ทฤษฎีสมคบคิด

ทฤษฎีสมคบคิด
ทฤษฎีสมคบคิด เป็นการอธิบายเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยืนยันว่าการมีอยู่ของการสมคบคิดโดยกลุ่มอำนาจและชั่วร้าย มักจะเป็นแรงจูงใจทางการเมือง เมื่อการอธิบายอื่นน่าเป็นไปได้มากขึ้น มันเป็นความพยายามอธิบายเหตุการณ์อันตรายหรือเศร้าสลดเป็นผลลัพธ์จากการกระทำของกลุ่มที่มีอำนาจ เช่น การอธิบายฏิเสธเรื่องราวที่ยอมรับล้อมรอบเหตุการณ์เหล่านี้ ที่จริงแล้วคำบอกเล่าที่เป็นทางการอาจจะถูกมองเป็นการพิสูจน์ต่อไปของการสมคบคิดตัวอย่างที่นิยมแพร่หลายของทฤษฎีสมคบคิดคือ การลงบนดววจันทร์

ครั้งแรกเป็นการวางแผนหลอกลวงของโดยนาซา การลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เคนเนดี และอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ฆ่าตัวตายหรือไม่การคิดทางปรัชญาของการสมคบคิดสามารถถูกย้อนหลังอย่างน้อยที่สุดไปไกลถึงนิคโคโล มาเคียเวลลี่ เขาได้อภิปรายการสมคบคิดภายในผลงานที่มีชื่อเสียงของเขา “The Prince” ความมุ่งหมายของมาเคียเวลลีต่อการอภิปรายการสมคบของเขาคือ การช่วยเหลือผู้ปกครองป้องกันการสมคบคิดมุ่งตรงที่เขาจุดสำคัญของการสมคบคิดแสดงบทบาทที่สำคัญภายในข้อเขียนของมาเคียเวลลี ผลงานของเขาได้นำเสนอการพิจารณาและการวิเคราะห์ของการสมคบคิดเป็นส่วนหนึ่งของคลังแสงของนักการเมืองยุคเรเนซองส์การใช้การสมคบคิดเป็นเครื่องมือของการยึดครองอำนาจและเป็นเทคนิคเพื่อการต่อสู้ทางการเมืองบทยาวที่สุดภายใน “The Discourses” และยาวกว่าทุกบทภายใน “The Prince” เกี่ยวกับการสมคบคิด มาเคียเวลลีถูกทรมานและเนรเทศ เพราะว่าเขาถูกกล่าวหาอย่างไม่ถูกต้องของการวางแผนสมคบคิดต่อต้านเมดิซี และเขารอบคอบอย่างมากเกี่ยวกับเขาจัดการปัญหาอย่างไร เเม้ว่าเขายืนยันว่าการสมคบคิดควรจะถูกหลีกเลี่ยง มาเคียเวลลี่ ได้อธิบายเส้นทางการเมืองเชิงปฎิรูปจะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะว่าอำนาจทำสงครามกับเจ้าผู้ครองนครถูกจำกัดอยู่น้อยมาก อำนาจสมคบคิดต่อสู้เขาให้กับบุคคลทุกคน

เมื่อ ค.ศ 1979 นักบินอวกาศ นิล อาร์มสตรอง ได้กลายเป็นมนุษย์คนเเรลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ นี่เป็นก้าวเล็กของชายคนหนึ่ง แต่เป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ผู้สงสัยกล่าวว่ารัฐบาลอเมริกันหมดหวังที่จะชนะรัสเซียภายในการแข่งขันอวกาศ หลอกลวงการลงบนดวงจันทร์ ด้วย นีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน แสดงออกภารกิจของพวกเขา เมื่อ ค.ศ 1970 30% ของชาวอเมริกันเชื่อว่าการลงบนดวงจันทร์หลอกลวงอพอลโล 11 ไม่เคยเกิดขึ้น มนุษย์ไม่เคยเหยียบย่างบนดวงจันทร์ มันต้องใช้บุคคลของนาซาและผู้รับเหมามากมายเหลือเกินส่งนีล อาร์มสตรอง และบัซซ์ อัลดรินลงบนดวงจันทร์เมื่อ ค.ศ 1969 บุคคลหนึ่งที่ได้แพร่กระจายความคิดว่ามันทุกอย่างหลอกลวงคืิอ บิลล์ เคย์ซิงมันเริ่มต้นด้วยความรู้สึก สัญขาติญานก่อนกลายเป็นความเชื่อมั่นที่แท้จริง นั่นคืออเมริกาขาดความสามารถทางเทคนิคสร้างมันไปสู่ดวงจันทร์ บิลล์ เคย์ซิง ได้มีส่วนช่วยอย่่างแท้จริงต่อโครงการอวกาศยูเอส แม้ว่าไม่สำคัญ ระหว่าง ค.ศ 1956 และ ค.ศ 1963 เขาเป็นบุคคลของ รอคเก็ตไดน์ บริษัทที่ช่วยออกแบบเครื่องยนต์จรวดแซทเทิรนห้า เมื่อค.ศ 1976 เขาได้พิมพ์แผ่นพับของตัวเองเรียกว่า “We Never Want to the Moon : America’s Thirty Billions Dollars Swindle” การแสวงหาหลักฐานเพี่อความเชื่อมั่นของเขาบิลล เคย์ซิ่ง เป็นนักเขียนและนักทฤษฎีสมคบคิดชาวอเมริกันอ้างว่าเขามีความรู้ข้างในของการสมคบคิดของรัฐบาลหลอกลวงมนุษย์ลงบนดวงจันทร์ การลงบนดวงจันทร์ของอพอลโลระหว่างค.ศ 1969 และค.ศ 1972 หลอกลวงแม่แบบพื้นฐานของทฤษฎีสมคบคิดคือ นาซาไม่สามารถจัดการมนุษย์ลงบนดวงจันทร์อย่างปลอดภัยภายในสิ้น ค.ศ 1960 ตามที่จอห์น เคนเนดีได้สัญญา ดังนั้นมันเพียงแค่ส่งนักบินอวกาศไปสู่วงโคจรโลกเท่านั้น นักทฤษฎีสมคบคิด ยืนยันว่านาซาหลอกลวงการลงบนดวงจันทร์ภายในภาพยนตร์ หลักฐานของการหลอกลวงมีทั้งการขาดดาวภายในท้องฟ้าของดวงจันทร์ และธงพริ้วสะบัดบนดวงจันทร์ ทั้งที่ไม่มีลมภายในอวกาศ สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ 1945 นักประวัติศาสตร์ได้ผลิตข้อเขียนมากมายลำดับเหตุการณ์เส้นทางของมัน แต่บรรดาความลึกลับยังคงมีอยู่ภายในคำถามนี้ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ตายอย่างไร และเขาตายภายในหลุมหลบภัยของเขาจริงหรือไม่ แม้แต่ในขณะนี้ข้อมูลที่สำคัญยังคงเป็นความลับเกี่ยวกับทหารยามสงคราม และการปฏิบัติการข่าว กรองตามมาการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สองรัฐบาลอเมริกันได้ตรวจสอบอย่างจริงจังความเป็นไปได้ที่ผู้นำนาซีหลบหนีจากเยอรมัน เอกสารเปิดเผยของเอฟบีไอแสดงสายลับได้เดินทางไปเอเมริกาใต้ ภายหลังการอ้างว่าฮิตเลอร์ได้หลบหนีไปอาร์เจนตินาโดยเรือดำน้ำ ยู-โบท กับอีวา เบิรน เมื่อ ค.ศ 1945 ตามรายงานทางการ ฮิตเลอร์ยิงตัวเองเมื่อ 30 เมษายน ค.ศ 1945 ตอนที่กองทัพเเดงอยู่ใกล้หลุมหลบภัยของเขา แต่กระนั้นสามเดือนต่อมาประธานาธิบดียูเอส แฮร์รี ทรูเเมน ยกประเด็นของเขา เขาได้ถามโจเซฟสตาลินทันที ฮิตเลอร์เสียชีวิตหรือไม่ ผู้นำรัสเซียตอบด้วยคำพูดอย่างใจเย็นว่า ไม่ ต่อมาภายในปีนั้น นายพลรัสเซีย เกออร์กี ชูคอฟ กองทหารของเขาได้ยึดครองเบอร์ลินอยู่ ได้สนับสนุนความคิดฮิตเลอร์ได้หลบหนีนักทฤษฎีสมคบคิดได้สนุกสนานมานานต่อความคิดว่าฮิตเลอร์ได้หลบหนีจากเยอรมันอย่างปลอดภัย เรื่องราวที่ฮิตเลอร์ไม่ไดฆ่าตัวตายแต่ได้หลบหนีจากเบอร์ลิน ถูกนำเสนอครั้งแรกต่อสาธารณะโดยนายพลเกออร์ กี ชูคอฟ ณ การประชุมสื่อตามคำสั่งของผู้นำรัสเซีย โจเซฟ สตาลิน เมื่อถูกถาม ณ การประชุมพอทซ์ดัม อดอล์ฟ ฮิตเลอร์เสียชีวิตอย่างไร โจเซฟ สตา ลินกล่าวว่า เขายังคงมีชีวิตอยู่ภายในสเปนหรืออาร์เจนตินาเรามีการเดาเนื่องจากร่างกายของเขาถูกเผา สันนิษฐานว่าไม่มีร่องรอยอะไรเลยการศึกษาวิทยาศาสตร์ได้หักล้างทฤษฎีสมคบคิดว่าอดอล์ฟฮิตเลอร์ได้หลบหนีไปอเมริกาใต้ นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศสได้ถูกอนุญาติพิจารณากระดูกขากรรไกที่ได้ถูกรักษาไว้อย่างน่าอิจฉาภายในหอจดหมายเหตุของหน่วยสืบราชการลับรัสเซีย การวิเคราะห์ได้พิมพ์ภายในวาสารเสนอแนะว่าในกรณีนี้ชาวรัสเซียกำลังบอกความจริง ฮิตเลอร์ฆ่าตัวเองภายในหลุมหลบภัย ด้วยการใช้ส่วนที่เหลืออยู่ของกระดูกขากรรไกปกปิดโดยสายลับรัสเซียนับตั้งแต่ ค.ศ 1945 แสดงว่าฮิตเลอร์ฆ่าตัวเองนักวิจัยกล่าวว่านายทหารเอสเอสได้ถูกสั่งการให้เผาร่างกายของเขากองทหารรัสเซียได้ค้นพบร่ายกายไหม้เกรียมที่เหลืออยู่ และกระดูกขากรรไกลงเอยภายในมอสโค การพิจารณากระดูกขากรรไกของฮิตเลอร์ครั้งแรกได้ถูกยอมให้เมื่อ 70 ปี แสดงงานฑันตกรรมที่ซับซ้อนสอดคล้องกับประวัติการแพทย์ของฮิตเลอร์รัสเซียยึดเบอร์ลินได้เมื่อ 2 พฤษภาคม 1945 และกองทัพแดงรายงานยืนยันว่าฮิตเลอร์เสียชีวิตเเล้ว บนพื้นฐานการค้นพบส่วนที่เหลืออยู่ภายในสวนไรช์ ชานเซลเลอรี่ และการยืนยันของบุคคลอยู่ภายในหลุมหลยภัยวันสุดท้ายของสงคราม เเต่กระนั้นรายงานนี้ได้ถูกระงับโดยผู้นำรัสเซียโจเซฟ สตาลิน ภายในความพยายามที่จะนำหน้าหนึ่งก้าวแก่ประเทศพันธมิตรอื่นโจเซฟ สตาลิน ได้ตัดสินใจทันทีภายหลังสงคราม การให้ข้อมูลที่ผิดของรัสเซียแพร่กระจายความคิดที่วางรากฐานของทฤษฎีสมคบคิด เรามีรายงานว่าฮิตเลอร์ได้ถูกพบเห็นภายในสถานที่ชุมนุมกันอยู่ทั่วโลก เรามีแม้แต่ข้อมูลที่ผิดกระตุ้นโดยรัสเซียชักจูงบุคคลเพียงพอว่าฮิตเลอร์มีชีวิตอยู่ในขณะที่ผู้นำนาซีระดับสูง เช่น ฮิมเลอร์ ฆ่าตัวตายพวกเขาเอง หรือถูกจับ ตรงที่พวกเขาเผชิญกับการไต่สวน ณ นูเรมเบิรกเมื่อ 30 เมษายน 1945 อดอลฟ ฮิตเลอร์ ได้ฆ่าตัวตายภายในหลุมหลบภัย เมื่อกองทัพแดงใกล้มาสู่เบอร์ลิน ภายในสี่วันรัสเซียได้ค้นพบร่างกายของเขา แต่ความจริงเกี่ยวกับอะไรที่หน่วยสืบราชการลับรัสเซียพบได้ถูกปิดบังภายในประวัติศาสตร์ เมื่อสามเดือนต่อมา โจเซฟ สตาลินได้บอกอย่างเป็นทางการแก่แฮร์รี ทรูแมน และวินสตัน เชอร์ชินว่าฮิตลอร์ยังคงมีชีวิตอยู่และหลบหนีไปต่างประเทศ ข่าวลืออย่างไม่ยั้งคิดเกี่ยวกับอะไรได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงต่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ได้แพร่กระจายอย่างไฟไหม้ป่าและเเม้แต่วันนี้ทฤษฎีสมคบคิดยืนยันว่าอดอลฟ ฮิตเลอร์ ไม่ได้ตายจริงภายในหลุมหลบภัยเบอร์ลินของเขาเมื่อ 1945 แต่ได้หลบหนีและพบเป็นผู้ลี้ภัยภายในอเมริกาใต้ จุดสำคัญที่ฮิตเลอร์มีชีวิตอยู่ ได้จุดไฟต้นฉบับภาพยนตร์นับไม่ถ้วน และภาพยนตร์สารคดีจำนวนมากนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ฮิวจ์ เทรเวอร์ โรเปอร์ ยืนยันเอกสารเรื่องราวการเสียชีวิตของฮิตเลอร์ภายในหนังสือของเขา “The Last Days of Hitler” มันเกิดจากการมอบหมายงานของเขาเป็นนายทหารข่าวกรองของอังกฤษภายในเยอรมันเมื่อ ค.ศ 1945 ตรวจสอบหลักฐานที่ขัดเเยงกันวันสุดท้ายของฮิตเลอร์ และทำรายงานที่แท้จริงต่อการเสียชีวิตของเขาเขาได้มุ่งสิบวันสุดท้ายของชีวิตของฮิตเลอร์ภายในหลุมหลบภัยห้องใต้ดิน ณ เบอร์ลิน การค้นหาอะไรได้เกิดขึ้นภายในวันสุดท้ายของหลุมหลบภัยของฮิตเลอร์ จากการสัมภาษณ์กับผู้เห็นหลายคน และศึกษาเอกสารการรอดชีวิต เขาได้แสดงว่าฮิตเลอร์เสียชีวิต และไม่ได้หลบหนีจากเบอร์ลินทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีของเยอรมัน ตั้งแต่ ค.ศ 1933 ถึง 1945 ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ยอมรับกันว่าเขาฆ่าตัวตายภายในหลุมหลบภัยเมื่อ 30 เมษายน 1945 ฮิตเลอร์ได้หลบหนีจากหลุมหลบภัยของเขา และมีชีวิตอยู่ภายในอาร์เจนตินาภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองหรือไม่ อดอลฟ ฮิตเลอร์ ฆ่าตัวตายเขาเอง ณ สิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง หรือเขาได้หลบหนีจริงและบินไปอเมริกาใต้หรือไม่ คำถามนี้ได้หลงใหลนักทฤษฎีสมคบคิดมานานหลายปี

ทฤษฎีสมคบคิดที่มีชื่อเสียงได้ปรากฏขึ้นเมื่อสิ้นสุด ค.ศ 1991 เมื่อ ภาพยนตร์ “JFK”. โดยผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน ได้เปิดตัว เจเอฟเค เป็นภาพยนตร์ตื่นเต้นทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ ค.ศ 1991 เขียนและกำกับโดยโอลิเวอร์ สโตน ภาพยนตร์เรื่องนี้พิจารณาการตรวจสอบการลอบสังหารจอห์น เคนเนดีโดยอัยการท้องที่นิว ออร์ลีน จิม แกร์ริสัน เขาเชื่อว่าเรามีการสมคบคิดที่จะสังหารจอห์น เคนเนดี และลี ออสวอลด์ ไม่ได้กระทำคนเดียว การชมภาพยนตร์ของโอลิเวอร์ สโตน เจเอฟเค ได้เพิ่มความเชื่อต่อการสมคบคิดที่จะฆ่าจอห์น เคนเนดี และลดความน่าเชื่อต่อเรื่องราวที่เป็นทางการครั้งหนึ่งโอลิเวอร์ สโตน ได้สร้างภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม เช่น “Platoon” ชนะรางว้ลออสการ์ภาพยนตร์ดีที่สุด วันนี้เขาเป็นผู้ผลิตทฤษฏีสมคบคิดภาพยนตร์สารคดีใหม่ของเขา “JFK Revisited : Through the Looking Glass” มันได้เข้ามาภายหลัง 30 ปีภายหลัง “JFK” ภาพยนตร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของเรื่องราวการรณรงค์ภาพยนตร์อเมริกัน ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่าจอห์น เคนเนดีถูกฆ่าโดยรัฐซ้อนรัฐ : ซีไอเอหนุนหลังโดยความซับซ้อนทหาร-อุตสาหกรรม คุณเชื่อซีไอเอฆ่าเจเอฟเคหรือไม่ ชาวอเมริกันหลายล้านคิดทำนองนี้มันได้กลายเป็นการวิจารณ์อย่างกว้างขวางมาก เนื่องจากพลังของภาพยนตร์ ชื่อเสียงความกล้าหาญของโอลิเวอร์ สโตน – ชนะรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ของเขาเกี่ยวกับสงครามเวียตนาม และภาพยนตร์ เจเอฟเค ได้บอกเรื่องราวจริงของอัยการท้องที่นิว ออรลีน จิม แกร์ริสัน – นำแสดงโดยเควิน คอสท์เนอร์ เขาได้ทำให้มันเป็นวาระส่วนบุคคลของเขาค้นหาความจริงต่อการลอบสังหารจอห์น เคนเนดีในไม่ช้าเขากลายเป็นเชื่อว่ามันมีมากว่าการประเมินอย่างเป็นทางการของรัฐบาล และคณะกรรมการวอร์้เรนที่ได้สรุปว่าลี ออสวอลด์ คนเดียวลอบสังหารประธานาธิบดี จิม แกร์ริสัน ได้กลายเป็นทุ่มเทต่อความมุ่งหมายของการเปิดเผยโครงเรื่องของเขา การสมคบคิดฆ่าเจเอฟเค และยืนยันว่าทฤษฎีลอบสังหารคนเดียวเป็นเพียงแค่ปกปิดโดยผู้มีอำนาจของรัฐบาลซ่อนเร้นการมีส่วนเกี่ยวพันของพวกเขาภาพยนตร์ เจเอฟเค ได้ก้าวหน้าทฤษฎีของจิม แกร์ริสันผู้ยิงลี ออสวอลด์ไม่ได้ทำคนเดียว องค์ประกอบของทฤษฎีสมคบคิดของรัฐซ้อนรัฐแสดงเป็นเรื่องสำคัญอยู่ตลอด การเเสดงการเชื่อมโยงต่อความเชื่อส่วนบุคคลของจิม แกร์ริสัน การเขียนบทภาพยนตร์ได้ถูกปรับโดยโอลิเวอร์ สโตนจากหนังสือของจิม แกร์ริสัน “On the Trail of the Assassins” จิม แกร์ริสัน ได้มาสู่ข้อสรุปว่าการรวมกันของชุมชนการหาข่าวกรองเครื่องมือทหาร และทำเนียบขาว รับผิดชอบต่อการฆ่าจอห์น เคนเนดี เพราะว่าพวกเขาต้องการทำสงครามกับเวียตนาม และด้วยความกลัวว่าจอห์น เคนเนดี จะดึงกองทหารออกจากที่นี่เรามีทฤษฎีสมคบคิดจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับการเสียชีวิตของประธานาธิบดีจอห์น เคนเนดี แต่ทฤษฎีสมคบคิดนิยมแพร่หลายมากที่สุดคือ รัฐบาลอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่เชื่อลี ออสวอลด์กระทำคนเดียว และนักเขียนชีวะประวัติ ฟิลิป เชอนอน อ้างว่าแม้แต่บอบบี้ เคนเนดี คิดว่าซีไอเอ รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพี่ชายของเขาซีไอเอ ยื่นมือภายในการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี ลี ออสวอลด์ ถูกจับ เมื่อ 22 พฤษจิกายน 1963 ต่อการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี วันเดียวกันภายในดัลลัส เท็กซัส สองวันต่อมา ในขณะที่ถูกนำส่งไปเรือนจำท้องที่ ลี ออสวอลด์ ได้ถูกยิงและฆ่าโดยเเจ็ค รูบี้ เจ้าของไนท์คลับเท็กซัสเหตุการณ์ของการตกตะลึงนี้ได้สร้างการสมคบคิดจากเริ่มต้นไม่เพียงแต่ประธานาธิบดีที่สง่างามนิยมแพร่หลายถูกยิงเท่านั้น ผู้ถูกกล่าวหาลอบสังหารถูกฆ่าวันต่อมา การนำมาความคิดเกี่ยวกับการปกปิด เมื่อปลาย ค.ศ 1960 ชาวอเมริกันมากกว่า 50% ไม่เชื่อลี ออสวอลด์กระทำคนเดียว และเมื่อ ค.ศ 2017 61% ของชาวอเมริกันเชื่อว่าการลอบสังหารเป็นการสมคบคิดทฤษฎีการสมคบคิดเจเอฟเคหนึ่งที่นิยมแพร่หลายคือซีไอเอฆ่าเจเอฟเคภายในการแก้เเค้นต่อความล้มเหลวของการบุกอ่าวหมู เพื่อการล้มล้างผู้นำคิวบา ฟิเดล คาสโตร ตามนักประวัติศาสตร์ และโรเบิรต เคนเนดี น้องชายจอห์น เคนเนดี คิดเริ่มแรกเป็นกลุ่มของซีไอเอที่ผิดปรกติเกี่ยวพันต่อการเสียชีวิตของเจเอฟเค หรือเรามองว่าลี ออสวอลด์ ไม่ได้เป็นผู้ยิงคนเดียว สภาผู้แทนราษฎรได้คัดเลือกคณะกรรมการของการลอบสังหารพบว่ามันน่าเป็นไปได้ที่การสมคบคิดเกี่ยวพันกับผู้ยิงคนที่สองสามสิบปึภายหลัง “JFK” โอลิเวอร์ สโตน ได้กลับมาสู่การลอบสังหารจอห์น เคนเนดี ครั้งนี้เป็นภาพยนตร์สารคดี “JFK Revisited : Through the Looking Glass” เป็นภาคผนวกไม่ใช่นวนิยายของภาพยนตร์ที่น่าเร้าใจ และโต้เถียงกันมากที่สุดของโอลิเวอร์ สโตน ได้กำกับภาพยนตร์สารคดีใหมเรื่องนี้เมื่อ ค.ศ 2021 ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี กำกับโดยโอลิเวอร์ บนพื้นฐานของ 1992 หนังสือไม่ใช่นวนิยาย “Destiny Betrayed : JFK, Cuba, and the Garrison Case” และหลักฐานเกี่ยวกับคดี ความพยายามล่าสุดของโอลิเวอร์ สโตน ทำให้การฆาตรกรรมอื้อฉาวที่สุดภายในประวัตศาสตร์อเมริกันชัดเจนด้วยการปรับปรุงหลักฐานให้ทันสมัยเกี่ยวกับความไม่สอดคล้องภายในเรื่องราวทางการของการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี โอลิเวอร์ สโตนกล่าวว่า ผู้บังคับการทหารเรือ เจมส์ ฮูเมส และธอร์นตัน บอสเวลล์ ไม่เหมาะสมชันสูตรศพต่อกรณีฆาตรกรรม การชันสูตร ณ เบเธสดา โรงพยาบาลทหารเรือ เป็นเรื่องตลก มันเป็นกรณีฆาตรกรรมที่ซับซ้อนมากด้วยการยิงจากทุกด้าน พวกเขาทำผิดพลาดทุกสิ่งทุกอย่างโอลิเวอร์ สโตน ได้กล่าวภายในการสัมภาษณ์ มันกลายเป็นราวกับว่าผมไม่น่าเชื่อถือ ภายในฮอลลีวูด ผมกลายเป็นมีชื่อว่า นักทฤษฎีสมคบคิด ผมคิดว่าเป็นถ้อยคำจากเอกสารซีไอเอ 1952 ความพยายามทำให้บุคคลไม่น่าเชื่อถือ แต่บุคคลชอบภาพยนตร์ เจเอฟเค ถูกเสนอชื่อรางวัลออสการ์แปดตัว รวมทั้งภาพยนตร์ดีที่สุด มันสร้างรายได้มากกว่า 200 ล้านเหรียญผมรู้สึกสิ่งสำคัญที่สุดทำไมจอห์น เคนเนดี ถูกฆ่า โอลิเวอร์ สโตน กล่าว เราตอบคำถามด้วยหลักฐานของเราว่าเขากำลังถอนตัวจากเวียตนาม การผ่อนคลายความตึงเครียดกับคิวบา สัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์ได้ถูกลงนาม เขากำลังมองการผ่อนคลายความตึงเครียดกับรัสเซีย เขาต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคมภาพยนตร์ของโอลิเวอร์ สโตนมีทั้ง “Platoon” และ “Born on the Fourth of July” ตัวเขาเองได้เคยต่อสู้ภายในเวียตนามด้วย โอลิเวอร์ สโตน กล่าวว่า เขาเชื่อว่าจอห์น เคนเนดี จะกำหนดนโยบายภายในวาระที่สอง คุกคามผลประโยชน์ของรัฐบาล จอห์น เคนเนดีจะสามารถสิ้นสุดสงครามเย็นภายในการเป็นหุ้นส่วนกับนายกรัฐมนตรีนิกิตา ครุชชอฟ ภายในวาระที่สอง จอห์น เคนเนดี เป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก โอลิเวอร์ สโตน กล่าว เขาไม่สามารถทำได้มากเกินไปภายในวาระเเรกของเขาเพราะว่าขาเป็นจริง เขารู้ว่าเขาต้องได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ทฤษฎีการสมคบคิดเเพร่หลายเพิ่มขึี้นภายในช่วงเวลาของความวิตกกังวล ความไม่แน่นอน หรือความยากลำบาก แพร่กระจายระหว่างสงครามและเศรษฐกิจตกต่ำ และภายหลังความหายนะทางธรรมชาติเช่น สึนามิ แผ่นดินไหว หรือโรคเเพร่ระบาด ข้อเท็จจริงนี้มองเห็นโดยความมากมายของทฤษฎีสมคบคิดเกิดขึ้นภายในการปลุกของการโจมตี 11 กันยายน และมากกว่า 2000 เล่มต่อการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี เรามีหลักฐานการชมภาพยานตร์ของโอลิเวอร์ สโตน เจเอฟเค ได้เพิ่มความเชื่อภายในการสมคบคิดต่อการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี และลดความเชื่อภายในเรื่อราวเป็นทางการที่ฮารวีย ออสวัลด์ กระทำคนเดียวถ้อยคำ ทฤษฎีสมคบคิด ถูกสร้างโดยหน่วยข่าวกรองกลาง – ซีไอเอ ตามมาการลอบสังหารจอห์น เคนเนดี เป็นวิถีทางของการไม่เชื่อถือบุคคลที่สงสัยรายงานที่เป็นทางการของรัฐบาล
Cr : รศ สมยศ นาวีการ


