INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

พาตาโกเนียแสดงทำกำไรโดยไม่เป็นต้นทุนของโลกอย่างไร

  1. IMG 6135

พาตาโกเนียแสดงทำกำไรโดยไม่เป็นต้นทุนของโลกอย่างไร
อีวอง ชูนาร์ด จากนักปีนเขาไปสู่มหาเศรษฐีอย่างไร ไม่ได้เป็นโมกุลธุรกิจโดยทั่วไปของคุณ เขาได้สร้างพาตาโกเนียจนยิ่งใหญ่ด้วยวิถีทางของเขาเอง เขาได้ความภูมิใจพิเศษภายในข้อเท็จจริงว่าการปีนเขาและ เส้นทางของเขา ไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจได้ใช้ถนนที่แตกต่างกัน หรือภูเขาหรือคลื่นที่แตกต่างกันเขาได้เลือกเส้นทางเดินตามความฝันของเขา การเคารพธรรมชาติ และการไปสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จ เราไม่มีทางเลือกที่ดี ดังนั้นเราได้สร้างของเราเอง
นักธุรกิจที่สร้างตัวเองสอนเราบทเรียนที่บันดาลใจรับรู้โลกเเละชีวิตของเราเป็นการเดินทางที่ชั่วคราวอย่างไร เราจะเป็นผู้มาเยือนเท่านั้นบนโลกที่ชั่วคราว โยดาเเห่งทุนนิยม ถ้อยคำที่ถูกใช้อ้างถึงอลัน กรีนสแปน ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้ เมื่อเขาอายุ 91 ปี เขาได้ทำอะไรผิดพลาดหรือไม่ แน่นอน แต่อีวอง ชูนาร์ดเรียนรู้จากมัน และนำบทเรียนไปสู่อนาคต การก้าวไปอย่างกล้าหาญของพาตาโกเนีย ได้เขย่าความคิดของทุนนิยมและการบริโภคนิยม อีวอง อีวอง ชูนาร์ด ทำให้โลกเป็นผู้ถือหุ้นเท่านั้นของมันภายในการก้าวไปอย่างกล้าหาญ เขาเชื่อภายในทุนนิยมใหม่ที่ให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อมเหนือกำไร เขาเชื่อว่าทุนนิยมต้องถูกคิดค้นใหม่จัดการผลกระทบทางลบที่มันมีต่อโลก อีวอง ชูนาร์ด จะมีปรัชญาธุรกิจที่เรียกร้องทุนนิยมใหม่ บนความคิดว่าธุรกิจสามารถลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของพวกเขา และสร้างโลกที่ดีขึ้น การทำให้โลกเป็นผู้ถือหุ้นเท่านั้นของบริษัท แทนการหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติสร้างผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นพาตาโกเนียวันหนึ่ง อีวอง ชูนาร์ด ได้มองเห็นหน้าผาหินแตกขาดจากกันโดยหมุดปีนเขา เขาได้เรียกร้องให้หยุดการใช้หมุด จากนั้นมา แนวคิดของการปีนเขาอย่างสะอาดได้กำเนิดขึ้น นักปีนเขาปีนเขาตามที่มันเป็นอยู่ และกลับลงมาตามที่มันเป็นอยู่ เขาเชื่อว่าการปีนเขาที่สะอาดคือ การปีนเขาที่มุ่งเน้นการยับยั้ง ทักษะ ความถ่อมตัว ความเคารพ การไม่ทิ้งรอย มันเป็นวิถีทางที่จะรักษาภูเขา และประสบการณ์ของการปีนเขาเพื่อรุ่นต่อไปในอนาคตแทนการใช้พลังอย่างรุนเเรงที่จะปีนเส้นทางโดยวิถีทางใดก็ตามที่จำเป็นอีวอง ชูนาร์ด ได้เสนอแนะการปีนเขาอย่างถ่อมตัวการใช้เครื่องมือป้องกันทำลายภูเขา การกระตุ้นให้นักปีนเขาใช้ทักษะเเละดุลยพืนิจของพวกเขา ไม่ใช้อุปกรณ์ปีนเขาที่ทำลาย และไม่ทิ้งหลักฐานของทางขึ้นของพวกเขาอีวอง ชูนาร์ด ถูกรู้จักกันต่อการโฆษณา “อย่าซื้อเเจ็คเกตตัวนี้” ของเขาและความพยายามของเขา ที่จะเปลี่ยนแปลงทุนนิยม การโฆษณาเป็นการเรียกร้อง ที่จะพิจารณาผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อม ของการซื้อเสื้อผ้าใหม่อีวอง ชูนาร์ดได้วิจารณ์มุมมองของมิลตัน ฟรีดแมน นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลไพร์ มหาวิทยาลัยชิคาโกที่ว่า ความรับผิดชอบเท่านั้นของบริษัทคือ การสร้างกำไรเพื่อผู้ถือหุ้น เมื่อเเบลค ไฟร์เดย์ 2001 พาตาโกเนีย ได้พิมพ์โฆษณาเต็มหน้าที่มีชื่อเสียงภายในนิวยอร์ค ไทม์ กระตุ้นลูกค้าอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเขาบริษัทของเขาได้นำเสนอการซ่อมแซมฟรีต่อเสื้อผ้าของพวกเขา เพราะว่าสิ่งที่ดีที่สุดอย่างเดียวที่เราสามารถทำเพื่อโลกคือรักษาสิ่งของของเราให้ใช้ได้นานขึ้นมันเป็นไปได้ที่คุณอาจจะไปซื้ออุปกรณ์ปีนเขากลางแจ้ง ณ พาตาโกเนียหลายปีโดยไม่รู่ว่าอีวอง ชูนาร์ดคือใคร แต่กระนั้นถ้าคุณต้องการเข้าใจว่าพาตาโกเนียกลายเป็นบริษัทที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดของโลกอย่างไร มันทุกอย่างเริ่มต้นด้วยอีวอง ชูนาร์ด เรื่องราวของเขาเริ่มต้นภายในมลรัฐเมน อเมริกา เขาเกิดเมื่อ ค.ศ 1938 ภายในครอบครัวชาวคานาดาเชื้อสายฝรั่งเศส เมื่อครอบครัวของเขาย้ายไปที่แคลืฟอร์เนีย เขาเริ่มต้นรู้สึกคล้ายกับบุคคลภายนอก และได้หาความสบายใจภายในการปีนเขาอีวอง ชูนาร์ด สนใจภายในการปีนเขาอย่างรุนเเรงจากที่นี่ ภายหลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เขาสอนตัวเขาเองทำงานเป็นช่างเหล็ก ดังนั้นเขาสามารถสร้างอุปกรณฺปีนเขาของเขาเองได้ อีวอง ชูนาร์ด ไม่พอใจกับอุปกรณ์ปีนเขาส่วนใหญ่ที่หามาได้ ณ เวลานั้นเมื่อส่วนใหญ่ของมันมาจากบริษัทยุโรปที่มีวิถีทางแตกต่างกันต่อการปีนเขาที่เขาใช้อยู่ พวกเขาออกแบบอุปกรณ์บนความคิด การปีนเขาเป็นการต่อสู้ของมนุษย์ตอธรรมชาติ เพื่อช่วยเหลือคุณชนะภูเขา พวกเขาได้สร้่างอุปกรณ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมภายหลังการเรียนรู้ไม่ช้าสร้างอุปกรณ์ปีนเขาของเขาเอง อีวอง ชูนาร์ดกำลังขายอุปกรณ์ปีนเขาแก่บุคคลอื่น และได้ขยายตัวธุรกิจของเขาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าอุปกรณ์ปีนเขาของเขาราคาแพง การออกแบบใหม่อุปกรณ์ปีนเขาของเขาจะดึงดูดมากต่อนักปีนเขาเพื่อนของเขา เขาทำให้อุปกรณ์มาตรฐานเรียบง่ายลง ในขณะเดียวกัน ทำให้มันเบาขึ้น แข็งแรงขึ้น และใช้งานได้มากขึ้น เขาไม่ได้กำไรมากตอนแรก แต่เขาสนใจมีรายได้เพียงพอเท่านั้นที่จะปีนเขา เล่นโต้คลื่น และตกปลาอยู่ต่อไปเเต่กระนั้นในที่สุด เขาสามารถว่าจ้างเพื่อนบางคนของเขามาทำงาน และได้เงินเพียงพอที่จะปรับปรุ่งผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง มันทุกอย่างได้คุ้มค่า ภายในค.ศ 1970 เมื่อชูนาร์ด อีควิปเม้นท์ กำเนิดขึ้นกลายเป็นซัพพลายเออร์ฮาร์ดแวร์ปีนเขาใหญ่ที่สุดภายในอเมริกา แต่การปรับปรุงยังคงต้องทำอยู่อีวอง ชูนาร์ด ได้สะท้อนว่าบริษัทสามารถรับผิดชอบต่อโลก และบุคคลของมัน ในขณะที่เพิ่มการเจริญเติบโตและคุณค่าได้อย่างไรอุตสาหกรรมเสื้อผ้าได้สร้างผลกระทบอย่างมากภายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสูญเสียน้ำพาตาโกเนียได้เลือกเพื่อที่จะต่อสู้รอยเท้าทางสิ่งเเวดล้อมนี้ภารกิจของพวกเขาคือ เราอยู่ภายในธุรกิจเพื่อที่จะรักษาโลกบ้านของเรามันสะท้อนค่านิยมของ คุณภาพ ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม สิ่งแวดล้อมของพวกเขาพาตาโกเนียมีต้นกำเนิดของมัน ด้วยความรักของอีวอง ชูนาร์ด ต่อกลางเเจ้ง และการปีนภูเขา เมื่อ ค.ศ 1973 เขาได้เริ่มต้นสร้างและขายอุปกรณ์ปีนเขา เมื่อเขาได้สังเกตุเห็นว่าอุปกรณ์ที่เขากำลังใช้อยู่ได้ทำลายหน้าผา เขาได้กล่าวคำพูดอ้างอิงว่า อะไรที่เรารับเอา เราสร้างอย่างไร และเมื่อไร อะไรที่เราสูญเสีย ที่จริงแล้ว เป็นคำถามของจริยธรรม ความเชื่อที่เขาได้ประยุกต์ใช้กับพาตาโกเนียนับตั้งแต่การก่อตั้งของมันการขายเครื่องมือปีนเขาค่อนข้องเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม เมื่อการปีนภูเขาไม่ได้เป็นความลุ่มหลงของบุคคลทุกคนด้วยความคิดนี้ภายในจิตใจ อีวองชูนาร์ดรู้ว่า ถ้าเขาต้องการที่จะขยายตัวธุรกิจของเขาเพื่อการดำเนินงานเคียงข้างกาไรเล็กน้อยของธุรกิจปีนเขา อีวอง ชูนาร์ด ได้ตัดสินใจเขาจะเริ่มต้นบริษัทใหม่ขายเสื้อผ้ากลางแจ้ง และให้ชื่อว่าพาตาโกเนีย แต่หลักการของเขายังคงเหมือนเดิมกับธุรกิจปีนเขาเสื้อผ้าของพาตาโกเนียได้ถูกสร้างให้เรียบง่าย แข็งแแรง ออกแแบดี และใช้งานดี พาตาโกเนียครั้งแล้วครั้งเลาทำลายกฏของธุรกิจสมัยเดิม และได้พิสูจน์ว่าเรายังคงสามารถบรรลุความสำเร็จ ช่วงอายุเฉลี่ยของบริษัทในขณะนี้มากกว่า 20 ปีเล็กน้อย เเต่เรายังคงอยู่ที่นี่ภายหลังห้าทศวรรษของการทำอะไรบนเงื่อนไขของเราเอง เราภูมิใจบุคคลของเรา ต่อการทำให้เราไปสู่จุดนี้ ความสำเร็จของเราอยู่บนคุณภาพภายในอะไรก็ตามที่เราได้ทำและเราพาสิ่งนั้นไปสู่อนาคตเราต้องระมักระวังเกี่ยวกับการเจริญเติบโตใหญ่เกินไป บริษัทไม่ได้อยู่นาน 100 ปี ด้วยการไล่ล่าการเจริญเติบโตอย่างไม่จบสิ้น เราจะมีขนาดอุดมคติต่อธุรกิจทุกอย่าง และเมื่อบริษัทเจริญเติบโตเกินไปเเล้วมันมักจะตาย เราได้มุ่งหวังภายในการเจริญเติบโตของเรา เพื่อประมาณอีก 50 ปีดังนั้นเรามุ่งที่ความยาวนาน ไม่ใช่การขยายตัว การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ในขณะที่ทำให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด อยู่ ณ หัวใจของอะไรที่เราทำเครื่องมือที่ดีมากอย่างหนึ่งที่เรามีคือ ทำสิ่งที่ถูกต้องต่อโลกคือทำกำไร เราได้พิสูจน์มาเเล้วหลายทศวรรษ ลูกค้ากำลังวางความกดดันต่อบริษัทให้กระทำ และนั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก บุคคลวัยหนุ่มสาวออกเสียงด้วยการซื้อของพวกเขา และบริษัทควรจะรับรู้ว่าลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงไปพวกเขาสามารถมองผ่านทางการฟอกเขียว เราต้องค้นหาวิถีทางใส่เงินมากขึ้นไปสู่การต่อสู่วิกฤติทางสิ่งเเวดล้อม ในขณะที่รักษาคุณค่าของพาตาโกเนียเราไม่ทางเลือกใดที่ดีก็ตามหามาได้ ดังนั้นเราได้สร้างของเราเอง ความเป็นเจ้าของใหม่โดยผู้ถือหุ้นโลกรับรองว่า บริษัทจะยึดมั่นต่อไปอีก 50 ปีหรือมากกว่า และใช้ความมั่งคั่งของบริษัทที่สร้่างคุ้มครองบ้านของเราทุกสิ่งทุกอย่่างที่เราผ่านไปได้ เราคาดหว้งว่าพาตาโกเนียสามารถถูกใช้ เป็นโมเดลเพื่อธุรกิจอื่น เมื่อพวกเขาได้ประเมินนโยบายทางสิ่งเเวดล้อมของพวกเขาเอง
อีวอง ชูนาร์ด เป็นบุคคลเเห่งตำนานภายในโลกของธุรกิจ การผจญภัยกลางแจ้ง สิ่งแวดล้อม เเละความยั่งยืน เขาได้ก่อตั้งพาตาโกเนีย เมื่อ ค.ศ 1973 เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ขายอุปกรณฺปีนเขา และตลอดหลายปี เขาได้เจริญเติบโตมันไปสู่ตราสินค้าโลกรู้จักกันต่ออุปกรณ์และเสื้อผ้ากลางเเจ้งคุณภาพสูง แต่กระนั้นผลกระทบของอีวอง ชูนาร์ดได้ถูกขยายเลยพ้นโลกของธุรกิจเขาเป็นนักปีนเขา นักอนุรักษ์สิ่งเเวดล้อม และนักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่มีชื่อเสียงมาก มันได้บันดาลใจบุคคลจำนวนมากทั่วโลกด้วยความ
ผูกพันของเขาต่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอีวอง ชูนาร์ด เป็นนักธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จเกือบ 50 ปี เเม้ว่าเขาชอบที่จะถูกเรียกว่าช่างฝีมือ เขาเป็นผู้รักอย่างกระหายของกลางแจ้ง และเริ่มต้นปีนหน้าผา เมื่อตอนเขาอายุ 14 ปีเท่านั้น ในไม่ช้าเขาได้กลายเป็นช่างตีเหล็ก และเริ่มต้นทำหมุดเหล็กเพื่อการปีนหน้าผา ขายมันแก่เพื่อนนักปีนเขาจากสวนหลังบ้านของพ่อเเม่ของเขา อีวอง ชูนาร์ด เกิดภายใน เลวิสตัน รัฐเมน เมื่อ ค.ศ 1938 พ่อของเขาเป็นช่างตีเหลีกและช่างซ่อม อีวอง ชูนาร์ด เป็นช่างตีเหล็กสอนตัวเองที่จะประหยัดเงิน เขาได้เริ่มต้นสร้างอุปกรณ์ปีนเขาภายในสวนหลังบ้านของพ่อเเม่ อีวอง ชูนา์รด เริ่มต้นสอนตัวเขาเองเป็นช่างตีเหล็กอย่างไร เพื่อที่จะสร้างอุปกรณ์ปีนเขา ด้วยความสามารถใหม่ของเขา นักปีนเขาที่ลุ่มหลง สามารถสร้างหมุดตัวเเรกของเขาด้วยใบมีดเก็บเกี่ยวเก่าแก่ จากนั้นเขาทดสอบผลิตภัณฑ์กับเพื่อนของเขา ธุรกิจของอีวอง ชูนาร์ด ได้เริ่มต้นลุกขึ้นมาเขาสามารถสร้างหมุดปีนเขาของเขาสองตัวภายในหนึ่งชั่วโมง หมุดขายตัวละ 1.50 เหรียญอีวอง ชูนาร์ด เริ่มต้นขายอุปกรณ์ปีนเขาผลิตตามเมื่อค.ศ 1957 ผ่านทางบริษัทของเขา ชูนาร์ด อีควิปเม้นท์ ขายอุปกรณ์ปีนเขาของเขา จนกระทั่ง ค.ศ 1965 เมื่อเขาได้เป็นหุ้นส่วนกับทอม ฟรอสท์ ที่จะปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และจัดการกับการเจริญเติบโตของอุปสงค์และอุปทานที่เขาได้เผชิญ นานเก้าปี พวกเขาออกแบบใหม่ และปรับปรุงอุปกรณ์ปีนเขา พวกเขาต้องการทำให้มันแข็งแรงขึ้น เบาขึ้น เรียบง่ายขึ้น และใช้งานได้มากขึ้นเมื่อ ค.ศ 1970 เพียงแค่ห้าปีภายในธุรกิจบริษัทกลายเป็นซัพพลายเออร์ใหญ่ที่สุดของอุปกรณ์ปีนเขาของอเมริกา รายได้ของชูนาร์ด อีควิปเม้นท์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 400,000 เหรียญต่อปีหมุดปีนเขาสร้าง 70% ของธุรกิจของพวกเขา โชคไม่ดี ณ เวลาเดียวกัน มันได้กลายเป็นผู้ร้ายทางสิ่งเเวดล้อม เพราะว่าอุปกรณ์ปีนเขาทำลายหน้าผามันทำให้หน้าผาเป็นรูและแตกออก ด้วยเหตุนี้พวกเขา ได้ยกเลิกธุรกิจหมุดปีนเขาของพวกเขา การก้าวไปที่เสี่ยงภัยสูง และทำงานไปสู่การสร้างทางเลือกที่ดีกว่า ข้อแก้ปัญหาของเขาคือ น้อตอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ที่สามารถใส่กับรอยแตกเดิมของหินด้วยมือและดึงออกได้ง่ายภายหลัง ไม่ได้ใช้ฆ้อนทำให้หินเป็นรอยแตก และเขาได้เริ่มต้นชักชวนการเคลื่อนไหว ที่เขาเรียกว่า “การปีนเขาอย่างสะอาด” การเพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับนักปีนว่าเขาสามารถดูแลสิ่งแวดล้อมที่พวกเขารักมากได้อย่างไร

IMG 6134

อีวอง ชูนาร์ด เรียกชื่อบริษัทของเขาว่าพาตาโกเนียภายหลังการเดินทางเปลี่ยนแปลงชีวิตไปสู่ภูมิภาคพาตาโกเนียของอเมริกาใต้ เขาได้เลือกชื่อที่จะให้เสื้อผ้ากลางแจ้งของเขา เเตกต่างจากผลิตภัณฑ์ปีนเขาของเขา และทำให้เกิดภาพของโลกธรรมชาติ เขาต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงเสื้อผ้าของเขากับเพียงแค่การปีนเขา ชื่อของพาตาโกเนียสามารถทำให้เกิดภาพของธารน้ำแข็ง ยอดเขาที่ลมแรง และสัตว์ป่าและชื่อพาตาโกเนียสามารถถูกออกเสียงได้ง่ายภายในทุกภาษา
อีวอง ชูนาร์ดได้เรียกชื่อเริ่มแรกของบริษัทของเขาว่าชูนาร์ด อีควิปเม้นท์เเต่ได้เปลี่ยนเป็นพาตาโกเนียภายใน ค.ศ 1973 เขาได้ถูกบันดาลใจโดยการเดินทางไปพาตาโกเนียของเขา เขาอธิบายเป็นวิสัยทัศน์ที่โรเเมนติค ของภูมิภาคเขาได้เลือกพาตาโกเนีย เพราะว่าดูแล้วเหมือนสถานที่ตำนานอีวอง ชูนาร์ดก่อตั้งพาตาโกเนียเมื่อ ค.ศ 1973 เขาถูกบันดาลใจโดยเส้นขอบฟ้าของเมาท์ ฟิทซ์ รอย ที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลโก้ตราสินค้าเมื่อ ค.ศ 1968 อีวอง ชูนาร์ด ได้เดินทางไปกับเพื่อนของเขา และได้ปีนเม้าท์ ฟิตซ์ รอย ภายในพาตาโกเนีย ภายในพรมแดนระหว่างอาร์เจนตินาและชิลี ภูเขาได้ทาบขอบฟ้าดวงอาทิตย์ มันได้บันดาลใจโดยตรงต่อโลโกตราสินค้าพาตาโกเนีย โลโกพาตาโกเนีย เป็นภาพเงาของเม้าท์ ฟิตซ์ รอย โลโกเเสดงค่านิยมของบริษัทของความท้าทาย การเคารพธรรมชาติ และการผลักดันขอบเขตทำไมเป็นเม้าท์ ฟิตซ์ รอย เพราะว่ามันเป็นภูเขาที่ได้ถูกรู้จักกันต่อความลำบากทางเทคนิค และสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ เป็นสัญลักษณ์ความท้าทายและธรรมชาติที่เคารพ โลโกได้ถูกออกแบบโดยอีวอง ชูนาร์ดและโจซีลิน สแลค จิตรกรอิสระ การใช้มือวาดโลโกยึดภาพถ่ายของภูเขา และ โลโกได้ถูกทำให้เรียบง่ายไปสู่ภาพเงาที่น่าประทับใจ และมันได้ถูกใช้บนผลิตภัณฑ์พาตาโกเนียส่วนใหญ่ รวมทั้งที-เชิรต
อีวอง ชูนาร์ด จะเป็นตัวอย่างของผู้นำแบบรับใช้ด้วยการวางสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล ณ แถวหน้า การให้ความสำคัญต่อความต้องการของบุคคลอื่นและสิ่งเเวดล้อม ความเป็นผู้นำของเขาได้ถูกแสดงคุณลักษณะ โดยความเข้าอกเข้าใจ ความไม่เห็นแก่ตัว และความร่วมมือร่วมใจ ความผูกพันของเขาต่อสิ่งเเวดล้อมและความรับผิดชอบทางสังคมและจุดมุ่งของเขาต่อการให้อำนาจบุคคลของเขา อีวอง ชูนาร์ด ได้ปิดธุรกิจที่ทำกำไรมากที่สุดของเขาอย่างสม่าเสมอ เพื่อประโยชน์ของสิ่งเเวดล้อม ภายในเป้าหมายของเขาเพื่อที่จะสร้างคุณภาพที่ดีที่สุดด้วยผลกระทบน้อยที่สุดความลุ่มหลงของอีวอง ขูนาร์ดต่อการปีนเขาได้บันดาลใจเขาเริ่มต้นธุรกิจของเชา และมันยังคง เป็นพลังขับเคลื่อนตลอดอาชีพของเขา ความลุมหลงของอีวอง ชูนาร์ดได้นำเขาจนกลายเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ผูกพัน และเขาใช้ธุรกิจของเขาเป็แพลตฟอร์มส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งเเวดล้อมความผูกพันของอีวอง ชูนาร์ดต่อความยั่งยืนทางสิ่งเเวดล้อมอยู่ ณ แกนของภารกิจและค่านิยมของพาตาโกเนีย ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนกับผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการลงทุนภายในพลังงานหมุนเวียน พาตาโกเนียได้กลายเป็นผู้นำภายในความยั่งยืนประสบการณ์ของอีวอง ชูนาร์ด เป็นนักปีนเขา ได้สอนเขารับเอาความเสี่ยงภัย และได้ผลักดันตัวเขาไปสู่ขอบเขตของเขา เขาได้ประยุกต์ใช้วิถีทางนี้ ต่อธุรกิจของเขา รับเอาความเสี่ยงภัยที่คุ้มค่าภายในนวัตกรรมและการเจริญเติบโต ความเป็นผู้นำของอีวอง ชูนาร์ด จะผิดธรรมดา การมุ่งเน้นลำดับชั้นที่สั้น การสื่อสารอย่างเปิดเผย และการให้อำนาจบุคคล เขาเชื่อบุคคลที่มีความสุขและผูกพันเป็นหัวใจต่อความสำเร็จของธุรกิจ เขาได้สร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมวิถีทางความเป็นผู้นำของอีวองชูนาร์ดจะมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อวัฒนธรรมองค์การของพาตาโกเนีย วัฒนธรรมของพาตาโกเนียมีส่วนช่วยต่อความสำเร็จของพวกเขาจากวัยหนุ่มของอีวอน ชูนาร์ด ที่เป็นลูกชายของช่างซ่อม ชาวคานาดา เชื้อสายฝรั่งเศส นำไปสู่การเดินทางปีนเขาที่ตื่นเต้น และทะเยอทะยาน บันดาลใจการออกแบบที่สร้างสรรค์ของเขาเพื่ออุปกรณ์ปีนเขา “Let My People Go Surfing” เป็นเรื่องราวขอวชายคนหนึ่งที่นำการทำดีมา และมีการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ ไปสู่หัวใจของชีวิตธุรกิจของเขา หนังสือที่กระทบอย่างลึกซึ้งต่อผู้ประกอบการและผู้ชื่นชอบกลางเเจ้งหนังสือได้กำเนิดเป็นคู่มือ เพื่อบุคคลของพาตาโกเนีย ได้ถูกเขียนโดยอีวอง ชูนาร์ดเมื่อค.ศ 2005 เพื่อที่จะร่วมปรัชญาธุรกิจของเขากับบุคคลของเขา และเขาได้สร้างพาตาโกเรียไปสู่บริษัทที่บรรลุความสำเร็จอย่่างยั่งยืนอย่างไร หนังสือเริ่มแรกมุ่งหมายที่จะเป็นคู่มือปรัชญาแก่บุคคลของพาตาโกเนีย ความคิดของอีวอน ชูนาร์ดต่อการทำสิ่งที่ดี และการผจญภัยในขณะที่ดำเนินธุรกิจอย่างไร”Let My People Go Surfing” โดยอีวอง ชูนาร์ด เขาได้เลือกชื่อหนังสือที่จะถ่ายทอดความเชื่อของเขาว่า บุคคลควรจะสามารถแสวงหาความลุ่มหลงของพวกเขาและการทำงานอยู่บนเงื่อนไขของพวกเขาเอง การเเสดงวัฒนธรรมบริษัทของความเป็นอิสระ และความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล การ สะท้อนความเชื่อว่่าบุคคลควรจะใช้เวลากลางแจ้ง และความรับผิดชอบเพื่อผลกระทบของพวกเขาต่อโลก ชื่อหนังสือจะเป็นการอ้างอิง ต่อพันธสัญญาเดิม “ปล่อยบุคคลของข้าไป” จากพระผู้เป็นเจ้าต่อโมเสส หนังสือได้เล่าเรื่องราวพาตาโกเนีย กลายเป็นบริษัทที่บรรลุความสำเร็จและยั่งยืน ที่ได้ให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อมนิยม และจริยธรรมเหนือกำไรอย่างไร มันได้แสดงความสำคัญของการรับเอา ความรับผิดชอบเพื่อผลกระทบของเราต่อโลก และใช้โมเดลธุรกิจขับเคลื่อน ด้วยความมุ่งหมาย ชื่อหนังสือได้ถูกบันดาลใจโดยพันธสัญญาเดิม ตรงที่พระเจ้าได้บอกแก่โมเสส ให้บอกฟาโรห์ว่า ปล่อยบุคคลของข้าไป เป็นข้อความจากหนังสืออพยพของไบเบิ้ลโมเสสเเละอารอน ได้ไปพบฟาร์โรห์ และขอให้เขาปลดปล่อยชาวฮีบรู ไปบูชาพระผู้เป็นเจ้าภายในถิ่นทุรกันดาร ฟาร์โรห์ ปฏิเสธ และได้ปฏิบัติต่อชาวฮิบรูอย่างรุนเเรงมากขึ้น พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งลำดับของโรคระบาดแก่ชาวอียิปจ์ เช่น เลือดภายในแม่น้ำไนล์ ในที่สุดฟาร์โรห์ยอมแพ้ และบอกโมเสส และปล่อยชาวฮีบรูไปอีวอง ชูวาร์ด เชื่อว่าบทเรียนของการเล่นโต้คลื่นคือ ไปโต้คลื่นเมื่อสภาพเหมาะสม และอย่ารอจนกระทั่งเวลาต่อมา บุคคลควรจะสามารถแสวงหาความลุ่มหลงของพวกเขาภายนอกงาน เขาต้องการแสดงความรักของต่อทะเลและโลกธรรมชาติ เขาเชื่อว่าการเล่นโต้คลื่นช่วยเหลือบุคคลพัฒนาความรู้สึกของความรับผิดชอบเพื่อสิ่งแวดล้อม งานควรจะสนุกสนาน และบุคคลควรจะมีอิสรภาพหยุดงานเพื่อกิจกรรมที่พวกเขาสนุกสนาน เขาได้ดำเนินการนโยบาย ปล่อยบุคคลของผมไปเล่นโต้คลื่น ยอมให้บุคคลหยุดงานไปโต้คลื่น เมื่อคลื่นกำลังดีชื่อหนังสือ เป็นการเรียกร้องเหมือนกับเรื่องราวเอ็กโซดัส การเรียกร้องการกระทำต่อธุรกิจให้ยั่งยืนและรับผิดชอบมากขึ้นมันเป็นเรื่องราวเกี่ยกับความสำคัญของการทำดี และการมีการผจญภัยภายในธุรกิจ มันเป็นการสะท้อนของความเชื่อของอีวอง ชูนาร์ดว่าบุคคลควรจะรับเอาความรับผิดชอบเพื่อผลกระทบของพวกเขาต่อโลก มันเกี่ยวกับการเดินทางของอีวองชูนาร์ดที่จะสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น และรับผิดชอบสิ่งเเวดล้อมชื่อของหนังสือเป็นการอ้างอิงพันธสัญญาเดิม ตรงที่อีวอง ชูนาร์ดได้ใช้การเรียกร้องเพื่อการปฏิรูปต่อต้านว้ฒนธรรมของการบริโภคที่เขาเชื่อว่ากำลังขับเคลื่อน วิกฤตินิเวศของโลก ธุรกิจควรจะพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนของพวกเขา เมื่อทำการตัดสินใจ และความสำเร็จนั้นควรจะถูกวัดโดยองค์รวม อีวอง ชูนาร์ด มุ่งหมายบันดาลใจผู้ประกอบการ และผู้ที่ชื่นชอบกลางเเจ้งคิดแตกต่าง และทำงานไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น”ปล่อยบุคคลของผมไปโต้คลี่น” อ้างถีงนโยบายตารางเวลาแบบยืดหยุ่นได้ ณ พาตาโกเนีย นโยบายยอมให้บุคคลทำงานชั่วโมงยืดหยุ่นได้ ที่สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา ตราบเท่าที่งานของพวกเขาไม่กระทบทางลบต่อเพื่อนร่วมงานของพวกเขา อีวอง ชูนาร์ได้ใช้การเล่นโต้คลื่นเป็นคำพูดเปรียบเทียบเพื่อนโยบายชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่นได้ วัฒนธรรมงานของพาตาโกเนีย ให้ความสำคัญความสามารถยืดหยุ่นได้ ควาสมดุลงาน
-ชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล และค่าตอบแทนที่ยุติธรรม พาตาโกเนียยอมให้เวลาที่ยืดหยุ่นได้ตลอดวัน แม้แต่ภายในตอนกลางวันตารางเวลาทำงาน 9/80 ของพาตาโกเนีย เป็นชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่นได้บุคคลของพาตาโกเนียทำงานวันละเก้าชั่วโมง วันจันทร์ถึงวันพฤหัส และเเปดชั่วโมงบนวันศุกร์เลือกได้ พวกเขาได้ทุกวันศุกร์ที่สองหยุดงาน และตารางเวลานี้ทำให้เกิดวันหยุดสุดสัปดาห์สามวัน บุคคลจะทำงานรวม 80 ชั่วโมงของทุกสองสัปดาห์ วัฒนธรรมบริษัทมุ่งเน้นกลางแจ้ง ตามที่เราได้มองเห็น บุคคลของพาตาโกเนียมีความยืดหยุ่นไปเล่นโต้คลื่นได้ ระหว่างชั่วโมงทำงาน ถ้าคลื่นดี บุคคลมีเวลามากขึ้นเพื่อทำธุระส่วนบุคคล ครอบครัว และเพื่อน พวกเขาสามารถจัดการเวลาส่วนบุคคลของพวกเขาได้ดีขึ้นอีวอง ชูนาร์ด ได้รักษามุมมองของเขา ของการว่าจ้างบุคคลที่ดีและได้ปล่อยพวกเขาดำเนินชีวิตและทำงานพวกเขา เเละนี่เป็นตรงที่ชื่อหนังสือเข้ามา การให้โอกาสบุคคลตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา ในขณะที่พวกเขายังคงต้องบรรลุเป้าหมายงานของพวกเขา เพื่อการตอบแทนแก่ผลการปฏิบัติงานนั้น พวกเขาได้สิทธิไม่ต้องอยู่ภายในสำนักงาน เมื่อโต้คลื่นได้ดี มันได้ช่วยเหลือพาตาโกเนียดึงดูดและรักษาบุคคลที่ให้คุณค่าความเป็นอิสระของพวกเขาบุคคลสามารถทำงานชั่วโมงที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับชีวิตของพวกเขา บุคคลสามารถใช้เวลากับลูกของพวกเขา ณ ศูนย์ดูแลเด็กภายในสถานที่ทำงาน อีวอง ชูนาร์ด เชื่อว่างานต้องสนุกสนาน และบริษัทได้ให้คุณค่าบุคคลที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีชีวิตชีวาและอย่างมีคุณค่า หลักการข้อนี้ได้สร้างนโยบายเวลายืดหยุ่นของบริษัท บุคคลทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ของนโยบายนี้ไปโต้คลื่นที่มีพลัง ไปปีนผาไม่ใช้เชือกตอนเที่ยง ไปเเสวงหาการศึกษา หรือกลับบ้านทักทายลูก เมื่อพวกเขาปีนลงจากรถโรงเรียน”Let My People Go Surfing” ได้สำรวจค่านิยมที่นำทางบริษัท ค่านิยมเหล่านี้คือ พาตาโกเนียให้ความสำคัญสิงเเวดล้อม และความยั่งยืนเหนือกำไร ความรับผิดชอบเพื่อผลกระทบของโลกของบริษัท การพิจารณาสุขภาพของโลกธรรมชาติ การรับใช้ภารกิจ แทนที่จะเพียงแค่ทำกำไร การพิจารณาความต้องการของชุมชน การสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ต้องใช้งานได้และเรียบง่ายอีวอง ชูนาร์ด เชื่อมั่นความสำคัญของความสมดุลงาน-ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล เขาดำเนินการนโยบายและการปฏิบัติ ณ พาตาโกเนียที่ส่งเสริมความสมดุลงาน-ชีวิตอย่างมีสุขภาพต่อบุคคลของเขา ความสมดุลงาน-ชีวิต เป็นส่วนที่สำคัญของวัฒนธรรมบริษัทที่ให้คุณค่าบุคคลและบันดาลใจพวกเขาให้มีประสิทธิภาพสูง พาตาโกเนียให้ความสำคัญความสมดุลงาน-ชีวิตเพื่อบุคคล โดยการให้ตารางเวลาที่ยืดหยุ่น การลาหยุดที่จ่ายเงิน และการดูแลเด็กสถานที่ทำงาน

IMG 6136

พาตาโกเนียมีศูนย์ดูแลเด็กภายในสถานที่ทำงาน ดำเนินงานโดยครูพูดได้สองภาษาที่ถูกฝึกอบรมภายในการพัฒนาเด็ก เด็กได้ถูกกระตุ้นให้ใช้เวลามากเท่าที่เป็นไปได้ข้างนอกค้นพบอะไรใหม่เราได้มองเห็นพ่อแม่เดินไปสัมผัสกับลูกของพวกเขา การดูแลเด็กสถานที่ตั้งไม่ได้กำเนิดเป็นสิทธิประโยชน์ดึงดูดบุคคลใหม่ แต่เป็นข้อแก้ปัญหาภายในวันเริ่มแรกของพาตาโกเนีย อีวอง ชูนาร์ดและภรรยาของเขาได้เริ่มต้นพาตาโกเนียกับเพื่อนและครอบครัว และต้องการสนับสนุนพวกเขาภายในการเริ่มต้นครอบครัวของพวกเขาเอง พวกเขาได้ตอบสนองด้วยการสร้างสิ่งที่บุคคลของพวกเขาต้องการมากที่สุด สถานที่ที่จะเลี้ยงดูเด็กเเรกเกิด ณ เวลานั้นต่อมันมันได้กลายเป็นการดูแลเด็กสถานที่ตั้งอย่างปลอดภัย การดูแลเด็กสถานที่ตั้ง มันไม่เพียงแต่สะดวกต่อบุคคลของพาตาโกเนียเท่านั้น แต่มันจะเป็นประโยชน์แก่บริษัทอย่างมากด้วย ณ พาตาโกเนีย 100% ของผู้หญิง กลับมาทำงานภายหลังการมีลูก มันทำให้เราสามารถสร้างความเสมอภาคทางเพศ ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้บริหารของเราเป็นผู้หญิง
ณ พาตาโกเนีย พวกเขาให้คุณค่าความโปร่งใสและความเสมอภาคอย่างเข้มแข็ง จินตนาการโลกตรงที่พ่อแม่สามารถนำลูกของพวกเขามาทำงาน และเยี่ยมพวกเขาได้ตลอดวัน เด็กวิ่งไปทั่วห้อง และเพื่อนร่วมงานต่างรู้จักครอบครัวระหว่างกัน ศูนย์ดูแลเด็กของพาทาโกเนีย ได้กลายเป็นจุดเด่นของวัฒนธรรมบริษัท นับตั้งแต่การเริ่มต้นศูนย์ดูแลเด็กเมื่อสามสิบห้าปีมาแล้ว ค่านิยมครอบครัว ได้ถูกฝังตัวอย่างแท้จริงภายในวัฒนธรรมของพาทาโกเนีย
ผู้หญิงได้ 16 สัปดาห์ของการลาคลอดที่ได้รับรายได้ และผู้ชายได้ 12 สัปดาห์ ทุกครอบครัวใช้ศูนย์ดูแลเด็กภายในบริษัทได้ บริษัทได้จ่ายค่าจ้างแก่ผู้ดูเเลติดตามพ่อแม่ภายในการเดินทางธุรกิจด้วย ความลุ่มหลงต่อครอบครัวชัดเจนภายในเสียงพูดของบุคคล ณ พาตาโกเนีย เมื่อเราพูดถึงศูนย์ดูแลเด็กของพวกเขา ผู้บริหารคนหนึ่งได้กล่าวว่า บุคคลมักจะถามผม อาร์โอไอของศูนย์ดูแลเด็กเท่าไรผมจะถามกลับว่าอาร์โอไอที่จอดรถยนต์ของคุณเท่าไร และพวกเขาไม่เคยมีคำตอบเลยพาตาโกเนียสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอยู่ยาวนาน นำเสนอโครงการซ่อมแซมและใช้ซ้ำ พวกเขาได้ไปไกลด้วยการขัดขวางลูกค้าจากการซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเขามากเกินไป เพื่อที่จะชักจูงบุคคลไม่ซื้ออะไรก็ตามที่พวกเขาไม่ต้องการ การรณรงค์ ” อย่าซื้อเสื้อเเจ็คเก็ตตัวนี้” ได้จุดเชื้อความรู้สึกของลูกค้า และช่วยเหลืออย่างไม่เจตนายอดขายของพาทาโกเนีย พาตาโกเนีย รับรู้ว่าการซื้อน้อยลงเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ลูกค้าสามารถลดรอยเท้าสิ่งแวดล้อมของพวกเขาเอง มันเป็นการเสแสร้งต่อเราทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งเเวดล้อม โดยไม่กระตุ้นลูกค้าคิด ก่อนที่พวกเขาซื้อ พาตาโกเนียมีนโยบายที่ดีเพื่อคนงานด้วยการตรวจสอบซัพพลายเออร์ภายในลูกโซ่คุณค่าของบริษัท พวกเขาจะพิมพ์รายชื่อรายละเอียดของซัพพลายเออร์ของขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตและข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการค้นพบของการตรวจสอบซัพพลายเออร์ ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแรงงานบังคับ เเละความเสมอภาคทางเพศ และพาทาโกเนียได้ยืนยันการจ่ายค่าจ้างเพื่อชีวิตด้วย พาตาโกเนียมีนโยบายสวัสดิภาพสัตว์สอดคล้องกับอิสระภาพห้าอย่าง บริษัทมีกลไกอย่างชัดเจนที่จะดำเนินการ เราได้อธิบายแก่ลูกค้าของเราว่า พาทาโกเนีนจะหยุดการซื้อขนแกะจากซัพพลายเออร์ใดก็ตาม จนกว่าเราจะมั่นใจว่าสามารถบรรลุมาตรฐานที่สูงอย่างเหมาะสมของสวัสดิภาพสัตว์ ทุกฟาร์มที่เราเสาะหาขนแกะบริสุทธิ์ ที่อาร์ดับบลิวเอสต้องรับรอง ส่งเสริมมาตรฐานเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ และการบริหารที่ดี

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *