INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ขบวนการทหารประชาธิปไตย : แนวความคิดที่ก้าวหน้าล้ำยุค

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

ขบวนการทหารประชาธิปไตย : แนวความคิดที่ก้าวหน้าล้ำยุค

ในปัจจุบันแม้ว่าขบวนการทหารประชาธิปไตยจะไม่ปรากฏอยู่ในกองทัพแบบเป็นรูปธรรม แต่ถ้ามองในลักษณะนามธรรมหรือแนวความคิดและจิตสำนึกแล้ว มันยังคงมีอยู่ในกองทัพกับทหารกลุ่มใหญ่ทีเดียว

ทหารที่มีจิตสำนึกแบบนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการต้องทนรับสภาพของการแบ่งแยกอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มทหารที่มีอำนาจและผลประโยชน์ กับทหารที่ถูกกันออกมาให้เป็นเพียงเบี้ยรับใช้เท่านั้น และแม้ว่ากลุ่มหลังนี้จะมีจำนวนมากกว่า แต่ด้วยระเบียบวินัยของทหารก็จำต้องสงบเงียบไม่อาจเรียกร้องอะไรได้ แต่ความรู้สึกที่เห็นความอยุติธรรมนี้ทำให้ต้องพิจารณาใคร่ครวญถึงโครงสร้างที่ครอบงำกองทัพอยู่ และถ้าจะมองออกไปสู่การเข้ามามีบทบาททางการเมืองของทหารบางกลุ่ม ก็จะเห็นได้ว่าแนวคิดแบบเผด็จการไม่อาจนำไปสู่การแก้ปัญหาชาติได้ แม้แต่เรื่องความมั่นคงที่เน้นย้ำพร่ำสอนประชาชน เพราะการกระจุกตัวของอำนาจและผลประโยชน์ทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แล้วจะเกิดความมั่นคงได้อย่างไร

แต่การสร้างระบอบประชาธิปไตยจะก่อให้เกิดความมั่นคง และความเป็นธรรม และความเป็นธรรมนั้นก็จะแผ่กระจายไปสู่คนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งบุคลากรทั้งหลายในกองทัพ

ดังนั้นผู้ใดที่เรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมย่อมต้องเรียกหาระบอบประชาธิปไตย ซึ่งแน่นอนไม่ใช่แค่การรเลือกตั้ง แต่คือการให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และการมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ

ในโอกาสนี้จึงอยากนำเสนอแนวคิดของขบวนการทหารประชาธิปไตยเพียงบางส่วน แต่ขบวนการนี้ได้มองเห็นปัญหามายาวนานแล้ว และข้อเสนอก็ยังคงล้ำหน้าเพราะมันเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง

          แถลงการณ์ทหาร ประชาธิปไตย เรื่อง การร่างรัฐธรรมนูญ การร่างรัฐธรรมนูญของประเทศเรา ซึ่งร่างแล้วร่างอีกเป็นเวลาหลายสิบปี ยาวนานกว่าการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศใดในโลกก็ยังร่างกันไม่เสร็จนั้น บัดนี้ได้ขยายตัวเป็นความโกลาหลอลหม่าน สวนทางกับนโยบาย “เราไม่มีเวลาทะเลาะกันอีกแล้ว” ของท่านนายกรัฐมนตรีโดยสิ้นเชิง เพราะการโต้เถียงที่จำกัดอยู่ในเรื่องเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่าจะเอาตามความเห็นของฝ่ายใด ผลก็จะซ้ำซากอย่างที่เป็นมาแล้วหลายสิบปี คือ ไม่เป็นประชาธิปไตย และต้องฉีกทิ้งกันอีก ฉะนั้นความโกลาหลครั้งนี้จึงเป็นการโต้เถียงตีคารมที่ไร้สาระเป็นการทะเลาะกันที่สวนทางกับนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรีโดยแท้

เหตุการณ์เช่นนี้ ในสถานการณ์บ้านเมืองที่มี “สงครามประชาชน” ของคอมมิวนิสต์ เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ จำเป็นต้องแก้ไขโดยเร็ว

ปัญหาสำคัญอันดับแรกของชาติเราในปัจจุบัน คือ ปัญหาประชาธิปไตยไม่ใช่ปัญหารัฐธรรมนูญ เพราะปัญหารัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับปัญหาประชาธิปไตย ฉะนั้นการมุ่งมั่นแต่จะแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ แทนที่จะมุ่งแก้ปัญหาประชาธิปไตยนั้น จึงเป็นการแก้ปัญหาผิดจุดและแก้ไม่ตก

เหตุที่แก้ปัญหาผิดจุด ก็เพราะเอาทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างระบอบกับรัฐธรรมนูญมากลับหัวกลับหาง กล่าวคือ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายหลักของระบอบ จึงย่อมสะท้อนระบอบและทำหน้าที่คุ้มครองระบอบ แต่เรากลับไปเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเป็นเครื่องสร้างระบอบ

เหตุนี้ เราจึงเอารัฐธรรมนูญไปสร้างประชาธิปไตย โดยพยายามร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อระบอบจะได้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ความจริงนั้นคือ ถ้าเราต้องการระบอบประชาธิปไตย เราก็ต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมา แล้วรัฐธรรมนูญจึงจะเป็นประชาธิปไตยไปตามระบอบนั้นได้ และทำหน้าที่คุ้มครองระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงได้

จึงเห็นได้ว่า การที่จะร่างรัฐธรรมนูญของเราให้เป็นประชาธิปไตยนั้น ปัยหาไม่ได้อยู่ที่การแก้ไขเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่การแก้ไขมรรควิธีของการร่างรัฐธรรมนูญ คือ จะต้องแก้ไขมรรควิธีของการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับทฤษฎีที่ถูกต้องของความสัมพันธ์ระหว่างระบอบกับรัฐธรรมนูญ โดยสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาก่อน แล้วให้ระบอบประชาธิปไตยเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็จะได้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยตามที่ต้องการ

การให้ระบอบเผด็จการเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ย่อมจะได้รัฐธรรมนูญเผด็จการเสมอไป ไม่ว่าจะพยายามประดิษฐ์เนื้อหาของรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยสักเพียงใดก็ตาม เพราะลักษณะของระบอบเป็นเครื่องกำหนดลักษณะของรัฐธรรมนูญมิใช่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องกำหนดลักษณะของรัฐธรรมนูญ

การสร้างระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนกับทหารจะต้องร่วมมือกันสร้าง จึงจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าในประเทศไทยหรือในนานาประเทศก็เหมือนกันทั้งสิ้น

ในประเทศไทย ทหารเคยเป็นหลักในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยสำเร็จเมื่อ พ.ศ.2475 แต่หลังจากนั้น 4-5 ปี ทหารบางส่วนก็ได้ทำลายเกียรติคุณของตนเอง โดยนำการปกครองกลับไปสู่ระบอบเผด็จการในรูปของระบอบเผด็จการทหารบ้าง ระบอบเผด็จการรัฐสภาบ้าง ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันประเทศไทยจึงแก้ปัญหาประชาธิปไตยไม่ตก เป็นเหตุให้แก้ปัญหารัฐธรรมนูญไม่ตกตลอดมา

ทหารมีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความมั่นคงของชาติ แต่ภายใต้สภาวการณ์ปัจจุบัน ความมั่นคงของชาติให้สำเร็จก็จะต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยให้สำเร็จ

รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเกิดจากการยึดอำนาจของคณะปฏิวัติ 20 ตุลาคม 2520 ได้ประกาศเจตจำนงต่อประชาชนตลอดมาว่า จะสร้างระบอบประชาธิปไตยให้สำเร็จ จึงเป็นนิมิตหมายว่า ทหารยุคนี้จะสืบทอดเกียรติประวัติของทหารประชาธิปไตย ในภารกิจของการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ยังค้างอยู่ ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์

บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลชุดนี้ จะปฏิบัติเจตจำนงที่ประกาศต่อประชาชนนั้น ให้ปรากฏเป็นความจริง โดยดำเนินการดังต่อไปนี้

1.จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปทันที

2.ให้ประชาชนมีเสรีภาพบริบูรณ์ ตามระบอบประชาธิปไตย

3.ปรับปรุงนโยบายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ให้เป็นประชาธิปไตยทั้งนโยบายหลัก และนโยบายเฉพาะหน้า

4.แก้ไขกรรมวิธีของการร่างรัฐธรรมนูญ โดยยกเลิกการ่างรัฐธรรมนูญที่กำลังกระทำอยู่ แล้วให้ผู้แทนปวงชนในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วยวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ

5.การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ดำเนินการตามวิถีทางรัฐธรรมนูญโดยแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2520 เท่าที่จำเป็นแก่การเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีว่า ในท่ามกลางความโกลาหลอลหม่านของการโต้เถียงตีคารมอันไร้สาระ ซึ่งวนเวียนอยู่ในเรื่องปัญหาของรัฐธรรมนูญนั้นก็ได้ปรากฏข้อเรียกร้องจากพรรคการเมือง และองค์การมวลชน ตลอดจนบุคคลเอกชนให้รัฐบาลแก้ไขกรรมวิธีของการร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง นับเป็นปัจจัยอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่การปฏิบัติเจตจำนงของรัฐบาลให้ลุล่วง

ทหารประชาธิปไตย มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะได้เห็นรัฐบาลนี้แก้ปัญหาประชาธิปไตยให้ลุล่วงโดยเร็ว เพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อความสถาพรของศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อความไพบูลย์ของสังคม และเพื่อความสันติสุขของประชาชน

ขบวนการทหารประชาธิปไตย

23 ตุลาคม 2521

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com