INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อีกไม่ถึง ๑๐๐ ปีน้ำท่วมโลก

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

อีกไม่ถึง ๑๐๐ ปีน้ำท่วมโลก

 

ไม่ใช่เรื่องขำขันและทำให้ตื่นตกใจครับ ที่จั่วหัวเรื่องเช่นนี้

แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ขึ้น ต่อข้อมูลที่ปรากฏ ในยามที่ทั่วทั้งโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์”โควิด 19”อย่างหนักหน่วง

โดยสองปีที่ผ่านมา โรคระบาดชนิดนี้ คร่าชีวิตชาวโลกไปแล้วกว่าสี่ล้านสามแสนคน ตามตัวเลข ณ วันนี้(๑๑ สค.๖๔)และก็ยังไม่เห็นว่าการแพร่ระบาด จะบรรเทา หรือจบสิ้นลงเมื่อไร

ข่าวน้ำท่วมโลก จึงเป็นการเตือนที่”ซ้ำเติม”ความรู้สึกแย่ๆ ของทุกผู้คน แม้คนรุ่นปัจจุบัน จะบอกว่า”เมื่อถึงเวลานั้น “ตูก็ไม่อยู่แล้ว”

แต่เราจะไม่ห่วงลูกหลานพวกเราหรือ ไม่เตรียมการอะไรไว้สำหรับพวกเขาเลยหรือ ?

 

เมื่อวันจันทร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๔  “คณะทำงานระหว่างรัฐบาลต่างๆว่าด้วยภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง(climate change-โลกร้อน)แห่งสหประชาชาติ” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ไอพีซีซี” ได้เปิดเผยในรายงานเชิงพยากรณ์ว่า ภาวะโลกร้อนจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคาดหมายไว้เมื่อสามปีก่อน หากมนุษย์ยังจะต้องใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน น้ำมันและแก๊ส ในการผลิตพลังงานอยู่ โดยเลขาธิการสหประชาติ”อันโตนิโย กูเตอร์เรส”แถลงย้ำว่า

“ภาวะที่ว่านี้ ถือว่าเป็นการส่งสัญญานอันตรายสีแดง ให้มนุษยชาติได้รับรู้แล้ว”

ในการนี้ “ไอพีซีซี”สรุปเลยว่า การที่จะรักษาอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า ๑.๕ องศาเซลเซียส( ๒.๗ องศาฟาห์เรนไฮต์) ตามที่กำหนดให้จำกัดไว้ใน”ข้อตกลงปารีส ๒๐๑๕” ก็จำเป็นจะต้องตัดลดการปล่อยแก๊สเสียสู่ชั้นบรรยากาศ”อย่างจริงจัง”เท่านั้น                                   “การปล่อยแก๊สที่สร้าง”ปรากฏการณ์เรือนกระจก”ด้วยการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายป่า ทำให้โลก(ของเรา)สำลัก ชีวิตชาวโลกหลายล้าน ตกอยู่ในภาะสุ่มเสี่ยงทันที ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบต่อทุกภูมิภาคของโลก เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายที่ไม่อาจฟื้นกลับคืน”

“กูเตอร์เรส”ย้ำว่า “รายงานนี้ คือสัญญานมรณะให้เลิกใช้ถ่านหินและเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ก่อนที่มันจะทำลายล้างโลก”

การทำลายล้างโลก ได้เกิดขึ้นแล้วจริง ในหลายปีมานี้และในปีนี้

ไม่ว่าจะป็น”ลมวนขั้วโลก”ที่สร้างความหนาวเยือกทำให้มีผู้เสียชีวิตในสหรัฐ

พายุใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง จากมหาสมุทรต่างๆ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจีน ในเยอรมนีด้านพรมดนตะวันตก ทั้งๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ๑๐๐ ปี

ไฟป่าที่รุนแรงขึ้นทุกที โดยเฉพาะในออสเตรเลียและในป่า”แอมะซอน” และล่าสุดที่กรีซ ไฟป่าโหมไหม้กว่าหนึ่งสัปดาห์ ลุกลามเข้าใกล้กรุงเอเธนส์ ดูเหมือนว่า ในขณะนี้ยังคุมไม่อยู่

ที่สำคัญก็คืออัตราความเร็วที่เพิ่มขึ้นในการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น

รายงานของ “ไอพีซีซี”ระบุในแบบจำลองที่แตกต่างว่า ระดับน้ำทะเลที่ขึ้นไปจากภาวะโลกร้อน ขึ้นอยู่กับอัตราการปล่อยแก๊สเสีย(คาร์บอนไดอ็อกไซด์)สู่อากาศ

โดยภายในสิ้นศตวรรษนี้ (ค.ศ.๒๑๐๐) ระดับน้ำทะเลจะขึ้นไปราวสองเมตร หรือไม่ก็ขึ้นเป็นห้าเมตรในราวปี ๒๑๕๐

ถ้าหากยังไม่แก้ไขปัญหา การปล่อยให้เกิดภาวะเรือนกระจก ด้วยการปล่อยแก๊สเสียสู่ชั้นบรรยากาศทันที

ผลก็คือ ชาวโลกหลายล้านคนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งจะต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมภายในปี ค.ศ. ๒๑๐๐

รางานของ”ไอพีซีซี”ที่ว่านี้ ยืนยันความกลัวของชาติต่างที่มีพี้นที่เรี่ยต่ำใกล้ระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะ โดยเฉพาะเกาะเล็กเกาะน้อยในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก เช่น มาลดีฟส์และฟิจิ ว่าต่อไปจะไม่มีพื้นที่จะให้ผู้คนอยู่อาศัย เพราะน้ำทะเลจะท่วมท้นหมด ในอนาคตอันไม่ไกลจากนี้ โดยเฉพาะที่เกาะฟิจินั้น พื้นที่ชายเกาะค่อยๆ หดหายหมดไปทุกวันในขณะนี้

แต่ความหวังก็ยังพอจะมีอยู่ ถ้าหากหยุดการปล่อยแก๊สเสียขึ้นสู่อากาศได้ทัน

แต่ปัญหาก็คือจะมีใครเล่าที่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะชาติอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ที่ในแต่ละปี ส่งแก๊สเสีย(คาร์บอนไดอ็อกไซด์)ออกสู่อากาศเป็นจำนวนมหาศาล เช่น จีนและสหรัฐ ซึ่งจนกระทั่งขณะนี้ ก็ยังไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร ในทางบวกชัดเจน

จะมีก็แต่สหราชอาณาจักรเท่านั้น ที่นายกรัฐมนตรี”บอริส จอห์นสัน”ออกมาร้องว่าตะโกนบอกชาวโลกว่า

“รายงานของ “ไอพีซีซี”คือการปลุกให้ตื่นในตอนเช้า”แล้วก็เงียบหายไป ไม่รู้ว่า จะทำอะไรต่อหรือไม่

ทีนี้ย้อนกลับมาดู ประเทศไทยบ้าง

เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ หนังสือพิมพ์”โพสต์ ทูเดย์”ได้ตีพิมพ์ข่าว อ้างหนังสือพิมพ์”นิวยอร์ก ไทมส์”รายงานผลการวิจัยของ Climate Central องค์กรสิ่งแวดล้อมไม่ค้ากำไรในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐอเมริกา ว่า “หลายเมืองตามชายฝั่งของประเทศ”อาเซียน”จะถูกทะเลกลืน จากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ภายในปี ค.ศ.๒๐๕๐ (คือใน ๒๗ ปีข้างหน้า) จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ“

ก่อนหน้านั้น Climate Central เคยคาดการณ์ว่า หลายเมืองในเอเชีย รวมทั้งกทม. จะได้รับผลกระทบกระเทือนจากน้ำทะเลที่สูงขึ้น

หากเชื่อว่าเป็นเช่นนี้จริง ผมว่า ก็ถึงคราวแล้วที่รัฐบาลไทยจะรีบเร่งคิดหาทางป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ แต่ถ้ามีแผนการแก้ไขพร้อมอยู่แล้ว ก็ไม่ว่ากัน

เอาง่ายๆ เลยครับ คือ

๑ รีบสร้างกำแพงป้องกันกทม.และอาณาบริเวณ เหมือนที่เนเธอร์แลนด์ทำ ซึ่งแน่ละต้องใช้งบประมาณมหาศาล ก็ลองไปคำนวณกันดู

๒ วางแผนย้ายเมืองหลวงไปอยู่บนพื้นที่ที่ราบสูงเช่นนครราชสีมา หรือที่อื่นใด ที่เหมาะสม

ที่มีแผนคิดก่อสร้าง”โครงสร้างพื้นฐาน”ในเขตกทม.ต่อไปนั้น หยุดได้แล้วครับ

แต่ทั้งนี้ จะต้องมี รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพยิ่งและที่สำคัญจะต้องมีเสถียรภาพ

จะเป็นรัฐบาลที่มีประชาธิปไตยจ๋า หรือรัฐบาลเผด็จการ ก็แล้วแต่จะตกลงกัน จะได้รีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทัน

มิใช่มีรัฐบาล ซึ่งถูกจับร่องรอยว่า คอยจ้องทำคอรัปชั่น เช่นที่ชาวบ้านเชื่อกัน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com