INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

กะเทาะเปลือกยูเครนตีโต้กลับครั้งใหญ่

565000011470201

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

กะเทาะเปลือกยูเครนตีโต้กลับครั้งใหญ่

เป็นข่าวฮือฮามากในสื่อตะวันตกที่ยูเครนได้ทำการรุกกลับรัสเซีย ในเขตยึดครองของรัสเซีย โดยประกาศว่าจะยึดคืนดินแดนทั้งหมดของตนรวมทั้งไครเมีย

เรื่องการรุกกลับนี้เซเรนสกี้ ประกาศมานานแล้วตั้งแต่แผนรุกกลับช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอากาศยังไม่เป็นใจ พื้นดินยังเป็นโคลนเลนไม่สะดวกในการใช้รถถังหนัก นอกจากนี้ยูเครนก็ยังไม่พร้อมทั้งกำลังพลที่ต้องฝึกเพิ่มเติม จำนวนประมาณ 40,000 คน แบ่งเป็น 7 กรม ในด้านกำลังพลยังขาดแคลน ผู้บังคับหมู่ผู้บังคับหมวดและผบ.ร้อยที่มีประสบการณ์สงคราม แม้จะมีการเติมกำลังจากนาโต้ที่เปลี่ยนเครื่องแบบเป็นทหารยูเครนก็ยังไม่เพียงพอ

9ff560568f78ff51f7409e5d3b758a7d

ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ไม่เพียงพอที่จะบุก เพราะถูกรัสเซียทำลายไปมากก่อนหน้านั้น ที่ขาดแคลนมากคือกระสุนปืน โดยเฉพาะกระสุนปืนใหญ่ 155 และ จรวดบรรจุในไฮมาร์ส ยูเครนจึงขอกำลังอาวุธเสริมรวมทั้งขอขีปนาวุธพิสัยไกล เพื่อสนับสนุนการบุก ตลอดจนรถถัง รถหุ้มเกราะตามที่นาโต้สัญญา รวมทั้งเครื่องบิน F-16 เพื่อสนับสนุนและปกป้องกองกำลังเข้าตีทางอากาศ

แต่ก็น่าเห็นใจนาโต้ถังแตก เศรษฐกิจย่ำแย่จากการแซงชั่นรัสเซีย โดยเฉพาะพลังงานและปุ๋ย กำลังการผลิตอาวุธก็ไม่เพียงพอส่งให้ นอกจากจะยอมเสี่ยงดึงมาจากคลังสำรอง แต่ในที่สุดก็ต้องไปขอการสนับสนุนจากพันธมิตร เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย

ทว่ากำลังอาวุธสนับสนุนก็มาอย่างกะปริบกะปรอย จึงทำให้ยูเครนจำใจต้องทำการรุกใหญ่ทั้งที่ไม่พร้อม เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ และการแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ หวังเพียงได้รับการสนับสนุนเพิ่ม

ผลจากการเข้าโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยูเครนประกาศว่าได้ทำการยึดคืนหมู่บ้านได้ 7 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ 90 ตร.กม. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัสเซียอพยพคนออกไปก่อนหน้าแล้ว

ในขณะที่สื่อตะวันตกก็โหมประโคมถึงผลสำเร็จในครั้งนี้ แต่ถ้าเราได้ศึกษาในรายละเอียด โดยพิจารณาจากแผนที่ จะพบว่าหมู่บ้านทั้ง 7 แห่งนั้น มันอยู่นอกเขตแนวตั้งรับของรัสเซีย ซึ่งเตรียมการมานานแล้วตั้งแต่ช่วงก่อนฤดูใบไม้ผลิ แนวตั้งรับนี้ขึงพืดเป็นแนวยาวตั้งแต่แคว้นเคอร์ซอน ที่ได้มีการปรับแนวถอนทหารออกจากเมืองเคอร์ซอนฝั่งตะวันตกไปยึดแนวเมืองเคอร์ซอนตะวันออกที่มีพื้นที่สูง และไม่ต้องกังวลกับการส่งกำลังข้ามลำน้ำ ซึ่งนายพลเอกซูโรวิกิน คาดคำนวณถูกต้อง เพราะเมื่อเขื่อนโนวาคาคอฟกาแตก จะโดยฝีมือใครก็แล้วแต่ น้ำท่วมเมืองเคอร์ซอนฝั่งตะวันตก ทำให้แนวรุกของยูเครนต้องถอยร่น

อนึ่งแนวป้องกันของรัสเซียนี้ทอดยาวครอบคลุมการป้องกันแคว้นทั้ง 4 แคว้น และไครเมีย คือ แคว้นเคอร์ซอน ซาโปริสเซียลูฮานสก์ และโดเนตสก์ เป็นระยะทางเกือบ 1,000 กม. มีการปรับแต่งพื้นที่ให้พร้อม ตลอดจนแนวสนามเพาะเป็นแนวยาวหลายส่วน และมิได้มีแนวเดียว แต่ยังมีชั้นป้องกันอีก 3 ชั้น โดยด้านหลังแนวมีทั้งปืนใหญ่ จรวดหลายลำกล้อง เฮลิคอฟเตอร์ Ka-52 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบโจมตี มีรถถัง T-72 รุ่นปรับปรุงใหม่ ขีปนาวุธต้านรถถัง ATGM และยังมีโดรนทำลายรถถังราคาเพียง 12,000 ดอลลาร์ ที่ให้ผลคุ้มค่าในการทำลายรถถังราคากว่า 10 ล้านดอลลาร์

Sukhoi Su 35S at MAKS 2009 airshow

ส่วนหลังของแนวป้องกันยังมีขีปนาวุธพิสัยไกล และเครื่องบินรบทั้ง SU-35 และ SU-30 คอยสนับสนุน

ด้านพื้นที่ส่วนหน้าของแนวป้องกันยังมีสนามทุ่นระเบิดอีกเป็นแนวกว้างและลึก และยังมีโดรนคอยตรวจการเคลื่อนไหวของฝ่ายยูเครนตลอด

นายนิโคไล แพนคอฟ รมช.กลาโหมรัสเซีย ยังเปิดเผยว่าขณะนี้กำลังพลของรัสเซียมีความเพียงพอที่จะประจำพื้นที่ตลอดแนวรบเกือบ 1,000 กม.

กล่าวคือ ตั้งแต่ปลายปี 2022 กองทัพรัสเซียใช้กำลังพลทั้งสิ้น 500,000 นาย เพื่อคุ้มครองทั้ง 4 แคว้นและไครเมีย

โดยมีทหารประจำการ 300,000 นาย ที่ได้เกณฑ์เพิ่มเติม ทหารท้องถิ่นโดเนตสก์และลูฮันสก์ 160,000 คน ทหารรับจ้างวากเนอร์ 40,000 และยังมีการเรียกระดมทหารรับจ้างในอีก 2 แคว้น คือ ซาโปริสเซีย และเคอร์ซอน โดยให้เงินรายได้สูงสวัสดิการดี ขณะนี้เพียง 10 วัน ได้มีคนมาสมัครแล้วกว่า 12,000 คน

ล่าสุดได้มีการทำสัญญาระหว่างกระทรวงกลาโหมรัสเซียกับกองกำลังเชชเนีย อีก 40,000 นาย เพื่อทดแทนกำลังทหารรับจ้างวากเนอร์ ที่ยังมิได้ต่อสัญญา แต่ก็คาดว่าคงจะตกลงกันได้ในที่สุด

ด้านกำลังอาวุธทางฝ่ายตะวันตกออกข่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่ารัสเซียกำลังจะหมดกำลังผลิตอาวุธ ขีปนาวุธ และกระสุนแล้ว ตั้งแต่ปี 2022 ต่อมาถึง 2023

แต่ของจริงคือรัสเซียก็ยังคงดำเนินการโจมตีเมืองสำคัญๆและจุดสำคัญทางทหาร คลังอาวุธ คลังน้ำมัน สถานีขนส่งทางรถไฟและชุมทางต่างๆด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลอย่างต่อเนื่อง

ครั้นยูเครนตัดสินใจเข้าตีโต้ครั้งใหญ่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผลคือ กองกำลังของยูเครนเสียหายยับ โดยไม่อาจเจาะเข้าไปในแนวป้องกันของรัสเซียได้เลย คือเริ่มเข้าตี 7 จุด แต่ลดลงมาเหลือ 2 จุด และต้องยุติการเข้าตีในที่สุด แต่ยังให้ข่าวว่านี่เป็นแค่เฟสแรก ยังมีระลอกต่อไปอีก

2022 04 03T044907Z 1 LYNXNPEI3201Z RTROPTP 4 UKRAINE CRISIS BUCHA 1024x656 1

ด้านความสูญเสียของยูเครนตามข่าว CNN ซึ่งรายงานผลเสียหายน้อยที่สุดในบรรดาข่าวตะวันตกอื่นๆ พบว่ายูเครนเสียรถถังหนักลีโอพาร์ดไป 4 คัน ยานยนต์หุ้มเกราะสายพานแบรดลี 16 คัน สไตร์เกอร์ยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางอีกจำนวนหนึ่ง และกำลังทหารหลักพันนาย ส่วนข่าวสำนักอื่นก็สรุปว่ามีการสูญเสียถึงตั้งแต่ 1 ใน 6 ถึง 1 ใน 3 ของกำลังที่เข้าตี รวมทั้งอาวุธจำนวนมาก

ส่วนความเสียหายของรัสเซีย ไม่ปรากฏรายงาน แต่ก็พออนุมานได้ว่าหากมีความเสียหายเกิดขึ้นย่อมน้อยกว่าฝ่ายเข้าตีถึง 1 ใน 3 ยิ่งแนวรับของรัสเซีย มีความพร้อม เตรียมการอย่างดีเช่นนี้ก็อาจจะสูญเสียน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญที่สื่อจะรายงาน โดยเฉพาะรัสเซียมีเป้าหมายสงวนกำลังฝ่ายตน และทำลายกำลังฝ่ายตรงข้ามให้มากที่สุด

หากวิเคราะห์ความล้มเหลวของยูเครนในการเข้าตี ปัญหาหลักคือความไม่พร้อมของกำลังพล แม้จะเลือกจุดเข้าตีที่คิดว่าการต่อต้านจะเบาบางที่สุด นอกจากนี้กำลังสนับสนุนยังไม่เพียงพอโดยเฉพาะการสนับสนุนทางอากาศ และขีปนาวุธพิสัยกลาง

ในกรณีการสนับสนุนทางอากาศนี้ ความจริงยูเครนก็เตรียมการไว้พอสมควร แต่ถูกรัสเซียโจมตีฐานบินสนับสนุนและคลังอาวุธเสียก่อน โดยเฉพาะการโจมตีในแคว้น Poltava ที่ทำลายสนามบิน คลังอาวุธ และกำลังสนับสนุนทางอากาศจนเป็นง่อย

เมื่อทำการบุกโดยไม่มีกำลังสนับสนุนทางอากาศ แล้วมาเจอการโจมตีด้วยโดรนกามิกาเซ รุ่น FPV ทำลายรถถัง เจอขีปนาวุธพิสัยใกล้ Iskander และโดรนพลีชีพ Geran-2 ซึ่งได้สร้างวีรกรรมในการโจมตีแคว้น Poltava มาแล้ว ความสูญเสียของยูเครนก็ยิ่งมีมากขึ้น จนบางจุดเช่นที่ซาโปริสเซีย ต้องหยุดการโจมตีไป 3 ชม.แล้วรวมกำลังเข้าตีใหม่ ซึ่งก็ไร้ผล

คำถามคือแล้วยูเครนบุกทำไม ทั้งที่ไม่พร้อม คำตอบคือ ต้องการสร้างผลงานเพื่อขอกำลังสนับสนุนรวมทั้งอาวุธและการเงินจากตะวันตก  ส่วนฝ่ายตะวันตกก็คาดหวังสูงต่อการโจมตีในครั้งนี้จนนายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายโอลาฟ โชล ถึงกับออกมาให้ข่าวว่าจะโทรศัพท์หาปูติน เพื่อให้ถอนทหารออกจากยูเครนแล้วเจรจาหยุดยิง ประสานเสียงด้วยปฏิกริยาจากฝรั่งเศสว่าการรุกครั้งนี้คงทำให้รัสเซียขอเปิดการเจรจากับยูเครน

แล้วมันจะเป็นไปได้ไหม ที่น่าสงสารคือชาวยูเครนที่ต้องเดือดร้อนเสียชีวิต ทรัพย์สินไร้ที่อยู่อาศัยจากภัยสงคราม ทั้งนี้เพราะการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของเซเรนสกี้ ที่เชื่อ NATO ใช่หรือไม่

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *