือว่ารัฐบาลคือศัตรูของตนเอง หมายความว่า รัฐบาลนอกจากจะไม่ดูแลประชาชนรากหญ้าแล้ว ยังกอบโกยผลประโยชน์ไปร่วมกันเสวยสุขกับกลุ่มนายทุนยิวไซออนิสต์ ที่ทำตัวคล้ายตัวพยาธิคอยดูดกินน้ำหล่อเลี้ยงร่างกายในลักษณะ Deep State

ในวันประกาศอิสรภาพปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวสุนทรพจน์ “ด้วยความเชื่อมั่น” ความตอนหนึ่งว่า “…อเมริกาจะกลับมารวมกัน เหมือนเดิม”

แต่ในความเป็นจริงปัญหาได้ถูกเก็บสะสมหมักหมมและดูจะเลวร้ายยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในสหรัฐฯ เช่น การที่ประชาชนผิวขาวหัวรุนแรงที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ยกพวกไปบุกรัฐสภา เพื่อขัดขวางมิให้มีการลงมติรับรองการเลือกตั้งที่ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์อ้างว่าฝ่ายไบเดนโกง จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง และถูกจับอีกหลาย 10 คน

ปีนี้เหตุการณ์กลับดูว่าจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม และมีกระแสของการแบ่งแยกมากขึ้น แม้แต่ข่าวคราวที่ว่าบางรัฐต้องการแยกตัวเป็นอิสระ เช่น เทกซัส หรือคาลิฟอเนีย ที่ทนต่อการขูดภาษีของรัฐบาลกลาง และนำไปสู่การใช้จ่ายในการทำสงครามนอกประเทศ โดยอ้างว่าเพื่อผดุงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และมนุษยธรรม

แต่ในความเป็นจริงมันเป็นการเอื้อต่อนายทุนในอุตสาหกรรมอาวุธ และอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมทั้งพลังงานที่มีผลมาจากการทำสงคราม หรืออย่างในปัจจุบัน คือ การแซงก์ซั่นรัสเซีย ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นไปอย่างมาก และเดือดร้อนไปทั่วโลก โดยที่น้ำมัน หรือก๊าซมิได้ขาดแคลน แต่มันถูกปิดกั้นการซื้อขายตามปกติ

            ทั้งนี้เพราะปัญหาของสหรัฐฯ นั้นมันหมักหมมสะสมมาเป็นเวลานาน ทั้งการแบ่งแยกสีผิว การปล่อยเสรีอาวุธปืน การแบ่งขั้วทางการเมือง การแยกห่างของช่องว่างคนจน คนรวย การเลือกปฏิบัติทางกฎหมาย และปัญหาความหลากหลายทางเพศ ทำให้เกิดความคลั่งแค้นและทางออกที่ใกล้มือ คือ อาวุธปืน ที่หาซื้อได้ง่าย เพราะอุตสาหกรรมอาวุธมีอิทธิพลสูงในการปิดกั้นกฎหมาย ที่จะมาควบคุมอาวุธปืน ดังมีตัวเลขว่าคิดโดยเฉลี่ยแล้ว คนอเมริกันมีปืนคนละ 5 กระบอก

สถานการณ์ที่ซ้ำเติมให้เกิดความคลั่งแค้นเพิ่มมากขึ้น ก็คือ การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เศรษฐกิจหดตัว คนยากจนอดอยาก แรงงานตกงานกระทั่งมาเกิดความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย และสหรัฐฯใช้มาตรการแซงก์ซั่น ทำให้ช่องทางการขนส่งน้ำมันติดขัด และราคาพุ่งสูง นำมาสู่ปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังเกิดในปัจจุบันรวมกับปัญหาที่เฟดพิมพ์เงินเป็นจำนวนมากออกมาเกินต้องการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเองช่วงก่อนหน้านี้

ล่าสุดการตัดสินของศาลสูง เรื่องอาวุธปืน และการทำแท้งก็ไปจุดชนวนความคลั่งแค้น และความแตกแยกมากขึ้น เหมือนฝีหนองที่ประทุนำไปสู่การเรียกร้องเสรีภาพ ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ และสิทธิมนุษยชนและ นำมาสู่ความโกรธแค้นของประชาชนที่เห็นต่างกัน หรือความรู้สึกที่ไม่ดีต่อรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

ในบางแนวคิดของชนชั้นนำ นายทุนและนักการเมืองจึงต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนไปสู่ความสนใจอื่นด้วยการก่อสงครามนอกบ้าน ในขณะที่ได้อาศัยภาวะสงครามกอบโกยและตักตวงทรัพยากรเข้าประเทศ โดยที่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับชนชั้นสูง นายทุน แต่ส่งประชาชนไปตายในสนามรบ ในนามของการปกป้องประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิมนุษยชน และเพื่อมนุษยธรรม ตลอดจนเพื่อผดุงรักษาความศักดิ์สิทธิของกฎหมายระหว่างประเทศ

            ทว่าในความเป็นจริง มันคือมายาคติที่หลอกลวงประชาชนของตนเอง และชาวโลก ดังที่ได้มีการกล่าวหาจนต้อง ลองพิจารณาดู

นั่นคือลำดับสงครามที่สหรัฐฯเข้าไปมีบทบาทสำคัญจนอาจเป็นคำอธิบายถึงอาการป่วยได้ในบางส่วนดังต่อไปนี้

1.สงครามประกาศอิสรภาพกับอังกฤษ (1846-1848)

2.สงคราม 1812 (1812-1815) กับอังกฤษเพื่อยึดคานาดา

3.สงครามเมกซิกัน-อเมริกัน (1846-1848)

4.สงครามกลางเมือง (1861-1865)

5.สงครามสเปน-อเมริกา (1898)

6.สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)

7.สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945)

8.สงครามเกาหลี (1950-1953)

9.สงครามเวียดนาม (1959-1975)

10.สงครามอ่าว (1990-1991)

11.สงครามอัฟกานิสถาน (2011-2021)

12.สงครามอิรัก (2003-2011)

13.สงครามลิเบีย (1986,2011)

ทั้งนี้ยังไม่นับสงครามย่อยๆอีกบางที่ เช่น สหรัฐฯบุกคิวบา ในช่วง 1960’s หรือ บุกแกรนาดา ในช่วงใกล้เคียงกัน แม้แต่สงครามอิสราเอล-อาหรับ หรือสงครามคลองสุเอซ สหรัฐฯ ก็อยู่เบื้องหลังอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้อิสราเอลยึดปาเลสไตน์ หรือบุกปานามาในช่วง 1980’s

นั่นคืออาการของสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเทียบกับอาการของลุงแซมแล้ว ก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังพบว่าอาการป่วยบางอย่างของลุงแซม มันเป็นโรคระบาดอีกด้วย ก็คงจะคล้ายกับการก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน และสภาพเงินเฟ้อที่มีต้นเหตุมาจากสหรัฐฯนั่นเอง

 

ดังนั้นการจะคบหากับลุงแซมก็พึงระมัดระวังให้ดีเดี๋ยวจะไปติดโรคเข้า

ส่วนเรื่องการต่างประเทศยิ่งต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบตอนนี้ไทยกำลังเนื้อหอม รมต.ต่างประเทศจีนก็มาหา ตามมาด้วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐฯและยังมีรมต.ต่างประเทศรัสเซียโทรหา โปรดอย่าหลงลืมตัว หมากตานี้ถ้าพลาดพังทั้งกระดาน

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com