อย่าเพิ่งตกใจ : กม.อินโดฯห้ามเพศสัมพันธ์นอกแต่งงาน

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
อย่าเพิ่งตกใจ : กม.อินโดฯห้ามเพศสัมพันธ์นอกแต่งงาน
ยังไม่ทันไร ข่าวการออกกฎหมายห้ามเพศสัมพันธ์นอกแต่งงาน Sex outside marriage ของอินโดนีเซีย ก็ถูก”เฉ่ง” หรือวิพากษ์วิจารณ์แรงๆ ไปอย่างเรียบร้อยโรงเรียนจาการ์ตาแล้ว
โดยไม่มีใคร”ฟังอีร้าค่าอีรม”(สำนวนไทยที่แปลว่า”ไม่ฟังด้วยเหตุด้วยผล”)
ตามที่สภาแทนราษฎรอินโดนีเซีย ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคมที่ผ่านมา
ที่กลัวกันก็คือ ร่างกฏหมายนี้ได้กำหนดโทษสูงสุดไว้ ถึงขั้นจำคุกหนึ่งปีเลยทีเดียวเชียว
แถมใช้บังคับกับทุกผู้คน ในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร
รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปด้วย
ฝ่ายที่”เฉ่ง” นั้นนอกจากกลุ่มผู้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซียเองแล้ว ก็ยังมีสื่อมวลชนต่างชาติด้วย
บ้างวิจารณ์อย่างหนักหน่วงเลยว่า “ถ้อยหลังเข้าคลอง”
บ้างวิจารณ์ว่าไม่ยุติธรรม
บ้างวิจารณ์ว่าล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพความเป็นมนุษย์

แต่รัฐมนตรีกฎหมายและสิทธิมนุษย์ของอินโดนีเซีย”ยาซอนนา เลาลี“ แถลงปกป้องร่างกฏหมายนี้ในสภาก่อนหน้าลงมติว่า “ได้พิจารณาประเด็นและความเห็นที่แตกต่างกันแล้ว เห็นว่าเป็นโอกาศที่ดี ที่เราจะร่วมกันแก้ไขกฎหมายเดิมที่กำหนดบทลงโทษโดยเจ้าอาณานิคมให้หมดไป มาเป็นการกำหนดของเราเอง”
จึงไม่แปลกว่า ทำไมทุกพรรคการเมืองในสภาจึงสั่งให้ ส.ส.สังกัดพรรค โหวตสนับสนุนผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้
เพื่อสะท้อนเกียรติยศและศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติอินโดนีเซีย ว่าไม่ขึ้นกับอำนาจและอิทธิพลของเจ้าอาณานิคมในอดีต ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายฉบับดั้งเดิม
ส่วนฉบับใหม่นี้ เป็นฉบับแก้ไข ไม่ได้ร่างขึ้นมาใหม่ทั้งดุ้น
ซึ่งเป็นความเห็นที่”ฟังขึ้น” ถือได้ว่าเป็นการประกาศเอกราชทางนิติบัญญัติ
นับเป็นเกียรติยศของชาติอินโดนีเซียเอง
ฝ่ายที่ต่อต้านกฎหมายนี้ชนิดหัวชนฝานั้น ก็มีประเด็นที่คัดค้าน เช่น จะเกิดปัญหาขึ้นกับ”แรงงานทางเพศ”
อธิบายว่า“แรงงานทางเพศ”นั้นก็คือโสเภณี ที่แอบแฝงมีอยู่ในสังคมทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนของโลก ที่ยังยากจน รวมทั้งในอินโดนีเซีย ถ้าไม่เคยเห็นชัดใน”จาการ์ตา”หรือในเมืองอื่นๆ ก็ให้ไปเที่ยว”บาหลี” เจอแน่ ครับ
กลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ทำงานกับต่างชาติ ก็ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ จะทำให้ไม่มีใครเสี่ยงเข้ามาทำงานและลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
นอกจากนั้น ในข้อคัดค้านนั้น กฎหมายนี้ ยังจะส่งผลกระทบในแง่สิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มหลากหลายทางเพศ หรือกลุ่ม LBGT อันแก่
L – Lesbian กลุ่มผู้หญิงรักผู้หญิง
G – Gay กลุ่มชายรักชาย
B – Bisexual หรือกลุ่มที่รักได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
T – Transgender คือกลุ่มคนข้ามเพศ จากเพศชายเป็นเพศหญิง หรือเพศหญิงเป็นเพศชาย
Q – Queer คือ กลุ่มคนที่พึงพอใจต่อเพศใดเพศหนึ่ง โดยไม่ได้จำกัดในเรื่องเพศ และความรัก

โดยคนกลุ่มนี้ จะถูกกฎหมายซ้ำเติม เพราะเท่าที่เป็นมา ไม่สามารถแต่งงานกันได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว
สดับตรับฟังเผินๆ อย่างนี้แล้ว ก็น่ากลุ้มใจแทนครับ
อย่างไรก็ตามที่สำคัญมากก็คือ “ร่างฎหมายนี้ยังไม่ประกาศใช้บังคับ” จนกว่าจะสามปีข้างหน้าครับ
จึงต้องผ่าน”การแปรญัตติ” แก้ไขเพิ่มเติม ในรายละเอียดอีกมาก
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมจริงๆ
อีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ๆ ก็จะจับกุมแล้วดำเนินคดีฐานล่วงละเมิดกฎหมาย นะครับ
แต่เขากำหนดกระบวน”การกล่าวหา”ไว้อย่างรัดกุม เช่น ต้องมีผู้เสียหายเช่นคู่สามี-ภริยา ฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่งกล่าวหาพร้อมพยาน
หรือพ่อ-แม่ หรือผู้ปกครอง ตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งก็ต้องมีประจักษ์พยานชัดเจน
ไม่ใช่ใครก็ได้ จะไปมั่วกล่าวหา
นอกจากนั้น ในแง่บทลงโทษ ก็ต้องมีหลากหลาย จากเบาไปหาหนัก
ไม่ใช่ลงโทษสถานหนักสุด ถึงจำคุกหนึ่งปีสถานเดียวเท่านั้น
ครับ ก็เลยโวยกัน เอะอะไปทั่วโลก ทำให้มองเลยเถิดไปว่า ทำไมชาติอิสลามอย่างอินโดนีเซีย จึงทำอะไรล้าสมัย ช่างเงอะงะ อะไรเช่นนี้
ผมว่าต้องมองกัน ให้ยาวๆ เลยละครับ







