INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เลือกตั้งผู้ว่าฯอย่าเชื่อ”โพลล์”

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

เลือกตั้งผู้ว่าฯอย่าเชื่อ”โพลล์”

บทความนี้ เขียนเพื่อเผยแพร่ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ก่อนกำหนดการโหวตเสียงเลือกตั้งตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(ผู้ว่าฯกทม.)และสมาชิกภากรุงเทพทหานคร(ส.ก.)แค่สองวันครับ (การเลือกตั้งมีขี้นวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕)

เป็นการเลือกตั้งในรอบเก้าปีของ”สภากทม.”และ”ผู้ว่ากทม.”(ซึ่งล้วนมาจาก”การแต่งตั้ง”)

เพราะฉะนั้น คนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิเลือกตั้งราว ๔.๓ ล้าน (จากประชากรทั้งหมดราว ๕.๗ ล้าน) จึงสมควรจะตื่นตาตื่นใจ กับการเลือกตั้งท้องถิ่นคราวนี้  ให้มากเป็นพิเศษ  พินิจพิเคราะห์ให้รอบคอบ ว่าจะเลือกใคร

ลูกหลานใคร ที่”เนื้อเต้น”อยากได้ใช้สิทธิเสรีภาพเสรี ในระดับหนึ่ง ขอเชิญเลยครับ อย่าเอาแต่โวยวาย

ขอให้ไปใช้สิทธิใช้เสียงกันพร้อมหน้าพร้อมตา อย่านอนหลับทับสิทธิ เป็นอันขาด

หากใครไม่ไป เพราะเกียจคร้าน จะถูกลงโทษทางการเมือง (ต้อง”ขู่”กัน) ส่วนรายละเอียดการลงโทษ เป็นอย่างไร ไปเสาะหาเองครับ….ไม่ขอบอกตรงนี้

ใครที่มีสิทธิมีเสียง จึงต้องไปใช้ เพราะจะช่วยรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ช่วยรักษาทุกข์สุขของส่วนรวมและสิ่งแวดล้อม

เพื่อว่าคราวนี้ จะได้ตัวบุคคล ทั้งผู้ว่าฯและส.ก.ที่มีประสิทธิภาพ(ทั้งสองตำแหน่งมีวาระคราวละสี่ปี) ให้ความใส่ใจ เข้ามาช่วยดูกิจการ กทม. ทั้งด้านการบริหาร การตรวจสอบ หรือออกข้อระเบียบปฏิบัติ ให้เข้าท่าเหมาะสม กว่าที่เคยเป็นมาในอดีต

โดยทั้งผู้ว่า ฯและส.ก.นั้น ยอมต้องรับผิดชอบอย่างใกล้ชิดต่อชาวบ้านกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส.) ซึ่งทำงานด้านการออกกฎหมาย(ระดับชาติ)และควบคุมรัฐบาล ที่ค่อนข้างจะไกลตัว

ถามว่า รายละเอียดของผู้ลงสมัคร รับเลือกตั้งนั้นเป็นอย่างไร

ตอบว่า มีผู้สมัครลงเพื่อรับการเลือกตั้งเป็น “ส.ก.”จำนวนรวม ๓๘๒ คนจาก ๕๐ เขตของกทม.(เลือกเขตละหนึ่งคน) และผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่ง”ผู้ว่ากทม.”หนึ่งคนจาก ๓๑ คน

บรรดาผู้ลงชิงตำแหน่งส.ก.นั้นนอกจากมาจากพรรคการเมืองต่างๆ แล้ว ก็มีผู้ลงสมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรคใดด้วย

การช่วงชิงตำแหน่งส.ก.ในแต่ละเขตนั้น เท่าที่สังเกต ผู้ลงเลือกตั้งและตัวแทน(หัวคะแนน)หาเสียงหนักมาก ออกเคาะประตูตามบ้านและใช้รถกระจายเสียงทุกวัน

จนหลานเล็ก วัยสี่ขวบของผม ท่องจำได้ว่า “เบอร์หนึ่งๆๆๆ”เกือบจะทุกเช้า

บอกได้เลยครับว่า ชาวบ้านอย่างผมนั้น มีเบอร์หลักที่จะโหวตแล้วในใจ และเที่ยวนี้ จะพิจารณาเลือก”บุคคล”

ไม่พิจารณาเลือกจาก”พรรค” ทั้งตำแหน่ง”ผู้ว่าฯ”และ”ส.ก.”

ผมมีความเห็นว่า ส.ก.สังกัดพรรค ที่ชนะคราวนี้ จะไม่มาเป็นทีมใหญ่ในนามพรรค เสียงในสภากทม.ชุดใหม่ จะแตกฉานซ่านเซ็น กระจัดกระจาย

เฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น ที่เคยทำงานต่อเนื่อง ดูแลชาวบ้านสม่ำเสมอ จะชนะเลือกตั้ง

เน้น….ใครเคยมีบุญคุณกับชาวบ้าน จะต้องชนะ

ในอีกแง่หนึ่ง การกุมเสียงของ”หัวคะแนน”ตามชุมชนในกทม.นั้น จะควบคุมไม่ได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากแจกตังค์ซื้อเสียงและก็จะต้องแพงด้วย

พรรคใดมี”เงินหนา”ใจป้ำพอ จึงจะได้กุมเสียงข้างมากในสภากทม. ด้วยหวังจะ”ขยายผล”ในการเลือกตั้งใหญ่(เลือกตั้ง ส.ส.)

“หรือใครมั่นว่า ไม่มีการซื้อเสียง ….ถามหน่อยเถอะ

ทีนี้ มาว่ากันถึงตำแหน่ง “ผู้ว่ากทม.”ที่มีผู้ลงสมัครมากมายถึง ๓๑ คน มากเสียจนแทบแยกแยะไม่ออกว่า ใครเป็นใคร สังกัดพรรคใด แท้จริงแล้วเป็นพวกใคร ถ้าไม่ติดตามแต่ละคนอย่างใกล้ชิด

การหยั่งเสียงประชามติ(Poll) สำรวจความนิยม โดยสถาบันสื่อมวลชนและสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นอิสระ ประเมินรวมๆ ว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”(หมายเลข ๘) ได้รับความนิยม”นำมา”เป็นที่ ๑ แต่ความนิยมลดลง เมื่อใกล้วันเลือกตั้ง

อันดับ ๒ ที่ได้รับความนิยมด้วยคะแนนคู่คี่สูสี ผลัดกันขึ้น ผลัดกันลง มีอยู่สามคน คือ“อัศวิน ขวัญเมือง”(หมายเลข ๖) “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (หมายเลข ๔)และ”วิโรจน์ ลักขณาอดิศร”(หมายเลข ๑)

แต่ผมก็ว่า อย่าเชื่อ”โพล”ครับ เพราะเคยทำกับมือและเคยประเมินผิดพลาดมาแล้ว เพราะได้ข้อมูล ไม่รอบด้านพอและที่สำคัญกว่า ไม่รู้ว่า”โพล”ถูกซื้อหรือไม่

เชื่อวิจารณญานของตนเองนั้น ดีที่สุด อย่าปล่อยให้ถูกชี้นำ โดยไม่ไตร่ตรอง

ใคร ๆ ก็รู้ว่า “ชัชชาติ”ลงสมัครอิสระ แต่ถูกกล่าวหาว่า มีโยงใยกับ”นักโทษหนีคุก”ผู้ชอบร้อง”โตปะเตีย”(”ฉันอยากกลับบ้าน”ในภาษาเขมร)

แต่ขอบอกว่า อย่าไปเชื่อข้อกล่าวหาง่ายๆ ครับ ถ้าไม่แน่ใจจริง

“อัศวิน”นั้น แน่ชัดว่า มีเยื่อใยกับอดีต”คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ซึ่งแปรธาตุมาเป็นพรรคพลังประชารัฐ(ที่แปดเปื้อนคอรัปชั่น)หวังสานงานที่ค้างไว้ต่อ

“สุชัชวีร์” คือตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ระหว่างขาลง ไม่จำเป็นต้องซ้ำเติม

“วิโรจน์”แห่งพรรคก้าวไกล ตัวแทนกลุ่มการเมืองคนรุ่นใหม่”มันทะลุฟ้า”ชูสามนิ้ว หมายปฏิวัติชาติ

มีอยู่คนหนึ่งที่อยากจะเอ่ยถึง คือ”วรัญชัย โชคชนะ”(หมายเลข ๒๒) ครับ

“วรัญชัย”อดีตครูผู้สละอาชีพเดิม ลงเลือกตั้งหลายครั้ง เพื่อมาเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แบบปากกัดตีนถีบ จนบางครั้งถูกหยามเหยียด ทั้งทางตรงและทางอ้อม ตั้งแต่สมัยที่ผมอยู่”สยามรัฐ” เมื่อหลายสิบปีก่อน แม้เคยได้คะแนนดี แต่พ่ายแพ้ทุกครั้ง

เขากลับไม่เคยท้อ

ผมชื่นชมในความมานะพยายามของเขาครับ

นับเป็น”สีสัน”ของระบอบประชาธิปไตยไทยคนหนึ่ง ตามที่ว่ากัน

เคยนั่งกินข้าวต้ม”สตรีท ฟูด”ราคาย่อมเยาเจ้าอร่อยด้วยกัน ณ ริมถนนราชดำเนินกลาง ติดสำนักกฎหมาย”เสนีย์ ปราโมช” แลกเปลี่ยนความคิดทางการเมืองแบบบ้านๆกับผม ในแง่มุมที่น่าสนใจ ปนเพ้อฝัน

ฝันว่าสักวันเราจะเห็นประชาธิปไตยไทยเบิกบานอย่างแท้จริง (เป็นการปลอบใจซึ่งกันและกัน)….ฮา

ผมไม่รู้ว่า “วรัญชัย”จะได้คะแนนสักกี่มากน้อยในคราวนี้ แต่เขาก็บรรลุปณิธานของเขา ที่ตั้งใจทำกิจกรรมทางการเมืองชนิดไม่ยอมเลิก ในขณะที่ผมเลิกเป็นนักข่าวมืออาชีพไปแล้ว

สรุปว่า”วรัญชัย” “บ้าการเมือง”ก็ย่อมได้

ท้ายสุดนี้ ผมใคร่ขอเสนอ มายังทุกท่าน ที่บังเอิญมาอ่านเรื่องนี้ ด้วยคำขวัญที่ว่า

“ถ้าคราวนี้ ไม่เลือกคนเก่ง-คนดี-พวกเปรตผี มาแน่” ครับ

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com