INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ​ (48)

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ​ 

ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์

สงครามอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มันเป็นการลงโทษเหยื่อนับพันๆ คนต้อง ตายในสงครามเหล่านี้ นั่นคือทหารและพลเรือน ทั้งคนอังกฤษและคนยิว ปาเลสไตน์และผู้คนที่เป็นมุสลิมอื่นๆ อีก แน่นอนที่สุดสงครามเหล่านี้ทั้ง ที่ประกาศและไม่ประกาศ จะต้องบังเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย มันเป็นผล มาจากการปล่อยให้ลัทธินอกรีตอันชั่วร้ายนี้ลอยนวลในประวัติศาสตร์

นับตั้งแต่การก่อตั้งลัทธิไซออนิสต์ บรรดาผู้นำทางศาสนาที่ยึดถือแนวคำสอนอันเป็นต้นฉบับ จากทุกๆฝ่ายของชาวยิว ต่างต่อต้านลัทธินี้ อย่างรุนแรงยิ่ง การเรียกร้องให้สนับสนุนลัทธินี้มีขึ้นจากประชาชาติหนึ่ง ไปยังอีกประชาชาติหนึ่ง แต่เป็นที่ยอมรับก็แต่เฉพาะบรรดาผู้คนที่แก่น แท้ในการยึดมั่นศรัทธาของเขาอ่อนปวกเปียกอยู่แล้ว และความรู้ของพวก เขาในด้านการศรัทธาขั้นพื้นฐานมีน้อยนิดเต็มที นับจากช่วงหลังสงคราม โลกครั้งที่สองมานี้เอง เมื่อชาวยิวเงยหน้าอ้าปากมาจากการถูกฆ่าล้างเผ่า พันธุ์ โดยปราศจากผู้นำ และสภาพทางอารมณ์จิตใจที่แหลกสลาย จึงเป็น ช่วงที่ลัทธิไซออนิสต์สามารถปูทางไปได้อย่างจริงจังในหมู่ชาวยิวบางคนที่ จ้องหาโอกาสอยู่แล้ว

ตลอดศตวรรษที่ยี่สิบที่ผ่านมา ลัทธิไซออนิสต์มุ่งหาทางขับดันมวล หมู่ชาวยิวให้มุ่งสู่ปาเลสไตน์ เพื่อจะได้ยึดครองแผ่นดินด้วยกับการอพยพ ผู้คนเข้าไป จากเหตุการณ์แล้วเหตุการณ์เล่า พวกเขายั่วยุผู้คนท้องถิ่น และเช่นกันบรรดาผู้บริหารอาณัติของอังกฤษ การรุกรานของพวกเขามัก ระเบิดออกมาเป็นสงครามกลางเมืองที่มีความหนักหน่วงรุนแรงตามระดับ ต่างๆ กัน มีผู้คนมากหลายจากทั้งสามกลุ่มนี้ ต้องถูกฆ่าในช่วงสมัยนี้

ก่อนที่ผู้อพยพชาวยิวไซออนิสต์จะมาถึง ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในทันทีก่อน ที่สงครามโลกครั้งที่ 1 จะระเบิดขึ้นนั้น ชุมชนชาวยิวที่มีคุณธรรมและต่อต้านพวกไซออนิสต์จำนวนไม่มากนักได้พำนักอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เฮบรอน ซาเพคและไทเบอร์ไรซ์ พวกเขาไม่เคยมีความใคร่อยากที่จะได้อำนาจอธิปไตยในทางการเมืองเหนือดินแดนแห่งนี้ หรือคิดที่จะเอาผู้อพยพ ชาวยิวเข้ามาให้เต็มแผ่นดินก็หาไม่ พวกเขาส่วนใหญ่ต่างเป็นพวกรับไบ ที่มุ่งมั่นต่อการศึกษาและสวดภาวนา พร้อมกับชาวร้านค้าและคนงาน ซึ่ง มีจำนวนเพียงเล็กน้อย พวกเขาไม่เคยถูกผู้คนชาวปาเลสไตน์ที่เป็นคนท้อง ถิ่นทำร้ายหรือประหัตประหารแต่ประการใด จริงๆแล้วทั้งชาวยิวและชาว ปาเลสไตน์ทั้งสองฝ่ายในขณะนั้นต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากที่ ต้องอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมาน

บรรดาชาวยิว ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์และทั่วโลก ผู้ซึ่งบรรดา บรรพบุรุษของพวกเขาได้รำ ลึกถึงปีแห่งความสงบร่มเย็นเหล่านั้น โดย กล่าวถึงความสัมพันธ์อันฉันมิตรอย่างที่สุด ระหว่างชาวยิวกับชาวมุสลิม หรือชาวยิวกับชาวคริสเตียน ในนครเยรูซาเล็มและทั่วๆไปในแผ่นดินศักดิ์ สิทธิ์ทั้งหมด

ความปรารถนาดี ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยชาวยิวผู้ทรงคุณธรรม ตลอดศตวรรษต่างๆ ที่ผ่านมานี้ บัดนี้ได้ถูกการกระทำ และการโฆษณา ชวนเชื่อของพวกยิวไซออนิสต์ สร้างภัยอันตรายอันร้ายแรงเป็นอย่างมาก ให้แล้ว พวกไซออนิสต์หาทางทำให้ชาวปาเลสไตน์ทั้งมวล ชาวอาหรับทั้งมวล และชาวมุสลิมทั้งมวล กลายเป็นปีศาจไปหมดแล้ว

ความหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งพวกยิวไซออนิสต์ได้นำมาให้ปรากฏ ก็คือ นำเอาลัทธิไซออนิสต์ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับศาสนายูดายและ ชาวยิว เข้าไปในจิตใจของผู้คนโดยทั่วไปทั้งชาวยิวและผู้ที่ไม่ใช่ชาวยิว

การยึดครองแผ่นดินทั้งหมด การกำจัดสิทธิของผู้คนของตนเอง การฆ่าสังหารอย่างต่อเนื่องที่พวกเขากระทำ เป็นความใจดำอำมหิตที่พวก เขาเรียกการกระทำของพวกเขาว่าเป็นความยุติธรรม และที่ได้กระทำไปทั้ง หมดนั้นโดยกล่าวอ้างนามที่เรียกกันว่า “อิสราเอล” ประหนึ่งว่าการกระทำ หน้าที่ทารุณโหดร้ายที่สร้างขึ้นนี้ ซึ่งถือเป็นการปฏิเสธและท้าทายพระบัญญัติของพระเจ้าและของมนุษย์นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจอัน ศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์เตารอต ที่แท้จริงของชาวยิว

แน่นอน สื่อหลักๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของ พวกไซออนิสต์ และบรรดานัก การเมืองที่มีชื่อเสียง ที่ถูกหน่วยงาน เช่น AIPC และ ADL ข่มขู่คุกคามต่องานอาชีพของพวกเขาอยู่เสมอๆ จึงอยู่ ในสภาพลังเลใจที่จะสืบเข้าไปดูถึงการโฆษณาชวนเชื่อของพวกไซออนิสต์

ดังนั้น ปัญหาของลัทธิไซออนิสต์ที่เกี่ยวกันกับศาสนายูดาย ซึ่งยัง คงดำเนินต่อไป

สิ่งนี้ยังคงเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามต่างๆของชาวยิวที่ต่อต้าน ไซออนิสต์ ที่ดำเนินมาเป็นเวลาห้าสิบสองปีแล้ว เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร ของเราออกไป ถึงแม้จะมีการเดินขบวนอย่างขนานใหญ่ที่มีผู้คนมาร่วมนับ จำนวนหมื่นๆ คน เพื่อประท้วงการคงอยู่ของรัฐอิสราเอล หรือการกระทำ ที่ป่าเถื่อนต่างๆ หลายครั้งหลายครา แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากสื่อเสมอมา

ส่วนตัวข้าพเจ้าเอง ได้เข้าร่วมในการประะท้วงที่สำคัญๆ หลายครั้ง และแสดงพลังคัดค้านต่อการมีอยู่ของรัฐไซออนิสต์ หากจะมีการเสนอข่าว ก็ถือว่าน้อยครั้งมาก เราได้จัดพิมพ์หนังสือขึ้นหลายเล่ม แต่ก็ไม่ได้รับความ สนใจอย่างเคย

ในโอกาสที่ได้มาพูดคุยกับกลุ่มของท่านในวันนี้ จึงถือเป็นโอกาส ที่ยอดเยี่ยมมาก เพื่อการก้าวออกมาจากคุกตะราง ที่ถูกสร้างขึ้นในทาง สื่อและได้มาพูดความจริงที่เห็นได้ง่ายๆ บางส่วน เกี่ยวกับเรื่องไซออนิสต์ กับศาสนายูดาย และชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์

เพื่อนๆ ที่รักของข้าพเจ้า มีชาวยิวนับจำนวนหลายพันคน ทั่วทุก มุมโลก ทั้งในนครนิวยอร์คและมอนทรีล ในเยรูซาเล็มและนครลอนดอน ในแอนท์เวิร์บ ในซาเฟดและไซบีเรีย ที่ล้วนเป็นชาวยิวออร์โธดอกซ์ ผู้ซึ่งปฏิเสธลัทธิไซออนิสต์

พวกเขาต่างตระหนักดีว่า ลัทธิไซออนิสต์ เป็นลัทธิปฏิเสธพระเจ้า โดยสร้างรัฐหนึ่งที่ชั่วร้ายขึ้นมา ผู้ซึ่งปล้นสะดมเอาชื่อ “อิสราเอล” ไปใช้ และนำเอาชาวปาเลสไตน์ไปใส่ไว้ในขุมนรก เป็นเวลาหนึ่งศตวรรษแล้ว

เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการตอบปัญหาเหล่านี้ ดังที่ข้าพเจ้าได้ ตั้ง ไว้ในตอนต้นของการพูดครั้งนี้ของข้าพเจ้าคือ ประการแรก ความขัดแย้ง ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มันเป็นด้วยเรื่องอันใด อะไรเป็นสาเหตุและมันจะ บรรเทาเบาบางลงได้อย่างไร มาบัดนี้เราสามารถที่จะให้คำตอบกับมัน ได้แล้ว

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีรากฐานมาจากการที่พวกลัทธิไซ ออนิสต์ ได้ละทิ้งคัมภีร์เตารอต ของชาวยิวและเป็นผลให้เกิดการปฏิเสธ ข้อบังคับของพระเจ้า ในเรื่องวาระของการอพยพลี้ภัยที่ต้องรักษาความสงบ สันติ การอ่อนน้อมถ่อมตน และความมีคุณธรรมความดีเอาไว้

ต้นเหตุแห่งความขัดแย้งโดยตรงก็คือ การขับไล่ไสส่งและการ ลิดรอนสิทธิต่างๆ อย่างชั่วร้ายยิ่ง ที่พวกไซออนิสต์ใช้อำนาจทางทหารเข้า บดขยี้ประชาชนชาวปาเลสไตน์

ประการสุดท้าย ความขัดแย้งและความทุกข์ทรมานที่ติดตามมาทั้ง หมดของมันนั้น ยังไม่อาจหยุดยั้งลงได้ ตามความเข้าใจของเหตุการณ์ที่ กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน

เราขอขอบคุณต่อ ชาวเยนไทล์ที่มีความหมายต่อเรามาก ทั้งจาก ยูเอ็นและสหรัฐอเมริกาและอดีตสหภาพโซเวียตและในที่อื่นๆ อีก ในความ พยายามของพวกท่านเพื่อการตกลงเจรจากัน

เราขอให้หลักประกันกับพวกเขาได้ว่า ถึงกระนั้นความคิดเห็นต่างๆ เหล่านั้นของพวกเขา จะไม่มีวันสำเร็จโดยเด็ดขาด

ความยุ่งเหยิงในตะวันออกกลาง ไม่ใช่มีต้นเหตุมาจากแผนการสันติภาพต่างๆ ที่ผิดพลาดหรือ(ขอพระผู้เป็นเจ้าอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย) การขาดสิ่งที่เรียกว่า ความตั้งใจจริงของฝ่ายอิสราเอล ! ความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง มีต้นเหตุมาจากสิ่งเดียวกันคือ ลัทธิไซออนิสต์

เมื่อลัทธิไซออนิสต์จบสิ้นลงเมื่อใด ก็เมื่อนั้นแหละสันติ ภาพจึงจะ มีมาในภูมิภาคที่กำลังยุ่งเหยิงอยู่นี้

เป็นความหวังและการวิงวอนขอพรของเรา และเราเชื่อมั่นในความ หวังและการวิงวอนขอพรของคนดีทั้งมวลในทุกหนทุกแห่งว่า การเปลี่ยน แปลงนี้จะบังเกิดขึ้น โดยปราศจากการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต

ใช่แล้ว การจะมอบของที่ได้รับมานี้ในขณะนี้ นับเป็นเรื่องที่จะคิด คำนึงถึงได้ว่าการจบลงอย่างมีความสุขในเรื่องของเรานี้ มันจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรกัน

แต่นับเป็นความพอเพียงที่จะกล่าวว่า พระผู้สร้างทรงมีอำนาจและ ความสามารถ ซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ ผู้ที่จะต้องตายเหล่านี้ และเหนือสิ่งอื่นใดทั้งมวล ความเมตตาปรานีของพระองค์ ย่อมอยู่เหนือมวลสิ่งถูกสร้างของพระองค์

ขอให้เราได้มีอายุยืนนานที่จะได้เห็นวันนั้น ที่เมื่อมนุษย์ทั้งมวลที่อยู่ ในจิตวิญญาณของความเป็นภราดรภาพที่แท้จริง จะได้ยอมรับในพระผู้ สร้างของพวกเขา” (จบคำปราศรัยของท่านรับไบ โดวิดไวซ์)

ดังนั้น ที่แน่ชัดที่สุดก็คือ เมื่ออิมามมะฮ์ดีและศาสดาอีซามาปรากฏ เพื่อทำการปราบยุคเข็ญที่พวกยิวไซออนิสต์สร้างขึ้น ซึ่งพวกเขาจะ กาย ตั้งกองทัพเพื่อสู้รบกับอัล มะซีอะฮ์ ที่แท้จริงของพระเจ้าอย่างแน่นอน ซึ่ง พระคริสต์ธรรมใหม่เรียกว่าการศึกที่ อัล มาเกดอน

มาบัดนี้จึงได้เวลาอันเป็นการสมควรแล้ว ที่เราจะได้กล่าวถึงราย ละเอียดของการมาปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดีและศาสดาอีซา เพื่อการ ปราบยุคเข็ญและการสถาปนาอาณาจักรอันเป็นแบบของเทวาธิปไตย หรือ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *