INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ทุนกู้ชาติ “ฮามาส” ได้มาจากไหน

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ทุนกู้ชาติ“ฮามาส”ได้มาจากไหน
ก่อนที่จะเข้าเรื่องตามหัวข้อ เข้าใจว่ารัฐมนตรีต่างประเทศ “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” คงจะมากลับจากการเยือนการ์ตาและอียิปต์ เพื่อหาลู่ทางให้ผู้นำขอสองชาติช่วยปล่อยตัวประกัน ๒๒ คนไทยที่กลุ่ม”ฮามาส”จับไปเป็นตัวประกันแล้วนะครับ
ผลออกมาบวกหรือลบอย่างไร ก็คงจะทราบกันแล้ว เพราะคนไทยทั่วๆไป โดยเฉพาะครอบครัวตัวประกันสนใจและห่วงใยมาก
ก็หวังว่าจะได้ข่าวดีกลับมา
ขอแจ้งเสริมเติมต่อว่าการที่”ฮามาส”ปล่อยตัวประกันออกมาแล้วสี่รายนั้น พอจะดูออกว่ากลุ่ม”ฮามาส”หยั่งเชิงท่าทีของอิสราเอลเท่านั้น
ไทยเราหวังอะไรไม่ได้หรอก
เพราะหลังจากนั้นกลุ่ม”ฮามาส”เสนอแลกเปลี่ยนตัวประกันชาวอิสราเอลที่จับไปราว ๒๐๐ คน กับชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลขังคุก(ว่ากันว่านับพัน)ไว้ แต่อิสราเอลทำเฉยเสีย
คงเพราะตระหนักรู้ว่ากลุ่ม”ฮามาส”จะใช้เรื่องนี้ต่อรองหมายระงับแผนการบุก ดังนั้น จึงตั้งหน้าตั้งตา”ลุย”ต่อ พร้อมโหมโจมตีทิ้งระเบิดหนักเข้าไปอีก
ใครจะเรียกร้องให้หยุดยิงอย่างไรก็ไม่ฟัง ใครจะบาดเจ็บล้มตายมากมายแค่ไหน ใครทุกข์ยากอย่างไรในฉนวนกาซาก็ไม่สนใจ
ในที่สุดนายกรัฐมนตรีอิสราเอล”เบนจามิน เนทันยาฮู”ก็โพล่งออกมาว่า “นี่อยู่ในภาวะสงครามนะ(โว้ย)”
ไม่ฟังเสียงเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น”
กรณีตัวประกันนั้น “เนทันยาฮู”เองก็ถูกแรงกดดันจากภายในจากครอบครัวตัวประกันที่ส่งตัวแทนเข้าพบ ซึ่งขู่ว่าถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะลง”ลงถนน”
ขณะเดียวกัน ก็ถูกกดจากภายในด้วย ตามที่มีข่าวระแคะระคายว่า เกิดความขัดแย้งกันเข้าแล้วระหว่าง”เนทันยาฮู”กับคณะรัฐมนตรีสงคราม หลังจากที่เขาเขียนลงใน”เอ็กซ์”(เดิมคือ”ทวีต”) ตำหนิรวมๆ เชิงต่อว่า ไม่มีใครบอกเขาเลยว่ากลุ่ม”ฮามาส”จะบุกใหญ่โดยไม่คาดหมาย
สร้างความไม่พอใจในนายทหารระดับผู้บัญชาการและฝ่ายความมั่นคงมาก
จนในที่สุดเขาก็ต้องแถลงขอโทษ
เรื่องนี้พอดีเกิดขึ้น ในขณะที่กองทัพเปิดฉากบุกใหญ่ลึกเข้าไปดินแดนฉนวนกาซาและเกิดปะทะกันอย่างรุนแรง “สังหารกลุ่มฮามาส”ได้จำนวนหนึ่ง
แต่ก็สามารถช่วยตัวประกันซึ่งเป็นพลทหารอิสราเอลที่ถูกไปมาได้นายหนึ่งเท่านั้น
แต่ไม่ได้ตัวประกันอื่นๆ กลับมาด้วย
สร้างความผิดหวังให้แก่ครอบครัวตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งหมด
ยากครับที่จะค้นหาตัวประกันได้ ถ้าการข่าวกรองไม่แม่นจริง ว่าตัวประกันถูกแยกไปอยู่ตรงไหนบ้าง หรือว่าถูกนำตัวเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ
การเข้าโจมตีแล้วค้นหาเอง นับว่าเสี่ยงต่อชีวิตทหารที่ทำหน้าที่และเสี่ยงต่อชีวิตตัวประกันด้วย
หากกลุ่ม”ฮามาส”เห็นไม่รอดจริงๆ ก็อาจจะสังหารตัวประกันทิ้ง ดีกว่าตัวเองตายไปฝ่ายเดียว
อีกเรื่องหนึ่งที่คาใจผมเอง จึงไปค้นมาให้อ่านคือกลุ่ม”ฮามาส”เอาเงินจากไหนมาใช้ ในการทำสงครามกู้ชาติ
ค้นแล้วพบว่า นอกจากอิหร่านจะให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธรวมทั้งจรวดและเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆแล้วก็เชื่อว่าสนับสนุนด้านการเงินด้วย
เช่นเดียวกันกับกาตาร์ซึ่งร่ำรวยมาจากน้ำมันและแก๊สอย่างมหาศาลก็ช่วย
เริ่มแรกที่กลุ่ม”ฮามาส”ก่อตัวขึ้นนั้นได้รับการอุดหนุนจากชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศและจากใครก็ได้ที่ยินดีบริจาคให้
กลุ่ม”ฮามาส”เกิด หลังจากที่ชาวปาเสไตน์จำนวนหนึ่งรู้สึกผิดหวังในองค์กรปลดแอกปาเลสไตน์หรือ “พีแอลโอ” นำโดย “ยัสเซอร์ อาราฟัต “หัวหน้ากลุ่ม “ฟาตะห์” ที่ไปตกลงสันติภาพ”ออสโล-๑”กับอิสราเอลที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
แต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ได้สำเร็จลุล่วงเลยจริงๆแม้สภาแห่งชาติปาเลสไตน์สถาปนาตั้งรัฐในปี ๑๙๘๘ ที่กรุง”อัลเจียร์สเพื่อปกครองดินแดนที่สหประชาติรับรองพร้อมๆ กับอิสราเอลในปี ๑๙๘๗
ชาวปาเลสไตน์พวกนี้จึงจัดตั้งกลุ่ม”ฮามาส”ขึ้นมาในปี ๑๙๗๘ หมายสถาปนาชาติให้สำเร็จสืบต่อจากกลุ่ม”ฟาตะห์”
เรื่องการเงินนั้น ชาติอาหรับในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียล้วนบริจาคให้ รวมทั้งกองทุนอิสลามต่างๆจากชาติมุสลิม เช่นอินโดนีเซียหรือแม้แต่มาเลเซีย
ต่อมาเมื่อสหรัฐ สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรปและอื่นๆตีตราว่ากลุ่ม”ฮามาส”คือขบวนการก่อการร้าย เงินทุนที่ว่านี้ก็เลยลดน้อยถอยลงไป
หลายปีมานี้ สถานะทางเศรษฐกิจในฉนวนกาซา ยิ่งมายิ่งย่ำแย่ คณะบริหารของกลุ่ม”ฮามาส”ที่มาจากการเลือกตั้งยิ่งนานก็ยิ่งยากลำบาก
จนในที่สุดกาตาร์ซึ่งร่ำรวยมาก ตกลงจ่ายเงินเดือนให้ข้ารัฐการ “กาซา” ทั้งหมดจำนวนหลายพันคน
ถามว่ากาตาร์ช่วยเพื่ออะไร
ตอบว่าตามหลักปรัชญาของขบวนการ “ภราดรภาพมุสลิม” หรือ Muslim Brotherhood หรือ “อิควานัลมุสลิมูน” ที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง
ข้อมูลของสหรัฐระบุว่ากลุ่ม”ฮามาส”แอบลงทุนลับๆ ในระดับสากล มูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ ในประเทศต่าง เช่น ซาดาน อัลจีเรีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมีเรตส์และอื่นๆ
นี่ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการหารายได้  
ทีนี้ก็พอจะมองเห็นภาพแล้วว่า กลุ่ม”ฮามาส”อยู่ได้อย่างไร
ที่น่าเป็นห่วงแทนอิสราเอลก็คือ ถ้าหากกลุ่ม”ฮามาส”ถูกกวาดล้างหมดไปจากฉนวนกาซาจริง
ก็ไม่ใช่ว่าเชื้อพันธุ์”ฮามาส”จะสูญสิ้น
เพราะยังมีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆอีกมากใน ชาติเพื่อนบ้าน เช่น เลบานอน ซีเรียและอิรัก ฯลฯ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเชื้อพันธุ์นี้จะยังไม่หมดสิ้น
แต่จะก่อตัวขึ้นมาอีกจนได้
ถ้าหากโลกยังไม่พยายามเร่งรื้อฟื้นขบวนการสร้างสันติภาพอย่างถาวร ตามข้อตกลงสันติภาพออสโล อย่างป็นธรรม
ตามที่กลุ่ม”ฮามาส”ตั้งใจใช้เหตุการณ์บุกอิสราเอลอย่างไม่คาดหมายคราวนี้”ประท้วงโลก”เป็น”กิจกรรมเชิงสัญญักษณ์”เรียกร้อง ความเป็นธรรมด้วยวิธีก่อการร้ายขนาดใหญ่
การสร้างสันติภาพจึงต้องทำอย่างตั้งใจด้วยความร่วมมือของชาติมหาอำนาจตะวันตกกับกลุ่มชาติอาหรับเช่นซาอุดีอาระเบียและอียิปต์ ฯลฯ
ทำได้จริงเมื่อไร เมื่อนั้นสันติภาพถาวรก็จะบังเกิดขึ้น
อิสราเอลและปาเลสไตน์ ก็จะอยู่กันอย่างสงบสุขตลอดไปชั่วกาลนาน
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com