INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความขัดแย้งฮามาส-อิสราเอล จะบานปลายหรือไม่


คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

ความขัดแย้งฮามาส-อิสราเอล จะบานปลายหรือไม่

ขณะนี้ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้นทุกที ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า สหรัฐฯและอังกฤษสนับสนุนให้อิสราเอลทำการรบต่อไปเพื่อขจัดฮามาส ซึ่งก็ต้องแปลต่อไปว่านั่นคือสนับสนุนให้ยึดฉนวนกาซ่า

และถ้าอิสราเอลทำการบุกกาซ่าตามที่ประกาศก็จะมีคนบริสุทธิ์ คือชาวปาเลสไตน์ต้องเสียชีวิตอีกจำนวนมาก เพราะในกาซ่าทั้งหมดมีคนอาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่า 2.3 ล้าน ในพื้นที่ 365 ตร.กม. ซึ่งไม่ว่าจะยิงถล่มด้วยปืนใหญ่หรือทิ้งระเบิด ย่อมหนีไม่พ้นถูกพลเรือนไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ และสตรีที่อาศัยอยู่ในเขตที่นับว่าหนาแน่นที่สุดในโลก

เมื่อเช้านี้ก็มีข่าวว่าอิสราเอลจะโดยเจตนาหรือไม่ได้เจตนาทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาล ทำให้มีคนเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 500 คน

และขณะนี้สหรัฐฯก็ส่งกองเรือมาสนับสนุนอิสราเอลถึง 2 กอง นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินเจอรัลฟอร์ด และไอเซนเฮาว์ แสดงว่าพร้อมที่จะเปิดสงครามในตะวันออกกลางโดยหนุนอิสราเอล

ในทางตรงข้ามจีนและรัสเซีย ออกแถลงการณ์ให้มีการหยุดยิงเจรจาสันติภาพ และปฏิบัติตามมติสหประชาชาติ โดยเฉพาะมติเมื่อปีค.ศ.1967 ที่ให้อิสราเอลคืนดินแดนยึดครองและจัดตั้งประเทศปาเลสไตน์

ด้านอิหร่านที่ประกาศสนับสนุนฮามาส ท่านผู้นำสูงสุดก็ออกคำพูดต่อสาธารณะทำนองว่าอิหร่านคงจะไม่อยู่เฉยหากอิสราเอลจะบุกกาซ่าและเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์ผู้บริสุทธิ์อย่างไร้มนุษยธรรม

สอดคล้องกับการที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเดินทางไปเลบานอน ประสานงานกับฮิสบุลลอฮ์ ซึ่งก็เกิดการดวลปืนใหญ่ทางชายแดนด้านเหนือกับอิสราเอลแล้ว

จากนั้นรัฐมนตรีฮอสเซน อามีร์อับดุลลาเฮียน ของอิหร่าก็เดินทางต่อไปซีเรีย และไปพบกับผู้นำฮามาสในกาตาร์

ด้านประธานาธิบดีไบเดน ก็มีกำหนดเยือนอิสราเอลเพื่อยืนยันการสนับสนุนหลังจากส่งรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศ มาเยือนอิสราเอลถึง 2 รอบ ในขณะที่สภาผู้แทนก็อนุมัติงบสนับสนุนอิสราเอลหลายพันล้าน ทั้งๆที่สหรัฐฯถังแตก

มีข่าวบางกระแสวิจารณ์ว่าการที่สหรัฐฯหนุนสงครามเต็มที่ ก็มีวัตถุประสงค์ที่จะกลับเข้ามามีบทบาทในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอารเบียให้เข้มข้นเหมือนในอดีต

ส่วนจีนได้ส่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ นายเชนยี ไปซาอุดิอารเบีย และพบกับเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ เพื่อเจรจาให้มีการดำเนินการให้มีการหยุดยิง และเจรจาสันติภาพ ตามข้อเสนอของจีน

อีกด้านก็มีข่าวลือจากตะวันตกว่ารัสเซียให้การสนับสนุนด้านอาวุธและอุปกรณ์การสื่อสารกับฮามาส แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน ซึ่งรัสเซียก็ออกแถลงการปฏิเสธ ทั้งนี้สหรัฐฯยังพุ่งเป้าไปที่อิหร่านว่าให้การสนับสนุนฮามาส  โดยทั้งอิสราเอลกับสหรัฐฯ ก็มีการเตรียมการเพื่อถล่มอิหร่าน

ทั้งนี้จากข้อมูลข่าวกรองอิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์ไม่ต่ำกว่า 100 ลูก ในอีกด้านก็ไม่แน่ว่าอิหร่านจะมีหัวรบนิวเคลียร์หรือไม่ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดสงครามนิวเคลียร์

งานนี้มีโอกาสที่สงครามจะขยายตัว หากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีใหญ่กาซ่า ทั้งบางบก ทางทะเล และทางอากาศ ตามที่ประกาศอิหร่านก็คงต้องเข้าแทรกแซงด้วยวิธีการต่างๆ และอาจนำไปสู่การที่สหรัฐฯและอิสราเอลจะทำการโจมตีอหร่าน

คำถามคือ รัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านจะปล่อยให้อิหร่านถูกโจมตีจนย่อยยับหรือ

ในปัจจุบันรัสเซียก็ได้เสริมระบบป้องกันซีเรียที่เป็นพันธมิตรอาหรับให้เข้มแข็งขึ้น เพราะซีเรียถูกอิสราเอลโจมตีสนามบินทั้ง 2 ไปเมื่อไม่นานนี้

จีนคงจะวางตัวเป็นกลางไม่เข้าร่วมสงครามขัดแย้ง แต่คงพยายามหาทางเจรจาให้สงบศึก เพราะถ้ารบกันจีนก็ขายของยากขึ้น นอกจากอุปกรณ์เกี่ยวกับโดรน และไมโครชิบ ที่เป็นที่ต้องการในตลาดยามสงคราม

ประเด็นอยู่ที่กลุ่มอาหรับจะเอาอย่างไร จากประสบการณ์ในอดีต สงคราม 6 วันของอาหรับ-อิสราเอล(สหรัฐฯ) ก็คงทำให้กลุ่มอาหรับต้องคิดหนัก แต่ที่แน่ๆ OPEC จะลดการผลิตน้ำมันดิบและจะทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ ต่อบาเรล ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดเงินเฟ้อและกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว และกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้ออันเกิดจากการที่ราคาอาหารแพงขึ้น ปุ๋ยเคมีแพงขึ้น ซ้ำด้วยราคาน้ำมันที่แพงขึ้น

ประเทศไทยเตรียมการอย่างไร และควรมีท่าทีอย่างไรในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้

ถ้าจะเป็นการดำเนินนโยบายที่ชาญฉลาดเพื่อผลประโยชน์ของชาติ ก็ควรวางตัวเป็นกลาง และสนับสนุนให้เกิดสันติภาพด้วยการหยุดยิง และการเจรจาสร้างสันติภาพ ตามมติขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะมติเมื่อปีค.ศ. 1967 ที่ให้อิสราเอลคืนดินแดนยึดครอง และให้ปาเลสไตน์จัดตั้งประเทศ โดยมีมาตรการที่จะประกันความมั่นคงของอิสราเอล เช่น การจัดกำลังรักษาสันติภาพโดยสหประชาชาติ

ชาวอิสราเอลต้องการตั้งประเทศของตนเองฉันใด ชาวปาเลสไตน์ก็ต้องการตั้งประเทศบนแผ่นดินแม่ของตนเองฉันนั้น

นอกจากนี้ประเทศไทยควรดำเนินการจัดทำโครงการความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งไทยเป็นไม่กี่ประเทศที่มีอาหารส่งออก เช่น โครงการจัดสร้างไซโลเก็บธัญพืช และใช้ไนโตรเจนควบคุมทั้งเชื้อรา และแมลงสัตว์ ทั้งหลายไม่ใช่การไปฝากตามโกดัง และใช้ยาฆ่าสัตว์กับแมลงอันเป็นพิษ

อนึ่งประเทศไทยอาจร่วมมือกับซาอุดิอารเบียจัดทำโรงกลั่นน้ำมันในภาคใต้ และมีการต่อท่อน้ำมันจากอันดามันสู่อ่าวไทย เพื่อขนส่งน้ำมันทั้งน้ำมันดิบ และน้ำมันสุก อันทำให้ประหยัดเวลาเดินทางผ่านช่องแคบมะละกา และมีการสร้างแท้งค์ฟาร์มในการเก็บน้ำมัน หากเกิดสงครามภูมิภาค หรือสงครามเศรษฐกิจเราก็ยังมีน้ำมันสำรอง

ประการสุดท้ายด้วยความเป็นห่วงคนไทยที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอล ถ้าสงครามขยายตัวเกรงจะเกิดอันตราย รัฐบาลจึงควรรีบเร่งขนส่งคนงานไทยกลับโดยเร็ว โดยปรับแผนนอกจากการขนส่งทางอากาศจากเทลาวีฟ แล้วควรจัดแผนเฉพาะกิจในการเดินทาง ทางบก ไปออกยังประเทศที่ปลอดภัย เช่น จอร์แดน หรือทำการรวบรวมคนไทยมาไว้ยังที่ปลอดภัยเพื่อเตรียมขนส่งกลับประเทศ เพราะเท่าที่ทำอยู่ยังทำได้ล่าช้า เป็นจำนวนน้อยอาจไม่ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งขณะนี้มีคนงานแจ้งความจำนงกว่า 8,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อสถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้นอนึ่งหากสงครามบานปลาย คน 30,000 คน จะขนอย่างไรคงต้องมีแผนและรีบเร่งดำเนินการด่วน

บทเรียนก็คือไม่ควรส่งคนไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงและเป็นพื้นที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศนั่นคือพื้นที่ยึดครองของอิสราเอลเพราะมันจะเป็นเหมือนว่าเราสนับสนุนให้ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com