เซมบิคิยา

เซมบิคิยา
เซมบิคิยา เป็นร้านผลไม้หรูหราเก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มันก่อตั้งเมื่อ ค.ศ1834 ภายในพื้นที่นิฮอนบาชิของโตเกียว โดยซามูไร เบนโซ โอชิมา เซมบิคิยา ได้ถูกปฏิรูปโดยผู้สืบสายเลือดของโอชิมา นำไปสู่ร้านค้าเชี่ยวชาญภายในการขายผลไม้ที่ดีที่สุด และราคาแพงที่สุดของประเทศ ผลไม้หรูหราเป็นผลไม้ที่ถูกพิจารณาเป็นงานของศิลปะและถูกจองไว้เพื่อโอกาสพิเศษหรือของขวัญ โดยปรกติ มันได้ถูกแสดงภายในร้านค้าพิเศษ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวัน

ผลไม้หรูหราเซมบิคิยา อ้างถึงผลไม้พรีเมียมคุณภาพสูงขาย ณ ร้านค้าญี่ปุ่น เซมบิคิยาที่มีชื่อเสียงต่อการคัดเลือกผลไม้เจริญเติบโตผิดธรรมดา และนำเสนออย่างสวยงาม มักจะถูกมองเป็นผลไม้หรูหราเนื่องจากราคาที่สูงของมัน ผลไม้เหล่านี้ได้ถูกคัดเลือกอย่างรอบคอบ และได้เจริญเติบโตบรรลุรสชาติและรูปร่างผิดธรรมดา พวกเขาได้ทุ่มเทชีวิตที่จะสร้างผลไม้ที่สมบูรณ์ เซมบิคิยา ขายผลิตภัณฑ์หลากหลายมีทั้ง ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล เชอร์รี่ส์มะม่วง แตงไทย และองุ่น ผลิตภัณฑ์ต้นกำเนิด เช่น เค้ก แยม และอาหารกระป๋อง เเละน้ำผลไม้ 100% ผลไม้แต่ละอย่างตามมาด้วยเอกสารชี้เเจงอธิบายตรงที่มันได้เจริญเติบโต เเละรสชาติของมัน เซมบิคิยา รู้จักกันต่อราคาที่สูงของมัน ที่สะท้อนความหายาก และงานที่ละเอียดของการผลิตผลไม้ เช่น มะม่วงฮอกไกโดหายากอาจจะราคาสูงถึง 237 เหรียญ และองุ่น 12 ลูก อาจจะราคา 65 เหรียญผลไม้จะเป็นของขวัญที่นิยมแพร่หลายภายในญี่ปุน และเซมบิคิยาได้นำเสนอผลไม้คุณภาพสูงที่สมบูรณ์เพื่อการให้ของขวัญ ประมาณ 80% ของลูกค้าของเซมบิคิยาซี้อผลไม้เป็นของขวัญ แตงไทยของเซมบิคิยา จะเป็นเป็นผลไม้ญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงได้ถูกพิจารณาเป็นราชาแห่งผลไม้ ต่อรสชาติ กลิ่น เเละรูปร่างของมัน เซมบิคิยา มีปรัชญาของการเคารพคุณภาพไม่ใช่ปริมาณผู้เชี่ยวชาญของเซมบิคิยาคัดเลือกอย่างรอบคอบแต่ละผลิตภัณฑ์บนรสชาติเเละสัมผัส ผลไม้ของเซมบิคิยาจะเป็นงานของศิบปะออร์แกนิคของผลไม้ที่สมบูรณ์ สร้างผ่านทางโคดาวาริของเกษตรกรที่ทุ่มเทเคน โมงื พูดเกี่ยวกับความสำคัญของการมีความสมดุลระหว่างงาน และชีวิต และได้เขียนเกี่ยวกับแนวคิดญี่ปุนอย่างหนึ่งคือ ดัตสุซารา มันจะเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งมนุษย์เงินเดือนตัดสินใจออกจากชีวิตที่ปลอดภัยแต่ไม่ตื่นเต้นเป็นบุคคลของบริษัทและค้นหาอาชีพใหม่ การแสวงหาความลุ่มหลงของพวกเขา เช่นการเริ่มต่นธุรกิจ หรือทำงานอิสระ ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง แสวงหาอิคิไกของพวกเขา
เพราะว่าบุคคลภายในบริษัทญี่ปุ่นสมัยใหม่ มักจะไม่บรรลุความสมหวังโดยงานที่พวกเขาทำ ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศของผู้ชอบทำงานอดิเรก และ ยุ่งเกี่ยวภายในการเเสวงหาอะไรที่ไม่เกี่ยวพันต่องานประจำของพวกเขา ความเชื่อว่าคุณสามารถมีอิคิไกภายนอกสภาพแวดล้อมของงานจะเป็นเหตุผลที่ดีต่อดัตสุซารา

วาบิซาบิ อ้างถึงแนวคิดญี่ปุ่นของการค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์และความไม่ยั่งยืน ในขณะที่อิคิไก หมายถึงเหตุผลเพื่อการดำรงอยู่ – โดยพื้นฐาน ความมุ่งหมายของชีวิตของคุณ ทั้งสองความคิดกระตุ้นการยึดวงจรธรรมชาติของชีวิต และการค้นหาความพอใจภายในช่วงเวลาในขณะนี้ ไม่ใช่การไล่ตามสมบูรณ์แบบนิยม วาบิซาบิ มุ่งเน้นที่การชื่นชมข้อบกพร่องตามธรรมชาติ และกระบวนการที่แก่ตัวลงของอะไรก็ตามได้ กระตุ้นการปล่อยไปของความต้องการเพื่อความสวยงามที่สมบูรณ์วาบิซาซาบิเป็นความสวยงามของญี่ปุ่นมุ่งที่ค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์ ความไม่ถาวร และความเรียบง่าย มันจะเป็นมุมมองโลกที่มุ่งเน้นการยอมรับลักษณะชั่วคราวของอะไรก็ตาม และค้นหาความสุขจากอะไรที่แสดงสัญลักษณ์ของความไม่ถาวรนี้มันเกี่ยวกับเวลาที่ผ่านไปวิถีทางที่ทุกสิ่งเจริญเติบโต แก่ลง และเสื่อมโทรม มันได้แสดงต้วมันเองสวยงามภายในวัตถุอย่างไรวาบิซาบิ มุ่งเน้นการค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์ และการยอมรับวงจรธรรมชาติของการแก่ลงและการเสื่อมโทรม แต่โคดา วาริ แสดงการแสวงหาอย่างไม่ลดละของความสมบูรณ์ และความสนใจรายละเอียดอย่างเข้มงวด โดยพื้นฐาน ความคิดที่ตรงกันข้ามของการยึดข้อบกพร่อง หมายความว่า วาบิซาบิเกี่ยวกับการค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์ ในขณะที่โคดาวาริเกี่ยวกับความพยายามเพื่อความสมบูรณ์แท้จริงวาบิซาบิจะยกย่องความสวยงามของความไม่สมบูรณ์ตามธรรมชาติเหมือนรอยแตกภายในเครื่องปั้นดินเผาหรือไม้ผุกร่อน ในขณะที่โคดา วาริ เกี่ยวกับความพยายามเพื่อความไม่มีข้อบกพร่อง และมาตรฐานที่สูงภายในทุกด้านของงานเราจะมีผลกระทบระหว่างกันของโคดาวาริและวาบิซาบิ ผ่านเลนส์ของเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นตามประเพณี เช่น ถ้วยพิธีชงน้ำชาสมัยเดิม ดังนั้นวาบิซาบิจะเป็นความสวยงามที่สัมพันธ์ต่อเครื่องปั้นดินเผาสมัยเดิม ช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นสมดุลความสนใจอย่างเข้มงวดต่อรายละเอียดกับกายอมรับธรรมชาติที่คาดคะเนไม่ได้ของวัตถุและกระบวนการของมัน พวกเขาได้ใช้ชั่วโมงนับไม่ถ้วนทำให้งานฝีมือของพวกเขาสมบูรณ์และสร้างถ้วย
ที่สวยงามเหล่านี้เมื่อพวกเขาได้เผามัน พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับถ้วยน้ำชา มันสามารถออกมารอยแตกเล็กน้อย มันอาจจะหดตัวลงได้ ดังนั้นเราจะมีองค์ประกอบสองอย่างแสดงอยู่ โคดาวาริ ของการไปสู่การดูแลอย่างเต็มที่กับรายละเอียดของงาน แต่กระนั้นด้วยความเข้าใจของวาบิซาบิ การยอมรับว่าคุณสามารถควบคุมได้จำกัด และเรามีลักษณะธรรมชาติของงานฝีมือนี้ เครื่องปั้นดินเผาจะเกี่ยวกับดินเหนียว น้ำ ไฟ ดังนั้นมันน่าประหลาดใจที่ชาวญี่ปุ่นเข้าใจมันและสามารถยอมรับการแสวงหาความสมบูรณ์ทั้วที่รู้ว่าพวกเขาจะไม่เคยได้มัน โดยที่ทางตะวันตกจะไม่ได้คิดทำนองนี้วาบิ ซาบิ ถ้วยน้ำชาอ้างถึงถ้วยน้ำชาภายในพิธีชงน้ำชาของญี่ปุ่นทำให้สุนทรียภาพของวาบิ ซาบิ เป็นตัวตน มันหมายถึงการค้นหาความสวยงามภายในความไม่สมบูรณ์ ความเรียบง่าย และการแก่ลงตามธรรมชาติ มันมักจะแสดงลักษณะด้วยรอยแตกเล็กน้อย เคลือบเงาที่ไม่เรียบ รูปร่างที่ผิวหยาบ การแเสดงว่าข้อบกพร่องสามารถยึดคุณค่า และความสวยงามที่สำคัญ แนวคิดนี้ได้ฝังรากลึกภายในประเพณีชงน้ำชาของญี่ปุ่น ตรงที่ถ้วยน้ำชาเป็นองค์ประกอบศูนย์กลางวาบิ ซาบิ เป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่ต้นกำเนิดจากลัทธิเต๋าจีน เเละพุทธศาสนานิกายเซน และมันมีรากเหง้าของมันภายในศตวรรษที่ 15 ต้นกำเนิดของวาบี ซาบิ ถูกโต้เถียงกันอยู่ แต่เชื่อว่ามันได้พัฒนาภายในญี่ปุ่นประมาณศตวรรษที่ 15 มันอาจจะกำเนิดมาจากลัทธิเต๋าระหว่างราชวงศ์ซ่งภายในจีน ตรงที่มันได้กลายเป็นวิถีทางที่จะชื่นชมความสวยงาม ผ่านทางความสงบเสงี่ยมและการบำเพ็ญตบะวาบิซาบิถูกอิทธิพลโดยพุทธศาสนานิกายเซน และลัทธิชินโต นักบวชเซน มูราตะ จูโกะ ถูกพิจารณาเป็นผู้สร้างของพิธีชงชาญี่ปุ่น และได้ถูกยกย่องด้วยการปฏิรูปไปสู่รูปแบบศิลปะ มูราตะ จูโกะ ได้รวมหลักการเซนไปสู่พิธีชงชา การมุ่งเน้นความเรียบง่าย ความเงียบสงบ และความชื่นชมธรรมชาติวิถีทางการชงชาของมูราตะ จูโกะ ปฏิรูปมันไปสู่ช่วงเวลาของการทำสมาธิและความสวยงาม เขาได้สร้างสไตล์ของพิธีชงชาเข้าหาได้โดยสามัญชน การใช้เครื่องมือไม่ไผ่ และเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นชนบท เขาเป็นบุคคลเเรกที่ยกระดัยพืธีชงชาไปสู่การปฏิบัติทางจิตวิญญาน และได้ระบุความรับผิดชอบของผู้จัดงาน
Cr : รศ สมยศ นาวีการ





